ตอนที่ 11 เด็กเวรนี่เอาอีกแล้ว
สวี่ม่ายซุ่ย “กลับไปครั้งที่แล้วแม่ฉันเอวเคล็ด ฉันอยู่นี่ไม่วางใจอยากกลับไปดูสักหน่อย จะได้สั่งเมล็ดพันธุ์ผักด้วย”
ได้ยินว่าแม่สวี่ได้รับาเ็ คิ้วของหลินเจี้ยนเยี่ยก็ขมวดเป็รอยย่น ยกชามขึ้นพลางถามด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่ได้รับาเ็ขนาดนี้ทำไมคุณไม่บอกผม”
สวี่ม่ายซุ่ยตอบ “แม่เฒ่ากลัวคุณเป็ห่วง แกสั่งไม่ให้พูด”
หลินเจี้ยนเยี่ยรู้ว่าแม่เฒ่าดีต่อเขาด้วยใจจริง ก็ตอบกลับด้วยท่าทางอ่อนลง “คุณไปรอบนี้อย่าไปมือเปล่า ผมจะไปจับปลาสักหน่อย แล้วให้คุณเอาไปให้แม่”
สวี่ม่ายซุ่ยแย้ง “ไม่ใช่ว่าคุณมีฝึกเหรอ จะเอาเวลาที่ไหนไปหาปลา ไม่สู้ให้ฉันไปหาอาหารทะเลตอนน้ำลงล่ะ”
หลินเจี้ยนเยี่ย “ผมเห็นแล้วว่าสองวันมานี้ไม่ใช่่น้ำลง คุณจะไปเก็บอาหารทะเลที่ไหน? คุณไม่ต้องกังวลเื่นี้หรอก”
ตอนที่พูด เขาก็กินข้าวหมดไปแล้วสองชาม พอวางชามกับตะเกียบลงบนโต๊ะก็ลุกขึ้น “ที่กรมของผมยังมีเื่นิดหน่อย ผมจะกลับไปก่อน ส่วนเื่ปรับดินค่อยรอผมกลับมาจัดการตอนเย็น”
หากพวกเขาอยากปลูกผักในสวน การปรับหน้าดินก็เป็สิ่งขาดไม่ได้
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ไม่ได้ปฏิเสธ ตอบไปส่ง ๆ “ได้”
รอหลินเจี้ยนเยี่ยไปแล้ว ในบ้านก็เหลือแค่พวกเธอสามคนแม่ลูก ตอนนี้หลินเซียวกินข้าวเสร็จแล้ว จึงเหลือแค่หลินฟาน
เขาอายุน้อยเลยกินช้า ถือชามใหญ่ ๆ ทีหน้าแทบจะจมลงไป
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นแล้วก็ไม่ได้เร่งเขา เก็บกวาดชามตะเกียบของสองสามคนแล้วก็ไปที่ครัว เหลือเขาที่กินช้าไว้ในโถงกินข้าวคนเดียว
ตอนนี้เองที่มีเสียงะโอย่างเร่งรีบดังมาจากประตูบ้าน “หลินเซียว หลินเซียว”
“หลินเซียวออกมาเดี๋ยวนี้ เขตแดนของพวกเราโดนคนยึดไปแล้ว”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังแล้วรีบออกมาดู ก็เห็นหลินเซียวกลิ้งคลานอย่างเร่งรีบออกมาจากห้อง
“ใคร? ใครทำ?”
หู่จือตอบอย่างเร่งรีบ “คนในท้องที่สองสามคน”
หลินเซียวฟังจบ ใบหน้าเล็ก ๆ ก็พลันหนักอึ้ง โพล่งด้วยอารมณ์เดือดดาล “ไอ้พวกเลวนี่ คอยดูว่าฉันจะจัดการมันยังไง พวกเราไป” พูดจบก็วิ่งออกไป
สวี่ม่ายซุ่ยมองแล้วก็รีบดึงแขนเขาแล้วถามด้วยใบหน้ากังวล “นี่มันเที่ยงแล้ว ลูกจะไปทำอะไร อยู่กับบ้านเถอะ”
หลินเซียวโดนแม่รั้งตัวไว้ ก็บิดตัวจนหลุดจากมือของสวี่ม่ายซุ่ย
“แม่อย่าเพิ่งยุ่ง” พูดจบก็วิ่งออกไปกับหู่จือ
สวี่ม่ายซุ่ยโกรธจนยืนด่าหน้าประตู “เ้าเด็กโง่นี่ ถ้าลูกกล้าทำอะไรไม่ดีละก็ กลับมาแม่จะตีให้ก้นลาย”
หู่จือกับต้าเฉียงฟังจบก็ตัวสั่นสะท้าน ถามอย่างกังวลว่า “หลินเซียว แม่นายคงไม่ได้จะตีนายจริง ๆ ใช่ไหม?”
