บทที่ื 2
หวีดดด!!! โฮกกกก!!!! เสียงสองเสียงที่ดังออกมา แต่พวกมันไม่ได้มาแค่เพียงสองตัว พวกมันวิ่งฝ่าประตูที่พังพินาศด้วยฝีมือของพวกมันตามมาเป็นโขยงหลายสิบตัว นำทัพมาด้วยซอมบี้หญิงอย่างน้องน้ำฝนห้อง 304 มันเป็นภาพที่ดีมากสำหรับโจในตอนนี้ แต่มันก็ภาพพื้นหลังที่ได้ชมมันช่างขัดหูขัดตาเสียจริง“..เห้อ ความเร็วไม่ต่างจากในหนังเลยนะ...” โจบ่นออกมาพร้อมกับมือของเขาที่ดึงเชือกที่โยนตะขอเกี่ยวไว้กับราวเหล็กของระเบียงห้องด้านบนเอาไว้ เขาออกแรงเล็กน้อย เท้าสองข้างไต่ไปตามกำแพงเหมือนกับทหารหน่วยพิเศษ แต่เขาก็ต้องชะงักเล็กน้อยเพราะเมื่อเงยหน้าขึ้นไป“เห้ย...” เขาพบกับตาลุงแก่ที่อยู่ห้องบนของเขาโผล่หน้าออกมา และแน่นอนว่าลุงแกได้เป็นซอมบี้ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อซอมบี้ลุงอ้วนเห็นอาหารอันโอชะของมันก็พุ่งกระโจนเข้าใส่ในทันที เสี้ยววินาทีในห้วงแห่งความคิด โจเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างทันที เพราะเขาไม่สามารถย่อนตัวลงข้างๆได้อีกแล้ว และเมื่อตัวของโจเบี่ยงออกไปด้านข้าง มันส่งผลให้ตะขอที่คาดเอาไว้เอียงตามไปด้วย ทำให้เขาเสียศูนย์เล็กน้อย แต่ด้วยพละกำลังแขนที่ยกกล่องสินค้ามากกว่าร้อยกล่องในวันเดียว บวกกับประสบการณ์การปีนเขาที่ชำนาญของเขาทำให้โจสามารถควบคุมมันได้อย่างง่ายดาย ซอมบี้ลุงตัวอ้วนลอยอยู่กลางอากาศ ซอมบี้ที่ทำลายประตูห้องของโจได้เห็นกับเหยื่อที่ลอยตกลงไป พวกมันก็ต่างร่วมแรงใจในการพุ่งตามกันไปติดๆ หวีดดด!!! โฮกกกก!!!! ภาพที่โจเห็นเมื่อมองไปด้านล่าง เขาถึงกับปาดเหงื่ออยู่บนที่สูง และห้อยโตงเตงด้วยหัวใจที่เต้นดังตึกตัก มันเป็นภาพของเหล่าเพื่อนบ้านซอมบี้ที่ตัวแตกหลายคน แต่พวกเขากลับยังไม่ตายแม้แต่คนเดียว คนไหนที่แขนขาหักพวกมันก็ต่างคลานเข้ามาที่กำแพง และมองมาทางเขาอย่างหิวกระหาย และแน่นอนว่ามันส่งผลทำให้ซอมบี้ที่อยู่รอบๆรวมตัวกันเป็นร้อยตัวในจุดเดียว โจที่เห็นท่าไม่ดี เขาต้องรีบขึ้นไปให้ถึงดาดฟ้าตามกำหนดให้ได้เสียแล้ว การเบี่ยงตัวที่ผ่านมาก็กินแรงใช่ย่อย โจปีนขึ้นมายังห้องของลุงอ้วนได้แล้ว หวี้ดดดด!!! เสียงร้องของซอมบี้ผู้หญิงตัวเล็กดังออกมาจากด้านหลังของเขาทันที ที่ปีนขึ้นมาได้ โจหันไปมองด้วยความตกใจ แต่โชคดีที่ขาของซอมบี้เด็กตัวนั้นถูกมัดติดกับเก้าอี้เอาไว้ และแรงของมันไม่สามารถก้าวมาถึงจุดที่เขาอยู่ได้ มันเล่นเอาหัวใจของโจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก“เห้อ... นึกว่าจะไม่รอดแล้วซะอีก.. หลานของลุงตัวอ้วนคนนั้นซินะ ลุงแกคงไม่ได้เป็นซอมบี้มาก่อน แต่ถูกเจ้าซอมบี้น้อยตัวนี้กัดเอาในภายหลังเป็นแน่... ยังไงก็ลูกหลานล่ะนะจะให้ฆ่าแกงได้ยังไงจริงไหม.. แล้วทำไมเราต้องพูดกับตัวเองด้วยเนี้ย..” โจนึกถึงหลานตัวน้อยวัย 7 ขวบปีนี้ เมื่อวานก่อนเขายังซื้อไอศกรีมกะทิให้เธอกินอยู่เลย แต่วันนี้เธอกลับกลายเป็นซอมบี้ไปเสียแล้ว แต่มันก็เป็นเรื่องดีในความคิดของโจในตอนนี้ ‘บางทีการที่ได้กลายเป็นซอมบี้ก็ยังดีกว่าต้องอยู่ในโลกที่โหดร้าย ที่ทุกคนต่างเห็นแก่ตัวกันมากขึ้นในอนาคตที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ล่ะนะ.. แต่ใครอยากจะกลายเป็นซอมบี้กันล่ะ’ โจคิดในใจก่อนจะลุกขึ้น เตรียมที่จะปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าตามแผนที่ได้วางเอาไว้ แต่ครั้งนี้เขาจะต้องระวังมากกว่าเดิม โจโยนตะขอขึ้นไปอีกครั้ง เขาเลื่อนเชือกให้เสียงดังหลายครั้งติดๆกัน แต่มันกลับไม่มีอะไรโผล่หัวออกมา เขาจึงมั่นใจได้ส่วนหนึ่ง“หวังว่าครั้งนี้จะไม่มีอะไรมาเซอร์ไพรส์อีกนะ.. ลาก่อนสาวน้อย..” โจเริ่มปีนในทันที ซอมบี้ที่อยู่ด้านล่างเมื่อมันเห็นเหยื่อของมันโผล่มา พวกมันก็กลับมากรีดร้องอีกครั้ง แต่มันก็ไม่ทำให้หัวใจของโจหวั่นได้อีกต่อไป สิ่งที่เขาจะต้องระวังมันคือสิ่งที่เขาอาจจะเจอได้ในชั้นห้า ห้องนี้ที่เขากำลังจะปีนไปถึง โจแอบส่องดูภายในห้องอย่างหวาดระแวง แต่เขาก็ต้องถอนหายใจ เพราะมันเป็นเพียงห้องโล่งๆหลังจากสังเกตอยู่นานพอสมควร โจปีนขึ้นมา ก่อนจะเข้าไปสำรวจภายในห้อง เผื่อจะมีอะไรที่พอช่วยเหลือชีวิตเขาได้ในอนาคต อาหารในตู้เย็น แม้แต่คุกกี้เขาเองก็ริบเอาไว้เองหมดทุกอย่าง ตอนนี้มันมีเวลามากพอที่จะรวบรวมของพวกนี้ และสิ่งที่เขาชอบมากที่สุดก็คงจะเป็นกล้องส่องทางไกลที่แม้จะเป็นอันเล็กๆ แต่ด้วยยี่ห้อที่รับประกันการใช้งานดีเลิศเขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข“เอาล่ะ ได้เวลาขึ้นไปชั้นบนแล้ว ห้องนี้พอใช้ได้ หากเราไม่มีที่ไปห้องนี้สามารถเป็นที่อยู่อาศัยได้ชั่วคราว..ดังนั้นจัดการมันก่อนจะดีกว่า” โจมองห้องที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างดี ผิดกับอพาร์ทเม้นท์เก่าๆอย่างนี้ และเพื่อความชัวร์ดึงสก็อตเทปออกมาอย่างเบามือที่สุด และนำไปติดที่ช่องว่างของประตูทางเข้า เพราะเขาไม่รู้ว่าข้างนอกนี้มันมีอะไร แต่ถ้าให้คาดเดาแล้วล่ะก็คงจะมีอย่างน้อยสัก 10 ตัวได้ และถ้าพวกมันเหมือนในภาพยนตร์เรื่องที่จะต้องระวังก็คงต้องเป็นเสียงและกลิ่น ตอนนี้ยังไม่ค่อยรู้ข้อมูลเซฟเอาไว้ก่อนดีที่สุดแล้ว