“ท่านผู้ชมทุกท่านการทดสอบใกล้จะสิ้นสุดแล้วครับ”
“หากไม่มีอะไรผิดพลาดเซี่ยวซิงอวี่จะต้องรักษาอันดับหนึ่งไว้ได้แน่นอน”
“ถ้าไม่ได้เห็นกับตาตัวเองผมคงไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเด็กหนุ่มจากเมืองเล็กๆ คนนี้จะสามารถทำลายสถิติของเย่ซวงหนิงได้!”
“ผมรู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็ผู้ดำเนินรายการและผู้บรรยายการถ่ายทอดสดการทดสอบในครั้งนี้ครับ!”
เหลือเวลาอีกสามนาทีก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดลง
ตอนนี้พลังิญญาของทุกคนแทบจะหมดลงแล้วอันดับคะแนนก็คงที่ ไม่น่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญอีก
คะแนนของเซี่ยวซิงอวี่ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างขาดลอยด้วยจำนวนการล่าทั้งหมด 110 ตัว
มู่หรงซินซินอยู่ในอันดับสองโดยมีคะแนนคงที่อยู่ที่ 89 ตัว
ความแตกต่างระหว่างทั้งสองคนนี้คือจำนวนคิลที่เซี่ยวซิงอวี่แย่งมาได้
อพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัว
เซี่ยวรั่วเสวี่ยและเย่ซือเินั่งชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ด้วยกัน
ทันใดนั้น เย่ซือเิก็ะโลงจากโซฟาฮัมเพลงเบาๆ แล้วโยกย้ายก้นอย่างมีความสุข
“พี่ชายเก่งที่สุดเลย!มีพี่ชายที่เก่งขนาดนี้ ฉันมีความสุขจัง!”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยลูบสองหางเปียที่กำลังแกว่งไกวของเย่ซือเิแล้วยิ้มอย่างอ่อนโยน “เิเิเสี่ยวอวี่ทำลายสถิติของพี่สาวเธอนะ เธอยังจะดีใจอีกเหรอ?”
“ฉันชอบพี่ชายมากกว่าพี่สาวเ็าคนนั้น!”
เย่ซวงหนิงเป็คนเ็าแม้ว่าจะเป็พี่สาวแท้ๆ ของเย่ซือเิ แต่พี่น้องคู่นี้ไม่ค่อยได้คุยกันมีอะไรก็จะเก็บไว้ในใจ
ส่วนเซี่ยวซิงอวี่นั้นรักและเอ็นดูเย่ซือเิมากมีนิสัยอบอุ่น ไม่เคยแสดงสีหน้าเ็าใส่เธอเลย
เมื่อเห็นเซี่ยวซิงอวี่ทำผลงานได้ดีในการทดสอบเย่ซือเิก็รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเขาจากใจจริง
“พี่รั่วเสวี่ย พี่ชายได้คะแนนดีพี่ไม่ดีใจเหรอ?”
“พี่...พี่ก็ดีใจสิ~”
“แต่พี่ดูไม่ตื่นเต้นเลยแถมไม่ค่อยยิ้มด้วย”
การสังเกตของเด็กๆ มักจะเฉียบคมกว่าผู้ใหญ่
เย่ซือเิพูดจี้ใจดำเซี่ยวรั่วเสวี่ยดูผิดปกติจริงๆ เมื่อเห็นน้องชายทำผลงานได้ดีกลับไม่แสดงความตื่นเต้นแม้แต่น้อย ใบหน้าของเธอกลับดูเคร่งขรึมเล็กน้อย
เซี่ยวรั่วเสวี่ยจ้องมองหน้าจอโทรทัศน์
กล้องซูมไปที่ใบหน้าของเซี่ยวซิงอวี่
“ทำไมตอนนี้เสี่ยวอวี่ถึงได้ทั้งคุ้นเคยและแปลกหน้าสำหรับฉันในเวลาเดียวกัน?”
“เขาแย่งคิลของเด็กสาวตระกูลมู่หรงได้หลายครั้งในการทดสอบแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคาดการณ์ที่ยอดเยี่ยมของเขา”
“แต่ผนึกในตัวเขายังไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกแล้วความสามารถอันน่าทึ่งเหล่านี้มาจากไหนกัน?”
