ผ่านไป 20 นาที เว่ยหลงเจี๋ยถูกพามายังท้องพระโรงพร้อมกับเสียงบ่นตลอดทาง
“ลุงกงกงเหตุใดท่านต้องรีบเร่งข้าเช่นนี้ด้วยเล่า!เสด็จพ่อกำลังเล่านิทานเื่จอมยุทธ์ใต้ให้ข้าฟังอยู่ ท่านมาขัดจังหวะเอาเสียได้ท่านพี่นะท่านพี่ เหตุใดต้องมารบกวนเวลาฟังนิทานของข้าด้วย”
“ท่านอ๋อง ฝ่าามีรับสั่งให้พระองค์เข้าเฝ้าเห็นว่ามีเื่ด่วนสำคัญมากต่อพระองค์นะพ่ะย่ะค่ะ”
“เื่ด่วนสำคัญอะไรนักหนาเหตุใดต้องมาวุ่นวายกับเด็กอย่างข้าด้วยเล่า?”
“เดี๋ยวพระองค์เสด็จถึงก็จะทรงทราบเองพ่ะย่ะค่ะ”
“หากเื่นี้ไม่สำคัญต่อข้าจริงอย่างที่ท่านพูดข้าจะขี่คอท่านสามวันสามคืนเลยนะลุงกงกง!”
“ได้พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมน้อมรับ”
เมื่อหวังกงกงจูงเว่ยหลงเจี๋ยมาถึงหน้าท้องพระโรงะโกล่าวแจ้งฝ่าาและคนในท้องพระโรงทราบทันที!
“ฝ่าาท่านอ๋องห้าขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าห้าเ้ามานี้มาข้ามีอะไรจะให้เ้าดู”
“ท่านพี่ เหตุใดท่านถึงได้วุ่นวายกับข้ายิ่งนักเสด็จกำลังเล่านิทานให้ข้าฟังอยู่และกำลังจะถึงตอนสำคัญแล้วด้วยท่านให้ลุงกงกงมาขัดจังหวะการฟังของข้าพอดี ท่านยังเห็นข้าเป็น้องอยู่อีกหรือไม่?
เว่ยหลงเจี๋ยเดินมาถึงหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้พร้อมกับต่อว่าพี่ชาย
“เ้าบ่นพอแล้วหรือยัง!ที่ข้าเรียกเ้ามาข้าอยากจะถามเ้าว่าเ้ารู้จักท่านหญิงสี่ลู่ชิงอวี้แห่งแคว้นลู่หรือไม่?”
“ข้าไม่รู้จักหรอกท่านพี่ท่านหญิงสี่ลู่ชิงอวี้ ใครกันนะ”
เว่ยหลงเจี๋ยขมวดคิ้วอย่างสงสัย!พลางหันไปมองที่นั่งของแขกผู้มาเยือน
“พี่สาว ท่านจริง ๆด้วย ไหนท่านบอกจะมาพบข้าที่ตำหนักเสด็จพ่ออย่างไรเล่าขอรับ”
ร่างสูงก้าวเท้ายาวจะเข้าไปสวมกอดนาง แต่หลิวลี้ยืนขึ้นขัดขวางเขาไว้ก่อนเขาเบะปากจะร้องไห้ นางรีบห้ามหลิวลี้
“หลิวลี้ไม่เป็ไร”
“ท่านหญิง แต่!!!”
“อาเจี๋ยมาหาพี่สาวเร็วเข้า!เ้าเป็เช่นไรบ้างเมื่อคืนหลับสบายดีหรือไม่?”
ร่างสูงรีบสวมกอดซบอกนางพลางเอ่ยบอกความรู้สึก ทำเอาทุกคนตกตะลึงที่เห็นท่านอ๋องห้าทำกิริยาเช่นนี้กับท่านหญิงสี่ต่อหน้าต่อตาพวกเขา
“พี่สาวข้านอนไม่ค่อยหลับคิดถึงพี่สาวมากขอรับ กลัวท่านจะไม่มาหาข้าดังที่สัญญากับข้าไว้”
“เหตุใดถึงคิดเช่นนั้นเล่า?”
