“ผมเชื่อว่าป้าเฉินยังมีเงินพอที่จะซื้อซาลาเปาเนื้อสองลูกได้นะครับ”เซียวหยวนิเอ่ยเสริม
สีหน้าของเฉินซิ่วฮวาพลันแข็งทื่อไปชั่วขณะแต่เธอก็ยังคงเสียดายอาหารจานเลิศที่วางอยู่เต็มโต๊ะ จึงมองอย่างตาละห้อย“อาหารสามอย่างสำหรับสามีภรรยาแค่สองคน มันจะเหลือทิ้งเปล่าๆ นะคะมีตั้งหนึ่งจานใหญ่เลย ฉันช่วยพวกคุณกินดีกว่าค่ะเดี๋ยวกลับไปฉันจะช่วยออกค่าอาหารให้ก็แล้วกัน”
ซูเจียวเจียวตอบกลับทันที“ไม่จำเป็เลยค่ะ! อาหารแค่นี้ฉันกับอาิกินหมด!ไม่ต้องให้คุณมาช่วยออกเงินหรอก!” เธอเห็นเฉินซิ่วฮวานั่งอยู่ข้างโต๊ะไม่ยอมไปจึงเอ่ยเสียงดังขึ้น “ป้าเฉินคะการที่คุณนั่งแช่อยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน หมายความว่ายังไงคะ? หรือว่าคุณอยากจะกินเปล่าๆ?”
ทันใดนั้นเสียงของเธอได้ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนมากภายในร้านอาหารรัฐสวัสดิการให้หันมามองเฉินซิ่วฮวาสายตาแต่ละคู่ต่างเต็มไปด้วยความรังเกียจ
ในยุคนี้ทุกคนล้วนขาดแคลนเสื้อผ้าและอาหารจะมีใครยอมให้คนอื่นกินเฉยๆ กัน?
อีกทั้งคนที่ได้ทานอาหารในร้านอาหารรัฐสวัสดิการส่วนใหญ่ก็เป็ครอบครัวที่มีเงินทองพอสมควรพวกเขาจึงไม่ใคร่อยากให้ใครมากินข้าวที่บ้านเฉยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้คนเห็นใบหน้าอันดำคล้ำของเฉินซิ่วฮวาที่บ่งบอกถึงความขี้เหนียวและเ้าเล่ห์เมื่อมองไปยังยุวชนซูที่มีผิวขาวผ่องน่ารัก และเซียวหยวนิที่มีใบหน้าคมคายแล้วใครเล่าจะไม่เข้าใจสถานการณ์?
ก็แค่อยากจะกลั่นแกล้งคู่หนุ่มสาวคู่นั้นโดยคิดว่าพวกเขามีความเกรงใจและจะเอ่ยปากชวนใครเล่าจะคิดว่าพวกเขาไม่ไยดีต่อการกระทำนั้น
แม้เฉินซิ่วฮวาจะหน้าหนาเพียงใดแต่เมื่อถูกผู้คนจ้องมองเช่นนี้ เธอก็รู้สึกอับอายไม่น้อย
ดวงตาของเธอจับจ้องไปยังเซียวหยวนิอย่างกระอักกระอ่วนแล้วก็เอ่ยถามขึ้นทันทีว่า “เซียวหยวนิฉันจำได้ว่าฐานะทางบ้านของคุณยากจนกว่าบ้านฉันเสียอีกทำไมถึงมีเงินทองและบัตรแลกอาหารเยอะแยะ จนได้กินของดีๆ เลิศรสมากมายขนาดนี้ล่ะ?”
ขณะที่พูดเธอไม่ได้ตั้งใจจะลดเสียงลงเลย แต่กลับเอ่ยเสียงดังลั่น
ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกมาสายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่เซียวหยวนิทันที
สีหน้าของเซียวหยวนิพลันเ็าลง
ซูเจียวเจียวแย้มรอยยิ้มที่ไม่ได้ยิ้มออกมาจากใจ“ป้าเฉินคะ การที่บ้านคุณไม่มีเงินกินข้าวไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่มีเงินกินข้าวเหมือนกันนะคะ”
เฉินซิ่วฮวาเหลือบมองซูเจียวเจียวแล้วมองเซียวหยวนิ คล้ายกับเข้าใจอะไรบางอย่างในทันทีจากนั้นสายตาที่มองเซียวหยวนิก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ“นึกว่าเก่งกาจมาจากไหน ที่แท้ก็แค่แมงดาเกาะเมีย!”
พูดจบเธอก็มองซูเจียวเจียว ใบหน้าดำคล้ำพลันบีบเค้นรอยยิ้มออกมา“ยุวชนซู ทำไมคุณถึงได้แต่งงานกับเซียวหยวนิคะคุณไม่รู้หรือว่าฐานะบ้านของเซียวหยวนิ...”
