เห้ยๆ!! ได้ยินหรือเปล่า มีการเดิมพันใหญ่เกิดขึ้นอีกแล้ว!! เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นคุยกับเพื่อนของเขา “รอบนี้เป็ของเทพองค์ไหนอีกหละ ขั้น 4 หรือขั้น 5” เทพหนุ่มข้างเขาาตอบด้วยท่าทีี้เีเล็กน้อย “ใช่ที่ไหนละ รอบนี้เป็การเดิมพัน ของขั้น 8 กับ ขั้น 9 เฟ้ย”เทพหนุ่มสวนทันควัน “ห๊ะ !! ขั้น 8 กับ ขั้น 9 บ้าน่า!!!” เพื่อนของเค้าใจนเค้าขั้นหน้าเหรอหราเลยทีเดียว “ใช่ไหมละ นานแค่ไหนกันนะ ที่ไม่ได้เห็นการดวลของผู้ยิ่งใหญ่เยี่ยงนี้”เทพหนุ่มตอบด้วยท่าทางอวดเบ่งเล็กน้อยราวกับดีใจที่ทำให้เพื่อนรักใได้
“แล้วรอบนี้เป็ผู้สร้างกับผู้ทำลายองค์ไหนหละ”เพื่อนของเขาถามขึ้น “อืม เห็นว่าผู้สร้างคือเทพขั้น 8 ‘ผู้รังสรรปฏิหารย์’ส่วนผู้ทำลายคือขั้น 9 ‘จุดจบนิรันดร์’ศึกใหญ่เลยใช่มั้ยหละ” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงแลดูภูมิใจกับศึกที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับตนเลย สหายของเขาขบคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าว“รอบนี้ศึกใหญ่จริงนั้นแหละ ท่าน‘ผู้รังสรรปฏิหารย์’หนะ ตอนนี้ชนะเทพขั้นเก้ามา 4คนติดแล้ว ถ้าเขาชนะรอบนี้เขาจะทำสถิติ 5 คนติดและเข้าสู่การเป็เทพ ขั้น 9 ซึ่งเป็ขึ้นสูงสุด ที่ตอนนี้มีเพียงฝ่ายละประมาณ 10 องค์เท่านั้นได้ ขณะที่ผู้ทำลาย‘จุดจบนิรันดร์’หนะตอนนี้เค้าชนะติดต่อมา 99 ครั้งถือเป็สถิติสูงสุดในประวิติศาสตร์ และครั้งนี้ถ้าเค้าชนะก็จะครบ 100 ครั้ง เค้าจะได้การจารึกนามเป็เทพองค์แรกที่เก้าเข้าสู่ เลข 3 หลัก ศึกใหญ๋จริงๆงานนี้”
….ณ สักแห่งในแดนเทพผู้สร้าง
ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งท่าทางใจดีไรพิษภัยกำลังนั่งหลับตาที่ระเบียงข้างสวนหลังบ้าน อย่างสงบ ก่อนดวงตานั้นจะค่อยๆเปิดออก แววตาที่ราวกับมหาสมุทรที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดาคู้นั้นกำลังเป็ประกาย พร้อมรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่ราวกับทุกอย่างอยู่ในกำมือของเขา ช่างขัดกับท่าทางใจดีเมื่อครู่นี้อย่างลิบลับ
….ไกลออกมาในแดนเทพผู้ทำลาย
ชายชราท่าทางดุดันดันราวกับบอสแก็งค์มาเฟีย กำลังยิ้มอย่างสำราญใจ ให้อาหารกริฟฟิ้นด้านหน้า ราวกับกำลังเล่นกับสุนัขตัวโปรด ท่าทางมั่นใจที่ฉายผ่านแววตาออกมาชั่วพริบตาหนึ่งระหว่างเล่นกับสุนัขไม่สิมันคือกริฟฟิ้นบ่งบอกว่าในหัวเค้ากำลังเตรียมแผนการสุดหยั่งเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย
.
.
.
