เมื่อทุกอย่างถูกจัดเตรียมเอาไว้หมดแล้ว ก็ได้เวลาจัดฉากการตายให้ดูสมจริง หลิงซีดื่มยาพิษที่มารดาผู้การุญมอบให้อย่างไม่ลังเล หลังจากนั้นงานศพของเขาก็ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย
ทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี…
แม้ยาพิษที่มี่ฮวามอบให้จะกำเริบอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้
‘พิษรักชัง’ หากไร้ซึ่งเจ็ดอารมณ์หกปรารถนายาพิษนี้ก็จะไม่มีผลใด แต่จะมีปุถุชนซักกี่คนที่สามารถทำเช่นนั้นได้จริง ในเมื่อยังคงเป็มนุษย์ที่มีเืเนื้อและความรู้สึก
(เจ็ดอารมณ์คือ ปรารถนา ศรัทธา ความรัก กาม ความกระตือรือร้น ความพิศวาส ความหวัง)
และหากถามว่าหลิงซีสามารถถอนพิษนี้ได้หรือไม่ แน่นอนว่าได้ ตัวเขาก่อนตายได้มีโอกาสศึกษา ‘ตำรับยาพิษ’ และ ‘ตำรับโอสถวิเศษ’ ซึ่งเป็ตำราลับที่สืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นของธิดาเทพแคว้นอัคคี เขาได้ศึกษาตำราลับเ่าั้จนแตกฉานแล้ว…
แต่หลิงซีไม่ได้มีความคิดที่จะถอนพิษนี้ออกไปแต่อย่างใด เพราะมันเป็เครื่องต่อรองที่ทำให้เขาสามารถก้าวออกมาจากจวนสกุลเซียวได้ อีกทั้งมันยังเป็ยาพิษที่มารดาผู้การุญตั้งใจปรุงขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ หลิงซีจะหักใจถอนพิษออกง่ายๆ ได้อย่างไร สิ่งที่เขาทำก็มีแค่ปรุงยาระงับพิษเพื่อใช้ในตอนที่พิษกำเริบจนเขาทนไม่ไหวแล้วเท่านั้น…
หลิงซีอาศัยอยู่ในกระท่อมไม้ไผ่กลางป่าซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร เขามีความสุขดีกับชีวิตที่เป็อยู่ตอนนี้ นี่ก็ผ่านมาสามเดือนแล้วหลังจากที่หลิงซีออกมาจากบ้านสกุลเซียว ทุกๆ วันเขาไม่ได้ใช้ชีวิตไปอย่างเปล่าประโยชน์ นอกจากปลูกผักเลี้ยงสัตว์หรือทำงานเล็กๆ น้อยๆ ภายในบ้านแล้ว ก็ยังมีเวลาเหลือทำอย่างอื่นอยู่พอสมควร
หลิงซีวาดภาพขายหรือไม่ก็แต่งนิยายประโลมโลก ซึ่งมันก็ได้รับผลตอบรับที่ดีในระดับหนึ่ง อย่างน้อยมันก็ทำให้เขามีเงินมากพอที่จะประดิษฐ์สิ่งที่ไม่มีอยู่ในยุคสมัยนี้ แต่จะเป็สิ่งที่เริ่มใช้กันแพร่หลายในอีกหลายปีข้างหน้า
นั่นก็คือ หุ่นจักรกลและเครื่องจักรไอน้ำ ซึ่งจะมีการคิดค้นและพัฒนาอย่างก้าวะโในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลิงซีผู้เคยเป็ชินอ๋องคือผู้ริเริ่มจัดตั้งหน่วยช่างกลขึ้นมาในราชสำนัก และหน่วยงานนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อ คิดค้น วิจัย จัดสร้าง และซ่อมบำรุง เครื่องจักรไอน้ำที่ใช้ในการเกษตรหรืออุตสาหกรรม ไปจนถึงยุทโธปกรณ์ทางการทหาร
