เช้าวันรุ่งขึ้นมาถึงในที่สุด ผู้คนหลั่งไหลมามากกว่าเดิม การทดสอบรอบนี้เป็การทดสอบพลกำลังของผู้เข้าทดสอบ แต่ก็ไม่ได้จำกัดว่าต้องเป็พลกำลังของร่างกายอย่างเดียว ผู้เข้าสอบสามารถเลือกใช้อาวุธที่ถนัด ใช้วิชาที่ตนเองเคยเรียนและคิดว่าเหมาะสมได้เอง ไม่มีข้อจำกัด เพียงแต่ห้ามมิให้ทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต
บนกระดานหินอัคนี ปรากฏชื่อผู้เข้าทดสอบในแต่ละสนาม สนามที่ใช้ทดสอบมีหลายสนามแล้วแต่ว่าจะถูกสุ่มเรียกไปที่สนามใดกับใคร ไม่มีใครรู้ แม้แต่กรรมการผู้คุมสอบเองก็ตามที ทั้งหมดเป็ไปตามกลไกของอักขระเจี่ยกู่เหวิน หรืออักขระเหวิน ซึ่งพัฒนาั้แ่ยุคดึกดำบรรพ์หลายหมื่นปีก่อน มนุษย์ดึกดำบรรพ์ต่างเรียนรู้การใช้ภาษาสื่อความหมายและพัฒนาต่อเนื่องมา อักขระเหวินนี้ มีการพัฒนาเป็อักขระจิติญญาใช้พัฒนาอาวุธ ทำยา หรือทำกลไกต่าง ๆ มากมาย เหมือนกับกระดานอัคนีนี้ก็เป็สมบัติที่มีในเมืองใหญ่ ๆ เท่านั้น เพราะมีมูลค่ามหาศาล ในครั้งนี้เมืองชางไห่นำมาใช้เพื่อใช้ในการสอบคัดเลือก ทำให้เป็ที่ฮือฮาในการนำมาใช้ หลายคนไม่เคยเห็น หลายคนได้ยินแต่ชื่อกระดานนี้
ผู้คนต่างต้องทดสอบบนลานประลองขนาดใหญ่ มีม่านพลัง ซึ่งก็เป็การใช้อักขระเหวินในการสร้างเช่นกัน ความแข็งแรงขึ้นอยู่กับพลังจิตของปรมาจารย์ผู้สร้าง ลานประลองทั้งสิบกระจายอยู่บนลานกว้าง ผู้คนเข้ามาดูและเข้าไปรอที่สนามทดสอบของแต่ละคนั้แ่เช้า การประลองเริ่มอย่างดุเดือด หลายคู่รุนแรงไม่สนใจว่าคู่ต่อสู้เป็หญิงหรืออายุน้อยกว่า เพราะกฏเกฑณ์ถือว่า เมื่อคิดจะเข้าทดสอบ ต้องพร้อมและยอมรับได้ ทำให้มีหญิงสาวมากมายาเ็และยอมแพ้ไปหลายคน
"ตูม ..." เสียงดังอีกเวที เป็เสียงการต่อสู้ของหญิงสาววัย 14 ปีที่ได้แต้มตะวันสูงเมื่อวานนี้ ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ไม่มีใครเห็นชัดเจน มีเพียงยามที่นางพริ้วกาย ะโข้ามคู่ต่อสู้ จะมีการปลิวของผ้าปิดหน้า ทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วนางน่ารักและงดงาม แม้จะไม่เห็นชัดเจนทั้งหมด คู่ต่อสู้ของนางเป็ชายหนุ่มวัย 16 ปี รูปร่างกำยำ สูงใหญ่ หนวดเครายาว แต่ดูไม่น่าเกลียด "สาวน้อย ... ข้าไม่อยากทำร้ายเ้า เ้ายอมแพ้แล้วลงจากเวทีไปซะ หลายคนก็ยอมแพ้ข้าไปแล้ว อย่าเสียเวลาอีกเลย" ชายหนุ่มกล่าวต่อหญิงสาวตรงหน้า "หยุดพูดได้แล้ว ... คนอื่นยอมถอย แต่ไม่ใช่ข้า จนบัดนี้เ้ายังทำอะไรข้าไม่ได้เลย เ้าไม่เห็นรึ" หญิงสาวตอบอย่างหนักแน่น ชายหนุ่มไม่รอช้า นำทวนยาว พร้อมอัดพลังตะวันแดงที่มีส่งเข้าไปกลางอกหญิงสาวอย่างรวดเร็ว หญิงสาวหลี่ตามอง แล้วยกกระบี่ขึ้นมารับคมหอกพร้อมพลิกกายออกไปด้านข้าง ตีลังกาขาฟาดลงบนลำตัวชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มตกตะลึงที่ทวนตะวันแดง ถูกหยุดได้ แม้นขาที่ถูกฟาดลงมาจะไม่ทำให้าเ็มากมาย แต่ก็ทำให้ความโมโหเกิดขึ้น หญิงสาวคนนี้ทำข้าขายหน้าและาเ็