เซี่ยวรั่วเสวี่ยเท้าคางพลางครุ่นคิด
เขาหยินหนาน
ลึกเข้าไปในป่าทึบ
เซี่ยวซิงอวี่ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ
“เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งนาทีก่อนการทดสอบจะสิ้นสุดลง”
“นักเรียนมู่หรงฉันขอรับตำแหน่งอันดับหนึ่งไปอย่างไม่เกรงใจนะ”
มู่หรงซินซินพูดน้อยใบหน้าที่สวยงามจับจ้องเซี่ยวซิงอวี่อย่างไม่วางตา
“เ้าเล่ห์!”
“เอ่อ เปลี่ยนคำอื่นได้ไหม?”
“เ้าเล่ห์!”
“ในพจนานุกรมของเธอมีแค่สองคำนี้เองเหรอ?”
“เ้าเล่ห์!!!”
เซี่ยวซิงอวี่ถูกนิสัยของมู่หรงซินซินทำให้หัวเราะ
“ผู้หญิงคนนี้น่าสนใจจริงๆดูเหมือนจะเ็า แต่จริงๆ แล้วออกจะซื่อๆ น่ารัก”
เสียงประกาศดังสะท้อนไปทั่วหุบเขา
“การทดสอบใกล้จะสิ้นสุดลงแล้วนักเรียนทุกคนโปรดไปรวมตัวกันที่ตีนเขา”
“นักเรียนมู่หรง ไปกันเถอะ”
“เ้าเล่ห์!”
“ช่วยเปลี่ยนคำอื่นหน่อยได้ไหม?”
“เ้าเล่ห์!”
เซี่ยวซิงอวี่สรุป“ยืนยันแล้ว! นักเรียนมู่หรงชาติที่แล้วเธอต้องเป็เครื่องเล่นแผ่นเสียงแน่ๆ”
ขณะที่เซี่ยวซิงอวี่กำลังเตรียมตัวลงเขาก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น!
โฮก~
เสียงคำรามะเืป่าเขาบาดแก้วหูของเซี่ยวซิงอวี่
“เฮยเฟิง!”
เซี่ยวซิงอวี่ะโเสียงดัง
หมาป่าสายลมเพลิงนรกเข้าสู่โหมดต่อสู้ทันที
ปัง!
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น
หมาป่าสายลมเพลิงนรกถูกเหวี่ยงกระเด็นไปเหมือนว่าวที่สายป่านขาดร่วงลงบนพื้น ไม่สามารถลุกขึ้นได้อีก
เซี่ยวซิงอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แย่แล้ว! นี่มันสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์(ขั้นสาม)!”
เหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันสัญญาณถ่ายทอดสดเริ่มติดขัด หน้าจอถ่ายทอดสดมีคลื่นรบกวนและภาพเบลอ
ขณะนี้มีร่างมหึมาปรากฏขึ้นตรงหน้าเซี่ยวซิงอวี่
มันคือสิงโตพยัคฆ์ลาวาตัวั์เขี้ยวของมันยาวกว่าดาบ มีสามหัว แต่ละหัวมีปากที่เต็มไปด้วยลาวาเดือนปุดๆ!
“แย่แล้ว! มันคือสิงโตพยัคฆ์ลาวา!”
“ทำไมถึงมีสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์(ขั้นสาม) ปรากฏในพื้นที่ทดสอบ?”
“เรียกผู้ดูแลพื้นที่ทดสอบมาถามดูว่าเกิดอะไรขึ้น!”
“อย่าเพิ่งเสียเวลาคิดเื่นั้นเลย!ช่วยเหลือนักเรียนก่อน!”
“เปิดใช้งานมาตรการช่วยเหลือฉุกเฉิน!”
เขาหยินหนานเป็สถานที่ทดสอบสำหรับนักเรียนใหม่ทุกรุ่น
เพื่อรองรับระดับความแข็งแกร่งของนักเรียนใหม่เขาหยินหนานจึงได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวดตลอดทั้งปีเพื่อให้แน่ใจว่าจะมีแต่สัตว์อสูรระดับเริ่มต้นเท่านั้น
แต่สิงโตพยัคฆ์ลาวาที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเซี่ยวซิงอวี่นั้นอยู่ในระดับสมบูรณ์(ขั้นสาม)!
