ยามหลังจาก่เย็นไม่นาน ท้องฟ้าก็เริ่มมืดลงนั้นปู้มั่วเสวียนกับปู้เฉินต่งถูก บิดาของตนเรียกตัวไปพบ
ปู้มั่วเสวียนก็ไปตามคำเรียกโดยไม่ได้คิดอะไรมากผิดกับปู้เฉินต่งที่ตอนแรกนึกว่าตนถูกบิดาเรียกพบเพียงลำพังก็นึกกลัวว่าจะเกิดเื่ใดขึ้นที่เขาก็ไม่รู้หรือไม่ แต่เมื่อพบว่าพี่สาวมาด้วยก็รู้สึกกังวลขึ้นมาหนักกว่าเดิม ไม่รู้ว่าคราวนี้ฮูหยินรองคิดจะใส่ร้ายใดตนกับพี่สาวอีก ตลอดมาพี่สาวของเขามักจะโดนฮูหยินรองกระทำเช่นนี้เสมอด้วยความที่พี่สาวอ่อนต่อโลกในตอนนั้นจึงเข้าใจว่าฮูหยินรองหวังดีกับตน
ปู้มั่วเสวียนกับปู้เฉินต่งเดินเข้าไปหา บิดาของตน แต่ตรงหน้าไม่เพียงจะมีแค่บิดาและฮูหยินรอง แต่ยังมี นายท่านผู้เฒ่าและฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ด้วย ทั้งยังมีปู้ฮุยฮุย และปู้ปัวเยียน เหมือนทั้งหมดนี้จะนั่งทานข้าวกันอย่างอบอุ่นดังที่ฮูหยินรอง้า
สองพี่น้องเดินเข้าไปก็ให้ความรู้สึกเช่นเดิม รู้สึกว่าตนเป็คนนอก
"พวกเ้า วันนี้ไปเรียนเป็เช่นไรบ้าง "
บิดาของทั้งสองกล่าวถามขึ้นมาเพราะตลอดมาจะมีเื่เล่าเสมอว่าปู้มั่วเสวียนจะไปก่อเื่ราวในสถานศึกษาตี้ซูเสมอ วันนี้เขาจึงเกิดอยากรู้ว่าสองพี่น้องคู่นี้ไปเรียนเป็เช่นไรบ้าง เพราะเห็นปู้ฮุยฮุยและปู้ปัวเยียน ไม่กล่าวถึงสักคำ จึงเลือกให้คนไปตามปู้มั่วเสวียนและปู้เฉินต่งมาเอง
"เรียนท่านพ่อ สถานศึกษาตี้ซูเป็สถานที่ดีแห่งหนึ่ง ข้ารู้สึกว่าต่อไปจะได้รับความรู้จากตี้ซูมากมายเป็แน่"
ปู้มั่วเสวียนเอ่ยออกไปตามที่ใจคิด ทั้งยังอยากยืนยันว่าตนมีใจอยากไปเล่าเรียนที่ตี้ซูนักหนา
"อืม ใฝ่เรียนให้มากเล่า"
บิดาของปู้มั่วเสวียนพยักหน้าเอ่ย ทั้งยังมองมาที่ปู้มั่วเสวียนเพื่อสังเกตแต่ดูไปแล้วก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ท่าทีของลูกคนนี้ไม่ได้โกหกทั้งยังหนักแน่น เขาจึงหันไปหาปู้เฉินต่งแทน
"แล้วเ้าเล่า"
"สำหรับข้า...ข้าชอบไปตี้ซูขอรับ "
ปู้เฉินต่งเอ่ยออกมาตามที่ใจคิดแม้จะมีท่าทีไม่มั่นใจที่จะตอบแต่เมื่อเห็นว่ามีพี่สาวยืนยิ้มส่งมาให้ด้วยจึงตอบออกไปอย่างที่ใจคิดไว้
"ดีแล้ว ก็พยายามเก็บเกี่ยวความรู้จากตี้ซูให้มาก ต่อไปอาจจะได้เป็กำลังหลักของแคว้นและสกุลของเรา"