"ข้าจะไม่ออมมือแล้วนะ ฮี" ชายหนุ่มสบถพร้อมรุกต่อ เห็นทีข้าจะต้องใช้กระบวนทวนประจำตระกูลแล้ว ชายหนุ่มชูทวนขึ้นฟ้า พร้อมส่งพลังตะวันเข้าไปจากม่วงไล่พลังสูงถึงพลังแดง พร้อมควงทวนเข้าไปหา ะโทะยานขึ้นไปบนฟ้า ชี้ทวนลงสู่หญิงสาวที่ยืนอยู่บนพื้น พลังทวนที่ปรากฏทำให้พื้นดินถูกอัดด้วยพลังเป็รอบแตกลึก ฝุ่นคลุ้งกระจาย "ตายแน่แล้ว พลังขนาดนี้ ใครจะทนได้ แค่หนีก็ไม่รู้จะได้ไหม..." คนอื่นที่มาดูต่างพูดคุยกันอย่างออกรส แน่นอนการพนันขันต่อเป็เื่ปกติที่ทำกัน การต่อรองฝ่ายชายย่อมสูงกว่า
"ตูม ... ตูม ...ตูม" เสียงพลังกระแทกพื้นสามครั้งติดต่อกัน ฝุ่นคลุ้งกระจายไม่เห็นผู้คน ไม่รู้ว่าใครอยู่ใครไป ทว่าในเวลานั้นเอง "เพล้ง ..." เสียงอาวุธปะทะกันในเวลาอันรวดเร็วก็ดังขึ้น พร้อมกับฝุ่นที่จางหายไป และชายหญิงที่ต่างยืนกันคนละมุม
"เป็ไปได้ยังไง เป็ไปไม่ได้ พลังทวนข้า ..." ชายหนุ่มยืนพร้อมกระอักเืออกมา ทวนที่ใช้หักสะบั้น คมทวนแตกกระจาย "นั้นมันอาวุธระดับกึ่งราชันนะ ทำไมกัน" ชายหนุ่มครางพร้อมล้มลงและสลบไป หญิงสาวเองก็กระอักโลหิตออกมา ทว่ายังคงยืนอยู่ได้ อาวุธในมืออยู่ในสภาพบิดงอจากการใช้พลังต้านอาวุธกึ่งราชัน "ถ้าข้าไม่รีดพลังเข้าไป ข้าคงไม่รอดแน่" หญิงสาวคิดและเดินออกจากเวทีไปอย่างผู้ชนะ
การต่อสู้เป็ไปทั้งวันจนถึงบ่าย ผู้คนกว่าสามร้อยคนสู้กัน ใครแพ้ไม่ยอม ก็กลับเข้าไปขอสู้ใหม่จนกว่าจะชนะหรือยอมแพ้ไปเอง มีเพียงไม่กี่สิบคนหรือเพียงหยิบมือเท่านั้น ที่จะสมัครเข้าเป็ศิษย์นอกของสำนักในเมืองชางไห่ได้
รอบบ่ายสนามหลายสนามยังคงไม่ได้พัก ครานี้เป็ของลี้เฟยที่จะต้องต่อสู้ คู่ต่อสู้ของลี้เฟยเป็ชายหนุ่มกายาล่ำสันสูงใหญ่ ดูดุดัน มีอาวุธเป็ดาบ ดาบเป็อาวุธที่มีคมด้านเดียวเป็หลัก พลังที่ใช้ดุดัน คนที่ใช้ดาบต้องมีพลังมากพอที่จะส่งอาวุธขับเคลื่อนออกไปทำลายเป้าหมายได้ ดูท่าแล้ว ชายคนนี้ มิใช่ย่อยเลย ลี้เฟยคิดในใจ ดูจากพลังปราณที่ััได้ ทำให้ข้าอึดอัดและรู้สึกหวั่นใจได้
"เอาละ มันจะยังไง ข้าจะต้องใช้เป็ตัวฝึกของข้า แค่นี้มันเป็แค่จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ เท่านั้น" ลี้เฟยคิดพร้อมกับนำกระบี่อัคนีเพลิง ที่อยู่ในแหวนมิติที่ได้จากบิดาจักรพรรดิมา ข้าจักไม่ใช้จักระักับเ้า ข้าจักใช้เพียงพลังมนุษย์เท่านั้น ด้วยพลังตะวันแดงของข้า แม้ระดับชั้นพลังข้าดูจะน้อยกว่าเ้า ข้าก็จะสู้
