[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    169 หนีไป

    “ส่งมือมาเร็วเข้า!”


    แอนเดอร์สันร้องตะโกนไปยังพี่ชายที่ถูกนักเวทย์กระโจนเข้าไปจับตัวกดทับเอาไว้กับพื้น หลังจากเขาเห็นมือพี่ชายยื่นมาให้แอนเดอร์สันจึงจับแล้วใช้แรงทั้งหมดเหวี่ยงพี่ชายออกไปจากวงของนักเวทย์แล้ววิ่งตามไป ทันใดนั้นเขาก็ถูกจับขาเอาไว้พี่ชายที่กำลังวิ่งอยู่ด้านหน้าก็ได้ตวัดกรงเล็บตัดไปยังมือของนักเวทย์จนทำให้แอนเดอร์สันวิ่งตามได้ทัน


    “เร็วเข้า วิ่งเร็วเข้า!”


    เสียงร้องของพี่น้องดังสลับกันไป จากเดิมวางแผนจะฆ่ากันให้ได้  ตอนนี้พวกเขาจำเป็นต้องหนีไปให้ได้ก่อน หากขาดใครคนใดคนหนึ่งไปการจะหนีรอดจากสถานที่แห่งนี้เป็นไปไม่ได้ กระทั่งพวกเขาวิ่งมาถึงเขตฝนตกหนักทั้งสองจึงได้หันมองนักเวทย์ที่กำลังตามมาเพื่อดูว่าพวกมันจะตามอยู่หรือเปล่า หลังจากเห็นว่ามันยังคงไม่ยอมปล่อยพวกเขาทั้งสองไป สองพี่น้องจึงรีบบินด้วยความรวดเร็วหลังจากที่พวกเขาออกมาจากเขตที่มีโซ่สีดำ


    บู้ม!


    “ตัวใครตัวมันได้หรือยัง” แอนเดอร์สันได้ยินเสียงจากพี่ 4 ที่กำลังบินนำหน้า แต่แล้วเขากลับฉีกยิ้มกว้างหลังจากเห็นพี่ชายของเขาถูกลอบโจมตีจากด้านหน้าจนร่วงตกลงไปบนพื้นดิน เขาจึงพุ่งตัวตามพี่ชายไปติดๆเพราะตอนนี้ไม่มีสถานที่ปลอดภัยให้พวกเขาทั้งสองคนอีกต่อไปแล้ว


    “พี่ 4 ดูเหมือนว่าเราจะทิ้งกันไม่ได้นะ”


    “คงงั้น เอาล่ะฉันจะให้แกยืมมันก็แล้วกัน ฉันอยากรู้ว่าเวทย์ฟาร์เซลของแกจะรุนแรงแค่ไหน”


    แอนเดอร์สันถือลูกปัดฟาร์เซลเอาไว้ในมือก่อนที่เขาจะฉีกยิ้มกว้างแล้วใช้เวทย์ลมผ่าก้อนเมฆจนทำให้เขตฝนตกหนักมีเส้นทางไร้ฝนจนออกไปจากเขต อย่างไรก็ตามหลังจากที่นักเวทย์ตามมาทันแล้วนั้นแอนเดอร์สันได้ใช้เวทย์ฟาร์เซลอีกครั้งโดยมีลูกปัดฟาร์เซลเป็นสื่อนำ ทันทีที่เวทย์ของเขาร่ายออกมานี้เอง เปลวไฟสีดำก็ได้ลุกท่วมร่างกายของเขาแล้วพุ่งเข้าไปโจมตีนักเวทย์ทุกๆคนที่ตามมา


    บรึ้ม!


