ผมตัดสินใจเก็บของเพื่อออกเดินทางไปในทิศทางที่เงือกหนุ่มตนนั้นว่ายน้ำหายไป ตั้งใจจะไปสอดส่องเมืองใต้สมุทรว่าจะงดงามแบบไหน มั่นใจว่าคงจะตีเนียนไปกับสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในนั้นได้ เพราะถึงขนาดตัวของผมจะเพิ่มขึ้นจนแตกต่างจากทากทะเลธรรมดาอยู่มาก ทว่าดูจากขนาดของเ้าเต่าั์แล้ว ตัวผมที่ใหญ่กว่าทากอื่นนิดหน่อย(ประมาณน้องๆ แมวน้ำ)ก็ไม่น่าจะเป็ปัญหา?
อืม… หากไม่ได้อย่างน้อยๆ ผมก็ขอมองอยู่ห่างๆ กินบรรยากาศแถวนั้นเอาก็ได้ ผมไม่เลือกทำตัวทู่ซี้เอาแต่ใจหรอก
ผมย้ายเ้าต้นไม้ที่ทำให้ผมตื่นรู้เข้าไปในมิติส่วนตัวด้วยความหวงแหน ไม่รู้ทำไมแต่พอผมกลับมาถึงรังเ้าต้นไม้ต้นนี้ก็เติบโตขึ้นไปอีกขั้น มันขยายสูงขึ้น แตกต่างจากต้นไม้ปักชำที่เตี้ยเท่าเดิมเหมือนกองสนามหญ้าสูงรกชัน
ผมคิดว่ามันอาจจะเจริญเติบโตตามตัวผมที่เปลี่ยนไป? หากเป็แบบนั้นก็แสดงว่าเ้าต้นไม้กับตัวผมจะต้องเชื่อมต่อถึงกันด้วยความสัมพันธ์อะไรบางอย่าง ดังนั้นผมจึงไม่ลังเลเลยที่จะเก็บมันเข้าไปในมิติส่วนตัวเพื่อเอามันติดตัวไปด้วยทุกที่
และมันก็น่าจะเป็ทางเลือกที่ถูกต้อง สัญชาตญาณของผมส่งความรู้สึกปลอดภัย พึงพอใจกับการกระทำนี้อย่างเห็นได้ชัด เ้าต้นไม้ที่ถูกย้ายเข้าไปก็ดูจะเปล่งประกาย สภาพกิ่งก้านอวบแข็งแรง ใบและดอกแผ่กว้างมีชีวิตชีวา ดูสุภาพดีขึ้นด้วยตาเปล่า
ถัดจากเ้าต้นไม้ผมก็ย้ายต้นไม้ปักชำและรังที่เล็กเกินกว่าที่ตัวผมในตอนนี้จะเข้าไปอยู่ได้เข้าไปในมิติ เอาไว้เป็รังให้อาหารสำรองอยู่อาศัย ซึ่งก็คือพวกกุ้งปลาที่มาอาศัยในรังของผม ซึ่งแน่นอนว่าผมต้องเอาพวกมันไปด้วยพร้อมๆ กัน ผมจัดแยกพวกมันไปอยู่อีกมุมหนึ่งห่างจากเ้าต้นไม้ของผมไม่ให้ไปรวมกันอย่างเป็สัดส่วน
จากนั้นผมก็ไล่เก็บสาหร่ายทะเลหน้าตาต่างๆ สะสมไว้เผื่อมีประโยชน์ เช่น สาหร่ายที่เติบโตใต้ก้อนหินมีใบเป็พระจันทร์เสี้ยวสีแดงกับเม็ดไข่มุกสีชมพูที่นายเงือกตนนั้นใช้เป็ยารักษาาแนั่น ผมก็ไปเก็บกลับมาใส่ในมิติพร้อมก้อนหินที่มันพันรากยึดติดอยู่ตั้งหลายต้น
เมื่อจัดการเก็บของทั้งหมดเสร็จ มันถึงเวลาที่ผมจะออกเดินทาง...