“เพราะพี่สาวปกป้องข้าจากคนที่รังแกข้าข้ากลัวว่าเขาจะไม่ปล่อยให้ท่านมาหาข้าได้แน่”
“อาเจี๋ย วันนี้พี่สาวมาทำตามสัญญาที่ให้ไว้ต่อเ้าแล้วนะพี่สาวจะให้คนที่รังแกงเ้ายอมคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเ้าแต่โดยดี?”
“จริงหรือข้าไม่อยากจะเชื่อเลย เขาเป็ถึงองค์รัชทายาทเชียวนะ พี่สาวทำได้เช่นไรกัน?”
ฮ่องเต้ฟังบทสนทนาของพวกเขาทั้งสองพลางสงสัยว่าทำไมถึงได้สนิทสนมกันถึงเพียงนี้ปกติน้องชายตัวดีจะไม่ยอมเข้าใกล้สตรียกเว้นแม่นมเหนียงกับเสด็จแม่เท่านั้น!”
“เอาละ!เ้าห้าฟังข้านะ หลานชายของเ้ารู้สึกผิดต่อเ้ามาก ที่กล่าวล้อเลียนและไม่ให้เกียรติเ้าที่เป็ถึงเสด็จอาของเขาเ้าจะให้อภัยหลานชายของเ้าหรือไม่?”
“ข้าไม่ถือสาหรอกท่านพี่แม้ว่าเขาจะชอบรังแกล้อเลียนข้าอยู่บ่อย ๆ แต่ข้าก็ให้อภัยเขา เพราะข้าเป็เด็กดีเด็กดีต้องรู้จักให้อภัยและเมตตาต่อผู้อื่น เหมือนที่เสด็จพ่อทรงตรังสั่งสอนใช่หรือไม่ท่านพี่?”
ฮ่องเต้ปวดหัวกับน้องชายคนนี้หากเขาไม่ป่วยจนเหมือนเด็ก 8 หนาว เขาเนี้ยนะ! จะรู้จักให้อภัยและเมตตาผู้อื่นช่างตรงข้ามกับความเป็จริง
“เ้าสามเสด็จอาของเ้าให้อภัยเ้าแล้ว รีบมาคุกเข่าขอโทษเสด็จอาของเ้าเร็วเข้า!!”
“เสด็จพ่อ!!!!ลูก.........ลูก.....”
เว่ยหลงอันหันไปหาผู้เป็ตาแต่ท่านตากลับส่งสายตาย้ำเตือนให้เขารีบขอโทษอ๋องห้าให้เร็ว!เว่ยหลงอันเดินเข้าไปหาเว่ยหลงเจี๋ย แล้วคุกเข่าขอโทษอย่างเชื่องช้า!
“เสด็จอาหลานชายผิดไปแล้วยกโทษให้หลานด้วยเถิด”
“องค์รัชทายาทหม่อมฉันคิดว่าไม่ใช่คำตรัสแบบนี้นะเพคะ ทรงลืมแล้วหรือเพคะ?”
ฟานอวี้ย้ำเตือนให้เขาพูดขอโทษตามข้อตกลงกันไว้
“เสด็จอาหลานผิดไปแล้วให้อภัยหลานด้วยที่หลานทำเสียงสุนัขเห่าหอนเช่นนี้”
เว่ยหลงอันคุกเข่าก้มหน้าพร้อมกำมือแน่นอย่างคับแค้นใจ
“โอ๋.....หลานชายทำผิดแล้วยอมรับผิดนี่สิถึงเป็ชายชาตินักรบอย่างแท้จริง ข้าให้อภัยแก่เ้า ลุกขึ้นเถิด”
“ขอบพระทัยเสด็จอา”
เว่ยหลงเจี๋ยไม่ได้สนใจหลานชายตัวดี เอาแต่จะสนทนากับนาง “พี่สาวท่านมีของเล่นมาให้ข้าด้วยไม่ใช่หรือ?”
“มีสิ!เดี๋ยวออกจากท้องพระโรงพี่สาวจะเอาให้เ้านะ”
“พี่สาวใจดีกับข้ายิ่งนัดข้ารักท่านขอรับ”
ร่างสูงเอาแต่คลุกคลีอยู่กับนาง ไม่สนสายตาของผู้อื่นเลยจนทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาอายแทนเขาที่ทำกิริยาเช่นนี้ในที่แจ้งนางไม่รู้จะทำอย่างไรเช่นกัน ทั้งเขินอาย ทว่าเขาเป็แค่เด็กน้อย 8 หนาว จะถือสาอะไรได้!
