Chapter 14 : มาเรียนวันแรกก็ก่อวีรกรรมแล้ว
หลังจากที่ครอบครัวของเมฆได้ย้ายเข้ามายังบ้านหลังใหม่ได้ประมาณ1 สัปดาห์แล้ว วันนี้ก็เป็วันเปิดเทอมของโรงเรียนที่เมฆและฟ้าเรียนอยู่ทำให้ทั้งเมฆและฟ้าต้องตื่นแต้เช้าเพื่อไปยังโรงเรียน
“พี่ เสร็จรึยัง? เดี๋ยวก็ไม่ทันคิวรถหรอก!”ฟ้าที่รออยู่ที่ชั้นล่างของบ้านะโถามเมฆขึ้น
“เสร็จแล้ว! พี่จะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ!!” เมฆรีบตอบกลับน้องสาวของตนก่อนที่จะดึงเนคไทขึ้นและเปิดประตูห้องเพื่อลงไปยังชั้นล่างในทันที
หลังจากที่เมฆเดินลงมาเสร็จก็รีบเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับฟ้าและไปยังที่รอรถประจำทางเพื่อไปโรงเรียนนั่นเอง
โรงเรียนที่เมฆและฟ้าได้มาเข้าเรียนนั้นเป็โรงเรียนนานาชาติชื่อดังแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองกรุงเทพเนื่องจากเมฆเป็เด็กที่สอบเข้าเรียนได้โดยทุน จึงโชคดีที่ไม่ต้องจ่ายค่าเทอมแต่ฟ้านั้นต่างออกไป เนื่องจากฟ้าเป็เด็กที่ย้ายเข้ามากลางคันจึงต้องเสียค่าเทอมตามปกติ
และเนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้เป็โรงเรียนนานาชาติที่มีชื่อเสียงค่าเทอมแต่ละเทอมนั้นจึงเรียกได้ว่าแพงแสนแพงสำหรับคนธรรมดาทั่วไปนักทำให้ผู้ที่จะมาเรียนยังโรงเรียนแห่งนี้ส่วนใหญ่จึงมีแต่ลูกผู้ดีแทบทั้งนั้น แม้จะมีเด็กที่มีฐานะธรรมดาที่ปนเข้ามาจากการสอบชิงทุนเข้ามาได้บ้างเช่นกันแต่ก็เป็ส่วนน้อย ซึ่งอันที่จริงแต่เดิมเมฆก็อยู่ในกลุ่มคนส่วนน้อยเหล่านี้แต่เนื่องจากปัจจุบันครอบครัวของพวกตนถือได้ว่ามีฐานะที่ค่อนข้างร่ำรวยในระดับหนึ่งแล้วจึงไม่ถือว่าเมฆอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้แต่อย่างใด
เช้าวันแรกของการเปิดภาคเรียนนั้นที่หน้าโรงเรียนมีแต่รถยนต์ของผู้ปกครองที่มาส่งลูกหลานของตนเข้ามาเรียนอยู่เต็มหน้าโรงเรียนอยู่เต็มไปหมดเนื่องจากเป็โรงเรียนของครอบครัวซึ่งส่วนใหญ่มีอันจะกินทำให้พวกผู้ปกครองแทบจะทั้งหมดถึงกับต้องลงทุนขับรถมาส่งกันั้แ่วันแรกเลยทีเดียวบ้างก็เพราะโรงเรียนเป็ทางผ่านไปยังที่ทำงานของพวกเขาบ้างก็เพราะมาส่งลูกเรียนที่นี่ในวันแรก จึงเห่อเป็ธรรมดาและบ้างก็แค่ขับมาเพราะอยากอวดรถของตนให้กับผู้ปกครองคนอื่นๆให้เห็นว่าตนรวยกว่าก็ยังมี
จะมีนักเรียนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่นั่งรถประจำทางมาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นักเรียนทุนที่มีฐานะทางบ้านไม่ดีเท่าใดนักแต่ก็มีบางจำพวกที่เห็นว่าการนั่งรถประจำทางมาเรียนสะดวกและรวดเร็วกว่าก็มีตัวอย่างเช่นเมฆเป็ต้น
เมื่อเมฆและฟ้าเดินลงมาจากรถประจำทางเรียบร้อยแล้วเมฆและฟ้าจึงพากันเดินเข้าไปยังในโรงเรียนทันทีโดยระหว่างที่พวกเขากำลังเดินเข้าไปในโรงเรียนนั้นก็มีสายตาของทั้งเหล่าผู้ปกครองและเหล่านักเรียนจับจ้องพวกตนอยู่ไม่น้อยเช่นกัน
‘คุณนายดูเด็กพวกนั้นสิคะนั่งรถประจำทางมาโรงเรียนด้วยแหละ สงสัยที่บ้านคงไม่มีคนขับรถมาส่งล่ะ’
‘นั่นสินะคะสงสัยคงจะเป็พวกลูกคนจนๆที่บังเอิญเข้ามาเรียนที่นี่ได้แน่เลย เหม็นสาบคนจนจริงๆ’
‘ทำไมทางโรงเรียนต้องปล่อยให้พวกคนจนๆเข้ามาเรียนที่นี่ด้วยก็ไม่รู้นะเดี๋ยวกลิ่นคนจนมาติดลูกของชั้นจะทำยังไงกัน?’