เมื่อข้อกำจัดทั้งหมดหมดไป สถานที่แห่งนี้ก็ถึงเวลาที่ต้องลาจาก มิติติดตัวที่ได้มาทำให้ไม่ต้องยึดติดกับที่ใดที่หนึ่ง สามารถไปที่ใดก็ได้พร้อมเ้าต้นไม้แสนสำคัญ
ผมออกเดินทางไปอย่างไม่เร่งรีบ มองชมทิวทัศน์และสัตว์น้ำระหว่างทางอย่างอารมณ์ดี เก็บเปลือกหอย ฟองน้ำทะเล ปะการัง สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเข้ามิติไปอย่างละเล็กอย่างละน้อย ทำมิติส่วนตัวเป็ท้องทะเลจำลอง ตกแต่งไปเรื่อยอย่างนึกสนุก
มิติส่วนตัวของผมค่อนข้างกว้างใหญ่ แทบไม่ต้องกังวลว่าที่จะเต็มหากไม่ได้คิดจะยัดสิ่งมีชีวิตหรือของที่มีขนาดใหญ่พอๆ กับเ้าเต๋าั์ตัวนั้นลงไป
ยิ่งเดินไปตามทิศทางที่เงือกตัวนั้นว่ายน้ำไปนานเท่าไหร่ ท้องทะเลก็ยิ่งมืดมิดลงมากขึ้นเท่านั้น กระแสน้ำนิ่งสงบมากขึ้นมากขึ้น สัตว์น้ำก็น้อยลงและเริ่มแปลกใหม่
ผมมองเห็นปลาตัวใหญ่มีหนวดแสงบนหัวว่ายไปมาอย่าช้าๆ เห็นแมงกะพรุนลอยคว้าง ทั้งตัวส่องสว่างโดยมีหนวดยาวกะพริบไล่สีสลับไปมา เจอปลาแบนๆ ทั้งตัวกลืนไปกับพื้นทรายที่ซ่อนตัวอยู่บนพื้นรอคอยเหยื่อ เจอปลาดาวหนามแหลมเคลื่อนตัวอย่างช้าๆไปตามทาง
สิ่งมีชีวิตแห่งท้องทะเลพวกนี้เป็สิ่งมหัศจรรย์ที่น่าค้นหา การที่ได้เห็นพวกมันใกล้ๆ เป็เื่น่าตื่นตาตื่นใจเป็อย่างมาก
ผมว่ายน้ำตามปลาหมึกหน้าตาประหลาด ทั้งตัวของมันพองกลมเป็วงรี ส่วนหัวมีลูกตาสองลูกใหญ่และมีหนวดงอกออกมา้าเป็พุ่ม ที่ก้นของมันมีครีบเล็กๆขยับกระพือเป็่ๆ ดูน่ารักน่าชังไม่มีพิษภัย
เพราะผมว่ายน้ำตาม เ้าปลาหมึกลูกหมูตัวเล็กตัวนี้จึงกระพือครีบไวๆ หนีผมที่ว่ายน้ำไล่มันอย่างช้าๆ จากด้านหลัง แค่พริบตาเดียวมันก็ว่ายหนีหายไปในน้ำลึก พุ่งหายไปจากระยะสายตาของผม
ดูเหมือนว่าการตามนายเงือกตนนั้นไปจะไม่ง่ายอย่างที่คิด คิดๆ ดูแล้ว บ้านของเหล่าเงือกย่อมต้องตั้งอยู่ในสถานที่ปลอดภัยเข้าถึงยาก อยู่ในท้องทะเลลึกที่สัตว์น้ำทั่วไปยังไปแทบไม่ถึง นอกเหนือจากนั้น ผมเชื่อว่าพวกเงือกก็น่าจะมีอะไรบางอย่างปกป้องสถานที่ของพวกเขาอยู่
ไม่แน่ว่าอาจจะมีเวทมนตร์อะไรก็ได้? ในเมื่ออาจจะทะลุมิติมา ผมก็อดไม่ได้ที่จะตั้งความหวัง
ในสภาพที่เกิดใหม่เป็ทากทะเลคงขึ้นไปบนบกเพื่อเปิดหูเปิดตาไม่ได้ อย่างน้อยๆ ก็ขอเที่ยวชมสิ่งน่าสนใจใต้ท้องทะเลให้หนำใจเสียหน่อย หากเอาแต่กินกับนอนก็เสียของที่ได้มาเกิดใหม่แล้วตื่นรู้ขึ้นมาได้
หนทางข้างหน้ามืดลงจนแทบมองอะไรไม่เห็น โชคดีที่เหมือนตัวผมจะเรืองแสงได้อย่างน่าประหลาด แถบที่หูและหางส่องสว่างในความมืดมิด เป็อะไรที่ล่อเป้าให้สัตว์นักล่ามองเห็นเด่นสง่า…