และไม่เพียงแค่นั้นสภาช่างกล ‘มู่หลิง’ ยังได้ริเริ่มคิดค้น พัฒนาการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันอีกด้วย ซึ่งในตอนนี้ยังไม่มีเครื่องจักรไอน้ำหรือไฟฟ้า ส่วนน้ำมันก็ถูกนำมาใช้เพื่อจุดตะเกียงให้ความสว่างแทนเทียนไขหรือไม่ก็ใช้เป็เชื้อเพลิงเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อได้มีโอกาสนึกย้อนกลับไปแล้วหลิงซีก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฝ่าาถึงได้หวาดกลัวเขานัก เขาที่เป็หัวหน้าสภาช่างมู่หลิงที่สามารถผลิตยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยอย่างก้าวะโ มีสำนักองครักษ์สามค่ายใหญ่อยู่ใต้อาณัติ อีกทั้งยังเป็ลูกบุญธรรมของแม่ทัพใหญ่ไร้พ่ายผู้กุมอำนาจทหารหลายแสนนายเอาไว้ในมือ และที่สำคัญทหารเ่าั้มียุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยกว่าค่ายทหารค่ายอื่น
ไม่ว่าจะเป็เกราะเหล็กติดอาวุธทรงอานุภาพ เรือเหาะติดอาวุธขนาดมหึมาที่สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ววันละไม่ต่ำกว่าห้าร้อยลี้ และยังมีอาวุธที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น ‘พลองทลายภูผา’ หรือ ‘มีดกรีดนภา’ ที่ถูกนำไปใช้ในกองทัพอย่างแพร่หลาย และยังมียุทโธปกรณ์อีกหลายชิ้นที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
(100 ลี = 482.8 กิโลเมตร) (1 ลี = 4.828 กิโลเมตร)
หากเขาเป็ฝ่าา เขาเองก็คงหวาดกลัวไม่ต่างกัน
และเมื่อจัดการกับความกลัวของตนเองไม่ได้ก็จำเป็ต้องบีบบังคับให้ผู้ที่อยู่รอบข้างแสดงความภักดีออกมา โดยการมอบราชโองการลับฉบับหนึ่งให้กับท่านแม่ทัพผู้ภักดี หากไม่ยอมทำตามก็คือฏ แต่ถ้าหากทำตามก็จะถูกผู้คนครหาอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ส่วนผู้ออกคำสั่งนั้นก็ยังคงใสสะอาดปราศจากมลทินใดๆ อยู่เช่นเดิม
ซึ่งนี่ก็เป็แค่เล่ห์กลอย่างหนึ่งในวังหลวง ไม่ใช่เื่แปลกใหม่อันใดสักนิด
เขารู้อยู่แล้ว
ตัวเขาเองก็รู้ดีอยู่แก่ใจ…
…่เวลาที่ผ่านมาหลิงซีได้สร้างโรงช่างและโรงหลอมขนาดเล็กขึ้นมา ซึ่งใน่เวลาว่างๆ หลิงซีมักจะประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ขึ้นมาจากความทรงจำเดิมของเขา ทั้งเครื่องใช้ในบ้าน หรืออาวุธเล็กๆ น้อยๆ ที่ใช้สำหรับล่าสัตว์ ไปจนถึงหุ่นจักรกลที่ใช้ในการเกษตร และอะไรต่อมิอะไรตามความพอใจของตนเอง
โชคดีหน่อยในที่ที่หลิงซีอยู่เป็ป่าที่ค่อนข้างลึกจึงไม่มีผู้คนสัญจรผ่านเข้ามาพบเห็น แต่ถึงอย่างไรเขาก็ย่อมต้องใช้มันด้วยความระมัดระวังอยู่ดี เขาไม่อยากให้มีเื่ยุ่งยากใดตามมาภายหลัง เขามีความสุขดีแล้วกับชีวิตแบบนี้…
