ตอนที่ 10 : เค้าลางก่อนพายุ
หลังจากการเชิญชวนของชินประสบความสำเร็จ ทั้งสองคนก็นัดเจอกันที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า จังหวัดชลบุรี
อนึ่ง ในปัจจุบันระบบขนส่งค่อนช้างมีประสิทธิภาพกว่าแต่ก่อน ด้วยรถไฟความเร็วสูงทำให้ร่นระยะเวลาเดินทางลงไปได้โข ถึงขนาดนักเรียนที่บ้านอยู่เชียงใหม่สามารถเดินทางไปกลับโรงเรียนในกรุงเทพฯได้สบาย
ทางชินออกมารอตามสถานที่นัดก่อนแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ด้านหน้าร้านกิ๊ฟชอปเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่แถวลานกว้างด้านหน้าห้างเพื่อรอโอลิเวีย แม้ความจริงแล้วทั้งสองสามารถมาด้วยกันได้ แต่การแยกกันมาน่าจะลดความเสี่ยงได้มากกว่า
และถึงจะไม่อยากเป็เป้าสายตาแค่ไหน... แต่ต้องบอกตามตรงว่าแค่ชินยืนรออยู่ด้านหน้าห้าง ผู้หญิงที่เดินผ่านก็เอาแต่จ้องเขาตาไม่กะพริบกันแล้ว
เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโฮโลวอชดังขึ้น ชินรีบเปิดขึ้นดูก็พบว่ามีข้อความมาจากผู้หญิงสองคนนั่นคือโอลิเวียและเกวน
ชินเลือกเปิดอ่านของโอลิเวียก่อน
‘อีกไม่เกิน 10 นาทีค่ะ ขออภัยที่ล่าช้านะคะชิน’ โอลิเวียส่งข้อความตามด้วยสติ๊กเกอร์ก้มกราบไม่สมบุคลิกตัวจริงเธอเท่าไหร่ ทำเอาชินอดหัวเราะไม่ได้
ชินส่งข้อความกลับไปว่า ‘ช่างเถอะ ไม่เป็ไรหรอก’ กลับไป รู้อยู่แล้วว่าผู้หญิงต้องใช้เวลานาน
ระหว่างนั้นเขาก็เปิดข้อความของเกวนขึ้นอ่าน
‘ทำอะไรอยู่เหรอ? เกิดอะไรขึ้นรึเปล่า?’
เกวนส่งข้อความมาอย่างนั้น ซึ่งคงเป็การถามอ้อม ๆ ว่า ‘นายไปทำอะไรต่างจังหวัดกันล่ะเนี่ย?’ เสียมากกว่า
จะว่าไป เกวนนี่ชอบคุยกับเราอยู่ตลอดเลยแฮะ
ก็ไม่ใช่ว่าจู้จี้หรืออะไรหรอก... มองในมุมของเกวน เธอก็คงแค่เป็ห่วงเราเท่านั้นแหละ
เป็คนดีจริงๆนะ
ชินพยายามคิดแบบนั้น จะให้หลงคิดว่าสาวเ้ามีความนัยแอบแฝงที่ส่งข้อความมาหาเขาบ่อย ๆ ก็คงจะเสียมารยาท
...ถึงที่จริงแล้วมันอาจเป็แบบนั้นก็ตามที
‘มีธุระนิดหน่อยน่ะ แล้วก็กะว่าจะหางานพิเศษดี ๆ ทำด้วย’ ชินอ้างไปแบบนั้น
‘งานพิเศษเหรอ? อยู่คนเดียวลำบากแย่เลยเนอะ’ เห็นข้อความแล้วชินก็ได้แต่คิดว่า เกวนคงเป็ห่วงเราจริง ๆ และเป็อีกครั้งที่เขาคิดว่าเกวนช่างเป็หญิงสาวแสนใจดีเสียนี่กระไร