"ขะ ขอรับ "
คำกล่าวเช่นนี้ของบิดาเหมือนจะเป็การฝากความหวังไว้ในตัวของบุตรชายคนโตของสกุลปู้เช่นนั้น ทำให้ฮูหยินรองที่ได้ยินคิดคัดค้านอย่างรุนแรง วันนี้บุตรทั้งสองของตนกลับมาก็ไม่ได้เล่าเื่ที่สถานศึกษาตี้ซูให้ฟัง ทั้งนางก็คิดว่าคงจะเป็เช่นเดิมที่ คงมีเื่ราวขบขันของปู้มั่วเสวียนเช่นทุกครั้ง จึงไม่ได้สนใจสิ่งใดครั้งนี้ต้องสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว
"ท่านพี่ มั่วเสวียนกับเฉินต่งไปตี้ซูครั้งนี้คงจะสนุกไม่น้อย ไม่รู้ว่าเกิดเื่ราวใดที่ตี้ซูบ้าง ลองให้ ฮุยฮุยกับปัวเยียนเล่าให้ฟังหน่อยดีหรือไม่"
ปู้ฮุยฮุยขมวดคิ้วขึ้นมาทันทีที่มารดาของตนกล่าวเปิดประเด็นเช่นนี้ จะให้นางเล่าเื่ราวในวันนี้ได้อย่างไร ทั้งน้องชายของนางปู้ปัวเยียน ไม่ผ่านการคัดเลือก วิชาประดิษฐ์และเครื่องกล ส่วนสองคนนั้นผ่าน ท่านแม่นะท่านแม่ ปู้ฮุยฮุยหันไปมองหน้าปู้ปัวเยียนด้วยสายตาคาดโทษ จนเขาต้องหลบสายตาทันที
"ว่าไง ฮุยฮุย "
ฮูหยินรองยังคงเอ่ยเร่งบุตรสาวของตนเพื่อทำลายบรรยากาศเมื่อครู่ลง ยามนี้ทุกสายตาจึงมองไปยังปู้ฮุยฮุยสลับกับปู้ปัวเยียน
"วันนี้ก็ดีเ้าค่ะ ข้าได้เข้าเรียนวิชามารยาทชั้นสูงด้วยเ้าค่ะ แม้จะมีรายละเอียดมากแต่ข้าก็รู้สึกว่าเหมาะสมกับตัวเองที่สุดเ้าค่ะ"
"ฮุยฮุยเป็คนละเอียดอ่อนชื่นชอบเรียนวิชาเช่นนี้เ้าค่ะ เด็กคนนี้มักจะทำให้คนรู้สึกประหลาดใจนักเชียว แล้วมั่วเสวียนเล่าได้เรียนวิชามารยาทชั้นสูงหรือไม่"
ฮูหยินรองเอ่ยขึ้นมาคล้ายไม่ตั้งใจ แต่ดูเอ็นดูบุตรสาวต่างไส้เช่นกัน หากเป็ปู้มั่วเสวียนเมื่อก่อนคงจะไม่คิดว่าคำถามเช่นนี้เป็การมุ่งร้ายตน ผิดที่คราวนี้ปู้มั่วเสวียนเปลี่ยนไปแล้วจึงมองทะลุปรุโปร่งถึงเจตนาของฮูหยินรอง เห็นดังนี้ปู้มั่วเสวียนก็ไม่ได้จะเอาคืนใดเพราะตนก็ไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับความอิจฉาริษยาของคนเหล่านี้เท่าใดนัก
"คงต้องทำให้ฮูหยินรองผิดหวังแล้ว ข้าไม่ได้เรียนวิชามารยาทชั้นสูงกับน้องสาว ฮุยฮุยเหมาะกับวิชานั้นกว่าข้าแล้ว"
ปู้มั่วเสวียนเอ่ยออกมาเป็การชื่นชมน้องสาวของตนเองแทน ทำให้ฮูหยินรองได้ใจหนักกว่าเดิม