ในใจหลินเซียวเองก็กังวล แต่ก็ยังปากแข็งตอบกลับ “ไม่หรอก แม่ทำไม่ลงหรอก”
ต้าเฉียง “ทำไมฉันคิดว่าดูเหมือนแม่นายจะทำลงเลยล่ะ”
หลินเซียว “…”
“จะไปหรือไม่ไป”
ต้าเฉียง “ไป ๆ ๆ”
หลินเซียวกับหู่จือเพิ่งจะออกมา หลินฟานก็วิ่งออกมาด้วยขาสั้นป้อม ปากก็ะโไม่หยุด “พี่ พี่ รอ… รอผมด้วย”
สวี่ม่ายซุ่ยมองแล้วก็ดึงคอเสื้อเขาไว้แน่น ตอบกลับอย่างอารมณ์เสีย “ลูกจะไปทำอะไรของลูก เขาจะไปชกต่อยลูกก็ไป ลูกดูแขนขาสั้น ๆ ของลูกนี่ จะไปต่อยคนเขาได้ไหม”
หลินฟานฟังจบก็น้อยใจขึ้นมา มองสวี่ม่ายซุ่ยด้วยท่าทางน่าสงสาร “แม่~”
สวี่ม่ายซุ่ย “ะโเรียกแม่ไปก็ไม่มีประโยชน์ แม่ยุ่งกับพี่เขาไม่ได้ แล้วยังยุ่งกับลูกไม่ได้อีก”
“ไปเล่นของลูกไป”
หลินฟานไม่กล้าเท่าหลินเซียว ก้าวไปสองสามก้าวก็กลับเข้าห้อง
สวี่ม่ายซุ่ยมองหลินฟานเข้าห้องตาเขม็งแล้วถึงไปขัดชามที่ห้องครัว โชคดีที่ชามตะเกียบของสี่คนในบ้านไม่ได้มาก พอออกจากห้องครัว ก็เห็นหลินฟานนั่งยองอยู่ที่มุมหนึ่งในสวน กำลังตั้งใจมองอะไรบางอย่างอยู่
สวี่ม่ายซุ่ยค่อย ๆ เดินเข้าไป ก็เห็นหลินฟานกำลังมองกลุ่มมดอย่างตั้งใจ ในมือยังถือไม้อันเล็ก ๆ วาดวงกลมครอบพวกมัน แล้วดูมดรีบย้ายกันเป็กลุ่ม
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นเขาตั้งใจเล่นก็ไม่อยากรบกวน เดินกลับเข้าห้องไปอย่างเงียบเชียบ นำผ้าที่ซื้อมาเมื่อตอนเช้าขีดเส้นทำเสื้อผ้า ขณะเตรียมทำเครื่องหมายบนผ้าที่เพิ่งเอาออกมาวางนี่เองถึงนึกขึ้นได้ว่าเธอไม่รู้ขนาดตัวของเด็กทั้งสอง
ทำได้แค่ะโเรียกหลินฟาน “หลินฟาน อย่าเพิ่งเล่น เข้ามาให้แม่วัดตัวหน่อย”
หลินฟานฟังจบก็รีบโยนไม้ทิ้ง วิ่งไปหาสวี่ม่ายซุ่ย
สวี่ม่ายซุ่ยจูงเขาเข้าห้อง หาสายวัดเจอก็เอามาวัดตัวเขา เพราะว่าเด็กเล็กโตเร็ว ก็ต้องทำให้ใหญ่ขึ้นมาหน่อย
เธอตั้งใจจะทำเสื้อกับกางเกงขาสั้นโดยใช้จักรเย็บผ้าที่บ้าน ไม่นานสวี่ม่ายซุ่ยก็ตัดเย็บเสื้อเสร็จและปักลูกบอลเล็ก ๆ ไว้ตรงอกเสื้อด้านซ้าย ก่อนถือเสื้อผ้ามองไปทางหลินฟานพลางพูด “มาลองนี่มา”
ครั้นหลินฟานเห็นชุดใหม่ ั์ตาก็เปล่งประกายเหมือนดวงดาว เขารีบขยับเข้ามาเปลี่ยนชุดอย่างเปิดเผย
สวี่ม่ายซุ่ยเห็นหลินฟานที่สะอาดสะอ้านก็รู้สึกพอใจอย่างมาก แต่ขณะให้เขาถอดเปลี่ยนเสื้อนี่เองก็ได้ยินเสียงร้อนรนจากด้านนอก “แม่หลินเซียว แม่หลินเซียว เธอรีบออกมาเร็ว”
สวี่ม่ายซุ่ยตอนนี้ไม่สนใจหลินฟานอีก เธอรีบพุ่งออกไป พอออกไปก็เห็นแม่ต้าเฉียงยืนหอบอยู่ที่ประตู พูดว่า “แม่หลินเซียว หลินเซียวตีกับคนอื่นหัวแตก เธอรีบไปดูที่ศูนย์อนามัยเร็ว”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบก็ด่า “เ้าเด็กเวรนี่ รู้จักแต่ก่อเื่ให้แม่” พูดจบก็วิ่งไปที่ศูนย์อนามัย
เธอวิ่งไปสองก้าวก็นึกขึ้นได้ว่าหลินฟานยังอยู่ในบ้าน พอหยุดฝีเท้าก็ได้ยินแม่ต้าเฉียงถามด้วยความสงสัย “เธอเป็อะไรไป?”