ลี้เฟยะโ พุ่งอัดกระบี่เข้าไปหาชายหนุ่มด้านหน้า ซึ่งใช้ดาบออกมาขวางคมกระบี่พร้อมปัดไปด้านข้าง แล้วรุกต่ออย่างรวดเร็ว การต่อสู้ตั้งรับเป็ไปหลายกระบวน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอม เืออกที่มุมปากของทั้งสองฝ่าย าแเกิดขึ้นมามากมายบนตัวลี้เฟย เห็นได้ว่าลี้เฟยเป็รองจากระดับพลังและประสบการณ์ในการต่อสู้ าแลี้เฟยมีรอบตัวทั้งลึกและไม่มาก บนใบหน้ามีรอดกระแทกจากคมดาบเป็รอยยาว
เมื่อคิดได้ดังนี้ ลี้เฟยจึงนำเคล็ดวิชาัทะยานออกมาใช้ แต่ใช้พลังระดับมนุษย์ พุ่งเข้าอย่างรวดเร็ว ด้วยเคล็ดวิชานี้ ทำให้ลี้เฟยประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ลี้เฟยฟันไปที่แขนพร้อมใช้พลังฝ่ามือตะวันแดงอัดพลังปราณกระแทกเข้าไปที่หน้าอกพร้อมกันดัง "ปั้ง" ชายหนุ่มใและถูกกระแทกออกไป รับรู้ได้ถึงอาการาเ็ที่เกิดขึ้นไม่ใช่น้อย
ลี้เฟยยืนดูเล็กน้อย อาการาเ็จากการใช้พลังเกินไป ทำให้ปราณพลังเริ่มลดลง คิดได้เช่นนั้น ข้าคงต้องจบการประลองแล้ว ลี้เฟยใช้ัทะยานไป้าพร้อมพุ่งกระบี่ลงมา ชายหนุ่มปัดป้องไว้ได้ จากนั้นลี้เฟยรุกต่อด้านข้างสลับไปมาทำให้ชายหนุ่มชินกับการตั้งรับสลับไปมา ทันใดนั้นเอง ลี้เฟยหยุดสลับแต่พุ่งตรงไปที่หน้าอกด้านซ้าย แทงเข้าไปทะลุพร้อมดึงกระบี่ออกมา เืทะลักออกมา พร้อมกับพลังที่อัดเข้าไปที่หน้าอกชายหนุ่มซ้ำอีกครั้ง ทำให้ชายหนุ่มกระเด็นออกไปตกเวที ชายหนุ่มมองออกตามลี้เฟย "ข้าจักจำไว้ แพ้เ้าคราวนี้ ข้าเต้าจี้จะต้องทำให้เ้าเสียใจ จำชื่อข้าไว้เ้าเด็กน้อย"
"เมื่อเ้าพร้อม" ลี้เฟยพูดพลางเดินออกไปโดยไม่เห็นหลังกลับมาดูชายหนุ่มที่แพ้ในรอบนี้
เสียงอื้ออึงเกิดขึ้นรอบทิศ "เป็ไปได้อย่างไร ข้าว่าเ้าเด็กนี่จะแพ้ตั้งนานแล้วนะ ทำไมกลายเป้นเ้าหนุ่มนั้นตกเวทีไปได้ยังไง" ผู้คนพูดคุยมากมาย
การเเข่งขันทดสอบดำเนินต่อไปจนจบ คนแพ้มากมายกลับมาทดสอบใหม่ จนในที่สุดได้ห้าสิบคนที่ีกำหนดไว้
"เอาละจากนี้อีกสามสิบวัน พวกเ้าทั้งหมดเดินทางเข้าไปที่เมืองชางไห่ได้ เ้าสามารถเข้าทดสอบที่แต่ละสำนักได้อีก ถ้าเ้าคิดว่าเ้ามีดีพอจะเข้าเป็ศิษย์นอกทันที แต่ถ้าเ้าไม่แน่ใจ เ้าสามารถสมัครเป็ศิษย์สายงานได้ก่อน รอเ้าพร้อมแล้วค่อยทดสอบในปีต่อไป ส่วนผู้ชนะในรอบนี้ เ้าสมัครสำนักที่เ้า้าได้ ถ้าสำนักนั้นพอใจ จะรับเ้าเป็ศิษย์นอกทันที เ้าไปเตรียมตัว อีกสามสิบวัน" กรรมการาุโคนเดิมกล่าวแล้วเดินออกไป
ในที่สุดการทดสอบก็เสร็จสิ้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไป
"ข้ามีงานต้องทำก่อนข้าจะไปเมืองชางไห่ ..." ลีเฟยคิดในใจ พร้อมจิตสังหารที่ปรากฏในสายตา ...