“เฉินซิ่วฮวา!”
ซูเจียวเจียววางตะเกียบลงเสียงดัง‘ปัง’ ดวงตาสีดำกลมโตฉายแววโกรธเคืองจ้องมองเธอ“ฉันจะแต่งงานกับใครมันก็เื่ของฉัน! มันเกี่ยวอะไรกับคุณคะ?ญาติของฉันก็ไม่ใช่ แต่ทำไมถึงได้มาวุ่นวายขนาดนี้?”
อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าเฉินซิ่วฮวาจะพูดอะไรต่อคงไม่พ้นเื่ที่ว่าฐานะทางบ้านของอาิไม่ดีหรอก
เฉินซิ่วฮวาหุบปากลงอย่างอารมณ์เสียแล้วถ่มน้ำลายลงพื้น พลางสบถ “หมากัดลู่ตงปินไม่สำเหนียกบุญคุณคน*[1]” แล้วเธอก็เดินจากไป
เฉินซิ่วฮวาเดินไปพลางก็พ่นคำด่าออกมาในใจกลับรู้สึกเสียดายจนแทบคลั่ง หากรู้เช่นนี้แต่แรกเธอคงปล่อยให้ลูกชายตามตื๊อยุวชนซูไปแล้ว
มิฉะนั้นตอนนี้คนที่นั่งกินเนื้อและรับลมจากพัดลมคงเป็เธอแล้ว!
ไม่ใช่เซียวหยวนิ!
เมื่อนึกถึงเนื้อสองจานใหญ่ขนาดนั้นที่เธอไม่ได้กินไปเลยสักคำในใจก็เ็ปเสียดแทง เสียดายจริงๆ!
ไม่คิดเลยว่าบ้านยุวชนซูจะรวยขนาดนี้!
ไม่น่าล่ะเสื้อผ้าของเธอก็มีเยอะแยะและสวยงาม หากได้ยุวชนซูมาเป็ลูกสะใภ้ของเธอเธอก็ยังจะสามารถเอาชุดไปให้ลูกสาวของเธอใส่ได้บ้าง...
หลังจากถูกเฉินซิ่วฮวาขัดจังหวะอารมณ์ในการกินซูเจียวเจียวก็กินข้าวอย่างไม่มีความสุขเลยตลอดทั้งมื้ออาหาร
อารมณ์ดีของเซียวหยวนิก็หายไปเสียส่วนใหญ่เขาเห็นซูเจียวเจียวหน้าบึ้งตึง อยากจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรเขาเองก็รู้ว่าฐานะทางบ้านของเขาไม่ดี
แต่ก่อนเขาก็ไม่ได้ใส่ใจเื่นี้มากนักแต่หลังจากได้พบซูเจียวเจียวเขาก็เคยได้ยินเจียวเจียวพูดว่าเธอค่อนข้างใส่ใจเื่นี้...
ทั้งสองคนเดินออกจากร้านอาหารรัฐสวัสดิการบรรยากาศยังคงอึมครึมเล็กน้อย
ซูเจียวเจียวพบว่าตัวเองมัวแต่โกรธจนไม่ได้สนใจเซียวหยวนิพอหันไปมองข้างๆ ก็เห็นเซียวหยวนิขมวดคิ้วแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
ซูเจียวเจียวจึงรู้ว่าเขาต้องคิดมากแน่นอนเมื่อเห็นว่าบริเวณรอบๆ ไม่มีใคร เธอจึงแอบกุมมือของเขาไว้
ความอ่อนนุ่มที่ส่งผ่านมายังฝ่ามือในทันทีทำให้ร่างของเซียวหยวนิชะงักเล็กน้อยเมื่อหันกลับไปก็เห็นซูเจียวเจียวมองเขาอย่างจริงจัง
“อาิ”
เซียวหยวนิเห็นสีหน้าจริงจังของเธอจึงหยุดฝีเท้าลงทันที สายตาจับจ้องไปที่เธอ ได้ยินซูเจียวเจียวพูดต่อ“คุณอย่าได้รู้สึกด้อยค่าเพราะฐานะทางบ้านไม่ดีเลยนะคะตอนนี้เขากำลังพูดถึงเื่ความเท่าเทียมกันของมนุษย์ดังนั้นพวกเราทุกคนล้วนเท่าเทียมกันค่ะ ยิ่งกว่านั้นก่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บรรพบุรุษของคุณก็เป็หมอมาหลายรุ่น ได้ช่วยรักษาผู้คนมากมาย ช่วยชีวิตผู้คนนั่นล้วนเป็คนดีทั้งนั้น!”