เสียงของเหล่าผู้ปกครองที่กระซิบกระซาบกันอยู่นั้นมันดังพอที่จะลอยเข้ามาในหูของเมฆและฟ้าในทันทีฟ้าที่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธเป็อย่างมากที่คนพวกนี้กล้าดูถูกครอบครัวของเธอแต่ในขณะที่เธอกำลังจะะโว่าพวกเขาออกไปอยู่นั้นจู่ๆเมฆก็ยกมือขึ้นมาลูบหัวของเธอ พร้อมกับพูดขึ้นเบาๆ
“ฟ้าไม่ต้องไปสนใจเสียงนกเสียงกาพวกนั้นหรอกคนพวกนั้นเขาไม่ได้รู้จักอะไรเราซักหน่อยไม่จำเป็ต้องเก็บคำพูดของพวกมันมาใส่ใจหรอกนะ”เมฆกล่าวขึ้นพร้อมกับลูบหัวของฟ้าเบาๆ
“แต่พี่คะ!! พวกเขาน่ะ....” ฟ้าพยายามที่จะแย้งแต่ก็ถูกเมฆนำนิ้วชี้มาปิดปากของเธอเอาไว้
“เชื่อพี่เถอะฟ้าเถียงกับพวกนั้นไปก็ไม่ทำให้อะไรมันดีขึ้นหรอกกลับกันมันจะยิ่งทำให้ตัวเราตกต่ำลงขึ้นมาด้วยนะ”
หลังจากที่ได้ยินคำตอบจากพี่ชายของเธอฟ้าจึงยอมเชื่อฟังและเงียบลงไปในทันที ถึงแม้ในใจของเธอยังคงโมโหอยู่ก็ตามเมฆที่เห็นดังนั้นก็สงสารน้องของตนอยู่ไม่น้อย น้องสาวของตนเพิ่งจะอายุได้ 13ปีเท่านั้น แต่ทำไมต้องมาเจอคำพูดด่าทอจากคนพวกนี้ด้วย?เดิมทีเมฆก็ไม่ได้สนใจคำพูดของคนพวกนี้อยู่แล้วแต่เมื่อเห็นน้องสาวของเขาซึมเศร้าเพราะพวกมันจึงทำให้เมฆเริ่มมีน้ำโหอยู่เหมือนกันเมฆจึงหันกลับไปยังเหล่าผู้ปกครองที่นินทาพวกเขาเมื่อครู่ พร้อมกับะโขึ้น
“ถ้าพวกป้าๆมีเวลาว่างมากขนาดที่จะมานินทาลูกๆของครอบครัวคนอื่นล่ะก็ช่วยหุบปากนั่นแล้วกลับไปสั่งสอนลูกพวกป้าด้วยนะครับว่าอย่าให้โตมามีนิสัยขี้เสือกเื่ชาวบ้านแบบพวกป้าน่ะเพราะอะไรรู้มั้ยครับ? เพราะมันน่าสมเพชไงล่ะ”กล่าวจบเมฆก็รีบพาฟ้าออกจากที่แห่งนั้นโดยทันทีโดยที่เหล่าผู้ปกครองที่โดนเมฆด่าเมื่อครู่ถึงกับมึนไปพักหนึ่งก่อนที่จะรู้ตัวว่าโดนเด็กคนนั้นด่าพวกตนเข้าหน้าอย่างจังกลางที่สาธารณะแห่งนี้
“กรี๊ดดด!! เ้าเด็กนั่นมันกล้าดียังไงถึงมาด่าชั้นแบบนี้!! แบบนี้ต้องรายงานอาจารใหญ่แล้วว่ารับเด็กแบบนี้เข้ามาได้ยังไงกัน!!”