และแล้ววันแห่งการเดิมพันก็มาถึง
ทวยเทพมากมายเข้ามาดูการเดิมพันครั้งนี้เต็มเสตเดียม ที่กลางเสตเดียมนั่งอยู่ด้วยคนสามคน ผู้หนึ่งคือชายกลางคนท่าทางใจดีที่ได้ฉายาว่า ‘ผู้รังสรรปฎิหาย์’ อีกผู้หนึ่งคือชายชราที่ราวกับผ่านสมรภูมิมามากมาย ฉายา ‘จุดจบนิรันดร์’ และคนสุดท้ายชายชราอีกคนเทพผู้รักษาขั้น9 ฉายา ‘แก่นแท้’
นี้คือเกมการเดิมพันของทวย เกมที่ตัดสินชะตากรรมของสรรพชีวิต การเดิมพันนั้นง่ายดายไม่ซับซ้อนแต่ก่อนอื่นคงต้องเท้าความถึงองค์ ความจักรวาล จักรวาลเป็ดัเกมกระดานของเหล่าทยเทพ เทพผู้สร้างมีหน้าที่สร้าง เทพผู้ทำลายมีหน้าที่ทำลาย ในขณะที่โลกมากมายถูกสร้างขึ้น โลกนั้นจะดำรงค์อยู่ด้วยมิติพลังปิดกัน และต้องดับไปเมื่อมิติพลังเสื่อมสลาย อย่างไรก็ตามเทพผู้สร้างมองโลกต่างเป็ดังงานศิลปะเลอค่าของตน คงไม่มีใครอยากให้ใครก็ไม่รู้มาทำลายเป็แน่ แต่ถ้าปล่อยไว้และรักษาทุกโลกแม้จักรวาลกว้างใหญ่เพียงใก็คงมีทรัพยากรณืให้ไม่เพียงพอ นั้นคือเหตุผลที่เกมนี้เกิดขึ้น การเดิมพันระหว่างผู้สร้างและผู้ทำลาย โดยมีผู้รักษาเป็กรรมการ กติกาก็ง่ายดายเพียงเทพผู้รักษาจะประกาศดวงดาวที่กำลังจะแตกแล้วเทพแต่ละฝั่งก็จะส่งตัวแทนมาฝั่งละหนึ่งองค์ตามดาวแต่ความสำคัญของดาวดวงนั้นไล่จากต่ำสุดระดับ1 มาจนถึงระดับ 9 และมาทำการเปลี่ยนแปลงโลกแข่งกัน โดยแต่ละฝ่ายจะมีพลังที่ใส่ให้โลกได้จำนวนเท่ากันมากน้อยตามระดับของโลก ใช้พลังได้ไม่เกินสามครั้ง และห้ามแทรกแทรงโดยตรง ระยะเวลาที่มีสำหรับการเตรียมตัวแต่ละครั้งจะถูกสุ่มโดยผู้รักษา ระยเวลานี้คือระยะเวลาสำหรับทั้งสองฝ่ายให้รังสรรสรรพสิ่งให้พร้อมสรรพก่อนประตูใหญ่แห่งาจะเปิดออก ใน่เวลานี้ประตูย่อยจะค่อย ถูกเปิดออกถี่ขึ้นเรื่อยคล้ายการโหมโรงของมหาา บางโลกก็แตกั้แ่่เวลานี้ด้วยซ้ำ ถ้าฝ่ายผู้สร้างสามมารถรักษาชนะาโลกก็จะคงอยู่และได้รับการซ่อมมิติ ในขณะที่ ฝ่ายผู้ทำลายชนะก็ได้เวลาบอกลาโลกใบนั้น
.
.
.
เสียงแตราก้องดังสนั่นก่อนเทพนาม แก่นแท้จะประกาศแสียงกล้า “การเดิมพัแห่งชะตากรรมของดาวเกรเซียเริ่มต้นได้ ณ บัดนี้ ระยะเวลาเตรียมการคือ 20 ปี” สายตาของเทพแห่งแก่นแท้เปล่งวาบ ก่อนกล่าว “ภัยพิบัติกำลังมา”
.
.
.
สายตาของผู้สร้างแและผู้ทำลายเปล่งวาบขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะเริ่มส่งพลังมหาศาลเข้าสู่ดวงดาวเพื่อการเตรียมพร้อม เตรียมสิ่งใดหนะหรอแน่นอนก็เหล่าผู้กล้าและจอมมารผู้ จะมาเป็นักแสดงหลักในละครบทนี้ยังไงหละ
.
.
ณ ดาวเกรเซีย หนึ่งในสามมหาทวีป ทวีปยูเรน ราชอาณาจักร โคมาเรีย และราชอาณาจักรใกล้เคียง ่เวลาเที่ยงตรง เกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สั่นะเืทั่นดินแดน ค่ำคืนท่ามกลาง กลางวัน ใช่มันคือสุริยุปราคาเต็มดวง ทั่วราชอาณาจักรหวั่นไหว ราวกับถึงคราเคราะห์ครั้งยิ่งใหญ่ เหล่าชาวบ้านและขุนนางต่างหวาดกลัวไปทั่ว ชายชราคนหนึ่งหลี่ตามองขึ้นสู่ฟ้า ก่อนจะกล่าวเสียงเบาๆขึ้น “ถึงเวลาแล้วสินะ” ด้วยน้ำเสียงอันแสนปลดปลง
ณ อีกฟากฝั่ง ดินแดนแห้งแล้งที่ตั้งอยู่ข้าง ทะเลทรายไร้จุดจบของมหาทวีป อัฟกิน แม่น้ำไนร่าอันสักสิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงอารยธรรมอยู่เกิดเรืองแสงขึ้นมา องค์าาหนุ่มแห่งอาณาจักรทอดพระเนตรเหตุการณ์ประหลาดนี้ ผ่านตำแห่งบนสุดของราชวัง ก่อนจะค่อยหลับตาลง แล้วลำพันขึ้นมา “มันจะเกิดขึ้นในยุคของข้าสินะ คงต้องเร่งมือแล้ว”
อีกซีกโลกหนึ่ง ณ หมู่เกาะ ห่างไกลตั้งอยู่ หนึ่งในสี่คาบสมุทร เกิดคลื่นทะเลซัดสูง แต่ไม่ใช่แค่นั้น สายน้ำกระชากเหวี่ยงรุ่นแรงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าดั่ง พญาัฟื้นตื่น หญิงชรามองภาพนั้นด้วยท่าทางใ ก่อนจะกล่าว “ด้วยใบหน้าซีดเผือดมันเริ่มขึ้นแล้ว” สายตาทอดมองออกไปสู่มหาสุทรเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยเสาสายน้ำนับพันต้น กำลังทะยานขึ้นสู่ฟากฟ้า
ภัยพิบัติประหลาดมากมายเกิดขึ้นทั่วโลก พายุหมุน แผ่นดินไหว ูเาไฟปะทุ และเหตุการณ์ในตำนานที่เล่าถึงจุดจบของแต่ละกลุ่มชน ต่างเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วโลกราวกับนัดหมายกันเอาไว้
.
