พิภพเทพเจ้า

    กึ่งอมตะ ตอนที่ 26

    จ้าวหลงตกใจกับภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห่วงความคิดจ้าวหลงหมุนเร็วจี่คำนวนภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนที่เขาฝึกกายา ' สายอาภรณ์เทพสวรรค์ ' เขาเปิดได้เต็มทั้งสิบส่วนโดยไม่เกิดอะไรขึ้นแต่ทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับทั้งสิบ ได้ใบหน้าจ้าวหลงซีดลงเลือยๆเมื่อเขานึกถึงข้อความภายในคําภีร์ สายอาภรณ์เทพสวรรค์ ผลไม้วิญญาณที่จ้าวหลงใช้จะใช้ได้ผลกับ กายาสายเทพสวรรค์ หากนำไปใช้กับกายาสายธาตุอาจได้ผลที่แตกต่าง กายาสายเทพสวรรค์เป็นกายาระดับสูง ที่ใช้ได้ผลกับผลไม้วิญญาณระดับสูง
    ตูม
    บึม
    ถังทั้งสิบบ้างระเบิด บางไฟลุก พรึบ กันอย่างพร้อมเพียง
    " ข้า ข้าลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไรกัน.....ข้า ข้าทำอะไรลงไป " ความเสียใจความผิดพลาดไม่อาจหวนคืน สายน้ำแห่งการเวลาไม่อาจไหลย้อนกลับได้
    หูตงเหลยผู้เดิมทีมีใบหน้าดังผู้กล้า บัดนี้บนใบหน้ากลับเปื้อนไปด้วยหยดน้ำตาเขานั่งคุกเขามองไปยังถังทั้งสิบใบ
    จ้าวหลงผู้มีหัวใจเยียบเย็นดังน้ำแข็งใต้ทะเลลึกมาบัดนี้กับมีหยดน้ำไหลออกมาโดยที่เขาไม่รู้ตัวภาพของ จูอี้หรู ในอดีตกลับปรากฏขึ้นในจิตใจเขา เขาแปลกใจภาพเหตุการณ์ในอดีตที่เขายังเป็นเพียงเด็กที่อยู่ในห่อผ้าแต่เขากับเห็นเหตุการณ์ได้อย่างชัดเจนเขาตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น
    " นายน้อยอย่าเสียใจไปเลย พวกเขาในตอนนี้สบายแล้วพวกเขาได้ไปอยู่กับนายหญิงไป๋พวกเขาจะได้ปลดเปลื้องภาระความแค้น พวกเราตางหากต้องอยู่เบื้องหลัง ยังต้องแบกรับความแค้นนี้ต่อไป"
    หูตงเหลยลุกขึ้นยืนพร้อมกับใบหน้าที่กลับมาองอาจอีกครั้ง
    " อื่ม การตายของพวกเขาจะต้องไม่สุญเปล่า พวกเขาเป็นส่วนสำคัญในการปูทางเดินไปสู่ความสำเร็จข้าจะจดจำความเสียสระของพวกเขา"
    มาบัดนี้จ้าวหลงกลับไปมีใบหน้าที่องอาจ ใบหน้าเดิมทีซีดขาวตอนนี้กลับมามีใบหน้าปกติอีกครั้ง
    " งั้นท่าน เตรียมอีกสิบคนให้ข้า ครั้งหน้าข้าจะไม่ทำผิดหลาดอีก "
    หูตงหลย เมื่อได้ยินประโยคนี้จากจ้าวหลง จากที่ใบหน้าองอาจกลับ กลับมีเม็ดเหงือเริ่มไหลซึมออกมา
    แต่ถ้าว่าขณะนั้นเอง" วืด ..หวิว..."