เซียวหยวนิได้ยินเช่นนั้นดวงตาที่มืดมิดพลันสว่างไสวขึ้นมาทีละน้อย
ซูเจียวเจียวถาม“บ้านคุณเคยทำเื่เลวร้ายอะไรบ้างไหมคะ?”
เซียวหยวนิส่ายหน้า“บรรพบุรุษของผมเป็หมอมาหลายรุ่น ยึดมั่นในหน้าที่ของหมอมาโดยตลอดไม่เคยทำเื่เลวร้ายอะไรเลยครับ”
“แล้วมันจะไปมีอะไรล่ะคะ?” ซูเจียวเจียวแย้มรอยยิ้ม“เมื่อก่อนบ้านคุณมีเงินมีที่ดินนั่นก็ล้วนมาจากความพากเพียรของบรรพบุรุษของคุณเอง ไม่ได้ขโมย ไม่ได้ปล้นทำมาหากินสุจริต ดังนั้นคุณไม่จำเป็ต้องรู้สึกว่าฐานะทางบ้านไม่ดีหรอกค่ะฉันกลับรู้สึกว่าคุณดีมาก คุณทั้งซื่อสัตย์สุจริต ขยันขันแข็งและยังเอาใจใส่คนอื่นด้วย”
เซียวหยวนิฟังซูเจียวเจียวพูดไม่หยุดแสงในดวงตาก็สว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ
ใช่แล้วบรรพบุรุษของเขาเป็ถึงหมอหลวง ทำงานอย่างขยันขันแข็ง ไม่เคยทำความชั่วร้ายใดๆ เลยแม้ภายหลังบรรพบุรุษจะลาออกจากตำแหน่งและกลับมายังบ้านเกิดก็ยังคงช่วยเหลือผู้ยากไร้และด้อยโอกาสเสมอบางครั้งก็ยังช่วยตรวจรักษาโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หากบ้านไหนยากจนจริงๆ ก็จะให้ยาไปเปล่าๆไปด้วยซ้ำ
เพียงเพราะการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่พวกเขาจึงถูกโจมตี ครอบครัวที่เคยกลายเป็เ้าของที่ดินก็ถูกยึดไปทั้งหมดทันใดนั้นจากครอบครัวที่ร่ำรวยก็กลายเป็ครอบครัวที่ยากจนที่สุดในหมู่บ้าน
คำพูดของซูเจียวเจียวในตอนนี้ทำให้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งและจิตใจก็เปิดกว้างขึ้น
โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายของเจียวเจียวทำให้หัวใจของเขารู้สึกหวานราวกับดื่มน้ำผึ้ง หวานชื่นไปหมด
“ขอบคุณครับ เจียวเจียว”
เขาช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ที่ได้พบกับผู้หญิงที่แสนดีเช่นนี้
เมื่อก่อนเขามักจะคิดว่าตัวเองเป็คนโชคร้ายชีวิตของเขามืดมน แต่ตอนนี้เขาเพิ่งเข้าใจว่าความโชคดีของเขาอยู่ข้างหลังต่างหากเพื่อที่จะได้พบกับเจียวเจียว
เธอเหมือนแสงอาทิตย์ที่อบอุ่นขับไล่ความมืดมิดในโลกของเขาออกไป
...
เวลานั้นเพิ่งเลยเที่ยงวันไปไม่นานเป็่ที่อากาศร้อนที่สุด ซูเจียวเจียวถูกความร้อนจนใบหน้าแดงก่ำเหงื่อไหลไม่หยุด
“เจียวเจียว เดี๋ยวผมซื้อไอศกรีมให้กินนะ”
ซูเจียวเจียวตาเป็ประกายเมื่อได้ยินเช่นนั้น“ดีเลยค่ะ”
ไม่ไกลนักก็คือร้านสหกรณ์เซียวหยวนิรีบจูงมือซูเจียวเจียวเข้าไปในร้านทันที
พนักงานขายดึงผ้าห่มหนาที่คลุมถังแช่ออก“พวกคุณต้องเลือกเร็วหน่อยนะคะ อากาศร้อนแบบนี้ ไอศกรีมจะละลายง่าย”
ทันทีที่ตู้เย็นเปิดออกความเย็นก็พุ่งเข้ามาราวกับคลื่น ซูเจียวเจียวรู้สึกเย็นสบายขึ้นในทันที
ซูเจียวเจียวเลือกไอศกรีมนมหนึ่งแท่งและเลือกไอศกรีมถั่วเขียวให้เซียวหยวนิอีกหนึ่งแท่ง
ไอศกรีมสองแท่งรวมกันแปดเฟิน
[1]หมากัดลู่ตงปิน ไม่สำเหนียกบุญคุณคน เป็สำนวนจีนโบราณที่หมายถึง"การทำดีกับคนชั่วแล้วโดนแว้งกัด" หรือ"ไม่รู้จักเจตนาดีของคนอื่น"