ระดับสมบูรณ์ (ขั้นสาม)หมายความว่ามันใกล้จะก้าวข้ามไปสู่ระดับเหนือธรรมชาติแล้วความแข็งแกร่งของมันน่ากลัวมาก
การที่จะรับมือกับสัตว์อสูรระดับนี้จำเป็ต้องมีผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับสี่ดาวเป็อย่างน้อย
เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซินที่อยู่ข้างๆต่างก็เป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับหนึ่งดาว
แม้ว่าทั้งสองจะมีพร์ที่โดดเด่นแต่ก็เป็ไปไม่ได้ที่จะข้ามระดับการต่อสู้ที่ใหญ่ขนาดนี้ไปได้
“เฮยเฟิง ลุกขึ้น!”
หมาป่าสายลมเพลิงนรกพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบากหน้าอกของมันถูกลาวาเผาไหม้ เ็ปจนหน้าบิดเบี้ยว
เซี่ยวซิงอวี่เปิดใช้งานเนตรปีศาจข้อมูลสถานะของสิงโตพยัคฆ์ลาวาปรากฏขึ้น
“บ้าจริง เืของไอ้หมอนี่เยอะชะมัด!”
ในมุมมองของเซี่ยวซิงอวี่หลอดเืบนหัวของสิงโตพยัคฆ์ลาวานั้นยาวและหนามาก
ระดับเริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง→ขั้นสาม)– ระดับเติบโต (ขั้นหนึ่ง→ขั้นสาม)– ระดับสมบูรณ์ (ขั้นหนึ่ง→ขั้นสาม)
หมาป่าสายลมเพลิงนรกเป็เพียงสัตว์อสูรระดับเริ่มต้น(ขั้นหนึ่ง)
ระดับความแตกต่างระหว่างมันกับสิงโตพยัคฆ์ลาวาระดับสมบูรณ์ (ขั้นสาม) นั้นเหมือนเหวลึก
ความแตกต่างอันมหาศาลเช่นนี้ไม่ว่าจะเป็สายเื พร์ หรือทักษะ ก็ไม่สามารถชดเชยได้
สิงโตพยัคฆ์ลาวาคำรามเสียงดังปล่อยคลื่นลมพายุราวกับสึนามิที่ถาโถมเข้ามา
เซี่ยวซิงอวี่ถูกพายุพัดล้มลงกับพื้นเสื้อผ้าของเขาถูกคมลมบาดขาด ใบหน้าด้านข้างมีรอยเืหลายเส้น
หมาป่าสายลมเพลิงนรกถอยหลังหลายครั้งเปลวไฟบนร่างมอดลงในพริบตา
พลังกดดันของระดับที่เหนือกว่าแสดงออกมาแล้ว!
เสียงของซูหรูเยียนดังขึ้นจากวิทยุสื่อสาร
“เซี่ยวซิงอวี่ มู่หรงซินซินพวกเธอทั้งสองคนรีบหนีออกจากพื้นที่อันตรายโดยเร็วที่สุดพวกเราจะรีบจัดมาตรการช่วยเหลือ!”
เซี่ยวซิงอวี่ตั้งสติได้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ“นักเรียนมู่หรง หนีกันเถอะ!”
ใน่เวลาแห่งความเป็ความตายทั้งสองคนไม่ได้เป็คู่แข่งกันอีกต่อไป แต่เป็เพื่อนร่วมทาง
ลึกเข้าไปในป่าหวังเยี่ยนซ่อนตัวอยู่ในพงหญ้า และเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง
เมื่อเห็นเซี่ยวซิงอวี่วิ่งหนีอย่างลนลานหวังเยี่ยนก็เผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“เซี่ยวซิงอวี่ฉันเคยบอกแล้วว่าที่นี่คือหลุมฝังศพของแก!”
เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นกะทันหันเ้าหน้ากู้ภัยจึงต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะมาถึง
เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซินวิ่งผ่านป่าแห่งหนึ่งตรงหน้าพวกเขามีหน้าผาสูงร้อยจ้าง (หนึ่งจั้ง= 3.33 เมตร → ร้อยจั้ง= 333เมตร)
โฮก!