    กลับมีสายลมพัดจากด้านหลังมากระทบกับใบหูชายหนุ่ม จ้าวหลงกระโดดหยองออกไปจากจุดเดิมพร้อมกับใบหน้าตกใจ แต่เมื่อเขามองจุดเดิมที่เขายืนอยู่กลับทำให้เขามีใบหน้าซีดขาวเพราะจุดเดิมที่เคยยืนอยู่กับไม่พบสิ่งใดอยู่เลย
    " นั้น ใคร ใครยู่ตรงนั้น "
    จ้าวหลงผู้ที่เคยมีใบหน้าล้ำลึกมีสายตาที่เฉียบคมหายไปกับมีใบหน้าวิตกกังวล ชีวิตนี้เขาแทบจะไม่กลัวอะไรเลย สิ่งที่เขากลัวมีเพียงเรื่องเดียวคือผี
    เขาถูกท่านยาย เล่าเรื่งผีหลอกมาตั้งแต่เด็ก กันไม่ให้จ้าวหลงกลับบ้านดึกแม่เฒ่าบอกว่าการกลับบ้านดึกจะเจอผีระหว่างเดินทางแต่เมื่อเขาโตขึ้นมาความกลัวก็ลดลงไปตามอายุ แต่ถึงอย่างไรความกลัวนั้นก็ยังคงมีอยู่ถึงเพียงจะน้อยนิดลงก็ตามที
    หูตงเหลยตกใจากการกระทำของจ้าวหลงเช่นกัน แต่เขาเป็นถึงผู้ผนึกที่สองดาว ที่พลังพื้นฐานขั้นสูงเขาจับพลังได้รางๆเหมือนมี เหมือนไม่มี ก่อนหน้านี้เขาตกใจกับภาพเหตุการณ์ที่ถังระเบิดเกิดขึ้นเขาไม่ได้ สนใจกลุ่มก้อนพลังงานที่เขาเพิ่งจะพบเจอ
    " แหม่ๆ นายน้อยท่านเพิ่งจะเป็นต้นเหตุทำให้ข้าตายไป ถึงจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะไม่ทันไรท่านก็ลื่มข้าไปแล้วรึ"
    มีแขนสองข้างกอดเข้ากับรอบเอวจ้าวหลง จ้าวหลงสลัดหลุดกระโดดโหยงไปด้านหน้าเขาจำน้ำเสียงนี้ได้อย่างแม่นยำ
    " แม่นาง จูอี้หรู ท่าน..ท่าน อยู่คนละภพกับข้าแล้วอย่ามาหลอกข้าเลย...ไม่สิ...ไม่หน้าใช้"
    จ้าวหลงถึงจะกลัวผีอยู่บ้างแต่เขาก็ไม่ไดลืมเลือนไปว่าผีไม่มีความร้อนของร่างกาย ผีจะไม่มีความอบอุ่นเช่นคนปกติ
    " น้องสิบ เจ้าจะทำเกินไปหน่อยแล้วนะ.."
    เสียงอีกเสียงดังขึ้นมาจากถังที่ระเบิดใบแรก ถังใบแรกจะมีแองน้ำก่อเป็นรูปร่างขึ้นผ่านไปชั่วครู่ ก็กลับกลายเป็นร่างกายของ จูห้าวหลิน และอีกแปดคนที่เหลือก่อตัวขึ้นเป็นรูปร่าง
    จะเหลือเพียง จูไห่เฟิง ผู้ฝึกกายาอัคคี ที่ถังของเขากับมีไฟลุกตลอดเวลา ยังไม่ก่อตัวเป็นรูปร่างขึ้น กับมีแต่เพียงเปลวไฟที่ลุกกระหน่ำอยู่
    " ดูแล้วหน้าจะมีเพียงน้องสามคนเดียวที่มีธาตุไฟต้องใช้เวลามากกว่าผู้อื่นในการสร้างร่างจิตวิญญาณ ใหม่"
    " น้องสิบทำไมเจ้าไม่ออกจากร่างจิต ว่าแต่เจ้า ทำไมถึงไม่เหมือนพี่หนึ่งกับข้าที่มีกายาวารีเหมือนกัน..แต่เจ้ากับเป็นร่างเงาแทน"
    จูเต๋ออี้ ผู้มีกายาวารีเชกเช่นเดียว กับ จูห้าวหลิน จูอี้หรู
    " แล้วทำไมข้าต้องเหมือนพี่หนึ่งกับพี่สองด้วยละก็ในเมือข้ามีกายาสองธาตุ ว่ารีกับวายุ...แล้วอยู่แบบนี้ข้าก็สนุกดีได้อยู่ใกล้ชิดนายน้อยเช่นนี้ก็ดีอยู่แล้วนี้ "
    จ้าวหลงกระโดดโหยงเมื่อมีเสียงมาข้างๆหูเขา
    "แม่นางท่านจะทำให้ข้าหัวใจวายรึ...."
    จ้าวหลงผู้มีใบหน้าแดงจางๆทุกครั้งที่ มีเสียงหญิงสาวดังขึ้นข้างๆเขา

    " แล้วนี้มันเรื่องอะไรกัน ทำไมพวกเจ้าถึงได้มีร่างกายเช่นนี้ ? "
    หูตงเหลย ผู้มีใบหน้าแปลกใจกับสิ่งที่เกิดกับคนทั้งสิบ
    " ข้าว่านี้หน้าจะเป็นร่างจิต จากที่ข้าเคยอ่านบันทึก จากการฝึกกายาธาตุ "
    เสียงของชายหนุ่มดังขึ้น
    " จูเกาอิ่ง ใหนเจาลองอธิบายมาสิ "
    หูตงเหลยมองไปยังชายหนุ่มผู้สวมเสื้อผ้าด้วยผ้าใหมสีดำ
    " ใช้พี่สี่ข้าก็อยากรู้เช่นกัน"
    เสียงของ จูอี้หรู ดังขึ้นด้านข้างจ้าวหลง จ้าวหลงเริ่มจะชินกับการกระทำของนางแล้วเขาไม่มีความเขินอายอีกกับรู้สึกชินสะด้วยซ้ำ แรกเริ่มเขามีอาการเขินอายบ้าง
    จูเกาอิ่งเริ่มอธิบายที่มาของร่างจิต
    เมื่อผู้ฝึกยุทธ ฝึกกายาถึงขั้นสูงสุดจะได้ร่างจิต มาครอบคลองแต่เรื่องเหลานี้เป็นเพียงสิ่งยากที่จะได้มาครอบครองไม่ใช้ว่าใครก็สามารถฝึกถึงได้ และการฝึกกายาให้ถึงขีดสุดมีขั้นตอนที่ซับซ้อนทำให้ขั้นตอนหายสาปศูนย์ไปตามการเวลาในปัจจุบันฝึกเพียงเพื่อเป็นทางผ่านของวิชาอื่น
    ผู้ฝึกยุทธในยุคสมัยนี้ จึงมีกายาที่ฝึกสำเร็จเพียงหกหรือเจ็ดส่วน เพียงเท่านั้น แต่ถึงจะแค่หกหรือเจ็ดส่วนในยุกนี้ก็ถือว่าสูงแล้ว แต่บุคคนทั้งสิบกับฝึกได้ถึงขั้น กายาจิตได้ มันเกินสิบส่วนเข้าไปแล้ว
    เมื่อฝึกได้ถึงขั้นสิบส่วนจะได้รางกายาจิตมาครอบคลอง แต่ทั้งสิบไม่คิดฝันถึงว่าพวกเขาจะได้มาครอบคลองในวันนี้ พวกเขาทั้งเก้าคนมองไปทางจ้าวหลงด้วยสายตาเถิดทูลขั้นสูงสุดไปแล้วจะมีก็แต่ จูอี้หรู มองแปลกแยกกว่าคนอื่น
    จ้าวหลงรู้สึกหนาวสั่นไปทั่วสันหลัง เมื่อมองไปทางจูอี้หรู จ้าวหลงผู้มีใบหน้าองอาจต้องกลืนน้ำลายอยางฝืดคอ
    " คลืดๆ "ขณะนั้นเปลวไฟของถังน้ำใบที่สีดับลง เปลวขี้เถ่าก่อตัวขึ้นมาเป็นร่างกายของคน
    " นั้น จูไห่เฟิง ใช้ใหม" หูตงเหลยมองไปที่เปลวไฟที่มอดดับไปแล้วก่อตัวขึ้นจากขี้เถ่า
    "พี่สามใกล้จะจุติร่างจิต ครั้งแรกแล้ว นานจริง ๆ"
    จูอี้หรู เผยก่ายออกมาด้านข้างจ้าวหลงเสื้อผ้านางสร้างจากพลังวิญญาณ สายวารี
    เมื้อจูไห่เฟิง สร้างร่างกายเสร็จ ร่างกายของเขาเป็นชายหนุ่ม มีกลามเป็นมัดๆหากสาวใดเห็นเข้าคงจะละลายเป็นแน้แท้
    " นี้พี่สามท่านไส่เสื้อผ้าหน่อยเถอะ หนอนน้อยของท่านข้าไม่อยากเห็นหลอก ถ้าเป็น ของนายน้อยละก็ว่าไปอย่าง "
    นางพูดพร้อมกับเรียริมฝีปากมองทางจ้าวหลง
    จ้าวหลงผู้มีจิตใจนิ่งสงบดังน้ำในทะเลลึก แต่เมื่อต้องอยู่ใกล้กับจูอี้หรู และการกระทำของนาง จ้าวหลงถึงกับเหมือนทะเลที่โดนภายุลูกใหญ่พัดโหมกระนำได้เช่นกัน
    " ข้าต้องอยู่ให้ไกลจากนางเข้าไว้ นางหน้ากลัวเกินไปแล้ว"จ้าวหลงผู้ไม่กลัวใครบัดนี้เขาได้เจอบุคคนต้องห้ามเข้าเสียแล้ว
    " น้องสิบเจ้าพูดเหมือนยังกับ นายน้อยจะสนใจเจ้าอย่างงั้นแหละ " ชายตัวเล็กที่บัดนี้ยืนอยู่ข้างหูตงเลย
    " พี่เจ็ด ถึงแม้วันนี้นายน้อยยังไม่สน แต่วันหน้าก็ไม่แน้ใช้ใหม อิ อิ อิ"
    จูอี้หรู หัวเราะคิกคักหากใครมาเห็นคงอาจทำให้หัวใจใครหลายถึงขั้นละลายได้ แต่คงไม่ใช้จ้าวหลง
    จูเกาอิ่งอธิบายต่อ
    " แล้วอีกอย่างนะ ร่างจิตนี้มีข้อดีอีกคือมันจะไม่ถูกทำลายนั้นก็คือเรียกว่ากึ่งอมตะ แต่ก็อย่างที่บอกว่ากึ่งอมตะใช้ว่าจะไม่มีวันตาย มันสามรถถูกทำลายได้เช่นกัน "
    อีกเก้าคนเขาใจความหมายของจูเกาอิ่งดีซึ่งเป็นจุดอ่อนเดียวของพวกเขา
    " นี้มันเรื่องอะไรกัน ใช้ผนึกแค่ขั้น ห้าและ กายาก็ยังเป็นกายาระดับต่ำอีกกับได้ร่างกายเช่นนี้ ข้าเปิดผนึกเต็มสิบส่วน กายาก็สูงกว่าหลายระดับ ทำไมร่างกายกับเป็นปกติไม่เห็นเป็นอมตะแบบทั้งสิบคนนี้....นี้ มันเรื่องบ้าอะไรกัน "
    จ้าวหลงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจไม่อาจตระโกนออกมาได้
    "นายน้อยต้องการให้พวกเราทำอะไรต่อจากนี้อย่างงั้นหรือ "
    ชายร่างเตี้ยข้างหูตงเหลยมองไปที่จ้าวหลงด้วยใบหน้าเทิดทูล
    "จากที่ข้าไม่อาจสัมผัสพลังพวกท่าน นั้นแสดงว่าพวกท่านระดับพลังพัฒนาไปไกลแล้วใช้ใหม"
    " ใช้ขอรับ พวกเราทุกคนอยู่ในระดับผลึกหมดแล้วครับ ต่อให้แม่ทัพ "หม่าเป่าเฉิน"
    มายื่นตรงนี้ แค่เพียงน้องสิบคนเดียวก็ล้มเขาได้ด้วยเพียงตัวคนเดียวขอรับ"