“ชั้นเห็นด้วยค่ะ!!พวกเรารีบไปรายงานกันเถอะ!!”
เหล่าผู้ปกครองที่โดนเมฆด่าเมื่อครู่ถึงกับโมโหและเตรียมตัวที่จะไปแจ้งเื่ของเมฆให้เหล่าอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนแห่งนี้ได้ทราบโดยที่พวกหล่อนไม่ได้รู้ตัวเลยว่า กำลังชักนำหายนะเข้ามาสู่พวกตัวเธอเอง
‘คลาวสืบหาประวัติของคนที่ด่าชั้นเมื่อกี๊ให้ละเอียดเลยนะแล้วสืบดูว่าครอบครัวของพวกมันทำงานกิจการอะไรกันอยู่’
[รับทราบครับนายท่านแล้วหลังจากนั้นจะให้ผมทำอะไรต่อไปครับ?] คลาวถามเมฆทำให้เมฆแอบยิ้มแสยะอย่างชั่วร้ายครู่หนึ่ง ก่อนที่จะตอบคลาวไป
‘นายก็ทำการ......’
หลังจากที่เมฆกับฟ้าเดินห่างออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วฟ้าก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงงอแงเล็กน้อย
“ไหนพี่บอกว่าไม่ต้องไปตอบโต้กับคนพวกนั้นไง?แล้วที่พี่ทำเมื่อกี๊คืออะไรอ่ะ?” ฟ้าถามเมฆด้วยอารมณ์งอแง
“อันที่จริงพี่ก็ไม่ได้สนใจพวกมันหรอกนะแต่พอเห็นว่าฟ้าเสียใจเพราะคำพูดของพวกมัน เลยทำให้พี่อดไม่ได้น่ะ” เมฆตอบพร้อมกับยักไหล่ขึ้นเล็กน้อยแต่ฟ้าที่ได้ยินคำตอบจากพี่ชายของเธอก็ทำให้เธอใอยู่ครู่หนึ่งเช่นกัน
“ที่พี่ทำ....เป็เพราะหนู?” ฟ้าเอ่ยถามขึ้น
“ก็แน่นอนสิคิดว่าพี่จะทำแบบนั้นเพื่อใครกันล่ะฮึ? ไม่ว่าคนๆนั้นมันจะเป็ใครก็ตามถ้ามันกล้ามาทำให้น้องสาวของพี่เสียใจ พี่จะไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่” เมฆตอบด้วยสีหน้าและน้ำเสียงจริงจังจนทำให้ฟ้าถึงกับอึ้งและเขินไปอยู่พักหนึ่ง
“....พอได้แล้ว...พี่บ้า....หนูเข้าใจแล้วล่ะ” ฟ้าตอบกลับพี่ชายของเธอด้วยท่าทีเขินอายทำให้เมฆรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่เห็นท่าทางแบบนี้ของน้องสาวตน
“เอาเถอะยังไงเราก็ไปเข้าเรียนกันก่อนเถอะ นี่มันก็ใกล้จะสายแล้วด้วย” เมฆที่เห็นว่าใกล้จะได้เวลาเข้าเรียนแล้วจึงบอกกับฟ้าไปซึ่งฟ้าเองก็พยักหน้าแต่โดยดี ก่อนที่จะตามพี่ชายของเธอไปส่งเธอยังห้องเรียน
หลังจากที่เมฆได้ส่งฟ้าไปยังห้องเรียนของเธอเรียบร้อยแล้วเมฆจึงคิดที่จะเดินไปยังห้องเรียนของตนเช่นกันแต่ระว่างที่กำลังเดินมาได้ครึ่งทางอยู่นั้นจู่ๆก็มีเสียงๆหนึ่งะโเรียกเขาจากด้านหลังขึ้น
“นั่นไงคะคุณครู!!มันล่ะค่ะ ไอ้เด็กนักเรียนที่ว่านั่น!!”