สิงโตพยัคฆ์ลาวายังคงไล่ตามอย่างไม่ลดละร่างกายขนาดมหึมาของมันเหมือนเครื่องตัดไม้ ที่ใดที่มันผ่านไปที่นั่นจะไม่มีแม้แต่ต้นหญ้า
มู่หรงซินซินะโขึ้นไปบนหลังค้างคาวกระดูกปีกอสูรแล้วทะยานขึ้นไปบนฟ้า
ในสถานการณ์เช่นนี้ก็จะเห็นถึงข้อดีของสัตว์อสูรประเภทบินได้แล้ว
ส่วนเซี่ยวซิงอวี่นั้นไม่โชคดีเท่าไร
ฮู่ววว~
สิงโตพยัคฆ์ลาวาปลดปล่อยเสียงคำรามเพลิงนรกพายุทอร์นาโดทำลายล้างพัดถล่มผืนป่า
เซี่ยวซิงอวี่และหมาป่าสายลมเพลิงนรกอยู่ในใจกลางพายุทอร์นาโดถูกคมลมบาดจนเืสาดกระเซ็น
สถาบันชิงหลง
ที่นั่งกรรมการ
เฉินฉี่เหนียนไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้
“ผู้อำนวยการผมจะไปช่วยลูกศิษย์ด้วยตัวเอง!”
ซูหรูเยียนลุกขึ้นยืน“เซี่ยวซิงอวี่และมู่หรงซินซินต่างก็มีพร์ของสถาบันชิงหลงในฐานะผู้อำนวยการ ฉันไม่อนุญาตให้พวกเขาเกิดอะไรขึ้น!”
ดวงตาที่แดงก่ำของหยางซวี่จ้องมองหน้าจอถ่ายทอดสดอย่างไม่กะพริบตา
“สถานการณ์ไม่ดีเลย!”
“คราวนี้แย่แล้ว!”
“เซี่ยวซิงอวี่และหมาป่าสายลมเพลิงนรก...ตกหน้าผาแล้ว!”
ริมหน้าผา
ทั้งคนทั้งสัตว์อสูรถูกลมบ้าคลั่งพัดตกลงไปในหน้าผา
มู่หรงซินซินขี่ค้างคาวกระดูกปีกอสูรบินลงมาอย่างรวดเร็ว
“จับมือฉันไว้!”
นี่เป็ครั้งแรกที่มู่หรงซินซินพูดกับเซี่ยวซิงอวี่เป็ประโยคที่สมบูรณ์
ก่อนหน้านี้ เธอจะพูดแต่“เ้าเล่ห์”
เซี่ยวซิงอวี่พยายามจับมือของมู่หรงซินซินที่ยื่นออกมาเพื่อช่วยเหลือแต่เขากลับพลาดไป
เสียงลมหวีดหวิวข้างหูใบหน้าของมู่หรงซินซินค่อยๆ เลือนราง
ริมหน้าผากลับคืนสู่ความเงียบสงบ
ค้างคาวกระดูกปีกอสูรบินวนอยู่ในอากาศ
มู่หรงซินซินขี่ค้างคาวกระดูกปีกอสูรดวงตาของเธอล่องลอย เธอจ้องมองหน้าผาที่ลึกสุดหยั่งถึงอย่างเหม่อลอย
“เขา...”
“ตายแล้วเหรอ?”
สิงโตพยัคฆ์ลาวายืนอยู่ที่ริมหน้าผาแลบลิ้นออกมา ไม่ได้โจมตีมู่หรงซินซินต่อ แต่หันหลังเดินจากไป
เห็นได้ชัดว่าสิงโตพยัคฆ์ลาวาเล็งเป้าไปที่เซี่ยวซิงอวี่เท่านั้น!
ซ่อนตัวอยู่ในความมืดของป่า
“อัจฉริยะอะไรกัน!”
“ม้ามืดบ้าบออะไร!”
“แค่ใช้แผนเล็กๆ น้อยๆแกก็ยังต้องไปรายงานตัวกับยมบาลเลยไม่ใช่เหรอ?”