จากนั้นโจก็ค่อยๆยกโต๊ะ ของหนักๆอย่างตู้เย็น แม้มันจะหนักแค่ไหน เขาก็ไม่ยอมที่จะบ่น และร้องออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อเช็กทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว เขาก็พักเหนื่อยสักหน่อย ก่อนที่จะใช้แผนเดิมที่เคยทำ แต่ความพิเศษของชั้นดาดฟ้านั้นมันไม่มีราวเหล็กกั้นเหมือนชั้นอื่นๆ มันมีแต่กำแพงคอนกรีตอย่างเดียวเท่านั้น ส่งผลให้ไม่สามารถเลื่อนตะขอให้เกิดเสียงเหมือนกับที่ผ่านมาได้อีกแล้ว ครั้งนี้โจต้องระวังเป็นพิเศษ “ยังไงก็ต้องขึ้นไปดูรอบๆ.. ไม่มีทางเลือกแล้ว” โจค่อยๆเคลื่อนตัวขึ้นไปเพื่อให้เกิดเสียงน้อยที่สุด เมื่อมาถึงขอบของกำแพง เขาก็ชะโงกหัวมองดูไกลๆ สิ่งที่เขาได้เห็นนั้นก็คือผ้าสีขาวที่ตากเอาไว้หลายสิบผืน ความเงียบมันยิ่งทำให้เขาไม่ค่อยมั่นใจ แต่เขาก็ขึ้นมายังดาดฟ้าอยู่ดี โจมัดเชือกติดกับเสาต้นหนึ่งเอาไว้ เพื่อเตรียมไว้สำหรับเป็นทางหนีสุดท้ายของเขา โจถือขวานปีนเขาเอาไว้ในมือทั้งสองข้าง มันเป็นขวานที่ออกแบบมาเป็นพิเศษคล้ายกับของเลียนแบบในเกมชื่อดังอย่าง ทูรไรเดอร์ ที่ตัวเอกของเรื่องใช้ มันเป็นอุปกรณ์สารพัดประโยชน์ที่สามารถทำได้เกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการเจาะลงไปในกำแพงน้ำแข็ง เกี่ยวกับเชือก ยึดดินแนวดิ่ง ตัดเกี่ยวหญ้า ทุบหิน และอื่นๆที่สามารถคิดประยุกต์ได้ตามความเหมาะสมของอุปกรณ์ โจเดินไปมองซ้ายทีขวาที เขาไม่ไว้ใจบรรยากาศอย่างนี้เลยจริงๆ ผ้าที่ตากเอาไว้ โจใช้ขวานเลื่อนมันออกไปอย่างช้าๆในด้านที่ไม่ถนัด ส่วนอีกข้างเตรียมจู่โจมหากมันมีสิ่งใดเกิดขึ้น ผ้าผืนแล้วผืนเล่าถูกเปิดออกมาจนหมด เหลือเพียงแค่ผ้าผืนสุดท้าย เขาเห็นเงาเหมือนจะเป็นคนกำลังเคลื่อนไหวสะท้อนจากแสงอาทิตย์มาอย่างชัดเจน แน่นอนว่าเขาเองก็เลื่อนมันออกมาอย่างรวดเร็ว และเตรียมเข้าจัดการกับซอมบี้ตัวนี้ทันที และเมื่อผ้าผืนนี้ได้เปิดออกเสียงจากอีกฝั่งก็ดังขึ้นมา“ตายซะ เจ้าพวกผีดิบ...” เสียงของหญิงวัยรุ่นตะโกนออกมา ในมือของเธอถือพลั่วที่เอาไว้ขุดดินอยู่ และปลายพลั่วที่เป็นเหล็กนั้นต่างก็เปื้อนไปด้วยเลือดของมนุษย์ เป๊ง!!! เสียงของเหล็กกระทบกันอย่างจัง โจที่สติดีกว่าก็ได้แต่ป้องกันการโจมตีนั้นไว้ จากนั้นเขาก็แสดงตัวว่าเขาเป็นคนไม่ใช่ผีดิบอย่างที่เธอนั้นเข้าใจ “ใจเย็นก่อน สาวน้อย.. ผมเป็นคน และยังปลอดภัยดี..” โจกล่าวพร้อมกับถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อดูการตอบสนอง หญิงสาวคนนั้นเองก็เช่นกัน เธอก็ถอยออกมา และมองมาทางโจตาเขม็ง...