‘ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ หรือถ้าอยากได้เพื่อนไปทำงานพิเศษฉันก็พร้อมนะ’ เธอส่งข้อความมาแบบนั้นพร้อมกับสติ๊กเกอร์ยิ้มแย้มสมเป็เธอ ยิ่งทำให้เขารู้สึกขอบคุณที่ได้มีเพื่อนดี ๆ เข้าไปใหญ่
‘อื้ม ขอบคุณมากนะ’ ชินตอบกลับไปสั้น ๆ เหมือนอย่างเคยด้วยความขอบคุณที่มากกว่าตัวอักษร
บทสนทนาจบลงตรงที่เกวนส่งสติ๊กเกอร์ชูนิ้วโป้งมาให้
หลังจากนั้นเพียงแค่ 2 นาทีเศษ เด็กสาวผู้สวมชุดเดรสสีขาวดูสบายตาพร้อมกระเป๋าสะพายเล็ก ๆ ได้ย่างเข้าหาชิน
สีขาวของชุดเข้ากับได้ดีกับผิวสีขาวราวเกล็ดหิมะกลมกลืนกับเรือนผมสีเงิน ท่าทางการเดินหลังตรงทำให้ดูสงบเสงี่ยมและสูงศักดิ์
เ้าของความงามที่ทำให้ชายหนุ่มทุกคนที่เดินผ่านไม่แม้แต่ผู้ที่กำลังควงแฟนสาวยังต้องหยุดมอง ก็คือโอลิเวีย
“ขออภัยที่ให้คอยนานค่ะชิน”
เธอโค้งให้ชินเล็ก ๆ เป็การขอโทษแต่แน่นอนว่าชินไม่เคยโกรธ
กลับกัน... สภาพของโอลิเวียในตอนนี้ต่างหากที่ทำเอาชินลืมหายใจ
ใบหน้าของโอลิเวียนั้นจัดได้ว่าเป็สาวงามเหนือสาวงามแม้จะไม่ต้องจัดผมหรือแต่งหน้า เรียกได้ว่าเป็คนสวยโดยธรรมชาติ ไม่บ่อยนักที่เธอจะจัดหน้าแต่งผม แม้แต่ตอนที่เธอไปเดินเล่นกับกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอก็ยังไม่ทำเช่นนั้น
ผิดกับทุกครั้งที่เธอออกไปเที่ยวกับชิน... เธอจะแต่งหน้าและทำผมมาอย่างดี แถมยังจัดเต็มชนิดที่ว่าคนส่วนใหญ่อาจเข้าใจผิดว่าเธอกำลังจะเดินทางไปประกวดนางงามที่ไหนเสียด้วยซ้ำ
เื่ที่้าทำให้ตัวเองดูภูมิฐานที่สุดเพื่อไม่ให้ชินที่เป็เ้านายน้อยหน้าใครนั้นก็อีกเื่นึง แต่ประเด็นสำคัญก็เหมือนเคย นั่นคือเธอพยายามมัดใจชิน
“ชุด... เข้ากันเหมือนเคยเลยนะ”
แล้วมันก็ได้ผลจั๋งหนับ ความประทับใจแรกเห็นของเธอทำให้แก้มของชินแดงระเรื่อ แม้จะพยายามตีหน้าเรียบเฉย แต่ยังไงความหวั่นไหวก็หลุดออกมาเสมอ... เหมือนกับทุกที
โอลิเวียเห็นแล้วยิ่งชอบใจยิ่งอยากแกล้ง จึงเดินขยับเข้าไปใกล้ชินมากขึ้นจนหน้าแทบจะชนกัน
“จะไม่ชมว่าสวยหน่อยเหรอคะ” เธอฉีกยิ้มกว้างกว่าทุกทีราวปรารถนาจะเขมือบชิน พอพูดไปชินก็ยิ่งต้องหลบหน้าเพราะความประหม่าดันจากหัวใจมาจนถึงแก้มแล้ว
“...เธอก็สวยตลอดอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ”
“...”