เมื่อเมฆหันกลับไปดูก็พบว่าเป็เหล่าผู้ปกครองหญิงสามคนที่กล่าวนินทาฟ้าและตนเมื่อสักครู่พร้อมกับชายที่ดูเหมือนเป็อาจารย์คนหนึ่ง
ชายที่ดูเหมือนว่าจะเป็อาจารย์คนนั้นพยักหน้ากับผู้ปกครองทั้งสามก่อนที่จะเดินเข้ามาหาเมฆพร้อมกับพูดคุยด้วย
“เธอเป็เด็กที่ไปต่อว่าผู้ปกครองเหล่านี้รึเปล่า?” อาจารย์ชายคนนั้นถามเมฆขึ้นมาด้วยความสุภาพ ทำให้เมฆนับถือเขาเล็กน้อยที่เขาไม่ได้เป็คนฟังความแต่เพียงฝ่ายเดียวแต่กลับมาถามจากปากของตนเพื่อยืนยันให้แน่ใจ นับว่าสมกับเป็คุณครูประจำโรงเรียนดังแห่งนี้จริงๆ
เมฆพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบทำให้อาจารย์ชายดูปวดหัวเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดกับเมฆต่อ
“งั้นครูคงต้องเชิญเธอไปห้องปกครองหน่อยนะตามครูมาดีๆล่ะ”อาจารย์ชายพูดขึ้นพร้อมกับพาเมฆไปยังห้องปกครองด้วยความสุภาพส่วนเหล่าผู้ปกครองต่างก็พากันมองหน้าเมฆอย่างเอาเื่เมฆที่เห็นดังนั้นก็ทำเป็ไม่สนใจพร้อมกับเดินผ่านพวกเขาไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับพวกเขาไม่มีตัวตนนั่นยิ่งทำให้พวกเธอโกรธมากขึ้นไปอีก
“หนอยไอ้เด็กเวรเจอแบบนี้แล้วยังไม่สำนึกอีก อย่าคิดะว่าชั้นจะปล่อยแกไปง่ายๆน่ะ!!” เหล่าผู้ปกครองพูดขึ้นอย่างโมโห ก่อนที่จะเดินตามอาจารย์ไป
เมื่อเมฆเข้ามานั่งยังห้องปกครองพร้อมกับเหล่าผู้ปกครองคู่กรณีเรียบร้อยแล้วอาจารย์ประจำห้องปกครองก็เริ่มสอบถามขึ้นมาทันที
“เธอชื่อเมฆสินะวันนี้เมื่อตอนเช้าชั้นได้รับเื่ร้องเรียนมาจากผู้ปกครองทั้งสามท่านคนนี้ว่าเธอได้พูดจาว่าร้ายแก่พวกเธอไม่ทราบว่าสิ่งที่พวกเธอได้กล่าวเป็ความจริงรึเปล่าจ๊ะ?”อาจารย์หญิงประจำห้องปกครองถามเมฆด้วยท่าทีอ่อนโยนผิดกับเหล่าผู้ปกครองที่ไม่พอใจที่อาจารย์คนนี้ทำตัวสุภาพกับเมฆ
“อาจารย์จะไปถามมันทำไมล่ะคะ?เห็นอยู่ชัดๆว่าพวกชั้นโดนไอ้เด็กนี่มันด่าเอาน่ะ! แถมพยานก็มีพวกชั้นตั้งสามคนมายืนยันนะคะ!!” เหล่าผู้ปกครองโวยวายขึ้นอาจารย์หญิงเองก็เริ่มไม่พอใจกับผู้ปกครองพวกนี้เช่นกันแต่เนื่องจากเธอเป็อาจารย์ จึงต้องใจเย็นๆเข้าไว้
“ใจเย็นๆก่อนนะคะพวกคุณแม้สิ่งที่พวกคุณพูดอาจจะเป็ความจริงก็ตามแต่ดิชั้นก็ต้องสอบถามเขาก่อนค่ะว่าเื่ที่พวกคุณพูดขึ้นมานั้นเป็ความจริงหรือไม่”
“นี่คุณหาว่าพวกดิชั้นโกหกงั้นเหรอคะ!!”เหล่าผู้ปกครองที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับโมโหขึ้นยิ่งทำให้อาจารย์หญิงรู้สึกปวดหัวขึ้นมากกว่าเดิมอีก แต่ขณะที่เธอกำลังจะพูดอะไรอยู่นั้นเองจู่เมฆก็เอ่ยขึ้น
“.....ผมไม่ได้ทำครับอาจารย์”
หลังจากที่เมฆพูดออกไปก็ทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เหล่าผู้ปกครองจะเริ่มตั้งสติได้และเริ่มหันมาด่าทอเมฆ
“ดู๊....ดูสิไอ้เด็กหน้าด้านนี่ ทั้งๆที่เมื่อเช้าก็มีคนหลายคนเห็นเหตุการณ์อยู่แท้ๆแต่กลับพูดมาได้ไม่อายปากว่าไม่ได้ทำ สมกับที่เป็เด็กชั้นต่ำจริง!!”
