บรรยากาศภายในห้องลับใต้คฤหาสน์ของมู่หย่งเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ผสมปนเปกับกลิ่นอายความกาวของแก๊งสามหน่อ หนิงจูเชว่ในร่างเด็กสาวชุดแดงนั่งกอดอกอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก นางพยายามทำตัวให้ดูขลังสมเป็อดีตจักรพรรดินี แต่ในมือกลับถือถังหูลู่ลูกสุดท้ายที่เพิ่งแย่งมาจากอาโกวเมื่อครู่
"เอาล่ะ... ในเมื่อข้าทะลวงเข้าสู่ ขอบเขตหลอมรวมปราณแล้ว แผนการขั้นต่อไปของเราไม่ใช่การไปเดินเตะฝุ่นเล่นในตลาด" หนิงจูเชว่สะบัดพัดจีบเสียงดัง ปัง! "เราจะไปปล้นเหมืองศิลาปราณของพวกสำนักเหมันต์นิรันดร์กัน"
"ปล้น!" มู่หย่งที่กำลังดื่มน้ำชาถึงกับสำลักออกมา "คุณหนู เ้ารู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา? เหมืองทางทิศตะวันออกนั่นคือเส้นเืใหญ่ของสำนักเหมันต์นิรันดร์ ในเขตเมืองชิงซวนเลยนะ! ผู้คุ้มกันระดับขอบเขตทะเลิญญาอย่างน้อยก็สองคน ไหนจะพวกระดับหลอมรวมปราณอีกเป็โหล!"
"แล้วไง?" หนิงจูเชว่เลิกคิ้วมองอย่างเยือกเย็น "มู่หย่ง เ้านี่มันไม่มีิญญาของพ่อค้าผู้ยิ่งใหญ่เอาเสียเลย ความเสี่ยงสูงย่อมมาพร้อมกับกำไรที่มหาศาล ข้า้าศิลาปราณระดับสูงมากินและข้าก็้าให้ศิษย์ของข้าทะลวงขอบเขตด้วยหรือเ้าจะให้ข้าไปนั่งขุดดินหาไส้เดือนขาย?"
อาโกว ศิษย์พี่ใหญ่ผู้มีร่างกายบึกบึนราวกับั์ปักหลั่น รีบก้าวออกมาข้างหน้า "อาจารย์พูดถูก! มู่หย่ง เ้ามันขี้ขลาด! แค่เหมืองเล็กๆ ข้าคนเดียวก็แบกออกมาได้ทั้งเหมืองแล้ว!"
"เ้ามันก็มีแต่แรงนั่นแหละอาโกว!" เฉินอี้ ศิษย์น้องเล็กพูดขัดขึ้นพลางเช็ดกระบี่ในมือที่มู่หย่งเข้ามาให้จากคลัง "อาจารย์เ้าคะ... ข้ากังวลเื่ ััิญญา ของพวกระดับทะเลิญญาเ้าค่ะ หากเราเข้าไปใกล้ในระยะสามลี้ พวกมันย่อมรู้ตัวแน่"
หนิงจูเชว่ยิ้มกริ่ม "ฉลาดมากตู้เย็นน้อย... แต่นั่นคือเหตุผลที่ข้าเรียกพวกเ้ามาฝึกพิเศษในวันนี้"
การฝึกฝน: ปราณเคลือบอาวุธและการข่มพลัง
หนิงจูเชว่ลุกขึ้นยืนกลางห้องลับ นางหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมพลังปราณเพลิงเทวะอสูรที่เพิ่งก่อตัวเป็รูปธรรมในจุดตันเถียน ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวนางก็ร้อนระอุขึ้นจนมู่หย่งต้องถอยกรูดไปชิดผนัง
ฟู่!
