ดอกหญ้าใต้เงาจันทร์

    ตอนที่ 24

    "ขอบคุณคุณอัคคีมากนะคะที่มาส่งอร"

    "ไม่เป็นไรครับผมยินดี จะว่าไปแล้วไม่นึกเลยนะครับว่าบ้านคุณอรจะอยู่แถวนี้"

    "ทำไมหรอคะ"

    "ไม่มีอะไรหรอก แค่แปลกใจเล็กน้อยนะครับ"

    "แล้วนี่คุณอัคคีมีธุระหรือเปล่าคะ ถ้าไม่มีเข้าไปในบ้านอรก่อนมั้ยคะ เดี๋ยวอรให้น้าแก้วทำอะไรอร่อยๆให้ทาน"

    "น่าเสียดายจังครับ แต่ผมมีธุระต่อนะสิ ผมกะว่าจะไปหาแม่ที่บ้านสักหน่อย ไม่ได้เจอกันนาน เสร็จแล้วก็เดี๋ยวจะไปทำธุระต่อเลย"

    "งั้นเอาไว้วันอื่นก็ได้ค่ะ อรไปนะคะ จุ๊บ" ก่อนลงจากรถอรวราก็จุ๊บที่แก้มของอัคคีไปหนึ่งที บ่งบอกได้ว่าทั้งสองคนคงจะสานสัมพันธ์กันต่อไปเรื่อยๆ หลังจากที่อรวราลงจากรถและเดินเข้าบ้านเป็นที่เรียบร้อย สายตาของอัคคีก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด จากสายตาที่ยิ้มกลายเป็นสายตาที่นิ่ง เฉยชาไร้อารมณ์ รอยจุ๊บแก้มที่อรวราได้ประทับไปเมื่อสักครู่ก็ได้ถูกเช็ดราวกับว่าเขารังเกียจมัน แต่ไม่ว่าเขาจะเช็ดมันจนแรงสักเท่าไหร่ก็รู้สึกว่ารอยนั้นมันยังอยู่บนแก้มเขาอยู่ดี เห็นทีคงต้องกลับไปเจลล้างหน้าซะแล้ว

    "นี่ยัยแพร แกรู้มั้ยว่าประธานบริษัทเราเป็นใครอะ" มะเฟืองที่รู้สึกว่าตนเองทำงานที่บริษัทนี่มานานแล้วแต่ไม่รู้เลยว่าประธานบริษัทชื่อว่าอะไรแล้วหน้าตาเป็นยังไง จึงถามแพรใสที่คิดว่าน่าจะรู้มากกว่า

    "เราเองก็ไม่รู้เหมือนกันมะเฟือง" ตั้งแต่ทำงานมาเรายังไม่เคยเห็นท่านประธานมาที่บริษัทสักครั้ง "พวกแกๆๆ!!" ในขณะที่มะเฟืองกับแพรใสคุยกันอยู่นั้น ข้าวหอมก็วิ่งเข้ามาในวงสนทนาด้วยความไว เหมือนกับเธอไปเจอเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากๆเรื่องหนึ่ง

    "มีอะไรอะหอม วิ่งหน้าตื่นมาเชียว" แพรใสที่ไม่เคยเห็นข้าวหอมดูตื่นเต้นขนาดนี้มาก่อนจึงถาม

    ข้าวหอมพักหายใจอยู่สักครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถามของเพื่อนสาวทั้งสองคน

    "คืองี้นะพวกแก วันนี้ประธานของเราจะเข้ามาที่บริษัทล่ะ"

    "หะ!"  "หะ!"  เสียงหะนี่ไม่ใช่ของใครอื่น นอกจากแพรใสกับมะเฟืองดูแล้วคงจะตกใจอยู่มากแหละ

    "แล้วงัยต่อ ตอนนี้ท่านมายัง" มะเฟืองที่ดูตื่นเต้นกว่าข้าวหอมถามขึ้นมา

    "ยังหรอก เห็นพวกพี่ๆบอกว่าท่านจะเข้ามาช่วงบ่าย" 

    "เห้ยแบบนี้พวกเราก็เห็นอะดิว่าท่านประธานเป็นใคร"

