ภายในงานเลี้ยงั้แ่ต้นจนถึงกระทั่งตอนนี้ ก็ยังคงดำเนินอย่างเป็ปกติเรื่อยมา อาจจะมีคำพูดที่ฟาดฟันกันไปมาของทั้งคุณหญิงเฟื่องทองและเพนนีบ้าง
แต่สตรีทั้งคู่ก็พยายามที่จะกระทบกระทั่งกันทางคำพูดให้น้อยสุด อาจมีบ้างที่อดใจไม่ไหว แต่สุดท้ายงานก็ดำเนินมาได้อย่างราบรื่นจนกระทั่งถึงตอนใกล้จบงาน ่นี้เป็่ของการขอบคุณผู้ร่วมประชุมที่เหน็ดเหนื่อยมาอย่างยาวนาน จึงเป็การจัดโชว์ขึ้นทั้งโชว์ดนตรีไทย โชว์ดนตรีคลาสสิก โชว์เต้น โชว์ดนตรีสากลต่างๆ เท่าที่คุณหญิงเฟื่องทองจะสามารถนึกออกมาได้
ในตอนนั้นเองลัลลภัสที่จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาดีๆได้เพื่อที่จะทำให้ตนเองได้หน้าและได้ใจธนาวินทร์ในงานนี้ จึงค่อยๆเขยิบเข้าไปใกล้กับพิธีกรที่กำลังนั่งรับชมการแสดงแล้วกล่าวว่า
"คุณพิธีกรคะ วันนี้จะมีโชว์พิเศษที่เป็เซอร์ไพรส์ปิดท้ายงานเลี้ยง คุณหญิงได้บอกคุณคิวกับคุณรึยังคะว่าวันนี้คุณหญิงท่านจะให้ลูกแพร์ขึ้นโชว์แสดงส่งท้าย"
พิธีกรหนุ่มทำหน้างงด้วยความสงสัย "เอ๋ ทางคุณหญิงไม่ได้แจ้งอะไรผมมาเลยนะครับ ถ้ามีอะไรเปลี่ยนแปลงคุณหญิงก็ต้องน่าจะรีบให้คุณธนามาประสานงานเองนะครับ"
"แหม่! คุณพิธีกรคะ ก็วันนี้คุณธนาเขายุ่งทั้งวัน เดินพบปะผู้ถือหุ้นจนตัวเป็เกลียวขนาดนี้ ก็เพื่อทำให้งานออกมาดี คุณหญิงท่านคิดว่าคุณธนาน่าจะยังไม่ได้บอกคุณพิธีกรค่ะ ท่านเลยให้ลูกแพร์มาแจ้งให้คุณทราบเอง งานนี้ทั้งคุณธนาและคุณหญิงเห็นชอบด้วยกันทั้งคู่เลยนะคะ"
"งั้นหรอครับ เดี๋ยวผมจะเพิ่มรายการสุดท้ายให้คุณลูกแพร์แล้วกันนะครับ คุณลูกแพร์จะโชว์อะไรครับผมจะได้ประกาศถูก"
"โชว์บรรเลงพิณค่ะ"
"ได้ครับงั้นผมขอตัวไปประสานงานก่อนนะครับ"
"อ๋อ ไม่ต้องหรอกค่ะ ลูกแพร์แจ้งทุกฝ่ายให้ดำเนินการเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณแค่ประกาศเฉยๆก็พอค่ะ"
ลัลลภัสยิ้มกับพิธีกร เมื่อเสร็จภารกิจแล้วเธอจึงรีบกลับมานั่งที่เดิม การแสดงโชว์สุดท้ายในวันนี้หญิงสาวตั้งใจว่าจะแสดงความสามารถให้เต็มที่ได้มากที่สุดเท่าที่เธอจะได้ เธอเตรียมความพร้อมทั้งการเรียนพิณ การซ้อมพิณมานานมาก ฝึกมาหลายเดือนั้แ่รับรู้ว่าจะมีจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้น ฝึกจนครูผู้สอนชมเธอได้อย่างไม่ขาดปากและบอกอีกว่า เธอสามารถขึ้นแสดงได้แบบไม่อายใคร แต่นอนว่าเธอจะไม่รีบประกาศหรอกนะว่าจะทำการแสดง ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดเพนนีรู้ขึ้นมา ก็คงจะมาหาทางขัดแข้งขัดขาอีก ยัยคนนี้หวงคุณธนายิ่งกว่าพวกจงอางหวงไข่ ดุยิ่งกว่าหมาแม่ลูกอ่อนด้วยซ้ำ
ทางฝั่งเพนนี ก็จับจ้องทั้งคุณหญิงเฟื่องทอง ธนาวินทร์ และลัลลภัสตลอดเวลา ผลัดจับจ้องทั้งสามคนนี้ไปมาโดยไม่ให้คลาดสายตา
เมื่อเห็นถึงความผิดปกติบางอย่าง ที่ลัลลภัสจู่ๆก็เดินไปหาพิธีกรซึ่งดำเนินงานในวันนี้ ยัยคนนี้เดินไปแบบมีพิรุธน่าสงสัยซะด้วย เพนนีจึงหันไปกระซิบกับภาสพงษ์
"นั่นยัยลูกแพร์ทำอะไรอ่ะ เกิดนึกเฮี้ยนอะไรขึ้นมาถึงเดินไปหาพิธีกรแบบนั้น หรือว่าวันนี้ยัยนั่นมีแผนจะมาโชว์ มาแสดงอะไรเพื่อให้คุณธนาเห็นรึเปล่า ไม่ได้เด็ดขาดนะพงษ์ยัยนี่ยิ่งชอบโชว์เหนือกว่าคนอื่นซะด้วย ทั้งที่ความสามารถตัวเองเท่ากับเม็ดดิน แต่คุยโวและมโนเก่งไปสักสิบเท่าอีกมั้ง นายไปสืบมาหน่อยว่ายัยลูกแพร์ทำอะไร แต่อย่าไปสืบเองเดี๋ยวเขาจะสงสัยเอา"
เพนนีคงไม่รู้เลยว่าเซนส์เดาของเธอนี่มันแม่นมาก
"เอ้า คุณเพนนีนี่ก็แปลกไม่ให้ผมไปสืบเองละจะให้ผมไปล้วงความลับยังไง วันนี้มันงานเลี้ยงจัดประชุม คัดเฉพาะคนพิเศษเข้ามาเท่านั้นนะครับ ลูกน้องผมก็ไม่ได้เอามาด้วย"
"โอ๊ยไอ้พงษ์แค่นี้แกก็คิดไม่ออกรึไงเนี่ย ตกลงฉันจ้างแกมาเป็ลูกน้องหรือเ้านาย เอะอะสั่งให้ทำงานก็โยนมาให้ฉันตลอด ฉันสั่งแกอยู่นะ"
"โถ คุณเพนนีครับ คุณอย่าเอาเวลาตรงนี้มัวแต่มาด่าผมเลย ถ้าคุณเอาเวลาด่าผมเนี่ยมาคิดว่าจะเข้าไปสืบยังไง ป่านนี้คงรู้ข้อมูลไปแล้วว่าคุณลูกแพร์เธอจะทำอะไรกันแน่"
"โอ๊ย ไอ้พงษ์อย่าเร่ง ฉันกำลังคิดอยู่ แปปนึง จะคิดออกละ"
ภาสพงษ์แอบยิ้มภายในใจอย่างที่รู้สึกว่าได้ใจ ก็ในเมื่อคุณเพนนีอยากจะข้อมูล ผมช่วยคุณได้ แต่แผนการสืบพวกนี้คุณก็ต้องคิดเอง ผมไม่ช่วยคิดหรอก ดูพวกโชว์ยังจะดีกว่า
"คิดออกละ"
"โอโห คุณเพนนีในเวลาไม่ถึงนาที คุณนี่หัวไวจริงๆนะครับ ไอ้เื่ร้ายๆพวกนี้น่ะถนัด ผมบอกแล้วให้คุณไปเป็นาง ระ"
ภาสพงษ์ที่พูดยังไม่ทันจบประโยคก็โดนเพนนีขัดคอขึ้น
"หยุดเลยนะไอ้พงษ์ ฉันรู้ว่าแกจะพูดว่าอะไร อย่าพูดคำนั้นออกมา จะให้บอกกี่ทีว่าฉันเป็นางเอกสู้คน ไม่ยอมใคร ไม่ใช่พวกนางร้าย นั่นไง ไอ้พงษ์ แกทำให้ฉันต้องพูดคำนี้จนได้ โอ๊ยยยยย!!! แกรู้มั้ยแกกำลังทำให้ฉันต้องทำลายภาพลักษณ์ตัวเองต่อหน้าคุณธนา"
"โถ คุณเพนนี ปกติภาพลักษณ์คุณก็มช่ว่าจะดี คุณธนาก็คบกับคุณมานานก็คงจะรู้ดีอยู่หรอกครับ"
