ตอนที่ 2 เทพบุตร
On top
“อีมัด กูถามจริง มึงแต่งชุดมาเที่ยวผับหรือไปงานพรอมกันแน่” เสียงแหลมร้องถามเพื่อนสนิทด้วยความแปลกใจเมื่อเธอเห็นชุดเดรสสีชมพูหวานแหวว
“ชุดนี้ไม่น่ารักตรงไหน เราว่าน่ารักออก” มัดหมี่พูดตอบด้วยความมั่นใจ ก่อนที่เธอจะหมุนตัวโชว์ชุดที่เธอตั้งใจเลือกมาอย่างดี
“คืองี้นะหนู มึงมองรอบ ๆ ตัวมึงสิ ว่ามีใครแต่งตัวแบบมึงบ้าง”
วันนี้มัดหมี่สวมชุดเดรสสั้นสีชมพูอ่อน ปล่อยผมสลวยยาวถึงกลางหลัง พร้อมเครื่องประดับเล็กน้อย มองดูโดยรวมแล้วราวกับเธอไปเที่ยวคาเฟ่ไม่มีผิด หากเข้าไปข้างในผับ เธอคงเป็คนเดียวที่แต่งตัวไม่ดูสถานที่
“หุ่นมึงออกจะสวยขนาดนี้ ใส่ชุดที่มันแซ่บกว่านี้หน่อยสิ คราวหน้าถ้ามากูจะแต่งตัวให้มึงเอง”
“งั้นเหรอ งั้นฝากด้วยนะ”
“ไปค่ะ กูจองโต๊ะไว้แล้ว” ต้นหอมพูดบอกก่อนที่จะจูงแขนมัดหมี่เดินเข้าไปในตัวผับ
ทันทีที่เหยียบเข้าไปในบริเวณที่เรียกว่าผับ มัดหมี่มองเห็น แสง สีและเสียงที่ดังอึกทึกครึกโครม เธอไม่เคยเห็นสถานที่แบบนี้มาก่อน มันเป็เื่ตื่นตาสำหรับเด็กสาวที่พ่อแม่ไม่อนุญาตให้เที่ยว การมาผับเช่นนี้เรียกได้ว่าเป็การเปิดโลกของเธอเลยก็ว่าได้
ผู้คนมากมายที่กำลังนั่งดื่มกันอย่างสนุกสนาน สาว ๆ ต่างแข่งกันแต่งตัวเซ็กซี่จนทำให้เธอรู้สึกผิดที่เลือกใส่ชุดเดรสชมพูมา ไม่เพียงเท่านั้นหนุ่ม ๆ ที่มาดื่มก็หน้าตาดีจนเธอรู้สึกตาลาย
“ที่นี่เขาคัดคนหน้าตาดีเข้าเหรอ” ฉันถามต้นหอมที่กำลังมองหาโต๊ะที่เ้าตัวได้จองไว้
“ก็ปกติแหละมึง สถานที่ที่นักศึกษาชอบมาไม่ผับก็ร้านเหล้านี่เนอะ”
“อ๊ะ! กูเจอโต๊ะแล้ว”
ต้นหอมรีบจูงมือมัดหมี่เดินตรงไปที่โต๊ะว่างโต๊ะหนึ่ง ซึ่งอยู่แถวด้านหลัง บริเวณนั้นผู้คนไม่ได้เยอะมากพอให้เธอได้หายใจหายคอ หลังจากที่ต้องเดินฝ่าฝูงชนเข้ามา
“มึงจะดื่มอะไร”
“ดื่มอะไรนี่หมายถึงเหล้าเหรอ?” เสียงหวานถาม
“มาผับทั้งที มึงจะแดกน้ำส้มคั้นก็ไม่ได้ปะ เอางี้เดี๋ยวกูสั่งให้ รับรองว่ามึงได้เปิดโลกของการเป็ผู้ใหญ่แบบเต็มตัว” ต้นหอมพูดพร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่เ้าตัวจะเดินไปสั่งเครื่องดื่มที่บาร์โดยทิ้งให้เธอนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่คนเดียว
“เขาไม่หนาวกันเหรอ”
“แต่แต่งแบบนี้...มันก็สวยดีนะ”
ในขณะที่ฉันต้องนั่งรอต้นหอมที่เดินไปสั่งเครื่องดื่ม สายตาของฉันก็พลันมองไปรอบ ๆ เพื่อสำรวจบรรยากาศใหม่ ๆ ที่ไม่เคยได้ััมาก่อน มันทำให้ตาของฉันลุกประกายเพราะเป็สังคมแบบใหม่ที่เปิดประสบการณ์ของฉัน
“วันนี้คนเยอะมากเลย” ต้นหอมที่เดินกลับมานั่งลงก่อนจะพูดบ่น
