วันถัดมา คฤหาสน์ตระกูลอัครเดโชชัยตกอยู่ในความเงียบงันราวกับตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง ละอองฝนบางเบายังคงโปรยปรายอยู่ภายนอกหน้าต่างบานกว้าง ลลินนั่งอยู่ในห้องสมุดส่วนตัวชั้นสองของคฤหาสน์ ท่ามกลางชั้นหนังสือไม้สักสูงชะลูดที่อัดแน่นไปด้วยตำราประวัติศาสตร์ กฎหมายปกครอง คดีอาญา และวรรณกรรมคลาสสิกของตระกูล ร่างกายของเธอยังคงระบมและเจ็บแปลบเล็กน้อยบริเวณหน้าผากที่มีพลาสเตอร์ยาแปะทับรอยแตกจากอุบัติเหตุรถชนเมื่อวันก่อน ทว่าความเครียดและความกดดันที่ต้องหาทางต่อสู้คดีคัดค้านการเพิกถอนประกันตัวในอีกสองวันข้างหน้ากลับมีพลังขับเคลื่อนมากกว่าความเ็ปทางกายหลายเท่าตัว
ลลินจมดิ่งอยู่กับความคิดของตนเองพลางจ้องมองโต๊ะทำงานไม้เนื้อหนาตัวยาวที่เธอและคิรันเพิ่งใช้ทำกิจกรรมรักอันแสนเร่าร้อนและลึกซึ้งเมื่อวานนี้ เธอนึกถึงคำพูดปริศนาของคิรันที่บอกว่าเขาต้องพยายามลบตัวตนของพี่ชายฝาแฝด 'คิริน' เพื่อปกป้องใครบางคนจากการไล่ล่าของลัทธิมืดลึกลับ
‘ถ้าคิรันสั่งปิดทำลายเสื้อผ้าสิ่งของทุกอย่างของคิรินจริง... มันเป็ไปไม่ได้ที่อดีตของฝาแฝดผู้กุมความลับลัทธินกฮูกจะถูกลบเลือนจนไม่เหลือหลักฐานใดๆ ในบ้านหลังนี้เลย คฤหาสน์เก่าแก่ของตระกูลแบบนี้มักจะมีช่องลับหรือห้องเซฟส่วนตัวซ่อนอยู่เสมอเพื่อใช้เก็บเอกสารสำคัญหรือสมบัติมีค่า’ ทนายความสาวคิดวิเคราะห์อย่างจริงจังตามนิสัยรอบคอบและชาญฉลาด
ลลินลุกขึ้นยืนช้าๆ วางถ้วยกาแฟดำที่เย็นชืดลงบนโต๊ะ เธอเริ่มเดินสำรวจชั้นหนังสือไม้สักโบราณอย่างละเอียดทีละบอร์ด นิ้วเรียวสวยลูบไล้ไปตามแนวสันหนังสือหนา ลากผ่านขอบลายสลักไม้โบราณอย่างเงียบเชียบและใช้สายตากวาดมองหาสิ่งผิดปกติ เธอไล่ตรวจดูทีละช่องั้แ่ตู้ฝั่งซ้ายสุดที่เก็บตำราประวัติศาสตร์และกฎหมายโบราณ จนกระทั่งมาถึงบอร์ดตู้ฝั่งขวาด้านหลังสุดที่ค่อนข้างมืด สายตาของเธอสังเกตเห็นฝุ่นไม้ที่สะสมอยู่ตามพื้นร่องตู้หนังสือบานหนึ่งมีลักษณะจางกว่าบอร์ดอื่น คล้ายกับว่าตู้นี้เพิ่งถูกขยับหรือเคลื่อนไหวเมื่อไม่นานมานี้ ลลินลองเอื้อมมือไปกดลายนูนไม้รูปใบมะกอกสลักที่เสาตู้ซึ่งอยู่สูงเลยศีรษะเล็กน้อยตามหลักการกลไกโบราณ...