ชินตอบกลับมาแบบเขิน ๆ ทำเอาโอลิเวียเองก็ไปไม่เป็ ต่างกับชินที่แดงแค่แก้ม ตอนนี้โอลิเวียแดงทั้งหน้าไปแล้ว
โอลิเวียเริ่มปากพะงาบทำอะไรไม่ถูกเหมือนสมองโอเวอร์ฮีท ชินเห็นแล้วก็เริ่มรู้สึกเอ็นดูขึ้นมา เพราะถ้าไม่เป็ฝ่ายเริ่มโอลิเวียอาจจะสติหลุดไปแล้วก็ได้
“งั้นก็... ไปกันเถอะ”
ชินเอื้อมมือไปทางโอลิเวียทำให้เธอได้สติ ดวงตาของเธอยังสั่นรัวจึงจับมือของชินอย่างเอียงอาย
แต่พริบตาที่ความอบอุ่นของมือทั้งสองัักัน รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าของโอลิเวียอีกครั้ง เช่นเดียวกับรอยยิ้มของชิน
❖❖❖❖❖
หลังจากนั้นการดูหนังก็เริ่มและจบลงด้วยดี
หนังที่พวกเราดูเป็อนิเมชันภาคต่อที่โอลิเวียชื่นชอบ เื่ราวเกี่ยวกับการผจญภัยของเด็กสาวสอดแทรกรักโรแมนติก เื่ราวประเภทที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตัวละคร
จะเรียกว่าสมเป็เด็กผู้หญิงทั่วไปก็ได้... แต่อนิเมชันเื่นี้มีกลุ่มผู้ชมเป็คนทั่วไปและไม่ได้เฉพาะทางเหมือนเื่อื่น เรียกว่าใคร ๆ ก็คงดูได้
สำหรับเ้าตัวอย่างโอลิเวียเอง มันสนุกถึงขนาดที่หนังจบแล้วเธอยังพูดไม่หยุดเลยทีเดียว
แต่แบบนี้แหละจุดประสงค์หลัก... ได้แลกเปลี่ยนความเห็นของหนังด้วยรอยยิ้มก็ถือว่าเดทประสบความสำเร็จแล้ว
แต่จะว่าไปก็เหลือเวลาอีกหน่อย พวกเราก็เลยเดินเล่นกันในย่านการค้าต่อ
เดินผ่านไปนู่นไปนี่... แวะตามร้านค้าที่สนใจ ระหว่างนั้นก็ได้รับใบปลิวจากหนุ่มแว่นคนนึงที่ดูเหมือนจะกำลังทำงานพิเศษอยู่
“ทั้งสองคนลองไปคาเฟ่เปิดใหม่ดูสิครับ มีโปรโมชั่นสำหรับคู่รักด้วยนะครับ!” ว่าแบบนั้นพร้อมกับยิ้มแบบแปลก ๆ มาให้
นี่สำหรับคนอื่นคงมองพวกเราเป็คู่รักจริง ๆ สินะ...
แต่ถ้ามองสิ่งที่เราสองคนทำแล้ว... การออกไปเดทกันบ่อย เข้ามาเล่นในห้อง แถมยังสนิทสนมถึงขนาดทานข้าวเช้า-เย็นด้วยกันนี่ ก็คงไม่แปลกหรอกมั้งที่จะคิดแบบนี้กัน... ขนาดเราเองยังแอบคิดเลย
แต่สาบานได้ ฉันคิดว่าเธอเป็ครอบครัวคนสำคัญที่เหลืออยู่... อย่างน้อยก็พยายามคิดแบบนั้น
เพราะถ้าว่ากันตามตรง ไอ้คนที่ตั้งเป้าหมายจะแก้แค้นคนอื่นอย่างเราไม่มีสิทธิมีคนรักหรอก... ยังไม่ใช่ตอนนี้
แต่จะยังไงก็ตาม... โอลิเวียที่ถูกเข้าใจผิดไปแบบนั้นเหมือนจะดีใจอยู่ แถมยังบอกให้แวะคาเฟ่ที่ว่าก่อนกลับ
เอาเถอะ ยังไงก็กะจะตามใจเธออยู่แล้วเลยไม่ขัดศรัทธา พวกเราเลยมุ่งหน้าไปยังร้านดังกล่าว
เป็ร้านเปิดใหม่ที่ดูดีไม่น้อย แถมภายในก็จัดได้ดูดีมีราคา
ในอีกความหมายนึงสินค้าเองก็มีราคาเช่นกัน
แต่เพราะมีโปรโมชั่น พวกเราเลยลดค่าใช้จ่ายไปได้ครึ่งนึง...