“ผู้หญิงที่นี่เขาแต่งตัวกันเก่งจังเลยเนอะ ถ้าเราแต่งบ้างมันจะรอดไหมนะ”
“หุ่นมึงเอ็กซ์ เซ็กซี่ขนาดนี้ กูบอกเลยว่าถ้ามึงแต่งแบบสาว ๆ ที่นี่ กูบอกเลยผู้ติดตรึมค่ะ!” คนด้านข้างตอบทันควันพร้อมกับสีหน้ามั่นใจ
“งั้นคราวหน้าก็ต้องจัดเต็มแล้วล่ะ” เมื่อมัดหมี่ได้ยินคำชมยกยอของเพื่อน เธอก็รีบตอบตกลงทันที
“อืม...พอมึงมาเรียนมหาวิทยาลัยแล้วดูสมเป็วัยรุ่นสักทีแฮะ ถ้าเป็ตอน ม. ปลาย มึงคงไม่ได้มี่เวลาแบบนี้หรอก โชคดีนะที่มึงมาเรียนไกลบ้านได้”
“อืม ในที่สุดเราก็ได้ใช้ชีวิตให้สมเป็วัยรุ่นสักทีแหละ ได้เห็นผู้ชายคนอื่นที่นอกจากป๊ะป๋าสักที หลังจากอยู่โรงเรียนประจำหญิงล้วนมา 11 ปี ฮ่าฮ่า”
ครอบครัวของฉันค่อนข้างจะเคร่งเครียด โดยเฉพาะคุณพ่อผู้ที่เป็คนต้นคิดให้ฉันเรียนโรงเรียนหญิงล้วนมาั้แ่เด็ก คุณแม่อธิบายเหตุผลว่าคุณพ่อเป็ห่วงและหวงฉันมาก ท่านไม่อยากให้ฉันเจอเด็กผู้ชายเพราะพวกนั้นไว้ใจไม่ได้และบอกว่าฉันยังเด็กเกินไปที่จะมีความรัก ท่านอยากให้ตั้งใจเรียนและใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนให้เต็มที่โดยไม่ต้องสนเื่ความรัก ถึงมันจะเป็เหตุผลที่ฟังแล้วพอเข้าใจได้ แต่ฉันก็อยากมีประสบการณ์รักในวัยเรียนบ้าง แต่อย่างว่าฉันเรียนโรงเรียนประจำหญิงล้วนมาั้แ่เด็ก โอกาสเจอผู้ชายแค่ 10% เท่านั้น ฉันเองก็อยากมีโมเมนต์แอบรักรุ่นพี่เหมือนกันนี่นา! ฉันจึงฝ่ากฎที่คุณพ่อห้ามนักหนา ฉันเคยแอบคุยกับรุ่นพี่ผู้ชายที่เข้ามาจีบฉัน แต่คุยได้แค่ 3 วันพี่เขาก็หายไป ฉันมารู้ทีหลังว่าคุณพ่อของฉันนั่นแหละที่เป็ต้นเหตุที่อีกฝ่ายหนีหาย คุณพ่อของฉันประกาศกร้าวว่าหากมีผู้ชายคนไหนมายุ่งกับฉัน จะโดนดี ั้แ่นั้นเป็ต้นมาก็ไม่มีผู้ชายคนไหนเข้ามาในชีวิตฉันอีกเลย
แต่ในที่สุดฟ้าก็เป็ใจ ฉันสอบติดมหาวิทยาลัยไกลบ้าน แน่นอนว่าตอนแรกคุณพ่อก็ไม่ยอมให้ฉันมาเรียนที่นี่หรอก แต่ฉันก็อธิบายเหตุผล 108 ข้อให้ท่านฟังรวมถึงคุณแม่ช่วยพูดกล่อม จนคุณพ่ออนุญาต ความฝันที่จะมีแฟนคนแรกของฉันก็ได้เริ่มขึ้น
“งั้นมึงก็ใช้โอกาสนี้ ทำให้สิ่งที่มึงอยากทำเถอะ วัยรุ่นมันมีแค่ครั้งเดียวนะ”
“แต่ว่า...มึงจะใช้ชีวิตให้คุ้มยังไงก็ได้แต่อย่าทำอะไรที่มันไม่ดีก็พอ เข้าใจไหม” ต้นหอมพูดบอกเพื่อนสนิทของเธอเพียงคนเดียวด้วยความเป็ห่วง ถึงยัยมัดหมี่จะเป็ผู้หญิงที่ใจกล้าแต่ก็ยังเป็ผู้หญิงที่อ่อนต่อโลก
“อื้อ” ใบหน้าสวยพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ดีมาก เครื่องดื่มมาพอดีเลย”
“เดี๋ยวกูจะโชว์ฝีมือการชงเหล้าให้มึงดื่มเอง ดื่มง่าย ๆ สบายคอสำหรับมือใหม่หัดดื่มแบบมึง”
“โอเค จัดมาเลย!”