    “มันแรงขึ้น แต่ไม่พอจะฆ่าพวกมันได้อยู่ดี”


    แอนเดอร์สันบอกพี่ชายให้รู้ถึงผลของการใช้เวทย์ฟาร์เซลและลูกปัดฟาร์เซล ด้วยพลังเวทย์ของเขาในตอนนี้นับว่าติดคอขวด อย่างไรก็ตามมันกลับส่งผลดีกับพวกเขาไม่น้อย แม้เวทย์ฟาร์เซลจะไม่สามารถฆ่าสิ่งที่ไล่ตามล่าได้ มันกลับทำให้พลังเวทย์ของอีกฝ่ายปั่นป่วนจนปลดปล่อยเวทย์ได้น้อยลงไป ส่งผลให้พวกเขาสามารถเปิดทางหนีได้ง่ายกว่าเดิม


    “ผมไม่เอาของพี่หรอก เอาคืนไป”


    แอนเดอร์สันโยนลูกปัดฟาร์เซลให้พี่ชายแล้ววิ่งนำหน้า ทันใดนั้นนักเวทย์ที่เนื้อตัวลุกท่วมไปด้วยเปลวไฟสีดำจากเวทย์ฟาร์เซลก็ได้มาขวางทาง แอนเดอร์สันกับพี่ชายจึงร่วมกันเปิดทางเพื่อจะหนีออกไปจากพื้นที่แห่งนี้

    “แอนเดอร์สัน แกไม่มีเวทย์ที่ทำให้วิ่งเร็วกว่านี้แล้วหรือไง”


    “ก็ผมยังไม่ได้ก้าวข้ามนักเวทย์ 900 ปี พี่เคยเห็นคนที่เร็วเท่าผมทั้งที่เป็นนักเวทย์ 900 ปีหรือเปล่าล่ะ”


    “ไป!”


    แม้จะวิ่งแต่ก็ยังไม่หยุดที่จะทะเลาะกัน  แอนเดอร์สันที่มานาลดเหลือเพียง 30 % เท่านั้นเขาก็เริ่มวิตกมากยิ่งขึ้นเพราะไม่เคยใช้เวทย์จนมานาลดมามากเท่านี้มาก่อน ถึงแม้เครื่องประดับจะฟื้นฟูมานาได้เป็นจำนวนมาก แต่ปริมาณมานาที่ใช้ในการโจมตีระหว่างวิ่งหนีมากมายกว่าการฟื้นฟู 


    “ฝนดาวตก การ์ดโจมตี”


    การ์ดโจมตีอีกใบเปิดใช้งาน ก่อนจะมีดาวตกมากมายมหาศาลหล่นลงมาจากท้องฟ้าหลังจากถูกอัพเกรดให้เป็นดาวตกที่มีพลังทำลายระดับ 10 ภายใต้ดาวตกที่กำลังร่วงตกลงมานี้เอง นักเวทย์ที่กำลังไล่ตามต่างพากันใช้เวทย์ของตัวเองยิงขึ้นไปบนท้องฟ้าทำลายดาวตกของแอนเดอร์สันจนกลายเป็นผุยผงก้อนแล้วก้อนเล่า


    “วิ่งสิพี่ รออะไร!”


    “แกนั่นแหละวิ่ง!”


    สองพี่น้องรีบวิ่งตามกันไปติดๆ แอนเดอร์สันพยายามคิดหาท่าวิ่งที่จะทำให้เขาปลอดภัย  การมีนักเวทย์มากมายประกบหน้าหลังและประกบด้านข้าง ส่งผลให้เขาไม่สามารถวิ่งได้สะดวก


    ฉัวะ!


