[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70

    ตอนที่ 53 กลายเป็นสมาชิกในกลุ่ม

    ตอนที่ 53 กลายเป็นสมาชิกในกลุ่ม

    เวลานี้พวกของหลี่โหย่วไฉกำลังพูดถึงสวี่ม่ายซุ่ย “หัวหน้าหลี่  สวี่ม่ายซุ่ยคนนี้นี่มันอะไรกัน ดูหล่อนแบ่งไร่นี้สิ ตรงนี้สิบแต้ม ตรงนี้ยี่สิบแต้ม ฉันไม่ให้หล่อนทำแล้ว”


    หลี่โหย่วเหลียงยิ่งพูดก็ยิ่งโมโห พอเอาก้นแตะนั่งลงด้านข้างก็คับแค้นใจขึ้นมา

    “ใช่ หัวหน้าหลี่ พวกเราเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยมาตั้งหลายปี แต่ก่อนเราพูดอะไรก็ต้องเป็นตามนั้น มันวนมาเป็นหล่อนตั้งแต่เมื่อไรกัน”

    “แล้วยังมีเรื่องที่หล่อนแบ่งงานตามแรงที่ทำอะไรนี่ บอกหล่อนไปหรือยัง”

    หลี่โหย่วไฉนั่งเงียบไปสักพักก่อนตอบ “พอแล้ว พวกเราไม่ต้องบ่นแล้ว ฉันว่าสวี่ม่ายซุ่ยคนนี้ก็หวังดีกับพวกเรานะ”

    “ดีอะไรกัน นายไม่ได้ยินที่แม่กั๋วเฉียงด่าหล่อนหรือไง”

    หลี่โหย่วไฉ “แต่ก่อนตอนที่นายนำแม่กั๋วเฉียง หล่อนไม่ได้ด่านายไม่น้อยเหรอ”


    จ้าวจี๋เสียงได้ยินก็ไม่พูดอะไร แม่กั๋วเฉียงเป็นคนเจ้าอารมณ์ ใครให้หล่อนทำงานก็โกรธ คราวนี้ก็พอกันที ต่างคนต่างทำของใครของมัน ไม่มีคนยุ่งกับหล่อนแล้ว เรื่องนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกแย่จริง ๆ

    หลี่โหย่วเหลียง “มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็จริง แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลนั้นหรอก หล่อนทำขนาดนี้คงไม่เห็นเราในสายตามาตั้งนานแล้ว”

    “อีกอย่างหล่อนก็เป็นคนนอก จะกังวลขนาดนี้ไปทำไม”

    ในใจของหลี่โหย่วไฉเองก็คิดแบบนี้ แต่เขาพูดขนาดนี้ไม่ได้ ทำได้แค่ปลอบโยนทุกคน “พอแล้ว จะคนนอกหรือไม่ หล่อนก็เป็นนักบัญชีของพวกเรา เราก็ทนเอาหน่อย”


    พอพูดออกมาก็ได้ยินเสียงสดใสตะโกนเรียกอยู่ไม่ไกลนัก “หัวหน้าหลี่”

    หลี่โหย่วไฉได้ยินเสียงเลยหยุดพูดและหยีตามองไปด้านหลัง ก็เห็นสวี่ม่ายซุ่ยกำลังถือสมุดเล่มเล็กยิ้มตาหยีเดินมาทางพวกเขา

    หลี่โหย่วไฉพลันทำประหนึ่งว่าพบศัตรูตัวฉกาจ “หล่อนมาได้ยังไง คงไม่ใช่ว่ามีความคิดแย่ ๆ อีกแล้วใช่ไหม”


    “พวกนายดูหล่อนแล้วดูเราสองสามคนที่กระวนกระวายสิ ดูพวกหลี่ฟู่กุ้ยว่าผ่อนคลายมากแค่ไหน ควรทำอะไรก็ทำ”

    หลี่โหย่วไฉหันมาจ้องหลี่โหย่วเหลียง “พอแล้ว มีหัวหน้าหน่วยจ้องอยู่ นายคิดว่าหลี่ฟู่กุ้ยทำได้ง่ายนักเหรอ” ตอนที่พูดสวี่ม่ายซุ่ยก็เดินเข้ามาแล้ว พูดกับสองสามคนตรงนั้นว่า “หัวหน้าทั้งหลายอยู่กันหมดนี่เอง! พอดีเลยฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยหาพวกคุณ”

    จ้าวจี๋เสียง “เธอหาพวกเรามีอะไร?”