แต่ก็เพราะยิ่งมืดก็ยิ่งมีสิ่งมีชีวิตอื่นน้อย ต่อให้ตัวผมโดดเด่นขนาดไหนก็ใช่ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตอื่นบังเอิญว่ายผ่านมา แถมเพราะส่องสว่างเป็เป้านิ่ง ก็ยิ่งทำให้สิ่งมีชีวิตที่ว่ายผ่านไปมาเกรงกลัวไม่กล้าเข้ามาใกล้ เสมือนเป็สัญญาณเตือนไม่ให้เข้ามาหาเื่ เหมือนสีสันสดใสบนกบหรือคางคกบางชนิด สียิ่งสดใสแสบตาก็ยิ่งบ่งบอกถึงความอันตราย หากกัดเข้าไปก็เตรียมรอรับยาพิษได้เลย
ซึ่งตัวผมเองก็มีพิษจริงๆ นั่นแหละ อย่างน้อยๆ ก็ฆ่าสัตว์ประหลาดตายไปแล้วตัวหนึ่ง
ผมว่ายน้ำไปจนสุดพื้นราบ หยุดอยู่ตรงหน้าขอบเหว ด้านล่างลึกลงไปเป็ความมืดมิดยิ่งกว่าบริเวณที่ผมอยู่ จากสภาพในตอนนี้ผมก็แทบจะมองไม่เห็นทางข้างหน้าแล้ว โชคดีที่หูของผมสามารถตรวจสอบบริเวณโดยรอบได้ ดังนั้นถึงจะมืดแค่ไหนแต่ผมก็ยังมองเห็นอยู่ ทว่าเพราะหุบเหวข้างล่างนั้นลึกมากจนผมไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ มั่นใจได้เลยว่ามันลึกมากจริงๆ
ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่จำเป็ต้องตรวจสอบด้วยซ้ำ จากเพียงสัญชาตญาณผมก็เชื่อแล้วว่ามันต้องลึกมากๆ แน่ เพราะหากลึกไม่มากพอ พวกเงือกก็คงไม่เลือกตั้งเป็ถิ่นที่อยู่อาศัย
แต่มืดจนมองไม่เห็นอะไรเลยแบบนี้ ถ้าไม่เพราะสามารถมองเห็นในความมืดได้ ก็ต้องมีอะไรสักอย่างที่ใช้นำทางได้ หรืออาจจะใช้สัญชาตญาณเหมือนเวลาปลาแซลมอนวางไข่ สามารถรู้เส้นทางได้ด้วยตัวเอง บางทีอาจจะเป็คลื่นส่งสัญญาณเหมือนพวกปลาโลมา? หรืออาจจะเหนือไปกว่านั้นเพราะนี่อาจจะเป็โลกต่างมิติ ใช้พวกเวทมนตร์พลังแปลกประหลาดอะไรพวกนั้นแทน
ยิ่งคิดยิ่งจินตนาการผมก็ยิ่งตื่นเต้น ทว่าความตื่นเต้นนี้ก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อคิดได้ว่าสภาพของตัวเองนี้คงไม่สามารถตามลงไปค้นหาเมืองของนางเงือกนายเงือกได้
น่าเศร้าที่คิดไปเสียใหญ่โตว่าจะสามารถแอบเข้าไปดูความสวยงามยิ่งใหญ่เ่าั้ด้วยตัวเองได้ กับหลุมที่ไร้ก้นบึ้งเช่นนี้อาจจะเป็ขั้นแรกของการป้องกันผู้บุกรุกของชาวเงือก ไม่รู้ว่าหากผ่านทะลุเข้าไปได้แล้วจะมีอะไรรออยู่อีก?
หากคิดจะเข้าไปก็ต้องหาคนนำทางให้ได้…
ทว่ามันคุ้มกันหรือกับการดื้อแพ่งทำในสิ่งที่รู้อยู่แต่แรกว่าไม่ควรกระทำและอาจมีผลลัพธ์ที่ไม่ดีตามมา? แลกกับแค่ความอยากรู้อยากเห็นเล็กๆ น้อยๆ
-----------------
เื้ัการถ่ายทำ
-----------------
น้องทากทะเล : ออกเดินทางซะที นึกว่าจะเล่นอยู่ที่เดิมจนกลายร่างมนุษย์แล้ว!
คนแต่ง : แหม... เค้าวางนิสัยเธอมาแบบนี้ จะให้หลุดคาแรกเตอร์วิ่งไปทั่วได้ยังไง
คนอ่าน : ...แล้วเมื่อไหร่น้องจะมีชื่อ?
น้องทากทะเล : (จ้องมองอย่างกดดัน)
คนแต่ง : (ยกมือยอมแพ้) สารภาพก็ได้! เค้ายังไม่ได้คิดเลยอย่างไรล่ะ!! วะฮ่ะฮ่าๆๆๆ