บบที่ 6 เป็ตายร้ายดีมิได้สน
ฝั่งด้านท่านอ๋องหลังจากที่องค์ชายสามกลับไปเขาเองก็ครุ้นคิดเป็อย่างหนักในคำพูดของพระชายาที่เปลี่ยนไป เหตุใดจู่ๆนางถึงเป็เช่นนี้ราวกับคนละคน
เขาก็ได้ย่างกายออกไปหาพระชายาที่ตำหนักของนางที่เขาไม่ได้จะมาเหยียบด้วยซ้ำั้แ่แต่งนางเข้ามาที่จวน ตลอดทางหูของท่านอ๋องก็ได้ยินบ่าวพูดคุยกันว่าพระชายาเปลี่ยนไป นางโหดร้ายขึ้นมากกว่าเดิมจากเมื่อก่อนไม่เคยแม้จะต่อว่าหรือลงโทษสาวใช้แต่ตอนนี้นางกลับสู้ขึ้นมาและสั่งลงโทษสาวใช้ด้วยการโบยตี คนจิตใจอ่อนแอเช่นพระชายาทำเช่นนี้ได้ไม่แน่อาจจะมีผีร้ายเข้าสิงร่างนางก็ได้
"หึ หึ ผีนะหรือพวกเ้าวันๆไม่ทำอันกันหรือไง หรือว่างานพวกเ้าไม่มี ถึงได้มาจับกลุ่มนั่งพูดเื่พระชายาเช่นนี้" ท่านอ๋องได้เข้าไปขัดบทสนทนาของบ่าวทั้งหมดก็รีบคุกเข่าลงและก้มหน้าด้วยความกลัว
"หม่อมฉันมิกล้าเพคะ แต่ว่าเื่ที่พวกหม่อมฉันพูดคุยกันก็เป็เช่นนั้นจริงๆนะเพคะ ั้แ่พระชายาประชวรครั้งนี้ ฟื้นขึ้นมาก็เปลี่ยนไปราวกับว่าเป็คนละคน หากท่านอ๋องไม่เชื่อก็ดูหลังของหม่อมฉันสิเพคะ นี่คือสิ่งที่พระชายาสั่งลงโทษหม่อมฉัน"สาวใช้ที่ถูกพระชายาโบยหลังได้โชว์หลังของนางให้ท่านอ๋องได้ดูว่าพระชายาตอนนี้ทรงเปลี่ยนไปจริงๆ
"แล้วที่เ้าโดนลงโทษ มันเกิดจากอันใดอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ที่ผ่านมาข้ารู้มาตลอดว่าพวกเ้าไม่เคยให้ความเคารพนางเลยแม้แต่น้อย มิหน้ำซ้ำยังคอยกลั่นแกล้งเพราะเห็นว่าข้านั้นไม่สนใจนาง ก็ไม่แปลกหากนางจะลุกขึ้นมาทำโทษสาวใช้ที่เหิมเกริม "ท่านอ๋องพูดจบก็รีบเดินไปที่ตำหนักของพระชายา
เมื่อย่างกายเข้ามาที่ตำหนักของพระชายาท่านอ๋องก็เห็นว่าตำหนักแห่งนี้ช่างไม่ได้รับการดูแลและไม่มีอะไรน่าดูสักนิด ท่านอ๋องเดินเข้ามาที่ห้องก็พบเพียงความว่างเปล่าและเสื้อผ้าเก่าๆที่ในตู้ของนางก็ได้เดินหาจนทั่ว ก็ไม่พบจังหวะนั้นสาวใช้ได้มาเก็บกวาดที่ห้องของพระชายาพอดี ท่านอ๋องจึงได้เข้าไปถาม
"นี่เ้า พระชายาเหมยลี่ไปที่ใด เหตุใดถึงไม่อยู่ที่ตำหนัก" นางใเพราะั้แ่พระชายามาอยู่ที่นี่ไม่เคยมีผู้ใดเห็นท่านอ๋องมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่