    สวี่ม่ายซุ่ยที่ยืนด้านข้างสองสามคนซึ่งนั่งบนพื้น พูดอย่างตั้งอกตั้งใจ “ฉันมาขอโทษพวกคุณค่ะ”

    ระหว่างที่มาสวี่ม่ายซุ่ยก็ตระหนักได้ถึงปัญหาของตน เธอตัดสินใจทำแบบนี้แต่กลับถามแค่หัวหน้าหน่วย สำหรับพวกเขาแล้วถือว่าเป็นการประหารก่อนรายงานทีหลัง นับว่าไม่ค่อยมีมารยาทจริง ๆ

    อีกอย่างตอนนั้นถ้าหลี่โหย่วไฉยืนกรานต่อต้านเธอ ก็คงไม่มีใครเลือกเธอ เป็นเช่นนั้นกฎนี้ของเธอก็คงดำเนินการไม่ได้ ถ้าวัดตามระดับกันแล้ว ต้องเป็นเพราะหลี่โหย่วไฉยินยอมให้เธอทำแน่

    หลี่โหย่วเหลียง “เธอมาขอโทษเรื่องอะไร?”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ฉันมาขอโทษพวกคุณสำหรับเรื่องวันนี้ พวกคุณเป็นหัวหน้าหน่วยย่อยของที่นี่ ฉันเสนอความคิดโดยไม่ไตร่ตรองแล้วก็ไม่ได้ปรึกษาพวกคุณ เป็นฉันที่ทำไม่ถูก”

    สวี่ม่ายซุ่ยที่ยืนถือหมวกฟางดูไม่เข้าพวกกับกลุ่มผู้หญิงที่โพกหัวพวกนั้นอย่างเห็นได้ชัด แต่กลับดึงดูดสายตาผู้คน

    หลี่โหย่วเหลียงมองสวี่ม่ายซุ่ยที่ดูจริงใจก็ไม่ได้พูดอะไร คิดอยู่นานถึงได้พูดออกมาประโยคหนึ่ง “เธอรู้ก็ดีแล้ว”

    สวี่ม่ายซุ่ยสบโอกาสก็รีบปีนไม้ท่อนนั้นขึ้นมา “ฉันรู้ความผิดแล้วเลยมายอมรับกับหัวหน้าทั้งหลาย ถือโอกาสส่งมอบงานนี้ให้พวกคุณค่ะ”

    หลี่โหย่วเหลียง “เธอหมายความว่าไง คงไม่ใช่ว่าเธอทำไม่ไหวแล้วอยากหาคนมารับช่วงต่อหรอกนะ”

    สวี่ม่ายซุ่ยไม่ได้ซุกซ่อน เธอผงกหัวรับอย่างเต็มอก “หมายความประมาณนั้นแหละค่ะ หนึ่งคือการแบ่งงาน เดิมทีจะต้องเป็นหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยย่อย ตอนนี้ฉันถือว่าทำเกินหน้าที่แล้ว สองคือไร่นี้ฉันไม่คุ้นเคย แบ่งแถวไป ๆ มา ๆ ก็ขาดไปหน่อยหนึ่ง เรื่องเหล่านี้คงต้องอาศัยหัวหน้าทั้งหลายแล้ว”


    จ้าวจี๋เสียงก็กลอกตาอย่างไม่เกรงใจ “เธอนี่มันเยี่ยมจริง ๆ ทำให้ทุกคนดีใจขนาดนี้ ชื่อเสียงเรียงนามเธอก็เอาไปครองหมด แต่คนที่ทำงานกลับเป็นพวกเรา”

    สวี่ม่ายซุ่ยพูดคัดค้านอย่างไม่สะทกสะท้าน “คงพูดแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ เรื่องนี้แม้ว่าฉันจะเป็นคนเสนอ แต่ฉันไม่ได้ครองชื่อเสียงอะไร กลับเป็นชื่อเสียซะมากกว่าที่ได้ครอง คุณไม่ได้ยินที่ยายเฒ่าพวกนั้นยังด่าฉันจนถึงตอนนี้เหรอ อีกอย่างเรื่องนี้นอกจากฉันเสนอ พวกคุณเสนอได้ไหมคะ?”

    เรื่องที่แม้แต่หัวหน้าหน่วยยังไม่กล้า เธอก็ไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะกล้า

    จ้าวจี๋เสียงโดนสวี่ม่ายซุ่ยตอกกลับขนาดนี้ก็ไม่พูดไม่จา

    หลี่โหย่วไฉมองสวี่ม่ายซุ่ยด้วยสายตาล้ำลึก ตอบกลับว่า “เธอคิดจะแบ่งยังไง บอกฉันมาสิ!”