"นี่เลิกด่าฉันแล้วหันมาฟังดีๆสักที แผนที่ฉันคิดก็คือเดี๋ยวนายอ่ะจ้างเด็กเสิร์ฟสักคน เอานายคนนั้นก็ได้ ผูกหูกระต่ายสีแดงๆน่ะ ดูท่าแล้วไม่เห็นเหมือนคนอื่นน่าจะเป็พวกผู้จัดการมั้ง ไปจ้างหน่อยแล้วบอกว่าคุณหญิงเฟื่องทองท่านให้นายมาถามพิธีกรว่างานวันนี้เรียบร้อยดีมั้ย มีอะไรที่แทรกขึ้นมานอกเหนือจากกำหนดการเดิมรึเปล่า แล้วยัยคุณลูกแพร์น่ะ เธอไปทำอะไร ไปให้เขาถามเนียนๆ ไปปรับคำเอาเอง"
เมื่อพงษ์ได้ยินแบบนี้จึงรีบหันไปเรียกเด็กเสิร์ฟ
"น้องเดี๋ยวไปบอกพี่ผู้จัดการหน่อยนะ พี่มีเื่จะให้ช่วย"
เมื่อผู้จัดการเดินมา พงษ์จึงดำเนินตามแผนการที่เพนนีวางไว้ และถือว่าโชคชะตาเป็ใจ ในขณะนั้นเองที่ลัลลภัสก็ไม่ได้สนใจผู้อื่น มัวแต่วาดฝันถึงการแสดงพิณของเธอที่จะโชว์ฝีไม้ลายมืออันเป็ที่ประจักษ์ให้ทุกคนได้เห็นทั่วๆกัน วันนี้แหล่ะที่ชื่อของลัลลภัสจะปรากฎขึ้นมาและโดดเด่นไปกว่าชื่อของเพนนี
เมื่อผู้จัดการเดินไปถามพิธีกรเรียบร้อยจึงกลับมารายงานภาสพงษ์
"คุณภาสครับ พิธีกรบอกว่าโชว์สุดท้ายในวันนี้จะเป็โชว์ของคุณลัลลภัสครับ เธอจะขึ้นแสดงบรรเลงพิณ"
เมื่อภาสพงษ์ได้ยินดังนั้นจึงหันไปพูดคุยกับเพนนี หญิงสาวจึงตอบกลับมาให้ภาสพงษ์ไปคุยกับผู้จัดการว่า
"บอกเขาไปนะว่าให้ไปคุยกับพิธีกร ในเมื่อยัยลูกแพร์ใช้คุณแม่ขา และคุณธนาเป็ข้ออ้าง ฉันก็ต้องเอาคนที่สูสีและมีสิทธิ์สั่งการได้แบบน้องธันขึ้นมาอ้าง บอกเขาไปเลยว่า คุณธนินทร์เพิ่มเติมเข้ามาว่าให้คุณพนิตพรขึ้นแสดงโชว์เปียโนไปพร้อมๆกับคุณลัลลภัสที่โชว์บรรเลงพิณ แต่ยังไม่ต้องยกเปียโนขึ้นไปพร้อมกันนะ เดี๋ยวยัยลูกแพร์นางจะสงสัยเอา ให้เอาขึ้นไปทีหลังจะได้หลอกให้นางตายใจว่าแผนสำเร็จ"
"โอโห อธิบายละเอียดยิบยิ่งกว่าเวลาเขาเล่าข่าวชาวบ้านซะอีก ได้ครับ ผมจะจัดการให้คุณเพนนีเตรียมฝีมือของคุณไว้เลย"
"ไม่ต้องเตรียมฝีมือฉันก็ทำได้ย่ะ ฉันไม่ได้เป็พวกมือใหม่อย่างยัยลูกแพร์นะจ๊ะ ฉันเป็ผู้เชี่ยวชาญด้านเปียโน นักเปียโนอันดับหนึ่งของประเทศอยู่ที่นี่ ไม่ต้องกลัวจ้า กลัวแต่ยัยลูกแพร์เถอะจะจมหายไปอย่างกับธรณีสูบ ฮ่าๆๆๆๆ"
เพนนีหัวเราะป้องปากด้วยเสียงเบา แต่ความร้ายกาจปิดไม่มิดชิด แสดงออกมาทางหน้าตาอย่างชัดเจน
"ไอ้พงษ์อย่าลีลา เดี๋ยวไม่ทันไปจัดการให้เรียบร้อย"
ดังนั้นเมื่อคำสั่งอันเป็เสมือนกับสิ่งที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเร่งด่วนถูกส่งออกมาจากปากเพนนี ภาสพงษ์จึงรีบดำเนินการทันที จนกระทั่งผู้จัดกลับมาแจ้งว่าทุกอย่างที่ให้ไปทำนั้นเรียบร้อยดี ภาสพงษ์จึงรอชมฝีมือของเพนนี