หวังเยี่ยนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“เซี่ยวซิงอวี่หนอเซี่ยวซิงอวี่นี่แหละผลลัพธ์ของการที่แกมาต่อกรกับฉัน ฮ่าๆๆ!”
กลางดึก
สามอันดับแรกของเทรนด์ข่าวร้อนหลงกั๋ว
1 : [องค์จักรพรรดินีแห่งหลงกั๋วประกาศจับสัตว์อสูรเผ่าพันธุ์ออร์ค:จิ้งจอกเก้าหาง ไต้ลู่]
2 : [องค์หญิงซ่างกวนเฉี่ยนแห่งหลงกั๋วเลื่อนขั้นเป็ผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับห้าดาว!]
3 : [เซี่ยวซิงอวี่เด็กอัจฉริยะแห่งสถาบันชิงหลง ตกหน้าผา ไม่ทราบชะตากรรม!]
สองคำค้นหายอดนิยมเป็ข่าวเกี่ยวกับองค์จักรพรรดินีและองค์หญิง
เซี่ยวซิงอวี่ สามัญชนที่ไร้อำนาจและอิทธิพลกลับติดอันดับสามของการค้นหายอดนิยมของทั้งประเทศ เพราะตกหน้าผา
“ผมคือนักข่าวซีเหมินต้าชิ่งด้านหลังของผมคือหน้าผาที่เซี่ยวซิงอวี่ตกลงไปครับ”
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็อุบัติเหตุครั้งใหญ่”
“สถาบันชิงหลงไม่เคยเกิดความผิดพลาดระดับต่ำเช่นนี้มาั้แ่ก่อตั้ง”
“เขาหยินหนานไม่ควรมีสัตว์อสูรระดับสมบูรณ์...”
“พวกเรามาอธิษฐานให้เซี่ยวซิงอวี่กันเถอะครับ!”
กลางดึก
ฝนตกหนัก
เซี่ยวซิงอวี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองนอนอยู่บนหน้าท้องที่นุ่มนิ่มของหมาป่าสายลมเพลิงนรก
“เฮยเฟิงแกยอมเอาตัวเป็เบาะรองรับแรงกระแทกเพื่อช่วยฉันเหรอ?”
บรู้ว~~~
หมาป่าสายลมเพลิงนรกได้รับาเ็สาหัสหายใจรวยริน และการหายใจก็ผิดปกติ
เซี่ยวซิงอวี่รู้สึกอบอุ่นใจและสงสารรีบเปิดใช้งานตราผนึกอสูร
“เฮยเฟิง ดื่มน้ำยาบำรุงพวกนี้แล้วพักผ่อนให้สบายนะ”
เซี่ยวซิงอวี่หยิบน้ำยาบำรุงธาตุไฟหลายขวดออกจากแหวนมิติป้อนให้หมาป่าสายลมเพลิงนรกจากนั้นก็นำมันกลับเข้าไปในตราผนึกอสูรเพื่อพักฟื้นอย่างเต็มที่
“อวัยวะภายในได้รับแรงกระแทกเล็กน้อยซี่โครงหักสองซี่ ข้อเท้าซ้ายกระดูกร้าว...”
“โชคดีที่เฮยเฟิงเป็เบาะรองรับให้ฉันฉันเลยรอดมาได้ ไม่ถึงตาย”
เซี่ยวซิงอวี่เปิดใช้งานเนตรปีศาจเพื่อวินิจฉัยอาการาเ็ของตัวเอง อาการาเ็ไม่เบา แต่ก็ไม่ถึงกับเสียชีวิต
“ดูเหมือนว่ามีคนจงใจเล่นงานฉันและพวกเขาตั้งใจจะฆ่าฉัน!”
“ไม่มีเวลาคิดมากแล้วหาที่หลบฝนก่อนดีกว่า”
เซี่ยวซิงอวี่ลากร่างที่าเ็ของเขาเดินกะโผลกกะเผลกผ่านป่า จนพบถ้ำที่สามารถหลบฝนได้
ลึกเข้าไปในถ้ำ มีแสงสีม่วงสองดวงส่องประกายราวกับดวงตาของสิ่งมีชีวิต