    "อือใช่เลยล่ะ ตื่นเต้นจังเลยแพรใส เราจะได้เห็นท่านประธานแล้ว"

    "เราก็ตื่นเต้นเหมือนกันหอม งั้นวันนี้พวกเรารีบกินข้าวแล้วรีบมาเลยดีมะ "                                                                                        

     

    หลังจากที่พวกแพรใสรับประทานอาหารเสร็จพวกเธอก็รีบกลับมาที่บริษัททันทีหวังจะได้เห็นใบหน้าค่าตาของประธานสักหน่อย แต่แล้ว สุดท้ายพวกเธอก็ต้องพลาด เพราะ พอพวกเธอมาประธานก็เดินเข้าลิฟต์ไปแล้ว แป่ว วืดเลย แต่ก็ยังได้เห็นด้านข้างอยู่นะ หล่อใช้ได้แหะ

    "มองจากด้านข้างแล้วหล่อใช้ได้แหะ"  มะเฟืองที่เป็นกูรูในด้านการมองผู้ชายเธอสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่าชายคนนี้ หล่อมากกกก แต่พี่ภาคินหล่อกว่า

    "เสียดายจังง เห็นแค่ด้านข้างเอง"  แพรใสที่ตั้งตารอเห็นใบหน้าของประธานสักหน่อยก็ต้องวืดตามเคย "ว่าแต่หอมแกรู้มั้ยว่าท่านประธานชื่ออะไรอะ"

    "อืม....."  ข้าวหอมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจำในสิ่งที่รุ่นพี่บอกกับเธอ "อ่อ ฉันจำได้แล้ว เห็นรุ่นพี่บอกว่าท่านชื่อ... อัคคี "                                      

                                                                                                                                                                                                          ตกเย็น วันนี้ภาคินก็มารับแพรใสที่บริษัทอีกเช่นเคย จนใครๆในบริษัทหลายๆคนต่างอิจฉาแพรใสที่มีวาสนาได้แต่งกับผู้ชายที่หล่อเหลาและเอาใจใส่เธอขนาดนี้ ถามว่าระหว่างประธานบริษัทกับสามีของแพรใสใครหล่อกว่ากัน ทุกคนในบริษัทต่างตอบเหมือนกันหมดว่า สามีของแพรใสหล่อที่สุด แต่ประธานก็หล่ออีกแบบนึงนะ

    "เราไปก่อนนะ พวกแกเองก็กลับดีๆล่ะ"  แพรใสเอ่ยลากับเพื่อนๆ

    "อือ บ้ายบายนะแพร"  มะเฟืองกับข้าวหอมโบกมือบ้ายบายแพรใสจรถของภาคินขับไกลออกไปแล้ว พวกเธอจึงแยกย้ายกันจะกลับบ้านซึ่งปกติ ข้าวหอมจะติดรถของมะเฟืองไปด้วย แต่เหมือนวันนี้ดูจะมีอะไรพิเศษ 

    "ไปยัยหอมกลับกัน "

    "แกไปเถอะมะเฟือง วันนี้มีคนมารับฉันนะ"

    "ตายแล้ววววว!!! นี่เกิดอะไรขึ้นจ้ะ เพื่อนฉันมีหนุ่มมารับด้วยหรอเนี่ย ใครอะบอกหน่อยดิ แล้วฉันรู้จักป่ะ แล้ว.." ข้าวหอมไม่ยอมให้เฟืองถามต่อหรอก เดี๋ยวเธอจะตอบไม่หมดเอา

    "พอ!! หยุดเลย แกถามฉันเยอะไปแล้ว เอางี้ฉันจะตอบให้ คนที่มารับฉันแกรู้จักดีเลยล่ะ เพราะฉะนั้นแกไม่ต้องห่วงฉันแล้วแกเองก็รีบกลับบ้านได้แล้วเดี๋ยวจะถึงบ้านดึกเอา"