ทันทีที่อาจารย์หญิงได้ยินคำพูดของผู้ปกครองคนนี้ก็ทำให้เธอเริ่มมีน้ำโหขึ้นมานิดๆเช่นกัน
“คุณคะจะพูดอะไรช่วยให้เกียรติทางเราด้วยค่ะ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นักเรียนของโรงเรียนเรานะคะ” อาจารย์หญิงกล่าวต่อว่าผู้ปกครองที่ด่าเมฆขึ้น
“ทะ.....หนอยแกเป็แค่อาจารย์ชั้นล่างกล้ามาขึ้นเสียงกับชั้นงั้นเหรอ! ได้!!เดี๋ยวเราจะได้เห็นดีกัน!!” ผู้ปกครองที่ถูกอาจารย์หญิงว่ากล่าวอย่างมีน้ำโห
“จะทำอะไรก็ตามใจคุณเถอะค่ะแต่ขอให้คุณรู้ไว้อย่างหนึ่งนะคะ ว่าที่นี่คือโรงเรียนของฉันและทางโรงเรียนนี้ก็มีกฎของมันอยู่เช่นกัน!! ไม่ใช่ที่ๆใครสามารถมาก่อเื่วุ่นวายได้ตามใจชอบค่ะ!!”
ทันทีที่อาจารย์หญิงกล่าวจบก็ทำให้เหล่าผู้ปกครองมองเธอด้วยความโมโห เพราะแม้เธอจะพูดว่าจะเอาเื่กับทางโรงเรียนแห่งนี้ก็ตามแต่ที่จริงแล้วเธอก็เป็แค่เหล่าแม่บ้านธรรมดา ไม่ได้มีอำนาจมากขนาดนั้น
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจ้องหน้ากันอยู่นั้นเองจู่ๆโทรศัพท์ของเหล่าผู้ปกครองก็ดังขึ้น จากเครื่องหนึ่ง เป็สองเครื่องและเริ่มดังเป็สามเครื่องในเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้ทั้งพวกเธอและอาจารย์หญิงรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยก่อนที่เหล่าผู้ปกครองจะหยิบโทรศัพท์ของพวกเธอขึ้นมาและก็แปลกใจที่ว่าเป็สามีของพวกเธอที่โทรมานั่นเอง
“เชิญรับก่อนก็ได้ค่ะทางเราสามารถรอได้” อาจารย์หญิงเอ่ยขึ้นจึงทำให้เหล่าผู้ปกครองรีบกดรับในทันทีด้วยความโมโหเล็กน้อยที่สามีของพวกตนโทรมาขัดจังหวะเวลาในตอนนี้
“อะไรคะคุณโทรมาทำไมกันตอนนี้....คะ?....อะไรนะคะ?......ก็อยู่ที่โรงเรียนลูกของเราไงคะ.....ห๊ะ?ว่าไงนะคะ?ชั้นไม่ได้ทำเื่แบบนั้น.....พ.....พูดจริงเหรอคะ!? ค่ะๆเข้าใจแล้วค่ะ.....”