.
ณ แดน แห่งทวยเทพ ชายชราท่าทางดุร้ายกล่าวขึ้น “ถึงกับใช้พลัง 8 ส่วนไปกับการอัญเชิญเหล่าผู้แปลกแยกเลยงั้นหรอจัด เต็มน่าดูเลยหนิ” “ตัวท่านเองก็เล่นลง ไป 9 ส่วนในการสร้างกองทัพและจอมมารเลยไม่ใช่หรือไง เล่นแรงน่าดูเลยนะ คุณปู่ แต่แบบนี้จะมีแรงพลิกสถานการณ์ตอนท้ายหรอ หรือจะไปเอาอาติแฟกต์มาใช้ในเกมนี้หละ”เทพวัยกลางคนหลี่ตาจ้องกลับ “ก็ไม่รู้สินะ เธอคิดว่าไงหละผู้รังสรรปฏิหารย์ เด็กน้อยเมื่อล้านปีก่อน เติบโตขึ้นมากเลยนะ” เทพชราจ้องสวนกลับมาก่อนจะหัวเราะขึ้น
เสียงเฮดังสนั่น ทั่วสนามเดิมพัน ทวยเทพต่างโห่ร้องอย่าเืร้อนกับหมากตาแรกของเทพทั้งสองที่ราวกับเปิดมา ก็ปล่อยอัปเปอร์คัตใส่กันโดยไม้ไม่ตั้งการ์ด ดวลเดือดในหมัดแรก เป็การเปิดการประลองที่เล่าร้อนดุจทุ่มทุกอย่างหมดหน้าตัก ช่างไม่สมกับการณืเป็จิ้งจอกเ้าเล่ห์ ที่ไต่เต้ามาจนถึงเทพระดับสูงทั้งสองฝ่านเลยแม่แต่น้อย ดูคล้ายกับการประลองของนักรบสมองกล้ามเสียมากกว่า ฉีกทุกตำราและกฏเกณฑ์ แต่มันก็ทำให้เกมนี้ช่างดุเดือดเกินจะบรรยายสำหรับเหล่าทวยเทพขี้เบื่อที่กำลังรับชมอยู่ยิ่งนัก
สายตาทั้งหลายจดจ้องลงไปสู่ดวงดาวนั้น 5 ผู้แปลกแยก เจอกับ 3 มหาจอมมารงั้นหรอ
การลงพลังไปเพื่ออัญเชิญเหล่าผู้กล้าและจอมไม่ได้บ่งบอกความแข็งแกร่งของผู้ถูกอัญเชิญ กลับกันมันบ่งบอกเพียงโอกาสในการเจริญเติบโตเท่านั้นและเป็การสุ่มด้วย เพราะฉะนั้นเทพส่วนมากจะไม่ลงพลังไปที่การอัญเชิญ หรือสร้างกองทัพเช่นไม่สิแม้แต่ตัวทั้งสองเองปกติก็ไม่ได้ทุ่มพลังในการอัญเชิญเช่นนี้ เพราะมันมีความเสี่ยงที่สูงมากเกิน ไปเป็การพนันในเกมการพนันอีกที ช่างเป็การลงหมากที่ได้ไม่คุ้มเสียงยิ่งนัก แต่ทั้งสองกลับตัดสินใจเช่นนี้ และยังมองลงไปสู่โลกนั้นด้วยสายตาอันแหลมคมที่เก็บซ่อนความเ้าเล่ห์เอาไว้ไม่มิด
.
.
นาฬิกาทรายพลิกคว่ำและรินไหลลง
.
.
ภัยพิบัติกำลังมา
.
.
.
และแล้วระยะเวลา 20 ปีสุดท้ายก่อนวันแห่งชะตากรรมของดาวเกรเซียก็มาถึง นาฬิกาเริ่มเดินแล้ว