เปลวไฟสีชาดข้นคลักปะทุออกมาจากฝ่ามือเล็กๆของนาง มันไม่ได้กระจายตัวสะเปะสะปะเหมือนก่อนหน้านี้ แต่มันกลับค่อยๆ ไหลไปเคลือบอยู่ที่พัดจีบในมือจนพัดไม้ธรรมดาๆ กลายเป็สีแดงฉานราวกับทับทิมที่กำลังลุกไหม้
"นี่คือจุดเด่นของขอบเขตหลอมรวมปราณ การแผ่ปราณออกมานอกร่าง" หนิงจูเชว่อธิบายพลางวาดพัดไปในอากาศ ทิ้งรอยไหม้เป็ทางยาว "แต่สำหรับข้า มันคือการนำเอาเศษเสี้ยวจิ๋วๆของกฎแห่งไฟมาใช้งานจริง ถึงแม้ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเรียนรู้กฏเกณฑ์ก็เถอะนะ"
นางหันไปหาศิษย์ทั้งสอง "อาโกว เ้าอยู่ขอบเขตแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ ิัของเ้าแข็งแกร่งแล้ว แต่มันยังขาดการสื่อสารกับปราณภายนอก ข้าจะให้เ้าไปยืนอยู่กลางค่ายกลเพลิงที่ข้าสร้างขึ้น ห้ามใช้ปราณป้องกัน ให้ใช้เพียงิัเปล่าๆ ััถึงความร้อนและดูดซับมันเข้าไป!"
"เอ๋! อาจารย์! ข้าจะกลายเป็หมูหันไหมขอรับ?" อาโกวหน้าซีด
"อย่าบ่น! ถ้าเ้าผ่านมันไม่ได้ เ้าก็จะเป็แค่กระสอบทรายที่รอวันแตก!" หนิงจูเชว่ถีบอาโกวเข้าไปในวงล้อมอักขระไฟทันที
"ส่วนเฉินอี้..." หนิงจูเชว่หันไปหาตู้เย็นน้อย "กายาเหมันต์ของเ้ามีประโยชน์มากในภารกิจนี้ ข้า้าให้เ้าฝึกการบีบอัดปราณให้เหลือเพียงจุดเดียวที่ปลายกระบี่ ห้ามให้ความเย็นรั่วไหลออกมาแม้แต่นิดเดียว จนกว่าเ้าจะแทงโดนเป้าหมาย... นั่นคือการหลอกััิญญาของพวกของพวกขอบเขตทะเลิญญา"
การฝึกดำเนินไปอย่างทารุณและปนน้ำตา อาโกวร้องโหยหวนขณะที่ิัเริ่มเปลี่ยนเป็สีทองแดงเข้มขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเฉินอี้ต้องยืนนิ่งราวกับรูปปั้นท่ามกลางหยดน้ำที่นางต้องแช่แข็งให้ทันก่อนจะตกถึงพื้น หนิงจูเชว่นั่งดูพลางจดบันทึกบัญชีของที่ต้องปล้นอย่างสบายอารมณ์
ปฏิบัติการ: ราตรีสีชาดที่เหมืองเหมันต์
หนึ่งเดือนต่อมา ณ หุบเขาเยือกแข็งทางตะวันออก...
เหมืองศิลาิญญาของสำนักเหมันต์นิรันดร์ถูกล้อมรอบด้วยกำแพงน้ำแข็งและหอคอยสังเกตการณ์ แสงตะเกียงน้ำมันส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด ผู้คุ้มกันในชุดคลุมสีขาวเดินตรวจตราอย่างเข้มงวด
"จำแผนได้ไหม?" หนิงจูเชว่กระซิบจากพุ่มไม้ใกล้ๆ
"ข้าแบกกระสอบ มู่หย่งรอรับที่รถม้า ศิษย์น้องแช่แข็งคนคุม ส่วนอาจารย์นั่งรอเก็บเงิน" อาโกวทวนแผนด้วยความมุ่งมั่น
"ดีมาก! เริ่มได้!"
เฉินอี้เคลื่อนที่ราวกับภูตพราย นางใช้ปราณน้ำแข็งที่ถูกบีบอัดจนไร้ร่องรอยเข้าประชิดหอคอยทิศใต้ ยอดฝีมือระดับหลอมรวมปราณคนหนึ่งยังไม่ทันได้อ้าปากร้องให้ช่วย ลำคอของเขาก็ถูกกระบี่ที่เคลือบน้ำแข็งบางเฉียบแตะเบาๆ ความเย็นสุดขั้วแล่นเข้าสู่หัวใจจนเขากลายเป็น้ำแข็งทั้งยืนในพริบตา
ตึก... ตึก...
อาโกวอาศัยจังหวะความวุ่นวายเล็กน้อยลอบเข้าไปในคลังเก็บศิลา เขาใช้พลังพละกำลังของขอบเขตแรกเริ่มขั้นสมบูรณ์ ยกหีบศิลาปราณระดับกลางขึ้นบ่าทีละสี่หีบ! (แหวนมิติแพงและหายากมากที่นี่ทั้งเมืองมีแค่ไม่กี่คน)
"โอ้โห... อาจารย์ขอรับ! นี่มันขุมทรัพย์ชัดๆ!" อาโกวพึมพำด้วยความตื่นเต้น
แต่แล้ว... ความกดดันมหาศาลก็แผ่ซ่านออกมาจากใจกลางเหมือง!
"ใครบังอาจมาโขมยของของสำนักเหมันต์นิรันดร์!" เสียงคำรามดังกึกก้อง พร้อมกับชายชราผมขาวในชุดหรูหรากระโจนออกมาจากกระโจมใหญ่ พลังจิตััของเขากวาดไปทั่วบริเวณราวกับเรดาร์
"แย่แล้ว! ขอบเขตทะเลิญญาขั้นกลาง!" มู่หย่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังรถม้าฟันกะทบกันดัง กึกๆ
ชายชราคนนั้นสะบัดมือ พลังปราณสีฟ้าครามกลายเป็ฝ่ามือน้ำแข็งขนาดั์พุ่งตรงเข้าหาอาโกวที่กำลังแบกของอยู่
"ศิษย์พี่ใหญ่ถอยไป!" เฉินอี้ะโเข้าขวาง นางวาดกระบี่สร้างโล่น้ำแข็งขึ้นมาต้านทาน แต่นางอยู่เพียงระดับหลอมรวมปราณ พลังที่ต่างกันหนึ่งขอบเขตใหญ่ทำให้โล่แตกในทันทีและนางกระอักเืออกมาอึกใหญ๋
เพล้ง!
ในจังหวะที่ฝ่ามือน้ำแข็งกำลังจะขยี้ศิษย์ทั้งสอง ร่างเล็กๆ ในชุดแดงก็ทะยานผ่านอากาศมาประดุจดาวตกสีเื
"แค่ขอบเขตทะเลิญญา... กล้ามาทำร้ายศิษย์ของข้าเชียวรึ?"
หนิงจูเชว่สะบัดพัดจีบในมือ ปราณเพลิงเทวะอสูรที่นางฝึกฝนมาอย่างหนักปะทุออกมาเป็รูปดอกบัวเพลิงเก้ากลีบ นางไม่ได้ใช้เพียงพลังปราณที่มีแต่นางใช้โลหิตผสานร่วมด้วย
บึ้ม!!!
เปลวเพลิงสีชาดปะทะกับฝ่ามือน้ำแข็งจนเกิดะเิไอน้ำพุ่งสูงขึ้น้า ชายชราผู้นั้นถึงกับกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว ดวงตาเบิกกว้างด้วยความใ
"เ้าเป็ใคร! ขยะขอบเขตหลอมรวมปราณแต่กลับสลายวิชาของข้าได้?!"
หนิงจูเชว่ร่อนลงพื้นอย่างสง่างาม แม้จะแอบหอบเล็กน้อยเพราะใช้พลังเกินตัว นางหันไปหาอาโกว "อาโกว! มัวแต่ยืนบื้ออะไรอยู่? แบกศิลาิญญาไปขึ้นรถม้าสิ! ส่วนเ้าผู้เฒ่าหนังเหี่ยวคนนี้... อาจารย์จะสั่งสอนให้รู้เองว่าไฟนรกของจริงเป็ยังไง!"
"จัดไปครับอาจารย์! ข้าจะเอาไปให้หมดไม่เหลือแม้แต่เศษฝุ่น!" อาโกวได้ใจ รีบโกยศิลาิญญาลงกระสอบต่อทันที
มู่หย่งมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความทึ่ง "ขอบเขตหลอมรวมปราณ... ปะทะกับขอบเขตทะเลิญญาได้ตรงๆ? ยัยเด็กนี่... ไม่ใช่คนแล้ว!"
การต่อสู้เพิ่งจะเริ่มต้น แต่ความซวยของสำนักเหมันต์นิรันดร์นั้นเริ่มมานานแล้ว ั้แ่วินาทีที่พวกมันตัดสินใจเป็ศัตรูกับหนิงจูเชว่!