เสียงสลักเฟืองไม้ทำงานเบาๆ ดังคลิก! บอร์ดตู้หนังสือไม้สักขนาดใหญ่ค่อยๆ ขยับตัวและแง้มเผยอออกช้าๆ เผยให้เห็นช่องลับกว้างพอประมาณซ่อนอยู่ด้านหลังกำแพงปูน ลลินหัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความระทึกใจปนความอยากรู้สืบสวน เธอรีบก้าวเท้าเข้าไปในช่องลับนั้น แสงไฟสีนวลในช่องสว่างขึ้นอัตโนมัติ เผยให้เห็นโต๊ะทำงานไม้ตัวเล็กและตู้นิรภัยเหล็กกล้าโบราณบานหนึ่ง บนโต๊ะมีสมุดบันทึกเล่มหนาปกหนังสีดำเก่าๆ และกล่องใส่จดหมายฉบับหนึ่งตั้งอยู่คู่กัน
ลลินสวมถุงมือยางอย่างรวดเร็วเพื่อรักษาพยานหลักฐานและเปิดกล่องจดหมายออกดู ภายในมีสมุดบันทึกส่วนตัวของคิริน ลลินหยิบสมุดบันทึกปกหนังดำขึ้นมาเปิดอ่านทีละหน้าอย่างระมัดระวัง ข้อมูลอักษรเขียนด้วยลายมือขยุกขยิกของคิรินเมื่อสิบปีก่อนสร้างความตื่นตระหนกและะเืขวัญให้แก่เธอเป็อย่างยิ่ง:
“บันทึกวันที่ 10 กันยายน: ฉันพบกับ 'อรวรรณ' นักข่าวสาวแผนกสืบสวนคนนั้น เธอบอกว่าเธอกำลังสืบสวนเื่การฟอกเงินของนักการเมืองท้องถิ่น และพบว่าพวกมันใช้สมาคมลัทธินกฮูกบังหน้าในการทำธุรกรรมสีเทา ฉันเตือนเธอว่ามันอันตรายเกินไปที่จะขุดคุ้ยเื่นี้คนเดียว...”
“บันทึกวันที่ 14 ตุลาคม: ฉันเจอน้องผู้หญิงคนหนึ่งที่ข้อมือมีรอยสักตรานกฮูกคาบกิ่งมะกอกเหมือนกลุ่มของเรา เธอหวาดกลัวและบอกว่า้าหนีไปจากลัทธิบ้าๆ นี่ เธอเตือนฉันว่า 'ท่านผู้พิพากษา' ผู้เป็ประมุขสูงสุดของกลุ่มนี้กำลังจะสั่งจัดการสั่งฆ่าพวกเราทุกคนที่รู้ข้อมูลการฟอกเงินทุจริตเพื่อล้างบางคดีเก่า ฉันต้องช่วยเธอซ่อนตัวก่อนที่พวกมันจะหาเจอ...”
“บันทึกวันที่ 3 พฤศจิกายน: สายสืบส่งข่าวบอกว่าตำรวจเ้าของคดีร่วมมือรับเงินสินบนจากพวกมันเพื่อบิดเบือนรูปคดีฆาตกรรม พยานปากสำคัญถูกกักตัวไว้ในเซฟเฮาส์ลับ และที่แย่กว่านั้น... มีอัยการและผู้พิพากษาระดับสูงคอยรับรองผลคดีฟอกขาวคดีทั้งหมด แลกกับเงินสินบนมหาศาล ฉันกลัวเหลือเกินว่าคิรันน้องชายของฉันจะโดนลูกหลงไปด้วย...”
“บันทึกวันที่ 20 พฤศจิกายน: คิรันรู้เื่พี่ชายฝาแฝดของเขาแล้ว เขาพยายามห้ามไม่ให้ฉันก้าวเข้าไปลึกกว่านี้ คิรันบอกว่าเครือข่ายของลัทธินี้แข็งแกร่งมาก พวกมันมีสายลับแฝงตัวอยู่ในทุกภาคส่วนของกระบวนการยุติธรรม แม้กระทั่งในตำแหน่งผู้ช่วยอัยการสูงสุด หากความลับนี้รั่วไหล ครอบครัวของเราจะไม่มีที่ยืนในประเทศนี้อีกต่อไป”
อ่านมาถึงหน้านี้ ลลินเบิกตากว้างด้วยความใขีดสุด ข้อมูลนี้คือแผนผังขบวนการทุจริตระบบยุติธรรมครั้งใหญ่ที่สุดที่เชื่อมโยงถึงลัทธิฆาตกรรม! ผู้บงการระดับสูงมีทั้งผู้พิพากษาและอัยการจงใจปิดปากและบิดเบือนหลักฐาน!