    สวี่ม่ายซุ่ยได้ยินก็รีบถือสมุดบันทึกเข้าไปใกล้อย่างมีความสุข “หัวหน้าหลี่ นี่คือแผนของฉัน คุณดู อย่างน้อยจะแบ่งไร่นี้ยังไง ยังต้องเป็นคุณที่ตัดสินใจ ยังไงซะฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจอยู่แล้ว”

    หลี่โหย่วไฉไม่ได้พูดอะไร รับสมุดบันทึกจากมือสวี่ม่ายซุ่ยมาดู ดูไปด้วยพลางถามจุดที่เขาไม่เข้าใจไปด้วย

    ไม่นานก็เข้าใจวิธีคิดของสวี่ม่ายซุ่ยทั้งหมด จึงเงยหน้าขึ้นมาพูดออกไปไกล “ไร่นั้นทำไม่ง่ายเลย เธอออกแบบให้มันเล็กสักนิด แต้มทำงานสูงสักหน่อย”

    “ทางนี้ทำง่าย แบ่งที่ให้ใหญ่หน่อย”

    สวี่ม่ายซุ่ยฟังเขาพูดอย่างมีเหตุผล จู่ ๆ ก็ยื่นมือไปฉีกสมุดบันทึกมาสองสามแผ่นส่งให้หลี่โหย่วไฉ”หัวหน้าหลี่ คุณเข้าใจมากกว่าฉัน คุณแบ่งดีกว่า ถึงเวลาฉันจะรับผิดชอบรวมแต้มทำงานเอง”

    หลี่โหย่วไฉฟังจบก็รับมาอย่างไม่เกรงใจ “งั้นพรุ่งนี้ฉันแบ่งงานเสร็จค่อยส่งสมุดบันทึกให้เธอ”

    สวี่ม่ายซุ่ย “ค่ะ งั้นพวกคุณปรึกษากันไปก่อน ฉันจะไปดูด้านนั้นสักหน่อย” พูดจบก็จากไป

    พอเธอจากไป หลี่โหย่วไฉกับจ้าวจี๋เสียงก็มีท่าทางกระปรี้กระเปร่า พวกเขาเข้ามาใกล้หลี่โหย่วไฉเสนอความคิดให้เขากันเซ็งแซ่


    “หัวหน้าหลี่ ฉันว่าแบ่งตามวิธีของสวี่ม่ายซุ่ยก็ไม่เลว หน่วยงานเราดีไม่ดีนี่อาจจะเก็บเกี่ยวเสบียงได้เร็วที่สุด”

    หลี่โหย่วไฉ “ไม่ใช่ว่าไม่รังเกียจหล่อนแล้วเหรอ”

    หลี่โหย่วเหลียง “อะไรที่ควรรังเกียจก็รังเกียจอยู่”


    ตอนบ่ายกินข้าวเสร็จไม่นาน ก็เริ่มมีคนมาทยอยมาหาสวี่ม่ายซุ่ยเพื่อตรวจผลการทำงาน


    สวี่ม่ายซุ่ยมีประสบการณ์ครั้งก่อนมาแล้ว ครั้งนี้ก็ไปหาหลี่โหย่วไฉให้เขาตรวจผลการทำงาน ส่วนเธอจดแต้มทำงาน

    หลี่โหย่วไฉเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ ทั้งสองไปที่ไร่ สวี่ม่ายซุ่ยอยู่ด้านหลังหลี่โหย่วไฉ ฟังเขาพูดพลางจดอย่างว่าง่าย ค่อนข้างเหมือนเลขาอยู่บ้างจริง ๆ

    “หัวหน้าหลี่ พวกฉันไปได้จริง ๆ แล้วใช่ไหม?” จ้าวจี๋เชิ่งมองหลี่โหย่วไฉ ถามด้วยสีหน้าร้อนรน

    อย่างไรเสียตอนนี้ก็เพิ่งบ่ายสองโมง เทียบกับปกติที่เลิกงานหกโมงก็ดูไวไปไม่น้อยจริง ๆ

    หลี่โหย่วไฉฟังจบก็มองสวี่ม่ายซุ่ยโดยไม่รู้ตัว เห็นสายตาสวี่ม่ายซุ่ยมองตัวเองอย่างจดจ่อก็ผงกหัวพูด “ไปได้”

    “แต่ว่าบ้านพวกนายตอนบ่ายต้องออกมาสองคน ขนของพวกนี้ไปกระจายออกที่ทุ่งข้าวสาลี

    ตามความหมายของสวี่ม่ายซุ่ยคือให้หาคนมาขนมาขนเสบียงอาหารไปโดยเฉพาะแล้วให้แต้มทำงานไปบางส่วน แต่หลี่โหย่วไฉคิดว่ามันสิ้นเปลืองเกินไปเลยปฏิเสธ

    จ้าวจี๋เชิ่งได้ยินก็ตอบกลับอย่างตื่นเต้น “ตอนนี้พวกฉันขนไปเลยได้ไหม?”

    ……………………………………………………………………………………………………………………….

    สารจากผู้แปล


    ม่ายซุ่ยทำถูกแล้ว รู้ว่าตรงไหนผิดพลาดก็มายอมรับผิดและแก้ไข แบบนี้จะได้ใจคนอีกเยอะ


    ชิวเฟิง


    คล้ายกับเรื่อง[จบ] ย้อนเวลาไปเป็นมารดาปากแซ่บในยุค 70 ที่คุณอ่าน

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592