ห้องบรรทมของชิงอ๋องกว้างขวางมากสามารถอยู่ได้ถึงห้าหกคน บนพระที่นั่งร่างใหญ่กำยำผู้สวมหน้ากากสีเงินนั่งดื่มชาอย่างใจเย็นอยู่ริมหน้าต่าง แววตาทอแสงประกายความเยือกเย็นตลอดเวลาก่อนที่องครักษ์เมื่อคืนจะเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าของเขาด้วยความนอบน้อม
"คาราวะท่านอ๋อง"
เย่เหม่ย องครักษ์คู่กายของชิงอ๋องติดตามเขาั้แ่จำความได้เื่ทุกอย่างในชีวิตที่ผ่านมาของชิงอ๋องเขาย่อมรู้ดี
"พูดมา"ชิงอ๋องยิ่งคำพูดออกมาอย่างเยือกเย็นไร้ซึ่งความไร้สาระ
"ทูลท่านอ๋อง มั่วซุนหลี่ หนีไปได้ก่อนพะย่ะค่ะทำให้ข้าน้อยพลาดในการสังหาร"เย่เหม่ยพูดอย่างเกรงกลัวไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองผู้เป็นายเหนือหัวของเขา
ชิงอ๋องปรายหางตามองเย่เหม่ยอย่างเ็าก่อนจะลุกขึ้นเดินมาหยิบกระบี่ที่เตียงขึ้นมาในมือ
หัวใจของเย่เหม่ยเต้นโครมครามอย่างไม่มีจังหวะ หวาดกลัวจนไม่อาจเงยหน้าขึ้นมามองมาอย่างคนถือกระบี่
"กระบี่เล่นนี้ช่างคมนัก"เขาพูดออกมาอย่างไม่ใส่ใจ "เื่ที่มันหนีไปปล่อยไปก่อนและรีบหาที่อยู่ใหม่ให้ได้อย่างเร็วที่สุดเดียวข้าจะจัดการกับมันเอง"
"น้อมรับคำสั่งพะย่ะค่ะ"เย่เหม่ยคำนับอีกครั้งถอยหลังเดินออกจากห้องบรรทมของชิงอ๋องไป เมื่อออกมาได้เขาระบายลมหายใจอย่างโล่งอกก่อนจะหันมาหาองครักษ์อีกคนที่ยืนอยู่หน้าประตูรอเขา
"เป็อย่างไรบ้าง ท่านอ๋องพูดว่าอย่างไร"จิวหลิน องครักษ์อีกคนของชิงอ๋องพูดขึ้นด้วยใบหน้าเข้มขรึมและจริงจัง
"ไปคุยที่อื่น"เย่เหม่ยพูดเสียงเบาก่อนสองบุรุษจะเดินออกไป เมื่อมาถึงต้นไม้ใหญ่ที่ห่างจากห้องบรรทมมากพอเย่เหม่ยจึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจที่ตนถูกสหายยุยงให้เข้าไปรายงาน"ข้าเกือบจะตายแล้วเ้ารู้หรือไม่ ครั้งหน้าเ้าเข้าไปรายงาน ข้าไม่ไปแล้ว"
"งั้นเหรอ ถึงจะครั้งนี้ครั้งหน้าข้าก็จะทำให้เ้าเข้าไปรายงานทุกครั้งอยู่ดี"จิวหลินยกไหล่ขึ้นอย่างเ้าเล่ห์และยิ้ม หึหึ ในลำคออย่างผู้ชนะ
"เข้าเื่ ท่านอ๋องบอกว่าให้รีบหาที่อยู่ใหม่ของมั่วซุนหลี่เดียวท่านอ๋องจะเป็คนฆ่ามันด้วยมือของพระองค์เอง เ้าว่าเราควรออกไปหาจากที่ใด"เย่เหม่ยถามขึ้น คิ้วขมวดเข้าหากันแน่น
"จากูเาที่มันเคยอยู่แถวนั้นมีหมู่บ้านอยู่ไม่แน่ว่ามันอาจจะเข้าไปหลบอยู่ในหมู่บ้านก็เป็ไปได้"
"เ้าว่างั้นเหรอ งั้นดีเลยเรารีบเข้าไปสำรวจเถอะ หากเรายิ่งหาที่อยู่ใหม่ของมันเจอเร็วความแค้นที่สะสมของท่านอ๋องของเราจะได้เบาลงบ้าง"เย่เหม่ยพูดอย่างมีเหตุมีผล
เมื่อถามความคิดเห็นกันดีแล้ว เขาสองคนไม่รอช้ารีบไปในที่หมายทันทีคือหมู่บ้านท้ายูเาหลังแคว้นหยาง
….
