ผู้ชายคนนั้นชะงักไป จากนั้นพูดขึ้นด้วยสีหน้าโกรธเคือง “ทำอย่างไรล่ะ มันจะพังบ้านหรือไง มันคงไม่ยอมนอนในรังสุนัขดีๆ แล้วคุณก็อนุญาตให้มันนอนบนเตียงด้วยล่ะสิ...”
ตำรวจน้อยส่ายหน้าแล้วพยักหน้า ถือตะเกียบค้างพูดไม่ออก
“ถ้าคุณยังทำแบบนี้ต่อไป เดี๋ยวหมาของคุณก็จะขึ้นขี่หลังตอนคุณนั่งย่อตัวคล้ายท่าผสมพันธุ์เพื่อประกาศว่าเป็เ้านายคุณ ใครเขาเลี้ยงหมาแบบนี้กัน!”
ท่าทางโง่เง่าของตำรวจน้อยอ้าปากค้างไม่อธิบาย ทำให้เวลส์โมโหจนโยนกระดูกหมูไปโดนตัวเขา
‘นายรีบพูดเข้าสิ! สุนัขมีสถานะเป็เบี้ยก็จริง แต่ฉันเป็สุนัขธรรมดาหรือไง!’
ตำรวจน้อยอ้าปากค้างขณะเก็บกระดูกบนตัว มองเขาด้วยสายตาเลิ่กลั่ก ทำให้เวลส์ตีความว่าเขากำลังเขินอายเสียนี่
‘เ้าตำรวจน้อยมีใจให้ฉันจริงๆ ด้วย! แต่เวลส์คนนี้ไม่ชอบคนโง่! ฉันไม่ยอมรับเื่แบบนี้!’
“เฮ้อ...สุนัขคุณนี่เอาใหญ่แล้วจริงๆ ผมว่าคุณเข้าร่วมกิจกรรมที่ร้านนี้จัดทุกเดือนจะดีกว่า เป็กิจกรรมที่ช่วยเหลือผู้เลี้ยงในการฝึกฝนสัตว์เลี้ยงที่มีพฤติกรรมก้าวร้าว คุณลองมาดูแล้วก็จะรู้ ถึงสุนัขจะเป็เพื่อนกับมนุษย์ แต่ถ้าสอนไม่ดีก็จะเกิดหายนะขึ้นได้ คุณเลี้ยงมันแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบสอนมันให้ดีสิ” ชายหนุ่มพูดพร้อมยกมือขึ้นเรียกพนักงาน เพื่อจะยื่นใบปลิวแผ่นหนึ่งให้ตำรวจน้อย
เวลส์เพ่งมอง จึงเห็นตัวหนังสือห้าพยางค์เขียนว่า ‘ค่ายฝึกสอนสัตว์เลี้ยง’ เขาคิดเอาไว้ว่าเด็กนี่จะหัวไวปฏิเสธ ไม่คิดว่าเ้าโง่นั่นจะพยักหน้าเห็นด้วย แล้วยังตอบกลับไปอย่างมีมารยาทอีกว่า “คุณพูดถูกแล้ว พูดถูกแล้ว เลี้ยงสุนัขให้สุภาพ เป็สิ่งที่เ้าของสุนัขทุกคนควรกระทำ”
เวลส์ก้มหน้ามองสุนัขโกลเดนใต้โต๊ะ ดวงตาของมันทอประกายเจิดจ้า คล้ายกำลังบอกว่า ‘ผมเป็เด็กดี ผมเป็เด็กดี ผมเป็เด็กดีที่สุด ใครไม่เชื่อฟังเป็เด็กไม่ดี’ เมื่อเทียบกันแล้ว เวลส์อย่างกับเป็สุนัขก้าวร้าวที่ไม่เชื่อฟัง มันเป็เื่น่าขายหน้าสิ้นดี
อุ้งเท้าข้างหนึ่งของเขาทุบโต๊ะ จ้องมองคนน่าโมโหอย่างมีน้ำโห รอให้คนคนนี้อธิบายเพิ่ม อย่างน้อยก็ต้องอธิบายสิว่า ‘ฉันเป็เพื่อนร่วมงานของนาย ไม่ใช่สัตว์ที่นายเลี้ยงไว้’ เวลส์คิดพลางเม้มปาก
สุดท้ายสิ่งที่เขารออยู่กลับกลายเป็ว่าคนคนนี้พับใบปลิวใส่กระเป๋ากางเกง จากนั้นหันมายิ้มแหะๆ ให้เขาอีก ปากยังพูดจ้อไม่หยุดว่า “เขาพูดถูกต้องแล้วละ มีเหตุผลมากด้วย”
เวลส์รู้สึกว่าความฉลาดเฉลียวทั้งหมดในชีวิตถูกเ้าทึ่มขยำทิ้งคามือ รู้สึกกระดูกหมูไม่มีความอร่อยแล้ว จึงะโลงจากเก้าอี้หมายจะออกไป
ตำรวจน้อยกลับดึงสายจูงเอาไว้ เอ็ดขึ้นว่า “นี่! นี่! ต้องจ่ายเงินก่อนถึงจะไปได้ แล้วยังต้องขอให้เขาใส่กล่องอีกนะ! ห้ามกินทิ้งกินขว้างสิ! พรุ่งนี้ยังกินได้อีกหนึ่งมื้อ!”
