บทที่ 5 เครื่องมือผลิตลูก
หลังจากที่หลีเกอออกมาจากโรงแรมแล้ว หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงอยู่
เมื่อสายลมเย็นพัดผ่านหน้า เธอจึงค่อย ๆ ได้สติ
เธอได้นอนกับฟู่ซือเหยียนบุคคลสำคัญ! นี่ไม่ใช่ความฝัน แต่เป็ความจริง!
เขาคือฟู่ซือเหยียนนะ! เธอไม่กลัวตายหรือไง? ขณะที่ความรู้สึกเจ็บตรงหว่างขายังคงเตือนเธอถึงทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้
หลีเกอตบหน้าผากตัวเอง จากนั้นก็รีบค้นหาธนบัตรใบสุดท้ายในกระเป๋า และเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง
ช่างเถอะไม่สนใจแล้ว ตอนนี้ต้องกลับไปบ้านตระกูลฟู่ก่อน
ก่อนจะเข้าบ้าน หลีเกอตรวจดูความเรียบร้อยอีกครั้งว่าไม่มีร่องรอยที่น่าสงสัยบนร่างกาย จากนั้นจึงก้าวเข้าไปในบ้าน
เมื่อมาแล้วหลีเกอก็เห็นแม่สามีกำลังรับประทานอาหารเช้าที่โต๊ะอาหาร
“คุณแม่” เธอเรียกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนน้อม
“แกยังกล้ากลับมาอีกเหรอ?!”
เมื่อนึกถึงคำพูดก้าวร้าวของหลีเกอเมื่อวานนี้ หลัวหลานก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที “หย่าซะ! รีบหย่ากับลูกชายฉันซะที!!”
ขณะที่เธอกำลังมองดูแม่สามีแสดงท่าทีรังเกียจ แถมยังอยากให้เธอออกไปจากบ้านตระกูลฟู่อีก หลีเกอก็ได้แต่กำมือแน่น สีหน้าและแววตาของเธอก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็เ็า
เธอรู้ว่าตัวเองมีฐานะต่ำต้อย การแต่งงานกับฟู่อวิ๋นจือถือว่าเป็เกียรติเกินไป แต่เธอก็พยายามอย่างเต็มที่แล้ว เธอเป็ถึงนักแปลมืออาชีพในแผนกแปลของบริษัทฟู่ และยังมีความสามารถไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่แม่สามีของเธอก็ยังคงดูถูกเธอ นับั้แ่ที่เธอก้าวเข้ามาในบ้านตระกูลฟู่ ก็คอยพูดจาดูถูกเหยียดหยามเธออยู่ตลอด พอผ่านไปหนึ่งปี เห็นว่าเธอยังไม่มีวี่แววว่าจะมีลูก แม่สามีก็ยิ่งแสดงท่าทีไม่พอใจมากขึ้นไปอีก แถมยังไปพูดใส่ร้ายเธอต่อหน้าญาติ ๆ ว่าเป็แม่ไก่ที่ไม่ยอมออกไข่อีกด้วย
มีหลายครั้งที่แม่สามีของเธอพาลูกสาวของเพื่อนมาแนะนำให้ฟู่อวิ๋นจือรู้จักต่อหน้าเธอด้วย
ด้วยความรักที่มีต่อฟู่อวิ๋นจือและเพื่อคนตระกูลนี้ เธอจึงอดทนอดกลั้นมาโดยตลอด ไม่เคยถือสาหาความกับแม่สามี แถมยังเอาเงินที่หามาได้มาจุนเจือคนในตระกูลให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ฟู่อวิ๋นจือกลับนอกใจเธอ!
หลีเกอบอกตัวเองให้อดทน เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดกับแม่สามีว่า “แม่คะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะผิดนัดหมอนะคะ พอดีมีเื่ด่วนที่บริษัท หนูต้องรีบไปจัดการ แล้วงานของเพื่อนร่วมงานก็ยังทำไม่เสร็จ หนูเครียดมาก ก็เลยเผลอพูดจาไม่ดีกับแม่เมื่อวานนี้”
หลัวหลานไม่สนใจคำแก้ตัวของเธอเลย ดูเหมือนจะอยากให้หลีเกอกับฟู่อวิ๋นจือหย่ากันเร็ว ๆ “อย่ามาเรียกฉันว่าแม่ ฉันรับไม่ไหวหรอก! เธอไม่มีปัญญามีหลานให้ฉัน ก็ไปหย่ากับลูกชายฉันซะ!”