    แขนถูกตัดขาดออกจากตัวด้วยฝีมือของแอนเดอร์สัน ก่อนที่เขาจะใช้ลมพัดแขนที่ทิ้งเอาไว้ลอยตามหลังมาต่อเข้ายังที่เดิม ระหว่างวิ่งและยอมสละแขนขาเพื่อเอาตัวรอด พี่ชายของเขาก็ทำไม่ต่างจากแอนเดอร์สัน ตัดขาและแขนออกจากการถูกจับแล้วสลายมันให้เป็นพลังลอยตามหลังมาประกอบรวมกันเป็นร่างเดิมแล้ววิ่งหนีให้เร็ว


    “ใกล้จะถึงทางออกแล้ว”


    แอนเดอร์สันวิ่งออกมาจากเขตฝนตกหนักมองไปยังเขตที่เต็มไปด้วยหินดวงตา เขาจึงใช้เวทย์การทำลายของผืนป่าทำให้เกิดต้นไม้มากมาย เมื่อสร้างตำแหน่งเอาไว้เหยียบหากพลาดท่าจากการบิน แอนเดอร์สันก็ได้วิ่งตามหลังพี่ชายเพื่อจะผ่านเขตนี้ออกไป


    “จำนวนลดน้อยลงอย่างนั้นเหรอ”


    “ใช่ มันลดลง”


    คำถามของพี่ชายถูกตอบด้วยเสียงของแอนเดอร์สัน พวกเขาที่วิ่งมาจนถึงทางออกของเขตที่เต็มไปด้วยหินดวงตานี้เองนั้นต่างพากันสังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของนักเวทย์ที่เหมือนจะลดจำนวนลงไปมาก จากเดิมแทบไม่สามารถบินได้ ตอนนี้พวกเขาสามารถสร้างเส้นทางวิ่งได้ง่ายยิ่งขึ้นจนไม่จำเป็นต้องเสียสละร่างกายเพื่อหลุดออกจากการล้อมจับ  แต่แล้วแอนเดอร์สันกลับพบเข้ากับการโจมตีอันหนักหน่วงพุ่งเข้ากระแทกกลางหน้าอกจากพี่ชายส่งผลให้ร่างของเขาพุ่งลงไปยังหินดวงตาที่กำลังจะออกจากเขตของมันในไม่กี่อึดใจ


    ตู้ม!


    หินมากมายแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อยก่อนที่นักเวทย์จะพุ่งเข้ามารุมจับตัวแอนเดอร์สัน หลังจากที่เขาถูกพี่ชายโจมตีจนกลายเป็นสิ่งที่ใช้ขัดขวางนักเวทย์ไม่ให้ตามหลังไปนั้น แอนเดอร์สันก็ได้ยินเสียงร้องของพี่ชายส่งผลให้เขาฉีกยิ้มกว้างออกมาเบาๆหลังจากถูกใช้เป็นเครื่องมือ


    “ลาก่อนแอนเดอร์สัน ขอให้แกโชคดี”


    “ฮ่าๆๆ จะเป็นอย่างนั้นเหรอพี่ ลองมองให้ดีว่าตัวเองกำลังเจอกับอะไร”


    การ์ดกักขังเปิดใช้งานเป็นครั้งแรกจนมีพลังงานบางอย่างพุ่งออกจากการ์ดในมือของเขาเข้าไปปิดล้อมพี่ชายเอาไว้ แอนเดอร์สันไม่รู้ว่ามันจะสามารถกักขังพี่ชายของเขาเอาไว้ได้หรือไม่  แต่ที่เขารู้คือมันสามารถดึงดูดความสนใจของนักเวทย์ให้กระจายไปยังพี่ชายของเขาได้


    อ็อก!


    ขาเริ่มไร้ความรู้สึกหลังจากถูกพลังของหินดวงตาเล่นงาน แอนเดอร์สันจึงมองไปยังขาที่ถูกทับเอาไว้ปรากฎว่ามันเป็นหินไปแล้ว เขาจึงเปิดใช้งานเวทย์ฟาร์เซลส่งผลให้พลังของหินดวงตาค่อยๆสลายหายไปจนร่างกายของเขากลับมาเป็นปกติเช่นเดิม


    บู้ม!