สหายคนสนิททั้งสองของเว่ยหลงเจี๋ยต่างพากันส่ายหัวให้กับความไร้เดียงสาของเขา
ทันใดนั้นก็มีหัวหน้าองครักษ์นามว่าม่อจื่อ รีบมาเข้าเฝ้ากราบทูลรายงาน “ทูลฝ่าา ทหารองครักษ์ของรัชทายาทเกือบ 100 นายนอนหมดสติบริเวณเส้นทางเข้าพระราชวังผ่านมายังท้องพระโรงพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมสืบทราบมาว่าทหารองครักษ์เ่าั้ติดตามสกัดกั้นสตรี2 นาง ที่ปิดบังใบหน้าและควบม้ามายังท้องพระโรงพ่ะย่ะค่ะ”
ทุกคนต่างฮือฮาอีกรอบเพราะหญิงสาวทั้งสองที่องครักษ์ม่อจื่อ เอ่ยบอก ก็คือท่านหญิงสี่กับองครักษ์ผู้ติดตามไม่ใช่หรือ
หลิวลี้กุมขมับ มีเื่อีกจนได้!
ฟานอวี้รีบอธิบาย “ทูลฝ่าาหม่อมฉันเห็นว่าเหล่าองครักษ์ขององค์รัชทายาทออกมาต้อนรับหม่อมฉันทั้งสองอย่างดีเลยเพคะหม่อมฉันก็เลยให้รางวัลโดยการให้พวกเขาได้พักเสียบ้าง คงอีกประมาณ 6 ชั่วยาม เพคะถึงจะฟื้น”
ทุกคนอึ้งไปชั่วขณะนี่นางสามารถวางยาสลบองครักษ์เกือบร้อยนายเชียวหรือ นางทำได้อย่างไรกัน!!!
วันนี้มีเื่มากมายให้ฮ่องเต้และขุนนางทั้งหลายได้ตื่นเต้นตื่นตระหนกติดต่อการหลายเื่ ชนิดที่ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการประชุมทุกครั้งที่ผ่านมา
ทันใดนั้นก็มีขันทีจากตำหนักกุ้ยเฟยรีบวิ่งเข้ามาในท้องพระโรง“ทูลฝ่าาเกิดเื่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เื่อันใดอีกเล่า?”
“กุ้ยเฟยทรงเจ็บพระครรภ์มากกำลังจะคลอดแล้วพ่ะย่ะค่ะเวลานี้หมอหลวงอยู่กันเต็มพระตำหนัก”
“อะไรนะ!กุ้ยเฟยกำลังจะคลอดแล้วหรือ นี่ข้ากำลังจะได้ลูกเพิ่มมาอีกสองคนแล้วหรือ ช่างเป็วันดีเป็วันมงคลเหลือเกิน
“ทูลฝ่าา คือว่า.....”
“อันใดเล่าขันทีฉู่เหตุใดถึงได้พูดอ้ำอึ้งเยี่ยงนี้
“เกรงว่าจะไม่เป็เช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะหมอหลวงทั้งวังต่างพูดเป็เสียงเดียวกันว่าในครรภ์ของกุ้ยเฟยเป็ทารกแฝดจริงแต่ทารกไม่ยอมกลับหัวจึงไม่สามารถทำคลอดได้ กุ้ยเฟยร้องด้วยความเ็ปจนทนไม่ไหวเวลานี้หมดสติไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าว่าอะไรนะ อย่าบอกนะว่าข้าต้องสูญเสียกุ้ยเฟยพร้อมกับลูกแฝดของข้าไป!ขันทีฉู่เ้ารีบไปบอกเหล่าหมอหลวงให้ทำคลอดรักษาชีวิตนางกับลูกให้ได้! ไม่เช่นนั้นข้าจะสั่งตัดหัวพวกมันให้หมด!”
“ฝ่าาโปรดไว้ชีวิตเหล่าหมอหลวงด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะหมอหลวงทั้งวังพยายามสุดความสามารถแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าาโปรดไว้ชีวิตด้วย”(พร้อมกัน)
เหล่าขุนนางขออภัยโทษให้เหล่าหมอหลวงเพราะจำนวนหมอในแคว้นเว่ยมีน้อยมากเมื่อเทียบกับการรักษาราษฎรในแคว้นเว่ยที่มีจำนวนมาก
“ท่านว่าอะไรขันทีฉู่ท่านบอกว่าหมอหลวงทั้งวังไม่สามารถทำคลอดให้กุ้ยเฟยได้หรือ?”