“แม่คะ หนูรู้ว่าหนูแต่งงานเข้ามาในตระกูลฟู่ได้หนึ่งปีแล้ว แต่ก็ยังไม่มีลูก หนูเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยเลยนะคะ” หลีเกอจับแขนหลัวหลานด้วยความรู้สึกผิด “แต่คุณแม่วางใจเถอะนะคะ ถ้าครั้งนี้หนูยังไม่ท้อง หนู...หนูจะหย่ากับอวิ๋นจือ หนูจะไม่รั้งเขาไว้ค่ะ”
พูดจบ สีหน้าของหลัวหลานก็เปลี่ยนไปทันที
หลัวหลานมองดูหน้าท้องของหลีเกอ “หลีเกอ ถ้าเธอยังไม่มีทีท่าว่าจะท้อง ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ฉันก็จะไม่ให้โอกาสเธออีกแล้ว ถึงยังไงฉันก็จะบังคับให้เธอหย่ากับอวิ๋นจือให้ได้!”
ต่อหน้าแม่สามีหลีเกอเพียงแสร้งยิ้ม แต่ในใจกลับเ็ปเกินทน
ในสายตาของฟู่อวิ๋นจือไม่มีเธอเหลืออยู่เลย และในสายตาของแม่สามีเธอก็เหมือนเป็เพียงเครื่องมือสำหรับการให้กำเนิดลูกเท่านั้น
หลีเกอไม่ได้โต้เถียงกับแม่สามีอีก เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วก็ขับรถไปที่บริษัท
แม้เธอและฟู่อวิ๋นจือจะทำงานอยู่ที่บริษัทเดียวกัน แต่ก็อยู่คนละแผนก ฟู่อวิ๋นจืออยู่แผนกวางแผน ส่วนเธออยู่แผนกแปล
ตึกของบริษัทฟู่นั้นใหญ่มาก ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาห่างกันถึงสามสิบกว่าชั้น
เมื่อหลายปีก่อนที่เธอเพิ่งมาทำงานที่บริษัทฟู่ ฟู่อวิ๋นจือก็เคยบอกเธอว่าที่บริษัทห้ามมีเื่ชู้สาวเด็ดขาด เขาห้ามให้เธอเปิดเผยความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขา
ดังนั้นจึงไม่มีใครในบริษัทฟู่ รู้ว่าเธอกับเขาเป็สามีภรรยากัน
หลีเกอมาคิดได้ตอนนี้ก็รู้สึกว่าตัวเองโง่จริง ๆ
ฟู่อวิ๋นจือเป็บุคลากรคนสำคัญคนหนึ่งของบริษัทฟู่ ซึ่งจัดอยู่ในอันดับต้น ๆ ของประเทศ ก็ย่อมมีผู้หญิงมากมายอยากเข้าหาเขา ที่จริงเขากลัวว่าหากเปิดเผยสถานะแต่งงานออกไป เกรงว่าจะทำผู้หญิงเข้าหาเขา ดังนั้นเขาจึงไม่สวมแหวนแต่งงานมาทำงาน
ขณะที่เธอกำลังล้วงหากุญแจรถในกระเป๋า เธอก็เหลือบไปเห็นกระดุมข้อมือทรงสี่เหลี่ยมอันหนึ่งอยู่ในนั้น เธอจำตราสัญลักษณ์ภายในกระดุมได้ มันเป็ของแบรนด์หรู แค่กระดุมข้อมืออันเดียวก็มีราคาหลายแสนแล้ว
หลีเกอหยิบกระดุมข้อมือขึ้นมาดูอย่างละเอียด ฟู่อวิ๋นจือไม่มีทางซื้อกระดุมข้อมือคริสตัลแบบนี้ได้แน่นอน ทันใดนั้นใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งก็แวบเข้ามาในหัว ทำให้เธอถึงกับหัวใจเต้นแรง