"คุณกำลังค้นหาอะไรอยู่เหรอครับลลิน?"
เสียงทุ้มต่ำราบเรียบนุ่มนวลดังขึ้นจากทางด้านหลังบอร์ดช่องลับ ลลินสะดุ้งสุดตัวด้วยความใ รีบหันกลับมาประจันหน้าในทันที ร่างสูงสง่าของคิรันยืนบดบังทางออกไว้เกือบมิด แววตาของเขานิ่งสงบดั่งผิวน้ำลึก ทว่าฉายแววอ่อนโยนและจริงจัง ไม่มีทีท่าโกรธเคืองที่เธอแอบเข้ามาสืบข้อมูลลับส่วนตัวของเขาเลยสักนิด
"คิรัน... จดหมายและบันทึกพวกนี้มันบอกว่าพี่ชายของคุณคิรินพยายามช่วยเหยื่อ และคดีเมื่อสิบปีก่อนถูกปิดฟอกขาวโดยผู้พิพากษาและอัยการทุจริต!" ลลินชูสมุดบันทึกในมือพูดเสียงสั่นเครือ "นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะสู้คดีพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของคุณคิรันและล้างมลทินให้คุณได้เลยนะคะ! ทำไมคุณถึงซ่อนมันไว้ในเซฟและไม่ยอมส่งให้ฉันใช้ต่อสู้คดีในศาล!"
คิรันก้าวเข้ามาหาเธอช้าๆ ในช่องลับอันแคบจำกัด ร่างสูงใหญ่โอบประคองไหล่มนของเธอไว้แ่เบาเพื่อบันเทาความตื่นตระหนก แววตาสลัวสีเหลืองนวลฉายความห่วงใย "ลลินครับ... ถ้าเรานำบันทึกโต้ตอบพวกนี้ส่งให้ศาลในตอนไต่สวนประกันตัววันมะรืนนี้... คนพวกนั้นในระบบยุติธรรมที่เป็แกนนำลัทธินกฮูกจะรู้ตัวทันที และพวกมันจะไม่ใช่แค่พยายามเพิกถอนประกันตัวของผม แต่พวกมันจะส่งฆาตกรมาฆ่าปิดปากคุณและทุกคนที่เกี่ยวข้องทันทีเหมือนพิมลภา คุณเห็นแล้วใช่ไหมว่าพวกมันเบียดชนรถคุณปางตายเมื่อวานนี้"
"แต่ถ้าไม่ใช้หลักฐานนี้... คุณต้องเข้าคุกยาวและโดนปะาชีวิตนะคิรัน! ฉันยอมให้คุณเดินเข้าคุกทั้งที่ไม่มีความผิดเพื่อปกป้องฉันไม่ได้หรอกนะ!" ลลินกล่าวเสียงสั่นเครือ น้ำตาใสคลอดวงตาสวย สับสนระหว่างจรรยาบรรณหน้าที่ทนายความกับความรักความห่วงใยส่วนตัวที่เริ่มลึกล้ำในใจ
คิรันดึงร่างบางของเธอเข้ามากอดแแ่กับแผงอกกว้างซบหน้าลงกับเส้นผมนุ่มของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ของเขาเป่ารดกระหม่อมของเธออย่างอบอุ่นทะนุถนอม "การที่ผมต้องเข้าคุกชั่วคราว... ยังดีกว่าเห็นคุณต้องกลายเป็ศพรายต่อไปนอนจมกองเืเหมือนพิมลภานะครับลลิน ผมสัญญากับตัวเองั้แ่วันแรกที่ดึงคุณเข้ามาในคดีนี้ว่า ผมจะปกป้องคุณด้วยชีวิตของผมเอง... ต่อให้ผมต้องสูญเสียอิสรภาพและถูกขังอยู่ในคุกก็ตาม"
"นี่มันบ้าชัดๆ... คุณกำลังเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเพื่อปกปิดความจริงและช่วยคนอื่น..." ลลินพึมพำน้ำเสียงสั่นเครือ สะอื้นไห้เบาๆ บนแผ่นอกกว้างอุ่นของเขา