"ผมก็นึกว่าภายในงานเลี้ยงวันนี้จะไม่มีฉากเด็ดอะไรซะแล้ว แหม่!คุณเพนนีนี่สุดยอดจริงๆ ผมรอชมเลย"
น่าเสียดายที่ธนินทร์อยู่กันคนละโต๊ะไม่เช่นนั้นละก็เขาคงหันไปพูดคุยกับธนินทร์อย่างสนุกสนานแน่ๆ
เมื่อ่การแสดงโชว์ชุดสุดท้ายมาถึง
พิธีกรจึงประกาศว่า
"เอาล่ะครับทุกท่าน สำหรับวันนี้โลว์ของพวกเราก็ได้เดินทางมาถึงชุดสุดท้ายแล้วนะครับ "
คุณหญิงเฟื่องทองหันไปคุยกับลูกชายทั้งสองด้วยความสงสัย
"ชุดสุดท้ายอะไรกัน ตาธนา ตาธัน คุณพิธีกรเขาเข้าใจผิดอะไรรึเปล่า รีบขึ้นไปบอกเขาก่อนสิ เดี๋ยวผิดพลาดอะไรขึ้นมาจะอายแขกผู้ใหญ่กัน"
ธนินทร์จึงจะเป็คนรับหน้าที่เดินไปแจ้งพิธีกรเอง แต่ยังไม่ทันเดินไปถึง พิธีกรก็ประกาศต่อว่า
"ครับ และโชว์สุดท้ายในวันนี้ที่น่าตื่นตาตื่นใจคือโชว์แสดงดนตรีจีน เป็การบรรเลงพิณของคุณลัลลภัสหรือคุณลูกแพร์นั่นเองขอเชิญครับ"
พิธีกรกล่าวเว้นจังหวะให้ลูกแพร์เดินขึ้นมา ผู้คนข้างล่างต่างมองด้วยความประหลาดใจ คุณหญิงเฟื่องทองเองก็ใไม่ใช่น้อย
"นี่มันอะไรกันห๊ะ ทำไมคุณลัลลภัสเธอจะมาโชว์อะไรกัน เป็โชว์พิเศษรึไง โอ๊ย แม่ไม่ได้จัดเตรียมไว้นะ แม่จะเป็ลม"
คุณหญิงที่ใจหายใจคว่ำเพราะโชว์อะไรก็ไม่รู้ของลัลลภัส เธอจึงยกยาดมขึ้นมาดมแก้ความมึนหัวและเธอรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมานิดๆที่ทุกอย่างไม่เป็ไปตามการจัดการ
"คุณแม่เฟื่องใจเย็นๆก่อนนะครับ ตอนนี้พวกเราก็คงแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว เราก็ได้แต่ภาวนากันไปว่าคุณลูกแพร์เธอจะไม่โชว์อะไรที่ทำให้ตัวเองขายหน้า"
"เฮ้อ นี่มันเวรกรรมอะไรกันเนี่ย วันนี้ฉันก็ใส่ชุดสีประจำวันแท้ๆ มันไม่มงคลรึไง โอ๊ย ฉันจะไม่ไหว"
"คุณแม่เฟื่องค่อยๆหายใจเข้าออก ลึกๆนะครับ"
ธนาวินทร์ไม่ได้เห็นคุณหญิงเฟื่องทองมีอาการอย่างนี้มานานมากแล้ว ที่เห็นมาก็เป็ตอน่คุณพ่อมีภรรยารองอีก 2 คนมาแนะนำให้คุณหญิงเฟื่องทองรู้จัก กับอีกครั้งอาการที่เกิดขึ้นก็เป็ตอนที่เขาพาเพนนีไปพบกับคุณหญิง
สุดท้ายน้ำเสียงนุ่มนวลของธนาวินทร์ก็ยังคงทำให้คุณหญิงค่อยๆใจเย็นเช่นเคย แต่เื่ยังไม่จบเท่านั้น เพราะขณะที่ลัลลภัสขึ้นมายืนบนเวที พิธีกรก็ได้ประกาศว่า
"นอกจากวันนี้พวกเราจะได้รับการแสดงบรรเลงพิณของคุณลูกแพร์แล้วนะครับ แต่เธอยังไม่ได้บรรเลงแบบธรรมดา เพราะจะเป็การเล่นดนตรีที่ผสมผสานระหว่างดนตรีจีนและดนตรีฝรั่งนะครับ ขอเชิญคุณเพนนี พนิตพร ผู้ร่วมแสดงโชว์อีกคนหนึ่ง ขึ้นมาบนเวทีเลยครับ"