สองสาวนั่งดื่มพร้อมพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสองต่างพูดถึงเื่ราวในอดีตที่ทำให้เธอทั้งสองคนกลายมาเป็เพื่อนสนิทกันจนถึงทุกวันนี้
เมื่อเวลาผ่านไป นักท่องราตรีก็เพิ่มเยอะมากขึ้น จากด้านหลังที่ไม่ค่อยอึดอัดจนตอนนี้เริ่มหนาแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมาก ส่วนมัดหมี่และต้นหอมที่ดื่มกันจนได้ที่ ใบหน้าของสองสาวเริ่มแดงก่ำเพราะพิษแอลกอฮอล์แต่คนที่ท่าทางไม่ไหวกลับกลายเป็ทางต้นหอมเสียเอง
“ไหวไหมหอม เรากลับกันดีกว่าไหม” เสียงหวานเอ่ยถามเพื่อนสนิทสาวที่ตอนนี้ใบหน้าแดงไปหมด แต่เ้าตัวก็ยังยกดื่มอย่างต่อเนื่อง
“มึงยังไม่เมาเลย จะรีบกลับไปไหน รีบดื่มสิ ถ้ามึงเมาเดี๋ยวกูโทรบอกแฟนกูมารับเอง ไม่ต้องห่วง~” เสียงหวานยืดยานของคนตรงหน้าทำให้เธอส่ายหัวไปมา ก็คนที่บอกว่าตัวเองคอแข็งนักหนากลับเมาทั้งที่ดื่มไปไม่กี่ขวด
ฉันที่รู้ดีถึงเื่ความดื้อรั้นของเพื่อนรักก็ทำได้เพียงส่ายหัวไปมาก่อนจะยกแก้วของตนเองดื่มพลางมองไปรอบ ๆ เห็นผู้คนยกแก้วดื่มอย่างเมามันบางคนก็เต้นกันจนไม่ห่วงสวย ฉันรู้สึกชอบบรรยากาศที่นี่
ขณะที่กวาดสายตากำลังมองไปยังกลุ่มผู้คนที่กำลังเต้นกันอย่างสนุกสนาน สายตาของมัดหมี่ถึงกับต้องหยุดชะงัก เมื่อเธอเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งดื่มอยู่โต๊ะข้าง ๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลโต๊ะเธอมาก ใบหน้าที่ขาวนวลของเขาเด่นสะดุดตา ทำให้เธอไม่สามารถหยุดมองเขาได้เลย
“นี่มันคนหรือเทพบุตรกันแน่”
ฉันมองจ้องไปที่ใบหน้าของเขาอย่างไม่ละสายตา ั้แ่ฉันมาเรียนที่มหาวิทยาลัย ฉันก็พบกับผู้คนมากหน้าหลายตา แต่ฉันยังไม่เคยเจอคนที่หล่อจนทำให้ฉันไม่อาจละสายตาไปได้ จนกระทั่งมาเจอเขา ผู้ชายรูปร่างสูงโปร่งที่กำลังนั่งดื่มอยู่ ใบหน้าของเขาหล่อสะดุดตาของฉันสุด ๆ จนทำให้ฉันไม่สามารถหยุดมองเขาได้ แบบนี้เรียกว่าจังหวะตกหลุมรักได้หรือเปล่า
หล่อ หล่อแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
หัวใจของสาวน้อยเต้นตึกตักราวกับเสียงกลอง มันเต้นแรงขนาดที่เธอใช้มือทาบลงก็ััมันได้ชัดเจน อาการที่ไม่ได้มาจากเสียงเพลงที่ดังอึกทึกแต่เป็อาการใจเต้นแรงที่มีสาเหตุมาจากผู้ชายคนหนึ่งที่เธอได้ตกหลุมรักอย่างจัง
ฉันควรทำยังไงกับสถานการณ์นี้ดี เดินไปขอข้อมูลติดต่อเลยดีไหม แต่ถ้าทำแบบนั้นจะถูกมองเป็ผู้หญิงใจง่ายหรือเปล่า แต่ถ้าปล่อยเขาไปเราจะได้เจอกันอีกไหม
เสียงความคิดตีกันมั่วไปหมด เพราะมัดหมี่ไม่เคยมีประสบการณ์ในเื่นี้ เธอควรเลือกที่จะเดินไปขอข้อมูลติดของเขาดีไหม หรือเธอควรอยู่เฉย ๆ แล้วรอโชคชะตาครั้งหน้า
ไม่ได้สิ ถ้าพรหมไม่ลิขิต ฉันลิขิตเองก็ได้!