"มั่วเสวียน เ้าอย่าเสียใจไปเลยวิชานี้เหมาะสำหรับบางคนเท่านั้น ยังมีวิชาอื่นให้เ้าเรียนอีกมาก"
"ขอบคุณฮูหยินรองที่ให้กำลังใจข้า"
ปู้มั่วเสวียนไม่ติดใจสิ่งใดในสิ่งที่ฮูหยินรองเอ่ย ตนไม่ได้รู้สึกแค้นเคืองใจที่ฮูหยินรองหักหน้า แต่ตนรู้สึกอยากขำออกมาเล็กน้อยเสียมากกว่า
"แล้วเฉินต่งเล่า ไม่รู้ได้เรียนวิชาใด ปัวเยียน บอกข้าว่าตนอยากเรียนวิชาประดิษฐ์ ทั้งอ่านหนังสือ ทั้งฝึกฝนประดิษฐ์อยู่เสียหลายวันก่อนเปิดเรียน ไม่รู้ผลเป็เช่นไร เด็กคนนี้ก็มีความมุ่งมั่นไม่แพ้บิดาเลย "
ฮูหยินรองกล่าวเริ่มต้นที่ปู้เฉินต่ง แล้วก็จบที่ชื่นชมบุตรชายของตนโดยดึงสายใยพ่อลูกมาร่วมด้วย ช่างล้ำลึกนักเชียว แต่วาจานี้ทำให้ปู้ปัวเยียนอยากเดินออกจากที่นั่นทันที เขาไม่กล้ามั่นใจเท่าใบหน้าของมารดาแล้ว วันนี้โดนพี่สาวด่าเสียหนักหนา กลับมายังโดนมารดาประจานต่อหน้าคนในจวนอีก!
"จริงสิ เ้าได้เรียนวิชาประดิษฐ์หรือไม่ "
บิดาของเขาเอ่ยถามขึ้นมาเหมือนจะเชื่อมารดาไปกว่าครึ่งแล้วว่าเขานั้นมีความมุ่งมั่นจนมันสำเร็จ
"เอ่อ...ข้าสนใจเรียนวิชาอื่นแทนแล้วขอรับ จึงไม่ได้เรียนวิชาประดิษฐ์"
ปู้ปัวเยียนกล่าวออกมาเช่นนี้ก็เป็การยอมรับแล้วว่าเขาไม่อาจผ่านการคัดเลือกวิชาประดิษฐ์ ทำให้บิดามองมาที่เขาอย่างผิดหวังเล็กน้อย วิชาประดิษฐ์เป็วิชาหนึ่งที่ยากวิชาหนึ่งที่จะเข้าเรียน หากเข้าไปเรียนได้ถือว่าสร้างชื่อให้สกุลด้วย แม้วิชานี้จะไม่ได้เรียนเขาก็คาดหวังว่าบุตรของตนจะมีใครสักคนไปเรียนวิชาต่อสู้ แต่มองดูแล้ว บุตรชายของตนทั้งสองคงไม่มีใครจะเรียนวิชานั้นแน่
ฮูหยินรองมองเห็นสถานการณ์แล้วว่าไม่เป็ไปอย่างที่ตนคิดจึงเลือกจะช่วยเหลือบุตรชายเบนความสนใจไปยัง เด็กสองคนที่พึ่งมาแทน ในใจก็รู้สึกแย่เล็กน้อยที่ทำให้บุตรชายของตนได้รับสายตาผิดหวังจากบิดาของเขา
"ท่านพี่ ปัวเยียนคงจะสนใจวิชาอื่นไปสักพักแล้วแต่ข้าเข้าใจผิดว่าเขายังอยากเรียนวิชานั้น เอาล่ะ ไม่รู้ว่าเฉินต่งได้เรียนวิชาใดบ้าง พวกเรายังไม่ทราบกันเลย "
ฮูหยินรองสร้างความสนใจใหม่ทันที ปู้เฉินต่งกลายเป็คนผู้นั้น ยิ่งเห็นสีหน้าของปู้เฉินต่งที่ยามนี้รู้สึกกดดัน นางก็รู้แล้วว่าจะทำลายความเชื่อมั่นที่บิดาของเขามอบให้เช่นไร