"เอ่อ ทูลท่านอ๋องข้าก็ไม่รู้เช่นกันเพคะ หม่อมฉันเข้ามาเมื่อครู่ก็ไม่พบผู้ใดแล้วนอกจากท่านอ๋องเพคะ"
"งั้นเ้าก็กลับไปทำงานของเ้าเถอะ"
"เพคะ " นางก็ทำหน้าที่ของตนเองต่อ โม่อี้หลานกอดอกและนึกคิดว่านางจะไปที่ใดได้ในเมื่อร่างกายของนางอ่อนแอเช่นนั้นแค่นางเดินก็แทบจะล้มแล้ว เมื่อนึกคิดไปเรื่อยๆท่านอ๋องก็ได้นึกถึงคำพููดของนางว่านางจะกลับไปที่เรือนของตนเองและไม่กลับมาอีก ทำให้เขาได้รู้ว่านางนั้นเอาจริง
"ไปก็ดี ข้าเองก็รำคาญลูกตา ถึงนางอยู่ข้าก็ไม่ได้สนใจนางอยู่แล้ว นางไปข้าเองก็สุขใจ'" โม่อี้หลานคิดได้ดั่งนั้นก็ได้เดินกลับไปที่ตำหนักของตนเอง องครักษ์ประจำกายของท่านอ๋องก็ได้เดินเข้ามาหาเขาที่ห้องและทูลถามเมื่อเห็นพระชายากำลังเดินทางอยู่ด้านนอกจวนกับสาวใช้ของนางเพียงสองคน
"ท่านอ๋องท่านรู้แล้วหรือพะยะคะ ว่าพระชายาออกไปด้านนอก เมื่อครู่ก่อนกระหม่อมจะกลับเข้ามาเห็นพระชายาเดินอยู่ที่ตลาดกับสาวใช้ ใบหน้าของพระชายาเองก็เริ่มซีดข้าเกรงว่าพระชายาคงจะหมดสติในไม่ช้า สาวใช้ของพระชายาเองก็ตัวเล็กร่างบางจะพาพระชายากลับมาที่ตำหนักได้หรือพะย่ะค่ะ" ท่านอ๋องที่นั่งอ่านตำราอยู่ก็ทำเป็ไม่สนใจ
"แล้วอย่างไร นางอยากออกไปเอง ก็ปล่อยนางสิเป็ตายร้ายดีข้าก็ไม่สนใจแม้นางจะตายอยู่ต่อหน้าข้าก็ไม่แยแสสักนิด เ้ารู้หรือไม่ว่าวันนี้นางมาหาข้าเพื่อขอให้ข้าลงลงตราประทับในหนังสือหย่าให้นาง นางไปเช่นนั้นก็ดี ข้าเองก็ขะหย่าให้นางเช่นกัน" โม่อี้หลานก็ได้อ่านตำราต่อแต่ทว่าจิตใจของเขานั้นไม่ได้สนใจตัวหนังสือแม้แต่น้อย
"กระหม่อมเห็นมีบุรุษรูปงามเข้ามาพูดคุยกับพระชายาด้วยหากท่านอ๋องหย่าให้พระชายากระหม่อมคิดว่าพระชายาอาจจะหาคนที่รักตนเองได้ดีกว่าท่านอ๋องแน่นอนพะย่ะค่ะ หากเป็เช่นนั้นก็ดีต่อพระชายาพะย่ะค่ะ" เมื่อได้คิดคำพูดนี้ทำให้เขาวางตำราลงและเดินไปหยิบเสื้อคุมมาสวมใส่และเดินออกไปด้านนอกตำหนัก
"ท่านอ๋องจะไปที่ใดพะย่ะค่ะ "
"ข้าก็จะออกไปดูพระชายานะสิ ตอนนี้ถึงข้ากับนางไม่ได้รักกัน แต่นางก็ขึ้นชื่อว่าเป็พระชายาของข้า นางทำตัวไม่ดีจะพลอยทำให้ข้าเสื่อมเสียไปด้วย ปานนี้คงจะสำออยล้มลงนาบอกบุรุษผู้นั้นแล้วสินะ" ท่านอ๋องหน้างิ้วคิ้วขมวดเข้าหากันเเดินตรงไปที่คอกม้าและควบม้าออกไปที่ตลาด องครักษ์เองก็ไม่เข้าใจท่านอ่องเช่นกัน ปากบอกไม่สนใจและไม่ใยดีนางเหตุใดต้องรีบออกไปทั้งๆที่จะหย่ากันแล้ว จะหวงทำไมกัน