ทุกคนตกตะลึงอยู่แล้วก็ยิ่งตกตะลึงเข้าไปใหญ่ที่อยู่อยู่ท่านหญิงสี่ก็ถามขันทีฉู่ขึ้นมา
“เอ่อ...ท่านคือ?”
“ฝ่าาเพคะหม่อมฉันแม้จะมีศักดิ์เป็ท่านหญิงสี่ แต่หม่อมฉันยังมีอีกหน้าที่หนึ่งที่อยากจะกราบทูลให้ฝ่าาทรงทราบว่าหม่อมฉันเป็หมอมาจากแคว้นเหลียงเพคะนี้คือหยกเขียวประจำตัวของผู้เป็หมอของสำนักโรงหมอ เหลียงเพคะ”
ฮ้องเต้และทุกคนในท้องพระโรงต่างตกตะลึงและฮือฮาอย่างมากที่ท่านหญิงสี่เป็หมอมาจากแคว้นเหลียง
“ท่านหญิงท่านช่างมีความสามารถมากยิ่งนักท่านช่วยทำคลอดให้กุ้ยเฟยได้หรือไม่? ท่านโปรดช่วยชีวิตนางกับลูกของเราด้วยเถิดเราขอร้องนะท่านหญิง”
ฮ่องเต้อ้อนวอนฟานอวี้เพราะเขารักและโปรดปรานพระสนมกุ้ย เฟยอย่างมาก
“ได้เพคะฝ่าาแต่พระองค์ต้องสัญญากับหม่อมฉันก่อนว่าจะไม่ลงโทษเหล่าหมอหลวง”
“ได้ เราสัญญาต่อท่านหากท่านหญิงช่วยชีวิตนางกับลูกได้ เราจะไม่สั่งลงโทษเหล่าหมอหลวงเป็อันขาด”
“เพคะ”
ทันใดนั้นฟานอวี้ก็สั่งการทันที “หลิวลี้!”
“เ้าค่ะ ”
“เ้าจงรีบไปหาเฟ่ยเฟ่ย พานางพร้อมกล่องพยาบาลมาหาข้าที่ตำหนักกุ้ยเฟยด่วน”
“เ้าค่ะท่านหญิง”หลิวลี้รีบมุ่งหน้าไปรับเฟ่ยเฟ่ยตามคำสั่ง
“อาเจี๋ย”
“ขอรับพี่สาว”
“เ้าไปรอข้าที่ตำหนักของเ้าก่อนนะเดี๋ยวข้าเสร็จธุระจะรีบไปหาเ้าและนำของเล่นไปให้เ้าด้วย”
“พี่สาวท่านอย่าทิ้งข้านะ”
“ใครบอกเ้าเช่นนั้นเล่า?ข้าไม่ทิ้งเ้าหรอก”
“ได้ ข้าจะรอท่านนะ พี่สาวขอข้า”
พูดจบร่างสูงยื่นหน้าหอมแก้มนาง “ฟอด”
ทำเอาทุกคนตื่นตะลึง!
“เ้าห้าหากเ้าล่วงเกินท่านหญิงเช่นนี้อีก! เ้าต้องรับผิดชอบอภิเษกสมรสกับนาง”
ฮ่องเต้ย้ำเตือนน้องชายตัวดีที่ชอบล่วงเกินนางบ่อยมากเกินไปทว่าเขาตอบกลับอย่างสบายใจ
“หากข้าได้อภิเษกกับพี่สาวก็ดีนะสิท่านพี่พี่สาวจะได้อยู่ตำหนักเดียวกับข้าและอยู่ใกล้ข้าตลอดไป”
“เ้า!!!!!!”
“พอเถอะเพคะหม่อมฉันไม่ถือสาอาเจี๋ยหรอกเพคะ หม่อมฉันขอตัวก่อนนะเพคะฝ่าา”
พลางหันไปหาขันทีฉู่ “ขันทีฉู่ท่านช่วยนำทางพาข้าไปตำหนักกุ้ยเฟยเถิด”
“ขอรับท่านหญิง”