บรรดาคนที่กำลังจัดการเวทีจึงช่วยกันรีบยกเปียโนขึ้นไปตั้งโชว์คู่กับพิณบนเวที เมื่อคุณหญิงได้ยินดังนั้นก็รู้สึกความเครียดเกิดขึ้นมาอีกครั้ง
"นี่มันอะไรกัน แค่คุณลัลลภัสคนเดียวฉันก็จะทนไม่ไหว นี่ยังมีคุณพนิตพรอีก ตาธนา แม่จะกลับบ้าน ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว แม่คิดว่าถ้าอยู่ต่อไปต้องขายหน้าแน่ๆ แม่สองคนนี้ก็เล่นอะไรกัน แข่งขันความเด่นกันไปมา อย่างกับพวกเด็กไม่รู้จักโต ไม่มีใครอบรมสั่งสอนถึงมารยาทผู้ดีให้ฟังกันรึไง แม่จะไม่ทนแล้วนะ แม่จะกลับ แม่อาย"
เพนนีที่กำลังก้าวขึ้นมาบนเวที เมื่อเห็นคุณหญิงเฟื่องทองกำลังจะลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อเดินออกไป เธอจึงนึกสนุก ประกาศเสียงออกมาก่อนที่คุณหญิงจะลุกขึ้นออกไปแล้วดักคอว่า
"คุณแม่ขา เพนนีขอขอบคุณคุณแม่มากนะคะ ดูสิคะเนี่ยนี่แค่เพนนีกำลังขึ้นแสดงโชว์ ยังไม่ทันแสดงแท้ๆ คุณแม่ก็ประทับใจมากถึงขั้นจะลุกขึ้นมาปรบมือเป็กำลังใจให้เพนนีก่อนขึ้นแสดง เพนนีซาบซึ้งใจจริงๆค่ะ"
ภาสพงษ์ที่เห็นก็ได้หันไปพูดกับธนินทร์ที่ตอนนั้นกำลังจะเดินขึ้นไปแจ้งพิธีกรตามคำสั่งคุณหญิงเฟื่องทองแต่ไม่ทันการณ์ ตอนนั้นธนินทร์จึงย้ายมานั่งข้างๆภาสพงษ์
"โอ้โห คุณเพนนีต่อหน้าคนขนาดนี้ยังแสดงละครได้ยอดเยี่ยมจริงๆ คุณเธอเอาตาไหนไปดูเนี่ยว่าคุณหญิงเฟื่องทองลุกขึ้นปรบมือชื่นชมเธอ ดูสินะคุณหญิงหน้าแดงก่ำแล้วนะครับ"
"ผมนี่นับถือคุณพี่เพนนีเลยนะครับ คุณพี่เธอเป็คนเดียวที่กล้าแหย่คุณแม่เล่น ทั้งที่ๆไม่มีใครกล้า ผมล่ะถูกใจเธอที่สุดแล้ว นี่ถ้าพี่ธนาเกิดเลิกกับคุณพี่เพนนีเธอไปคว้ายัยคุณลูกแพร์มา ผมนี่แหล่ะจะเป็อีกคนที่ทำตัวเหมือนคุณแม่ ขัดขวางแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ"
ทั้งภาสพงษ์และธนินทร์ก็หันมาหัวเราะให้กันด้วยความสำราญ
ทางฝั่งคุณหญิงเฟื่องทองเมื่อได้ยินเพนนีพูดดักขึ้นมาจึงกลัวเสียหน้าและไม่กล้าที่จะเดินออกไป หากเธอกล้าเดินออกที่นี่ ก็จะเป็เป้าสายตาที่มีแต่คนมอง เธอไม่ชอบให้เกิดข้อซุบซิบนินทา
ดังนั้นเธอเลยฝืนใจที่จะอยู่ต่อไป ด้วยอาการทางร่างกายของเธอที่ขณะนี้มันไม่ค่อยเป็ปกติมากนัก คุณหญิงจึงหันไปกล่าวกับเพนนีด้วยสีหน้าฝืนยิ้มและกัดฟันว่า
"เชิญคุณทั้งคู่แสดงโชว์ปิดท้ายวันนี้เลยค่ะ ฉันรอชมอยู่"
เมื่อคุณหญิงพูดจบ แสงไฟจึงหรี่ลงและสปอตไลต์ส่องไปที่ผู้หญิงสองคน ซึ่งลัลลภัสนั้นทำสีหน้ากลืนไม่เข้า คายไม่ออก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเพนนี