51 1-2
ตอนที่ 81 ประสบความล้มเหลว
นางกลอกตาคู่สวยมองไปทางโม่เฉินหยวนทีหนึ่ง ก่อนจะถกกระโปรงขึ้นเล็กน้อยก้าวเดินตรงไปด้านหน้า เข้าไปนั่งยองๆอยู่ข้างเตียงที่โม่เฉินหยวนกำลังนอนอยู่
“นี่ คุณชายโม่ ขอคุยอะไรด้วยสักหน่อย”
ดวงตาของโม่เฉินหยวนยังคงปิดสนิทไม่แปรเปลี่ยน มีเพียงน้ำเสียงเรียบเฉยที่เปล่งดังขึ้นว่า
“เจ้าเพิ่งจะได้ผลึกวิญญาณระดับสูงไปกล่องใหญ่ ไฉนไม่ออกไปจับจ่ายใช้สอยสักเที่ยวเล่า? เผื่อจะได้ของที่เจ้าต้องการ ข้าขอเวลานอนพักสักครู่ก่อนเถิด”
เห็นว่าโม่เฉินหยวนยามนี้ดูไม่พร้อมจะพูดคุยเท่าไหร่นัก เหลิงหยุนเจียวจึงใช้มารยาหญิงเข้าสู้ นางปีนขึ้นเตียงคร่อมตัวอีกฝ่ายไว้ แล้วค่อยๆโน้มใบหน้าเข้าชิดใกล้อย่างแช่มช้า
โม่เฉินหยวนที่กำลังหลับตานอนพักผ่อนอยู่ พลันสัมผัสได้ถึงลมหายใจไออุ่นของเหลิงหยุนเจียวพ่นแตะปลายจมูกตนเอง
เขาถึงกับสะดุ้งเฮือกทันใด ลืมตาตื่นขึ้นด้วยความตกใจ สองมือสองเท้าเร่งขยับคลานหนีจนแผ่นหลังชิดติดหัวเตียง จ้องหน้านางไม่คลายอ่อน ท่าทีดูหวาดระแวงยิ่งนัก
เขาจะลืมไปได้เยี่ยงไรว่า ทักษะที่สตรีนางนี้ถนัดช่ำชองที่สุดคือ การใช้พิษ
“เจ้า...เจ้าจะทำอะไร?”
ระดับน้ำเสียงของเขาฟังดูเย็นชามากกว่าเดิมเล็กน้อย
เหลิงหยุนเจียวคลี่ยิ้มหวานประดับสดใจบนใบหน้า สิ่งนี้เปรียบดั่งดวงตะวันทอแสงอบอุ่นที่เผยประจักษ์ขึ้นอีกครั้ง ภายหลังฤดูหนาวที่แสนยาวนานและมืดมิด
“ข้าเพียงแค่อยากจะถามอะไรสักหน่อย ขอยืมห้วงมิติของเจ้าให้ข้าฝึกปรือสักหน่อยจะได้หรือไม่?”
“....” โม่เฉินหยวนยังคงนิ่งเงียงไม่ตอบอันใด
เหลิงหยุนเจียวส่งสายตาหวานฉ่ำพร้อมกระพริบให้ปริบๆ ทั้งสีหน้าและน้ำเสียงของนางยามนี้ ดูช่างอ่อนโยนน่ารักยิ่งนัก ราวกับเป็นคนละคนกับก่อนหน้าโดยสิ้นเชิง
“ข้าเพิ่งจะบรรลุขอบเขตปราณจิตขั้นต้นเท่านั้น หากปรมาจารย์ซางซูอะไรนั่นมาถึงที่นี่ แล้วข้าจะเอาอันใดไปต่อกรกับมันได้เล่า?”
“ข้าต้องการล้างแค้นพวกมันแทนลูกชายของข้า”
กล่าวมาถึงตรงนี้ เบื้องลึกในดวงตาของนางพลันเผยให้เห็นร่อยรอยความเศร้าโศก เหลิงหยุนเจียวเงยหน้าขึ้นสบมองอีกครั้ง ก่อนจะเผชิญพบเข้ากับนัยน์ตาสีทองประกายคู่งามนุ่มลึก ขยับเข้าชิดใกล้ปลายจมูกแทบจะติดชนกัน
เหลิงหยุนเจียวชะงักนิ่งไปชั่วขณะ “...”
จะด้วยความประหม่าหรือเยี่ยงไรมิทราบ ทำให้นางต้องเร่งหันหนีไปทางอื่นโดยเร็ว
แต่ในชั่วพริบตาต่อมา สภาพแวดล้อมโดยรอบก็พลันแปรเปลี่ยนไป
เหลิงหยุนเจียวลุกขึ้นยืน ก่อนจะพบว่าตนได้ถูกเคลื่อนย้ายให้มาอยู่ในห้วงมิติพื้นที่ของโม่เฉินรหยวนเรียบร้อยแล้ว
ดังคำกล่าวว่า เคล็ดลับนางฟ้าไม่เคยล้าสมัย
เจ้าหมอนี่เองก็ดูท่าจะชื่นชอบรูปโฉมความงามของนางมิใช่น้อยจริงๆ จึงยินยอมให้ถึงเพียงนี้!
ดูท่าต่อไปในวันข้างหน้า นางคงต้องหยิบใช้รูปโฉมความงามของตนให้เป็นประโยชน์มากขึ้นกระมัง จะได้แกล้งเจ้าหมอนี่บ่อยๆ!
จะว่าไป เจ้าหมอนี่สวมหน้ากากอยู่ตลอดเวลา เป็นเวลานานแล้วกระมังที่ไม่ได้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของอีกฝ่ายเลย
ว่าแต่ เจ้าหมอนี่มีหน้าตาเยี่ยงไรกลับจำไม่ได้แล้วเช่นกัน อันที่จริง ด้วยทักษะการแต่งหน้าของนาง การจะเนรมิตให้อีกฝ่ายกลายเป็นบุรุษรูปงามก็หาใช่เรื่องยากแต่อย่างใด!
ช่างเถิด อย่าได้สนใจเรื่องพวกนี้เลย! เรื่องสำคัญที่สุดในยามนี้คือ การยกระดับความแข็งแกร่ง!
......
ตั้งแต่นั้น เหลิงหยุนเจียวก็เข้าญาณนั่งสมาธิอย่างขะมักเขม้น ดูดซับพลังวิญญาณธาตุที่จำเป็นแก่ตัวเข้าสู่ร่างกาย และด้วยปริมาณเท่านี้ เห็นชัดว่าเพียงพอแล้วสำหรับการทะลวงขึ้นสู่ขอบเขาปราณจิตขั้นกลาง
แต่มิทราบว่าเพราะเหตุอันใด ทุกคราที่นางพยายามจะทะลวงเลื่อนขั้น จู่ๆพลังลมปราณทั้งหมดภายในร่างกลับแตกสลายหายไปทันที
พยายามเจาะทะลวงเพื่อเลื่อนขั้นถึงสองครั้งสองคราติดกัน แต่ผลลัพธ์กลับเป็นเช่นเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ทั้งจุดตันเถียนและเส้นลมปราณของนางก็เป็นปกติดีแล้ว พิษที่ตกค้างภายในร่างก่อนหน้าก็ถูกกำจัดทิ้งจนสิ้นซากหมดแล้วเช่นกัน
ไม่น่าจะมีปัญหาอันใดแล้วมิใช่รึ?
เหลิงหยุนเจียวรู้สึกกระวนกระวายใจแทบเป็นบ้า แต่ไม่ว่าจะคิดทบทวนเช่นไร นางกลับค้นหาสาเหตุความผิดปกติที่เกิดขึ้นนี้ไม่พบ
“เหนียวเหนี่ยว”
“มีอะไรรึนายหญิง?”
ร่างสตรีตัวจิ๋วลอยละล่องปรากฏกายขึ้นต่อหน้า เหาะเหินไปมากลางอากาศอยู่รอบหนึ่ง นางเพิ่งตระหนักได้ว่า มวลพลังวิญญาณฟ้าดินที่บริสุทธิ์เข้มข้นปานนี้ นี่คือห้วงมิติพื้นที่ของโม่เฉินหยวนไม่ผิดเพี้ยน เพราะเหตุนั้น นางจึงเริ่มอ้าปากสูบพลังเข้าท้องอย่างตะกละตะกลาม
“เหนียวเหนี่ยว ช่วยตรวจดูทีว่าภายในร่างกายของข้ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่?”
“ทุกครั้งที่ข้ากำลังจะทะลวงขึ้นสู่ขั้นกลาง จู่ๆก็รู้สึกได้ว่า พลังลมปราณทั้งหมดที่รวบรวมมาพลันแตกสลายไม่จับตัว ทั้งที่ภายในมีปริมาณที่น่าจะมากเกินพอ”
“เข้าใจแล้วนายหญิง ไม่ต้องกังวล ท่านลองใหม่อีกครั้งให้ข้าดู”
“ได้”
ในครั้งนี้ เหลิงหยุนเจียวไม่กล้าหย่อนคลายผ่อนปรน เริ่มกระบวนการทะลวงขึ้นสู่ขอบเขตปราณจิตขั้นกลางอย่างขยันขันแข็ง โดยมีเหนียวเหนี่ยวคอยเฝ้าสังเกตอยู่เคียงข้างไม่ห่าง ทุกอากัปกิริยาล้วนอยู่ในสายตาของนางทั้งสิ้น
แต่อย่างไร ช่วงรอยต่อสำคัญระหว่างการทะลวงเลื่อนขั้น จู่ๆพลังลมปราณที่อุตส่าห์ดูดซับสั่งสมมาพลันแตกสลายไปอย่างไร้ต้นตอ และประสบความล้มเหลวอีกครั้ง
เหนียวเหนี่ยวหรี่ตาแคบจ้องจับผิด เหมือนว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้องจริงๆ
“นายหญิง ขอบอกตามตรง แม้ข้าพอจะทราบอยู่ว่าเกิดอันใดขึ้น แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าจะถูกต้องหรือไม่ เพราะปรากฏการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในสารบบมาก่อน”
เหลิงหยุนเจียงหน้าถอดสีทมิฬมืดลงหนึ่งส่วน และยังรู้สึกใจสั่นเป็นกังวลตามไปด้วย
สามารถพูดได้ว่า นอกจากเหนียวเหนี่ยวแล้ว คงไม่มีผู้ใดที่รู้จักและคุ้นเคยกับทวีปปราณฟ้าได้ดีเยี่ยมเท่านางอีกแล้ว เพราะองค์ความรู้ทั้งหมดทั้งมวลของนางล้วนได้รับมาจากหนังสือแห่งโลก
ข้อมูลจำเพาะของเถาวัลย์ไม้อสรพิษเองก็เช่นกัน ล้วนเป็นข้อมูลที่ได้มาจากหนังสือแห่งโลก โดยที่เหนียวเหนี่ยวถ่ายทอดให้เหลิงหยุนเจียวฟังอีกต่อหนึ่ง
หนังสือแห่งโลกที่ว่าถูกเขียนขึ้นโดยโลกแห่งนี้ กล่าวคือ สิ่งที่เหนียวเหนียวไม่รู้จัก โลกแห่งนี้เองย่อมไม่รู้จักด้วยเช่นกัน
“เจ้าลองเอ่ยออกมาก่อน”
หากการที่เหนียวเหนี่ยวบอกว่าไม่แน่ใจ ย่อมหมายความว่ายังเป็นข้อมูลที่ผู้คนทั่วผืนพิภพยังไม่สามารถพิสูจน์ได้แน่ชัด
“มีบางอย่างผิดปกติกับอัตลักษณ์วิญญาณของท่าน สำหรับเรื่องนี้ ข้าเองก็เคยสงสัยอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน เพราะอัตลักษณ์วิญญาณในร่างของท่านนั้นซับซ้อนเกินไป ถึงขั้นที่ว่ามีอัตลักษณ์วิญญาณกลายพันธุ์อยู่ด้วย”