ฝั่งด้านหนานลี่เธอสนุกกับการเดินทางเป็อย่างมาก ของกินมากมายเต็มถนนหนทาง ชาวบานที่ดูเป็มิตรยิ้มแย้มแจ่มใส
"หื้อ ขนมนี่น่าอร่อยจัง โชคดีนะที่ข้าออกมาไม่ลืมที่จะหอบเงินหอบทองออกมาด้วย นี่จี่ซุนเ้าอยากกินอะไรเลือกได้เลยข้าจะซื้อให้เ้ากินเอง"
"พระชายารีบเดินทางเถอะเพคะ ตอนนี้ก็เริ่มเย็นแล้วกว่าจะถึงเรือนของท่านใต้เท้า "
"ก็ได้ก็ได้ เ้านี่จริงๆเลย." หนานลี่จับขนมเข้าปากเคี้ยวเต็มปากเต็มคำ จนกระทั่งเดินมาเรื่อยๆนางก็เห็นเด็กคนหนึ่งที่กำลังถูกคนแก่รังแก
"เ้าเด็กหัวขโมยออกไปจากร้านข้านะ ตัวก็เหม็นสกปรกแล้วยังจะมาขอกันอย่างนี้หากไม่มีก็ไม่ต้องอยากกิน" เด็กผู้ชายสภาพร่างกายซูบผอมเสื้อผ้าขาดจนไม่เหลือชิ้นดี กำลังถูกหญิงชราขับไล่ออกจากหน้าร้าน หนานลี่อดไม่ได้ที่จะเข้าไปช่วยเหลือ
"ท่านป้าเด็กผู้นี้ไปทำอันใดให้ท่านหรือ"
"ก็เ้าเด็กมอมแมมนี่มักจะมาขอข้ากินฟรีอยู่เรื่อยอ้างว่ายายของตนเองนั้นไม่สบาย ในครั้งแรกข้าเองก็หลงเชื่อ แต่ก็หลายครั้งหลายครา หากเ้าเด็กนี่ไม่รู้จักทำมาหากินเอาแต่ขอผู้อื่นไปเรื่อยเช่นนี้เมื่อไหร่จะรู้จักโต" เมื่อหนานลี่ได้ยินก็เข้าใจในสิ่งที่หญิงชราผู้นี้เอ่ยออกมา นางจึงคิดหาทางให้เด็กรู้จักหาของมาแลกเงินจะได้มีเงินซื้อของไปกินจะได้ไม่ต้องเร่ร่อนขอชาวบ้านอีก
"เด็กน้อยเอ๋ย หากเ้าอยากกินอาหารเ้าจะต้องไปหาอันใดมาขายให้ข้า แต่ต้องเป็ของที่มิใช่ลักขโมยมาแต่เป็ของที่เ้าสามารถหามาได้ด้วยตัวเองอย่างเช่นพืชผักหรือไม้ฟืน ข้าจะรอเ้าอยู่ที่โรงเตี้ยมด้านหน้าหากเ้านำของมาให้ข้า ข้าจะให้อัฐแก่เ้าเ้าทำได้หรือไม่"
"ทำได้ขอรับ ข้าจะรีบไปหาของมาให้"แววตาของเด็กส่องประกายอย่างตื่นเต้นพูดจบเด็กก็ได้วิ่งหายไป หนานลี่ยิ้มและเดินไปที่โรงเตี้ยมมาที่บอกไว้
"พระชายาท่านทรงทำอะไรอีกเ้าคะ ท้องฟ้าก็เริ่มมืดเรื่อยๆข้าเกรงว่าทางไปที่เรือนของท่านคงจะมืดน่าดูโคมไฟข้าก็ไม่ได้เตรียมมา"
"ข้าจะพักทีโรงเตี้ยมนี้วันรุ่งขึ้นเราค่อยเดินทางต่อ "
"ได้เ้าค่ะ " การกระทำของทั้งคู่อยู่ในสายตาคู่หนึ่งที่จับจ้องไม่วางตาแต่ทั้งสองคนก็คงไม่รู้ตัวว่ามีใครกำลังตามนางอยู่