หลิงซีมักจะปลอมตัวเข้าไปในเมืองเพื่อขายของป่าที่เขาเก็บได้ หรืออาจจะเป็สัตว์ป่าที่เขาล่ามา ถึงแม้เงินที่ได้รับจะไม่มากแต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้เขาซื้อในสิ่งที่เขา้าได้ เขามักจะซื้อแร่เหล็กคุณภาพดีและน้ำมันเชื้อเพลิงจากทางการกลับมาบ่อยครั้ง แต่ของเหล่านี้มีการจำกัดการซื้อขายในแต่ละครั้งจึงทำให้เขาไม่สามารถซื้อได้ในปริมาณมากๆ ในทีเดียว แต่นั่นก็ไม่ได้เป็ปัญหาสำหรับเขาแต่อย่างใด เพราะถึงยังไงซะเขาก็ไม่ได้มีความจำเป็ที่จะต้องใช้มันมากมายอยู่แล้ว
และครั้งนี้ก็เช่นกัน หลิงซีปลอมตัวเข้ามาขายภาพวาดและส่งต้นฉบับหนังสือประโลมโลกในร้านหนังสือที่เขาแวะมาเป็ประจำ ซึ่งเถ้าแก่ร้านมักมีงานแปลกๆ ให้เขาทำอยู่เสมอ อย่างเช่นภาพวาดที่ไม่อาจนำมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ หรือนิยายประโลมโลกที่มีเนื้อหาแนวรักร่วมเพศ ไม่ว่าจะเป็ชายชาย หญิงหญิง หรือชายหญิง หรือแม้แต่หนังสือที่มีเนื้อหาที่ผิดศีลธรรมทั้งหลายทั้งปวงเขาก็ล้วนผ่านมันมาหมดแล้วทั้งสิ้น
เถ้าแก่บอกแค่ว่าลูกค้าเรียกร้องแบบนั้น และที่น่าใยิ่งไปกว่านั้นก็คือนิยายแนวนั้นหรือภาพวาดแนวนั้น ขายดีเป็เทน้ำเทท่าและมีราคาที่สูงลิบลิ่ว เอาเถอะจะยังไงก็ช่างมันไปแล้วกันขอแค่มันขายได้ก็พอแล้ว จะผิดมนุษยธรรมหรือคุณธรรมอะไรก็ช่างมันเถอะ ยังไงซะของแบบนั้นเขาก็ไม่มีมาั้แ่แรกอยู่แล้ว
เมื่อได้ค่าตอบแทนมาอย่างครบถ้วนหลิงซีก็ไม่รอช้าที่จะเดินทางไปยังร้านค้าของทางการ เพื่อซื้อแร่เหล็กคุณภาพดีและน้ำมันเชื้อเพลิงก่อนเดินทางกลับ…
ขณะเดินทางกลับหลิงซีได้ยินเสียงการต่อสู้ดังมาจากอีกฟากหนึ่งของป่า แม้จะเป็เสียงที่ไม่ดังมาก แต่ประสาทการรับรู้ที่ถูกฝึกฝนมาั้แ่จำความได้ก็ทำให้เขาได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน หลิงซีจึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปซุ่มดูอยู่ห่างๆ เพราะอย่างไรเสียนี่ก็เป็ทางกลับบ้านของเขาอยู่แล้ว ไปสังเกตการณ์สักหน่อยก็ไม่เสียหาย ยังไงเขาก็ควรรอบคอบไว้ก่อนเป็ดีที่สุด
และสิ่งที่เห็นก็เกินกว่าสิ่งที่หลิงซีเคยคาดการณ์เอาไว้มากพอสมควร คนคนนี้ไม่ควรมาอยู่ที่นี่ในเวลานี้ และเหนือสิ่งอื่นใดเขาไม่ควรอยู่ในสภาพนี้เลยต่างหาก
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมจี้ผิงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วสภาพปางตายนั่นมันอะไร ดูเหมือนเขาจะถูกพิษ ซ้ำยังถูกรุมสังหารด้วย ส่วนคนพวกนั้นดูจากวิธีการต่อสู้แล้วน่าจะเป็คนของแคว้นตงอิ่งซึ่งถนัดการใช้ยาพิษและการลอบโจมตี
ถึงแม้หลิงซีจะยังไม่ค่อยเข้าใจเื่ราวที่เกิดขึ้นเท่าที่ควร แต่เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องทำอะไร