    เท้าที่สามารถเคลื่อนไหวเตะไปยังร่างของนักเวทย์คนหนึ่งที่พยายามจับตัวของเขาเอาไว้ แอนเดอร์สันไม่ตกใจเลยที่เขาไม่สามารถส่งร่างนักเวทย์ให้ถอยหลังกลับออกไปได้ ตลอดทางที่เขาวิ่งหนีนักเวทย์เหล่านี้สามารถรับการโจมตีของเขาได้โดยง่าย เขาจึงก้าวข้ามความตกใจเปลี่ยนมาเป็นมองหาทางหนีจากช่องว่างเล็กๆที่เกิดหลังจากโจมตีแทน หลังจากที่แอนเดอร์สันมองเห็นทางที่พอจะให้วิ่ง เขาไม่คิดที่จะสนใจการโจมตีที่พุ่งมาจากด้านหลัง ปล่อยให้มันระเบิดแผ่นหลังส่วนเขาก็วิ่งต่อไป ตราบใดที่เวทย์ของเขาทำงานความอมตะจะยังคงอยู่


    บรึ้ม!


    “แอนเดอร์สัน!!!”


    เสียงร้องของพี่ชายไล่ตามหลังแอนเดอร์สันที่กำลังวิ่งจากไปไกล กระทั่งเขาไม่เห็นนักเวทย์คนใดวิ่งตามมาจึงได้มองกลับไปยังพี่ชายที่ตอนนี้กำลังถูกนักเวทย์เข้าปิดล้อม ทันใดนั้นการ์ดกักขังของแอนเดอร์สันก็ถูกทำลายก่อนที่พี่ชายของเขาจะต่อสู้กับพวกนักเวทย์


    “ทิ้งการ์ดกับดักเอาไว้สัก 3 ใบก็แล้วกัน”


    แอนเดอร์สันโยนการ์ดกับดักเอาไว้ทางออก เพื่อขัดขวางพี่ชายของเขาในช่วงที่มีความหวังว่าตัวเองจะออกไปได้ เขาไม่รู้ว่ามันจะขัดขวางพี่ชายได้หรือไม่ แต่ที่เขารู้คือมันจะต้องทำลายความหวังของพี่ชายจนโกรธให้เขาเป็นอย่างมากแน่นอน


    พรึ่บ!


    แอนเดอร์สันเดินออกมาจากเกทพลางกวาดตามองรอบๆ ปรากฎว่าทหารที่เขาคิดว่าอาจจะตั้งค่ายอยู่หน้าเกทกลับไม่มี จากระยะเวลาที่หน่วยเอทไนน์และหน่วยเอทโฟเข้าไปสำรวจในเกทที่ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้วนี้ เขาคิดว่ากลุ่มต่อไปจะต้องมาดักรอแล้วอย่างแน่นอน กลับกันสิ่งที่คิดไม่ได้เกิดขึ้น แอนเดอร์สันจึงมองไปยังค่ายทหารที่ 12 เพื่อดูว่ามีเหตุการณ์แปลกประหลาดอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ทันใดนั้นเขาก็พบเข้ากับเปลวเพลิงลุกไหม้กำลังโหมกระหน่ำอยู่ทางด้านค่าย


    “เกิดการต่อสู้ขึ้นสินะ”


    รอยสักบริเวณเท้าถูกกระตุ้นจากนั้นแอนเดอร์สันก็รีบมุ่งตรงไปยังค่ายเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทันทีที่เขามาถึงแอนเดอร์สันก็พบเข้ากับความเสียหายจำนวนมาก ภายในค่ายที่เคยเต็มไปด้วยทหารตอนนี้แทบไม่มีใครอยู่เลยสักคนเดียว ยังดีที่พอมีคนทิ้งเอาไว้บ้างแอนเดอร์สันจึงเข้าไปสอบถามในทันที


    “พี่ชาย ผมเป็นทหารของหน่วยเอทไนน์ เกิดอะไรขึ้นกับที่นี่”


    “หืม”