หลังจากที่พวกเธอพูดคุยกับปลายสายเสร็จเรียบร้อยแล้วพวกเธอทั้งหมดก็หันมามองเมฆขึ้นมาพร้อมกันด้วยสีหน้าหวาดกลัวขึ้นมาในทันทีก่อนที่หนึ่งในพวกเธอจะพูดขึ้น
“อาจารย์คะเื่เมื่อกี๊นี้เป็พวกดิชั้นที่เข้าใจผิดไปเองล่ะค่ะ ต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ” พวกเธอหันไปกล่าวขอโทษกับอาจารย์ทำให้อาจารย์หญิงรู้สึกมึนงงเป็อย่างมาก แต่ก่อนที่จะทันได้ถามอะไรเหล่าผู้ปกครองก็หันมาคุยกับเมฆต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพกว่าเมื่อก่อนเป็อย่างมาก
“หนู....เอ๊ย....คุณเมฆใช่มั้ยคะ?เมื่อสักครู่พวกดิชั้นต้องขออภัยในความหยาบคายเมื่อสักครู่ด้วยค่ะดูเหมือนว่าจะเป็พวกดิชั้นเองที่เข้าใจผิดไปถ้ายังไงช่วยยกโทษให้พวกดิชั้นด้วยได้มั้ยคะ?”เหล่าผู้ปกครองเอ่ยกล่าวกับเมฆด้วยท่าทีอ่อนน้อมและหวาดกลัวนั่นยิ่งทำให้อาจารย์หญิงรู้สึกแปลกใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอเมื่อครู่กันแน่
“....แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะครับหวังว่าคงจะไม่มีครั้งหน้าอีก ไม่อย่างนั้นเื่มันไม่จบแค่นี้แน่” เมฆกล่าวตอบกลับพวกเธอไป ทำให้พวกเธอถึงกับกลืนน้ำลายก่อนที่จะขอโทษเมฆขึ้นอีกครั้งหนึ่ง และขอตัวลาเมฆและอาจารย์หญิงออกจากห้องไปด้วยความรวดเร็วทิ้งให้อาจารย์หญิงมึนงงอยู่ในห้องเ่าั้กับเมฆตามลำพังก่อนที่เธอจะเริ่มได้สติแล้วถามเมฆขึ้น
“เธอไปทำอะไรกับพวกเขางั้นเหรอ?” อาจารย์หญิงถามเมฆด้วยความสงสัย แต่คำตอบที่เธอได้รับกลับมานั้นมันทำให้เธอรู้สึกหนาวสันหลังไปเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เมฆตอบกลับเธอมานั่นก็คือ
“....ก็ไม่รู้สิครับคงเป็ความโชคร้ายที่พวกเขาหาเื่ผิดคนล่ะมั้งครับ”พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูยังไงก็ไม่เหมือนรอยยิ้มที่ดูมีความสุขเลยแม้แต่น้อยกลับกันแล้วมันดูเหมือนรอยยิ้มของพวกโรคจิตเสียมากกว่า
EXTRA
ก่อนหน้านี้ไม่นาน่ที่เมฆไปส่งน้องสาวของตนเข้าห้องเรียน
“เฮ้ยดูดิห้องเรียนของเรามีเด็กน่ารักขนาดนั้นด้วยเหรอวะ?”
“ไหนๆ?เออจริงด้วยว่ะ!! คนอะไรวะน่ารักเป็บ้า!!”
เหล่านักเรียนชายในห้องต่างพากันหลงเสน่ห์ของฟ้าและกลายเป็แฟนคลับของฟ้าในทันทีในขณะที่เหล่านักเรียนหญิงนั้น
“แล้วคนที่เดินมาส่งเธอเมื่อกี๊เป็ใครกันน่ะ?ดูจากชุดเครื่องแบบแล้วน่าจะเป็นักเรียน ม.ปลายนี่หว่า”
“นั่นสิๆแต่ดูๆแล้วรุ่นพี่คนนั้นก็หน้าตาดีมากเลยนะ คนอะไรหล่อไม่บันยะบันยังเลยอ่ะเห็นแล้วอยากให้มาเป็พ่อของลูกเลยค่า”
“กรี๊ด!! ไม่ได้นะ คนๆนั้นต้องเป็ของชั้นต่างหากล่ะ!!”
“ไม่ย่ะต้องเป็ของชั้น!!”
เหล่านักเรียนหญิงที่เห็นเมฆต่างก็ตกหลุมรักเมฆั้แ่แรกเห็นในทันทีจนทำให้ในภายหลังในโรงเรียนแห่งนี้ถึงกับมีการก่อตั้งชมรมแฟนคลับของฟ้าและเมฆขึ้นมาอย่างลับๆโดยที่เ้าตัวทั้งสองไม่ได้รู้ถึงเื่พวกนี้เลยแม้แต่น้อยกว่าที่พวกเขาจะรู้ตัวก็ล่อเข้าไปเกือบปีแล้วนับั้แ่ที่ชมรมนี้ถูกก่อตั้งขึ้น