พวกมันกล้ามาแตะต้องคนของเขาก็ย่อมปล่อยไปไม่ได้ แต่จะฆ่าทิ้งซะตอนนี้ก็ไม่ได้เช่นกัน…
หลิงซีเลือกที่จะจัดการ ‘คนร้าย’ เ่าั้อย่างรวดเร็วด้วยการ ‘จงใจ’ ปาเข็มพิษไปแบบมั่วซั่ว มีทั้งโดนคนบ้างโดนต้นไม้บ้าง แต่มันก็ทำให้คนร้ายเ่าั้หมดสติไปได้ หลิงซีไม่อยากทำให้จี้ผิงสงสัยในตัวเขา เพราะถ้าหากมันเป็เช่นนั้นเื่มันคงไม่จบง่ายๆ เป็แน่
“..ท่านผู้เฒ่าจะอยู่ตรงนั้นอีกนานหรือไม่ หากมัวแต่ชักช้าเดี๋ยว ‘โจรป่า’ พวกนั้นก็ตื่นขึ้นมาหรอก รีบไปจากที่นี่กันเถอะยาสลบพวกนั้นมีฤทธิ์อยู่ได้ไม่นาน”
จี้ผิงมองสำรวจเข็มเ่าั้แล้วหันมามองสำรวจหลิงซีอีกที ก่อนจะเดินตามไปอย่างทุลักทุเลโดยไม่พูดอะไรสักคำ ซึ่งมันก็ถือเป็เื่ปกติอยู่แล้วสำหรับผู้ที่ผ่านการฝึกฝนจากประสบการณ์มากมายจนทำให้มีสัญชาตญาณที่เฉียบคม
..แต่เมื่อมาถึงเกวียนแล้วหลิงซีก็เริ่มลังเลแล้วว่าเขาควรจะทำอย่างไรกับจี้ผิงดี หากจะพูดกันตามจริงที่นี่คือกลางป่า การจะพาคนไปทำแผลที่บ้านย่อมใกล้กว่าการวกกลับเข้าไปในเมืองเพื่อไปหาหมอ แต่ว่าเขาไม่อยากพาจี้ผิงไปที่บ้านเลย
อีกทั้งพิษที่จี้ผิงได้รับเป็พิษที่ถูกปรุงขึ้นโดยเฉพาะ หมอชาวบ้านทั่วไปย่อมไม่สามารถถอนพิษนี้ได้ และนั่นยิ่งทำให้หลิงซีไม่สมควรพาจี้ผิงไปรักษาตัวที่บ้านอย่างเด็ดขาด เป็ห่วงก็ส่วนเป็ห่วง แต่ยังไงก็ไม่อยากเข้าใกล้คนคนนี้มากเกินไปอีกแล้ว…
“ข้าจะพาท่านเข้าเมืองไปหาหมอ ระยะทางค่อนข้างไกลพอสมควรท่านก็ทนๆ หน่อยแล้วกันนะ อืม ท่านกินยาสองเม็ดนี้เข้าไปก่อนข้าจะได้ช่วยห้ามเืให้ท่าน”
“...ยาอะไร”
“ยาห้ามเื หรือท่านคิดว่าท่านจะมีชีวิตรอดไปจนถึงมือหมอด้วยสภาพที่เืยังคงไหลไม่ยอมหยุดเช่นนี้ล่ะ ถึงข้าจะพันแผลให้ท่านแต่หากเืไม่ยอมหยุดไหลเช่นนี้มันจะแย่นะ”
อันที่จริงแล้วยาสองเม็ดนั้นคือยาห้ามเืหนึ่งเม็ด และยาระงับพิษอีกหนึ่งเม็ด แต่ที่หลิงซีไม่ยอมบอกให้หมดเพราะเขาไม่อยากถูกจี้ผิงสงสัยไปมากกว่านี้…
แม้จี้ผิงจะยังไม่ไว้ใจเด็กหนุ่มที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเขาเอาไว้ซักเท่าไหร่ แต่เขาเลือกที่จะเชื่อสัญชาตญาณของตนเองมากกว่า เด็กหนุ่มคนนี้ไม่ได้พูดโกหก เขาแค่พูดออกมาไม่หมดเท่านั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้นจี้ผิงก็ยังเลือกที่จะกินยาสองเม็ดนั่นเข้าไป แล้วปล่อยให้เด็กหนุ่มคนนั้นพันแผลให้เขาอย่างลวกๆ
ในขณะที่กำลังเดินทางไปหาหมอด้วยเกวียนที่บรรทุกแร่เหล็กคุณภาพดีและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณมากพอสมควร ถึงแม้จี้ผิงจะสงสัยอยู่มากแต่นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่เขาจะถามในตอนนี้ เพราะตอนนี้เขาอยากรู้เื่อื่นมากกว่า…