    จูเกาอิ่งอธิบายหน้าเรียบนิ่ง
    " แบบนั้นก็ดี ...ไม่มีอะไรมากอย่างที่ข้าเคยบอกข้าจะสร้างกองกำลังก่อนที่ข้าจะเดินเข้าไปที่อาณาจักร"
    จ้าวหลงอธิบายแผนการของตนให้ทั้งหมดฟัง จะต้องมีหนึ่งคน ที่ต้องเป็นดังเงาติดตามอยู่กับเขาจ้าวหลงเลือก จูเกาอิ่งด้วยที่ว่า
    จูเกาอิ่งผู้นี้สงบเยือกเย็นมีแผนการหลักแหลมเขายังเป็นผู้ฝึกกายาวายุมีกายาจิตวายุไปมาไร้รองรอยหากไม่ต้องการเผยตัวก็ยากที่จะมีผู้ใดพบตัวตนของเขาได้ แล้วดูจะเป็นคนที่มีความคิกจ้าวแผนการมากกว่าอีกเก้าคน
    " งั้นท่าน ก็เป็นดังเงาของข้าติดตามข้าหากข้าไม่ได้เรียกก็ไม่ต้องออกมา" จ้าวหลงพูดจบยังไม่ทันที่เสียงจะหาย จูเกาอิ่ง กำลังจะตอบตกลงกับมีจิตที่หนาวเย็นอยู่ท่ามกลางพายุขนาดใหญ่จับจ้องไปทางจูเกาอิ่ง
    จูเกาอิ่ง ผู้ที่มีนิสัยสงบนิ่ง ถึงขนาดหน้าถอดสี เม็ดเหงื่อไหลหลิน เขาเข้าใจนิสัยของน้องเล็กคนนี้ดีเขารีบพูดขึ้นด้วยความร้อนลน
    " เรียนนายน้อย ตำแหน่งคอยติดตามคุมครองและช้วยวางแผนการให้นายน้อยข้าว่ามีอยู่ผู้หนึ่งที่เหมาะสมที่สุด " จูเกาอิ่งผู้มีใบหน้าสงบนิง
    จ้าวหลงหรี่ตาเล็กมองไปทางจูเกาอิ่ง
    " ฮืมใครอย่างงั้น รึ ."จ้าวหลงขมวดคิ้วมองไปที่ จูเกาอิ่ง
    " ข้าเอง อิอิ " จูอี้หรูเดินออกมาด้วยใบหน้าเบิกบานพร้อมรอยยิมที่มีเสน่ห์มองไปทางจ้าวหลง
    เมื่อจ้าวหลงได้ยินดังนั้นใบหน้าเรียบนิ่งก็ไม่นิ่งอีกต่อไปหากให้นางติดตามเขา เขาได้เป็นโรคหวาดระแวงเป็นแน่แท้ เขาจะให้นางมาอยู่ข้างกายไม่ได้ เขามองไปทางแปดคนที่เหลือ
    แปดคนที่เหลือเมื่อเห็นสายตาน้องเล็กที่ถึงแม้จะมีใบหน้ายิมแย้ม แต้ด้านหลังกับเหมือนพกมีดไว้หากใครปฏิเศษได้ตกนรกเป็นแน่ เพราะพี่น้องแต่ระคนรู้ดีถึงนิสัยน้องเล็กผู้นี้
    " ข้าก็คิดว่าน้องเล็กเหมาะสมที่สุด " จูห้าวหลินพูดเป็นคนแรก
    " ข้าก็เช่นกัน "
    " ข้าด้วย"
    " ข้าว่าก็ดีนะ "
    " นายน้อยจะได้มีคนดูแลข้าก็ว่าดีนะ " แม้แต่หูตงเหลยยังเห็นด้วยเขาก็เคยเห็นฤทธิ์เดชของหญิงนามว่าจูอี้หรูมาบ้างเช่นกัน