สวี่ม่ายซุ่ย “หลินฟานยังอยู่ที่บ้านน่ะ”
แม่ต้าเฉียงฟังจบก็รีบจับมือเธอ พูดตอบ “เธอไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันดูให้อยู่นี่ เธอรีบไปเถอะ”
สวี่ม่ายซุ่ยถึงหันกลับวิ่งไปที่ศูนย์อนามัย พอเข้าไปห้องอนามัยก็เห็นเด็กโตกลุ่มใหญ่ยืนอยู่หน้าประตู พอเห็นสวี่ม่ายซุ่ยเดินเข้ามา ทั้งหมดก็รีบเปิดทางให้ สวี่ม่ายซุ่ยเดินหน้าครึ้มมาด้านใน
เพิ่งไปได้ไม่กี่ก้าว ก็เห็นหลินเซียวที่มีผ้าก๊อซแปะบนหัวเดินออกมา ครั้นเห็นสวี่ม่ายฮุ่ยก็รีบะโเรียกอย่างเก้อเขิน “แม่!”
สวี่ม่ายซุ่ยรอบนี้โกรธจนไม่สนอะไร พุ่งเข้าไปฟาดก้นหลินเซียว “ฉันจะถลกหนังแก! ฉันจะถลกหนังแก!”
หลินเซียวเห็นแม่สติแตกก็ไม่กล้าวิ่งหนี ทำได้แค่หลบขาไปด้านหน้า “แม่! แม่!”
หลังตีไปสองที สวี่ม่ายซุ่ยก็ผ่อนลมหายใจ พูดเสียงเย็น “รอแม่อยู่ตรงนี้”
พูดจบก็เดินเข้าห้องพยาบาล
ครั้นเห็นคนเป็หมอ เธอก็เข้าไปถามทันที “คุณหมอซุน อาการหลินเซียวเป็ยังไงบ้างคะ หนักหรือเปล่า?”
หมอซุนเงยหน้ามองสวี่ม่ายซุ่ยแล้วตอบ
“มีแผลจากการกระแทก เย็บไปสองเข็มแล้ว ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร”
สวี่ม่ายซุ่ยฟังจบใบหน้าก็พลันขาวซีด “ถึงกับต้องเย็บเลยเหรอคะ แล้วจะกลายเป็แผลเป็ไหม?”
หมอซุนตอบอย่างใจเย็น “นี่ก็ไม่แน่ ต้องดูอาการฟื้นฟูของเขาภายหลัง ่นี้ก็อย่าให้เขาโดนน้ำ กินแต่อาหารอ่อน”
สวี่ม่ายซุ่ยลุกขึ้นพูด “ได้ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ ฉันจ่ายค่ายาพวกนี้ให้คุณวันหลังได้ไหม”
ทั้งเกาะเป็แบบนี้ ใครไม่มีเงินก็ให้ลงบัญชีไว้ได้
หมอซุน “ได้ มีเวลาก็ค่อยเอามาให้นะ”
สวี่ม่ายซุ่ยยืนขึ้นพูด “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
พูดจบก็เดินออกไป และลากตัวหลินเซียวพลางพูดอย่างโมโห “ไป! กลับบ้าน”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
สร้างเื่ให้แม่อีกแล้วหลินเซียว ทำไมไม่เรียบร้อยเหมือนน้องเลยล่ะ
ชิวเฟิง