ถึงจะต้องพิสูจน์การเป็คนรักด้วยการสั่ง “เครื่องดื่มหลอดคู่แบบต้องทำให้จมูกชนกัน” ก็เถอะนะ เป็เงื่อนไขที่แปลกชะมัด
แต่ทำไงได้... ยังไงก็มีแต่ต้องทำเท่านั้นแหละ ถึงจะประหม่าก็เถอะ
แล้วไอ้ท่าทีเขินอายของพวกเรานี่ก็เป็แบบนี้ตลอดศก ขนาดคุณพนักงานสาวยังยิ้มให้เลย
สงสัยคงคิดว่าเราสองคนเป็คู่ที่น่ารักดีละมั้ง... ขอทีเถอะ
การผ่อนคลายของเราสองคนที่ไม่ได้ทำมานานก็ดำเนินมาเรื่อย
จนกระทั่งเวลาล่วงไปจนถึงเวลา 17.00 น. พวกเราจึงตัดสินใจเดินทางกลับกัน
❖❖❖❖❖
อาทิตย์อัสดงเผยแสงระหว่างทางกลับหอ ความอบอุ่นของมันทำให้ตระหนักได้ถึงความสุข แต่กระนั้นก็มอบความเหงาให้เช่นกันเมื่อมันกำลังจะจบลง
“ชินสนุกไหมคะ?” โอลิเวียเดินเคียงมาข้าง ๆ เอ่ยถามชินด้วยรอยยิ้ม และชินเองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน
“แน่นอน... เธอเองก็ดูสนุกดีนี่”
“แน่นอนค่ะ”
โอลิเวียตอบโดยไร้ความลังเลตามเคย ราวกับจะบอกว่าไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะไปกับชินแล้วไม่มีความสุข อย่างไรอย่างนั้น
แต่อย่างไรเสีย... เมื่อเวลาแห่งความสุขกำลังจะจบลง ก็เป็เวลาที่งานกลางคืนกำลังจะเริ่มขึ้นเช่นกัน
“ชินจะวิเคราะห์เบาะแสต่อไหมคะ ดิฉันจะช่วยค่ะ” โอลิเวียตอบสนองกับเวลาที่กำลังคาบเกี่ยวเป็กลางคืน
เธอปรับความคิดตัวเองถามชินอย่างจริงจัง แต่ว่า...
“ไม่ดีกว่า วันนี้พอแค่นี้แหละ”
เพราะไม่อยากให้เธอเหนื่อยไปมากกว่านี้น่ะนะ
ชินไม่มีเหตุผลอื่น ที่ไปเดทกันก็เพราะคาดหวังอย่างนั้น หากทำให้เธอเหนื่อยอีกในวันเดียวกันก็คงผิดจุดประสงค์ไปหน่อย
“งั้นเหรอคะ”
โอลิเวียทำสีหน้าเสียดายเล็กน้อย เหมือนเธอจะััได้ว่าชินเกรงใจเธอ แต่ก็เข้าใจเช่นกันว่าเขาเป็ห่วงจึงไม่แย้งอะไรชิน
ทั้งคู่เดินเคียงกันไปเรื่อยแต่จังหวะการเดินกลับช้าลงเรื่อย ๆ ตาม ประหนึ่ง้าให้เวลาแห่งความสุขดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ
ราวกับ... ไม่ปรารถนาให้เวลากลางคืนมาถึงยังไงอย่างงั้น
“เช่นนั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะ” โอลิเวียโค้งให้ชินก่อนจะแยกตัวออกไปยังห้องของตัวเอง หอพักของเธออยู่ห่างออกไปในระยะที่ทำให้ไม่ผิดสังเกตว่าอาศัยอยู่ใกล้ชิน
ชินเห็นแล้วก็ยิ้มก็โบกมือลา เขาออกเดินกลับไปยังหอของตัวเองและขึ้นไปยังชั้นสองเหมือนทุกที
“อ้าวชิน กลับมาแล้วเหรอ!?” หญิงสาวอายุราว 30 ปีเศษที่ยังดูสวยสะพรั่งเอ่ยทักชินจากตรงเชิงบันได ชินจึงหยุดเท้าหันไปทักทาย
“สวัสดีครับคุณมิ้น”
ชินพูดพร้อมกับพนมมือสวัสดีตามธรรมเนียม