    "ไม่อะ ฉันไม่รีบ ถึงแกจะบอกว่าฉันรู้จักดี แต่จะรอเป็นเพื่อนแกเองจนกว่าฉันจะได้เห็นว่าหนุ่มคนนั้นมันเป็นใคร" มะเฟืองตั้งมั่นตั้งใจอย่างมากที่จะเห็นหนุ่มที่จะมารับเพื่อนของเธอ

    "แหมมม ที่แกทำเหมือนเป็นห่วงฉันนี่ ข้ออ้างชัด "

    "อุ้ย เพื่อนฉันรู้ดีอีกล่ะ"

     

    มะเฟืองกับข้าวหอมรอสักพักหนึ่งจนมีรถขับเคลื่อนเข้ามาใกล้ๆพวกเธอ

    "มาแล้ว" ด้วยแสงหน้ารถที่เจิดจ้าทำให้มะเฟืองนั้นเห็นได้ไม่ชัดว่าคนที่ขับรถมาเป็นใคร สักพักชายคนนั้นก็ลงมาจากรถทำให้มะฟืองนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่าชายคนนั้นเป็นใคร เธอเห็นแล้วยังตกใจเลย เพราะคนคนนี้เธอรู้จักดีเลยแหละ

    "พะ พะ พี่ภูผา!!"  เห็นมะบอกแล้วว่าตกใจ 

    "ไงมะเฟือง"  ภูผาทักมะเฟืองด้วยเสียงอันเรียบนิ่งเช่นเคย

    "นี่พี่กับยัยหอม หรือว่า..."  มะเฟืองตกใจจนเสียงสั่นไปหมดตอนนี้สิ่งที่เธอคิดมีอยู่อย่างเดียวแล้ว แต่เหมือนภูผาจะรู้ว่ามะเฟืองคิดอะไรอยู่เลยชิงตอบก่อนซะเลย

    " ยัง พี่แค่จีบก่อน จีบติดเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ในอนาคตพี่คงจะเห็นเรามาในงานแต่งพี่นะ ไปเถอะหอมเดี๋ยวถึงบ้านดึกเอา" คำตอบของภูผาทำให้ตั้งตัวไม่ถูก ไม่คิดว่าพี่แกจะพูดตรงขนาดนี้ แล้วอะไรนะ งานแต่งหรอ โห แค่คำว่าจีบก็ช็อคล่ะนะนี่พี่แกคิดไปงานแต่งแล้วอะ อย่างได้ว่ะพี่คนนี้ แล้งพูดจบคืออะไรเอากระเป๋ายัยหอมไปถือจ้าาา นี่แค่จีบยังขนาดนี้ถ้าแต่งงานไปไม่พอๆกับพี่ภาคินเลยหรอว่ะ สมแล้วที่เป็นเพื่อนกัน คลั่งรักคู่เลย แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ยัยมะเฟืองคนนี้จะมีหนุ่มมาจีบบ้างอะ โอ้ยเซ็ง ทำไมต้องเป็นมะเฟืองที่มาเห็นฉากหวานของเพื่อนด้วยเนี่ยยยยย หึ้ยยยยยย กลับบ้านดีกว่าตัวเรา 

    มะเฟืองกำลังจะขึ้นไปยังลานจอดรถนั้น แต่ด้วยความที่เธอไม่ได้มองว่ามีคนออกจากลิฟต์เหมือนกันทำให้เธอนั้นชนเข้ากับชายคนนั้นอย่างจังจนเธอจะล้มหงายหลัง แต่ดีที่ชายคนนั้นช่วยจับเธอไว้ซะก่อน แต่ท่าเนี่ย คือจะอธิบายยังไงดีนะ คือท่ามัน เอางี้นะ คือเธอจะล้มหงายหลังแล้วแหละ แต่ชายคนนั้นใช้มือคว้าเอวเธอไว้ แถมใบหน้าของเขาก็ก้มมาชิดจนแทบจะติดกับใบหน้าเธออยู่แล้ว แล้วเธอกับชายคนนั้นก็มองหน้ากันโดยไม่มีใครหลบตากันเลย นี่ท่าพระเอกช่วยนางเอกชัดๆ พอเธอได้เห็นเขาใกล้ๆแล้ว อยากจะตะโกนออกมาดังๆว่าหล่อมากกกกก

    !!!