คิรันผละตัวออกมาเล็กน้อย เชยคางมนของเธอขึ้นสบตานิ่งดวงตาคมกริบของเขาเต็มไปด้วยความรักและความแน่วแน่อย่างที่สุด "บันทึกพวกนี้พิสูจน์ว่าพี่ชายผมคิรินเคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ และผมต้องรับผิดชอบในฐานะสายเืเดียวกัน... ลลินครับ สัญญากับผมสิครับว่าคุณจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับบันทึกและจดหมายพวกนี้ในชั้นศาลสัปดาห์นี้จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม"
ลลินจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความจริงใจและห่วงใยอย่างลึกซึ้ง ความระแวงและความไม่ไว้ใจที่สะสมมานานพังทลายลงอย่างสมบูรณ์ในนาทีนี้ เธอรู้แล้วว่าคิรันไม่ใช่ฆาตกรใจเหี้ยมโหด แต่เขาคือชายผู้แบกรับความลับสีเทาอันหนักหน่วงเพื่อปกป้องอดีตของครอบครัวและตัวเธอ
"ฉันสัญญาค่ะ..." ลลินกระซิบเบาๆ ยอมจำนนต่อข้อเรียกร้องของเขา คิรันยิ้มอบอุ่นและก้มลงจูบหน้าผากมนของเธอแ่เบา ประคองเธอเดินออกจากช่องลับนั้นช้าๆ ปล่อยให้บอร์ดชั้นหนังสือเลื่อนปิดทับลายแทงของเงาซ่อนอยู่เื้ัในความมืดตามเดิม รอวันที่จะเปิดเผยความจริงทั้งหมดในเวลาถัดไป
ทั้งคู่เดินกลับมานั่งที่โซฟากลางห้องสมุด คิรันส่งถ้วยชาร้อนใบใหม่ให้ลลินกุมไว้เพื่อผ่อนคลายจิตใจ ลลินสบตาคิรันและตัดสินใจเล่าเื่ปมในอดีตของเธอให้ฟังเป็ครั้งแรก "รันคะ... ที่ฉันบ้างานและไม่เคยเชื่อใจความรู้สึกหรือผู้ชายคนไหนเลย เพราะพ่อของฉันเคยเป็ทนายความตงฉินเหมือนกัน ท่านไว้ใจพยานหลักฐานและเพื่อนร่วมงานมากเกินไป จนกระทั่งถูกพวกผู้มีอิทธิพลจัดฉากป้ายสีและติดคุกตายในนั้น... ฉันถึงต้องเ็าและยึดมั่นในหลักฐานมากกว่าความรู้สึกมาโดยตลอด"
คิรันกุมมือบางของเธอไว้และใช้นิ้วโป้งคลึงลูบไล้หลังมือเธอเบาๆ ปลอบประโลม "ผมเข้าใจแล้วครับลลิน... แต่ผมสัญญาว่าผมจะไม่มีวันจัดฉากโกหกหรือป้ายสีความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณเด็ดขาด ความรู้สึกของผมเป็ของจริงทั้งหมด และผมจะไม่มีวันให้คุณต้องเผชิญหน้ากับความมืดมนเหมือนคุณพ่อของคุณแน่นอน" คำพูดนั้นละลายน้ำแข็งในหัวใจของลลินลงสิ้นเชิง ทั้งคู่นอนหนุนไหล่กันเงียบเชียบ ปล่อยให้อารมณ์รักอุ่นอวลปกคลุมในค่ำคืนพายุร้ายภายนอกคฤหาสน์
ลลินจ้องมองใบหน้าด้านข้างที่นิ่งสงบของชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้นไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่เธอกลัวมาตลอด บัดนี้เธอรู้แน่แก่ใจแล้วว่า หัวใจของเธอไม่ได้เชื่อแค่พยานหลักฐานทางกฎหมายอีกต่อไป แต่เธอเชื่อในชายผู้นี้ ชายผู้ยินดีสละอิสรภาพของตนเองเพื่อปกป้องเธอ และในการไต่สวนวันมะรืนนี้ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อสู้คดีและปกป้องชายคนนี้ให้ถึงที่สุด