ถึงจะไม่ได้รู้จักกันเป็การส่วนตัว แต่ผู้หญิงคนนี้... มิ้นเป็ผู้ดูแลหออาทิตยะที่ชินกำลังอาศัยอยู่
“แหม ๆ นี่หรือว่าทำธุระหางานอีกแล้ว? เธอนี่ก็ลำบากใช่เล่นเลยนะ” คุณมิ้นทำสีหน้าชื่นชมเดินบันไดขึ้นมาหาชิน
แต่ได้ยินคำชมแล้วในใจชินก็ยิ้มแห้งไม่เบา เพราะนั่นเป็แค่ข้ออ้างในการออกไปข้างนอกทุกครั้งที่โดนถาม
“ก็นิดหน่อยครับ มีแต่ต้องพยายามล่ะนะครับ”
“นั่นสินะน่าชื่นชมจริง ๆ อ๊ะ! นอกเื่อีกแล้วสิ... จริง ๆ แล้วว่าจะเอาเ้านี่มาให้น่ะ”
คุณมิ้นหยิบซองจดหมายฉบับนึงยื่นให้กับชิน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงเดินตามขึ้นมา
จดหมายเหรอ? ในยุคที่ใช้เมล์ส่งได้แบบเรียลไทม์เนี่ยนะ
ชินสังเกตความผิดแปลก เริ่มรู้สึกกังวลขึ้นมาตาม
“ถึงจะไม่รู้ว่าใครส่งมาก็เถอะ แต่จ่าหน้าถึงชินยะ นัวรอย ก็คงไม่ผิดหรอกเนาะ”
“...นั่นสินะครับ” ชินเผลอเข้าโหมดระวังตัวจริงจัง เขารับจดหมายมาพร้อมกับโบกมือลาผู้ดูแลหอให้เธอกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ
ชินรีบเดินขึ้นไปจนถึงหน้าห้อง ทีแรกหวังจะเปิดมันอ่านในห้อง แต่เหมือนมีอะไรดลใจให้ความสงสัยทะลุขีดเอาตอนนี้ ชินฉีกซองจดหมายด้วยความร้อนรนราวสัญชาตญาณป้องกันตัวเริ่มทำงาน
ชินยืนอ่านมันที่ระเบียงหน้าห้อง
และพริบตาที่อ่านจนจบ มือที่ถือจดหมายอยู่ก็เผลอออกแรงจนทำให้จดหมายยับยู่ยี่
...นี่มัน
ชินที่อ่านเนื้อหาจนจบหัวใจเต้นระรัวด้วยความรู้สึกปนเปทั้งความหวาดกลัวและกังวล จนถึงขนาดมีเม็ดเหงื่อจำนวนมากผุดขึ้นบนใบหน้า
ดวงตาเริ่มสั่นระรัว มือเท้าเองก็สั่นเทา แต่ด้วยความรู้สึกทั้งหมดนั่นก็ยังออกแรงผลักให้วิ่งออกไปจากหอโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาคิด...
❖❖❖❖❖
ถึง ชินยะ นัวรอย
สวัสดีครับคุณชินยะ หรือจะให้ผมเรียกว่า ‘ตัวตลกผู้เกรี้ยวกราด’ ดีนะ
ยังไงก็ตาม นั่นไม่ใช่สาระหรอกครับ... ผมรู้ ย่อหน้าแรกมันคงทำให้คุณรู้สึกระส่ำระส่ายน่าดู แต่ก็เอาเถอะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่คุณ้าจากผมยังอยู่เหนือความหวาดกลัวที่จะเสียชีวิตปกติของตัวเองไป
ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้บอกเื่นี้กับ ‘คนอื่น’ แต่นั่นก็จนกว่าเราจะได้คุยกัน
และอย่างที่บอก... คุณมีเื่ที่ต้องรู้มากกว่าเื่ที่ต้องกลัว
หากคิดว่าเื่ที่ผมพูดกับเื่ที่คุณคิดเป็เื่เดียวกันแล้วล่ะก็ ได้โปรดมาพบกับ ‘พวกผม’ ที่อาคารร้างแถวชานเมืองตามแผนที่ด้านหลัง เวลา 18.30 น. และอย่าให้ ‘คนอื่น’ ตามมาเด็ดขาดเลยนะครับ
ไม่อย่างงั้นผมไม่ขอรับประกันความปลอดภัยเื่ความลับของคุณ ซึ่งอาจรวมถึงพวกพ้องของคุณด้วย
...แล้วผมจะรอนะครับ
❖❖❖❖❖