    ท่าทางของทหาร 900 ปีที่ถูกสั่งให้เฝ้าค่ายเอาไว้แสดงใบหน้าตกใจ หลังจากรู้ว่าทหารของหน่วยเอทไนน์ที่หายเข้าไปในเกทกลับมาแล้ว


    “นายอยู่หน่วยเอทไนน์จริงใช่ไหม”


    “ครับ ผมพึ่งออกมาได้ มีอะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอครับ”


    “ที่นี่ถูกนักเวทย์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัด 900 ปีโจมตี”


    “พวกเขาเป็นใคร”


    “นักวิทยาศาสตร์ที่ออกมาจากเกท จู่ๆพวกเขาก็เกิดคลุ้มคลั่ง ในช่วงนั้นผู้มีอำนาจในค่ายกลับออกไปภายนอกทำให้เหลือไม่กี่คนที่สู้ได้ ผลสุดท้ายก็อย่างที่เห็น ค่าย 12 ถูกทำลายย่อยยับ”


    “แล้วตอนนี้ทุกคนไปอยู่ไหนเหรอครับ ผมต้องการรายงาน”


    แอนเดอร์สันรีบเข้าเรื่อง เขาจำเป็นต้องรายงานสิ่งที่อยู่ในเกท ไม่อย่างนั้นจะเกิดอันตรายขึ้นกว่านี้ เขาต้องการให้สหพันธ์รับรู้ข้อมูลแล้วถอนเขาออกไปจากสถานการณ์อันตรายนี้เพราะระดับยังคงน้อยเกินไป


    “สหพันธ์ถอยกลับไปตั้งหลักในสถานีใกล้ๆนี้ หากนายไปที่นั่นจะมีคนรอพบนาย”


    “แล้วตอนนี้ค่าย 12 ถูกทิ้งแล้วใช่ไหม”

    “ใช่ มันไม่ปลอดภัยอีกต่อไป การที่นักวิทยาศาสตร์คลุ้มคลั่งและหน่วยเอทไนน์และหน่วยเอทโฟหายไป ทำให้ทุกคนถอยกลับออกไปก่อนเพราะคิดว่ามันเสี่ยง”


    แอนเดอร์สันบินตรงไปยังสถานที่ใกล้ที่สุด กระทั่งเขาเห็นกำแพงเมืองขนาดใหญ่ที่เคยเดินทางผ่านในช่วงที่ทหารพาเขามาแนวหน้า แอนเดอร์สันก็ได้เข้าไปพบทหารที่อยู่บนกำแพงในทันที


    “ผมแอนเดอร์สัน สกอร์เปี้ยนส์ ทหารหน่วยเอทไนน์ ต้องการรายงานเรื่องที่เกิดภายในเกทด่วน”


    ทหารที่อยู่บนกำแพงตกใจตื่นหลังจากได้ยินชื่อแอนเดอร์สันและหน่วยที่เขาสังกัด ภายใต้การมองสำรวจแอนเดอร์สันที่เต็มไปด้วยเลือดและเสื้อผ้าฉีกขาด ทหารจึงรีบพาตัวแอนเดอร์สันไปยังสถานที่ที่เขาสามารถรายงานเรื่องเกทได้


    “ขออนุญาตครับ มีทหารออกมาจากเกท เขาต้องการที่จะรายงานสิ่งที่อยู่ด้านใน”


    “มัดเขาไว้ เผื่อเขาจะเป็นเหมือนนักวิทยาศาสตร์เหล่านั้น”


     แอนเดอร์สันได้ยินเสียงพูดของพี่ 1 ดังมาจากตึกของเหล่าผู้มีอำนาจในการสั่งการค่ายทหารที่ 12   ถึงอย่างนั้นเขาจำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้จึงยอมให้ถูกจับตัวเพราะยังไงเขาก็สามารถหลุดออกไปได้ หากพี่ชายของเขาต้องการเล่นงาน


     




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย ที่คุณอ่าน