“เ้าเป็ใครเหตุใดจึงช่วยข้า…”
จี้ผิงมองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน เด็กคนนี้มีรูปร่างหน้าตาและผิวพรรณที่ค่อนข้างโดดเด่น เหมือนคุณชายน้อยในตระกูลสูงศักดิ์ นิ้วมือเรียวสวยที่เหมาะกับการถือตำราหรือพู่กัน มากกว่าถือบังเหียนม้าลากเกวียนเช่นนี้ ใบหน้าคมคายตามแบบเด็กกำลังโตซ้ำยังมีปากนิดจมูกหน่อยที่ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเจริญหูเจริญตา
แต่ว่า…
เค้าโครงหน้าเช่นนี้เหมือนเขาจะเคยเห็นที่ไหนมาก่อน เขาเคยเห็นที่ไหนกันนะ คลับคล้ายคลับคลาแต่กลับจำไม่ได้...ช่างเถอะ
“นามของข้าคือ'หลิงซี' ส่วนเหตุผลที่ช่วยเพราะข้าเชื่อว่าข้าสามารถช่วยได้”
…คิดว่าช่วยได้ก็เลยช่วยอย่างนั้นหรือ จี้ผิงไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหน ดูจากการปาเข็มที่ไร้ซึ่งความแม่นยำนั้นแล้วจี้ผิงก็ถึงกับพูดไม่ออก แต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มคนนี้ก็สามารถช่วยเขาเอาไว้ได้จริงๆ อย่างที่พูด
“ไม่ว่าเป็ใครเ้าก็จะช่วยอย่างนั้นหรือ”
“อืม ในกรณีที่พอจะช่วยได้ล่ะนะ”
“...จะช่วยได้หรือไม่เ้าวัดจากอะไร?” จี้ผิงถามต่อ เขาไม่เข้าใจเลยว่าเด็กหนุ่มไปเอาความมั่นใจแบบผิดๆ นั่นมาจากไหน แต่เขามั่นใจเลยว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างไม่ถูกต้องแน่ๆ
“ก็ต้องวัดที่ความสามารถอยู่แล้วสิ ท่านก็เห็นแล้วนี่ว่าวิชาปาเข็มอันแม่นยำของข้านั้นมีประสิทธิภาพมากขนาดไหน”
“...”
เข็มกับยาสลบน่ะมีประสิทธิภาพมาก แต่วิชาปาเข็มอันแม่นยำนั่นมันอะไร…
“ว่าแต่ท่านผู้เฒ่ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร?”
“ข้าแซ่หานนามว่าคุน”
จี้ผิงเลือกที่จะใช้ชื่อปลอมที่เขาใช้บ่อยครั้งในเวลาที่ต้องปฏิบัติภารกิจลับ และครั้งนี้เองก็เช่นกัน…
“อาหลิงบ้านของเ้าอยู่แถวนี้หรือ”
“..ก็ไม่เชิง” หลิงซีขับเกวียนไปเรื่อยๆ ก่อนพูดต่อ
“ข้าว่าท่านควรพักสักหน่อยเถิด เมื่อถึงโรงหมอข้าจะปลุกท่านอีกที แล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าข้าจะพาท่านไปขายหรอกนะ คนาเ็เืท่วมตัวเช่นท่านไม่มีที่ไหนเขารับซื้อหรอก”
หานคุนหัวเราะออกมาจนได้เมื่อได้ฟังคำพูดเช่นนั้น
“หึ ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละ…”
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
อ่านแล้วอย่าลืมเม้นเป็กำลังใจให้นามิด้วยนะคะ
ขอให้สนุกกับการอ่านนิยายของนามิ
รักลีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