จิตใจของสาวน้อยตั้งมั่นเมื่อเธอเจอผู้ชายที่ฟ้าลิขิตให้สาวโสดั้แ่เกิดอย่างเธอได้มาเจอรัก เธอก็ไม่ควรปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ มัดหมี่พูดบอกตัวเองอย่างแน่วแน่ว่าเธอต้องทำความรู้จักกับเขาให้ได้ เธอศึกษาตำรารักมาหลายเล่มแล้ว คราวนี้เธอจะได้ลงมือปฏิบัติเสียที
แต่จะให้เดินไปขอตรง ๆ ก็รู้สึกเขินจังเลย
แต่ถ้าอายก็อดนะยัยมัด!
ร่างบางในชุดเดรสสีชมพูหยัดตัวตรง เธอตั้งเป้าหมายไว้แล้วว่าเธอจะเดินไปหาพ่อหนุ่มรูปหล่อคนนั้น เธอต้องทิ้งความอายไปก่อน
“ต้นหอมรออยู่ที่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวเรามา”
“อื้ออ”
มัดหมี่เดินตรงไปที่โต๊ะของคนตัวสูง เพื่อความหวังที่จะได้ทำความรู้จัก แต่ก่อนที่เธอจะเดินไปถึง คนตัวเล็กก็ต้องเดินฝ่าผู้คนที่เมากันได้ที่ แต่ในตอนนี้ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งเธอไว้ได้อีกต่อไปจนในที่สุดเธอก็เดินมาถึง
ภาพแรกที่ปรากฏต่อหน้าคนตัวเล็กคือภาพของการรวมตัวของเทพบุตร แม้เธอจะชื่นชอบผู้ชายหน้านิ่งดูเ็าคนนี้แต่อีกสองคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเขาก็หล่อไม่แพ้กัน
อย่าหลายใจสิยัยมัด!
“เอ่อ...สวัสดีค่ะ” เสียงหวานพูดทักทายคนตรงหน้าอย่างเคอะเขิน
“สวัสดีครับ” หนุ่มหล่อทางด้านซ้ายมือของเธอเอ่ยทักทายตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน
เพียงแค่รอยยิ้มที่ยิ้มเป็มารยาทก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยของเธอสั่นระทวยไปหมด
“เอ่อ...คือว่า เราขอไลน์คุณได้ไหมคะ” เสียงหวานพูดบอกในสิ่งที่เธอ้าออกไป เธอรวบรวมความกล้าอยู่นานกว่าจะพูดมันออกไป เธอพูดความในใจออกไปแม้จะประหม่า
“หืม? คนนี้เหรอครับ”
“ค่ะ” เธอรีบพยักหน้ารับ
“ไม่” เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาอย่างไร้อารมณ์ เขาปฏิเสธเธอแทบจะทันที
“เชี่ย ไอ้องศามึงแม่ง”
“เอ่อคือว่าเพื่อนผมมันไม่ค่อยจะไม่เฟรนด์ลี่น่ะครับ”
“งั้นไอจีล่ะคะ” ฉันยังไม่ลดละความพยายามที่จะขอ ในเมื่อฉันเดินมาถึงตรงนี้แล้วอย่างน้อยฉันก็ควรจะได้อะไรกลับไปสิ
“ไม่เล่น”
ไอ้ที่บอกว่าชอบผู้ชายที่หยิ่ง เ็า ขอถอนคำพูดได้ไหม พอมาเจอกับตัวเองแล้ว ฉันแทบจะไปต่อไม่เป็เขาทั้งเ็าและไม่แยแสฉันเลย คุยกับเขาไม่ต่างอะไรจากคุยกับก้อนหินเลยจริง ๆ
“งั้นเบอร์โทรล่ะคะ”