อีกทางหนึ่งของแคว้นหยาง โรงเตี๊ยมที่ตั้งอยู่ข้างถนนใหญ่บนหน้าต่างบางใหญ่ร่างงดงามของสตรีในชุดสีขาวนั่งเท้าคางมองความ ครึกครื้นตอนเช้าของวันด้วยใบหน้าสงสัยคิ้วขมวดเข้าหากันแน่น ที่นี่แตกต่างจากหุบเขาหนามเปื่อยโดยสิ้นเชิง เพราะที่แคว้นหยางแห่งนี้เต็มไปด้วยเสียงกระดิ่ง เสียงพูดคุย เสียงทะเลาะกัน เสียงเรียกของแม่ค้าพ่อค้า เเละอีกมากมาย ไม่มีความสงบเหมือนที่หุบเขาหนามเปื่อยเลยสักอย่าง
ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นออกจากห้องพักเพื่อหาอาหารเช้าในวันนี้ ทว่าเท้าที่เพียงก้าวเดินได้ออกจากห้อง เสียงทะเลาะกันของคนหลายคนดังสนั่นจนปวดแก้วหู ไป๋เสี่ยวหรงมองไปอย่างกลุ่มนั้นด้วยสายตาเ็า ทว่าสายตากลับสะดุดกับร่างใหญ่ของชายฉกรรจ์ที่นางเจอเมื่อครั้งในป่ากำลังถอดเถียงกับเถ้าแก่ของโรงเตี๊ยมด้วยหน้าดำหน้าแดง
"เป็ถึงเ้าของโรงเตี๊ยมแต่กลับพูดจาดูิ่ลูกค้าเช่นนี้มันไม่มากไปหน่อยหรือ!"ชายฉกรรจ์ในกลุ่มคนหนึ่งะโขึ้นด้วยความฉุนเฉียวมองชายชราหนวดขาวด้วยแววตาลุกเป็ไฟ
"หรือข้าว่าไม่จริงงั้นหรือ ดูสาระรูปของพวกเ้าหรือยังเเต่งตัวสกปรกเช่นพวกเ้าริอาจเข้าพักโรงเตี๊ยมอันดับหนึ่งของข้าเช่นนี้ไม่หวังสูงไปหน่อยหรือ!"เถ้าแก่ะโใส่เหล่าชายฉกรรจ์อย่างฉุนเฉียวไม่แพ้กัน
"เ้า!"ชายฉกรรจ์เมื่อครู่ชี้หน้าของเถ้าแก่ด้วยใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ทำไม! ข้าจะบอกให้เอาบุญโรงเตี๊ยมของข้าคนที่เข้าได้ต้องแต่งตัวดูดี มีสกุล ไม่ใช่พวกสกปรกเช่นพวกเ้า! ออกไปได้แล้วที่นี่ไม่ตอนรับไป!!"เถ้าแก่ใช้มือทำท่าราวกับกำลังไล่หมูไล่หมา แววตาเต็มไปด้วยความโกรธและความดูถูก
ชายฉกรรจ์เ่าั้ออกจากโรงเตี๊ยมไปใบหน้ามีความโกรธไม่แพ้เ้าของโรงเตี๊ยม ที่พวกเขามาที่แคว้นหยางก็เพื่อเอาทองมาแลกเงินเพื่อซื้ออาหารกลับไปให้ครอบครัวที่รออยู่ที่บ้าน และเพื่อหาที่พักก่อนจะออกไปแลกเงินทว่าพวกเขากลับดูด่าทอว่าสกปรกถึงมันจะสกปรกอย่างที่เถ้าแก่ว่าก็ตามแต่ด้วยนิสัยไม่ยอมใครของพวกเขาจึงทำให้เกิดการถอดเถียงขึ้นอย่างที่เห็นเมื่อครู่
"นายใหญ่เราก็หาร้านนี้เป็ร้านที่แปดแล้วนะขอรับ"ชายฉกรรจ์คนหนึ่งพูดขึ้นด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ตามองคนเป็นายไม่ห่างเพื่อรอคำตอบ
"หากหาไม่ได้จริงๆพวกเราก็คงต้องนอนข้างทางแล้วล่ะ"คนเป็หัวหน้าพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ห๊ะ! นายใหญ่จะเอาจริงหรือขอรับ ถึงอย่างไรั้แ่เกิดมาข้าไม่เคยต้องนอนข้างถนนมาก่อน เช่นนี้จะไม่เสียเกียรติไปหน่อยหรือขอรับที่เราต้องมานอนข้างถนน"คนหนึ่งพูดอย่างตื่นตระหนก
"แล้วจะเอาอย่างไรเล่า ไปที่ใดก็มีแต่คนดูถูก"ชายที่เป็หัวหน้าพูดอย่างหงุดหงิดยกมือขึ้นเท้าสะเอวใบหน้ามืดครึ้ม
"นายใหญ่ข้าคิดว่าเราควรจะลองหาร้านอื่นดีหรือไม่ขอรับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เรายังมีเวลาเหลือเฟือนะขอรับ ไม่แน่โรงเตี๊ยมต่อไปอาจจะให้ที่พักแกเราก็ได้นะขอรับ"
"เ้าพูดมาก็ถูก"ว่ากันจบพวกเขาก็เดินออกจากหน้าโรงเตี๊ยมไป
ไป๋เสี่ยวหรงยืนอยู่บนชั้นสองมองแผ่นหลังที่จากไปแล้วของเหล่าชายฉกรรจ์ก่อนจะก้าวเดินลงบันไดมาอย่างชั้นล่าง
"แม่นาง ท่านจะรับอาหารอะไรดีขอรับ"เด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามไป๋เสี่ยวหรงด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"อาหาร"ไป๋เสี่ยวหรงพูดอย่างงุนงง นางไม่เคยรู้มาก่อนว่าที่นี่จะมีบริการอาหารในโรงเตี๊ยมด้วย(เสียงเงิน)นางคิดว่าจะต้องไปหากินเองข้างนอกเสียอีก "อะไรก็ได้"