เวลส์หยุดฝีเท้า ยืนอยู่ตรงหน้าสุนัขโกลเดนด้วยท่วงท่าสง่างามและตรงตามมาตรฐานการประกวดมากที่สุด จากนั้นหันมองเ้าโง่นั่นด้วยสายตาเดียดฉันท์ ในใจกลับย้ำเตือนตัวเอง ‘จะลงมือกับเพื่อนร่วมงานไม่ได้ จะลงมือกับเพื่อนร่วมงานไม่ได้’
หากเขาไม่ใช่ตำรวจ ที่ต้องประพฤติตัวให้ถูกต้องแล้ว เขาคงเตะก้นเ้าโง่นี่ไปตั้งนานแล้วละ
แต่ในตอนนี้ เขาทำได้แค่ใช้แรงกัดสายจูงแล้วสะบัด เพียงไม่นานก็สลัดเครื่องมือควบคุมได้ แล้ววิ่งออกจากร้านไปเพียงลำพัง
เหยาหย่วนเห็นดังนั้นก็รีบตามไปทันที เมื่อวิ่งไปถึงหน้าประตูแล้วค่อยถอยกลับมาอีกครั้ง วางเงินสดบนเคาน์เตอร์แล้วพุ่งออกไป เขานึกว่าสุนัขตำรวจต้องวิ่งไปไกลแล้วแน่ แต่ไม่คิดว่าสุนัขโดเบอร์แมนที่ตัวสูงเท่าครึ่งตัวมนุษย์จะนั่งอยู่หน้าประตู ส่วนข้างกายมีเด็กผู้หญิงอายุราวสามขวบกำลังเล่นหูเขาอยู่
หญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาจากร้านขายของข้างๆ เมื่อเห็นเหตุการณ์ก็รีบร้องว่า “เสี่ยวหลานอย่าไปจับมัน ระวังมันกัดเอานะลูก!”
“แม่ มันเป็เด็กดีมากๆ เลยค่ะ~ เมื่อกี้หนูล้ม มันช่วยดึงหนูขึ้นด้วยละ~” เด็กหญิงส่ายหน้าแล้วตอบ มือน้อยๆ ลูบหูสุนัขตำรวจแล้วก็ไปลูบจมูก
คุณแม่ยังสาวเห็นสุนัขหน้าตาดุร้ายแถมไม่มีเ้าของก็ยังคงไม่วางใจ เข้ามาดึงเด็กน้อยให้ห่างออกมา เด็กหญิงยังอาลัยอาวรณ์ กอดคอของมันเอาไว้ไม่ยอมปล่อย
สายตาของสุนัขร่างโตยังคงเ็าแต่ก็ไม่ได้ขยับไปไหน ปล่อยให้แม่หนูกอดร่าง
เหยาหย่วนรีบเข้ามานั่งข้างๆ อธิบายอย่างอ่อนโยนให้เด็กหญิงฟังว่านี่คือสุนัขตำรวจ ไม่กัดคน แต่พวกเขายังมีภารกิจที่ต้องทำให้ลุล่วง ไม่สามารถอยู่เป็เพื่อนเธอได้ เมื่อส่งสองแม่ลูกคู่นั้นแล้ว เขาก็ก้มหน้ามองสุนัขตำรวจ ก็พบว่ามันไม่ได้มีความอดทนเหมือนเมื่อครู่ กลับมองเขากลับด้วยสายตารำคาญใจ
‘สุนัขตำรวจเป็สุนัขที่ดี ปัญหาอยู่ที่ผมเองสินะ...’
เหยาหย่วนเก็บสายจูงจากพื้นขึ้น แล้วเดินไปวางกล่องข้าวเอาไว้ที่รถเงียบๆ แล้วเริ่มสอบถามทีละร้านอย่างจริงจังต่อไป จนร้านค้าบนถนนแห่งนี้ปิดร้านกันไปหมดแล้ว จึงค่อยลากขาที่เมื่อยล้าทั้งสองข้างกลับมาที่รถอีกครั้ง
ครั้งนี้ไม่ว่าสุนัขตำรวจจะเจออะไรเข้าก็ไม่เปิดปากอีก เขาถามไถ่ข้อมูลจากร้านค้าทั้งถนนเส้นนี้ไปมากมายแล้ว สมุดจดเล่มเล็กๆ ของเหยาหย่วนก็ยังคงว่างเปล่าดังเดิม
เมื่อกลับมาบนรถแล้วสุนัขตำรวจที่าเ็ก็หลับไปทันที เหยาหย่วนขับรถข้ามครึ่งเมืองเพื่อกลับบ้านหลังเล็กๆ เก่าๆ ของตัวเอง