บทที่ 14
โอกาสพิเศษและเงามืดที่ซ่อนอยู่
หลังจากผลสอบประกาศชื่อของฉันอยู่บนสุดกระดาน ข่าวลือก็แพร่ไปทั่วมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็ว นักศึกษาหลายคนมองฉันด้วยสายตาเคารพ บางคนก็มาขอแลกเปลี่ยนวิธีอ่านหนังสือด้วย ฉันยิ้มรับด้วยความสุภาพ แต่ในใจกลับหนักแน่นมากกว่าเดิม — นี่เป็เพียงก้าวแรกเท่านั้น
ไม่กี่วันต่อมา อาจารย์ใหญ่ของคณะเรียกฉันเข้าไปพบ ห้องทำงานของท่านเต็มไปด้วยเอกสารกองโตและกลิ่นหมึกพิมพ์จาง ๆ อาจารย์เงยหน้าขึ้นจากแฟ้ม “ซ่งหว่านอิง เธอสอบได้อันดับหนึ่ง ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ผลงานของเธอทำให้ฉันตัดสินใจบางอย่าง”
ฉันนั่งตัวตรง หัวใจเต้นแรง
“ั้แ่สัปดาห์หน้า เธอจะได้เข้าไปฝึกงานในแผนกศัลยกรรมของโรงพยาบาลใหญ่ในเครือมหาวิทยาลัยก่อนใคร เป็โอกาสพิเศษ…เธอพร้อมหรือไม่?”
ดวงตาฉันสว่างวาบ ความทรงจำจากชาติที่แล้วบอกฉันว่าโอกาสเช่นนี้หายากมาก ปกติแล้วต้องเรียนถึงปีสี่ถึงจะได้ััของจริง แต่ครั้งนี้ฉันเพิ่งเรียนปีสองก็ได้รับความไว้วางใจแล้ว
“ฉันพร้อมค่ะอาจารย์” ฉันตอบเสียงมั่นคง
---
เช้าวันจันทร์ ฉันก้าวเข้าสู่โรงพยาบาลใหญ่ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อแรงกว่าในห้องทดลองนักศึกษา ผู้ป่วยจริงเดินผ่านไปมา บ้างนอนอยู่บนเตียง บ้างนั่งรอคิวตรวจ ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความหวัง ฉันรู้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับความผิดพลาดอีกต่อไป
แพทย์พี่เลี้ยงพาฉันไปที่ห้องผ่าตัดเล็ก “เธอจะได้แค่สังเกตการณ์ก่อน แต่ถ้าเห็นว่าเธอมีความสามารถมากพอ เราอาจให้เธอลงมือช่วย”
ฉันพยักหน้า ตาไม่กะพริบเมื่อมีดผ่าตัดกรีดผ่านิัผู้ป่วย ความรู้ที่เคยเห็นในอนาคตชัดเจนในสมอง ฉันจดจำทุกท่าทาง ทุกคำพูด จนแพทย์พี่เลี้ยงหันมาพูดเบา ๆ ว่า “สายตาเธอดีมาก มั่นคงกว่าเด็กฝึกคนอื่น ๆ ที่ฉันเคยเจอ”
หัวใจฉันพองโตขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังคงเงียบ ไม่แสดงออกเกินไป
---
ในขณะเดียวกัน…อีกฟากของมหาวิทยาลัย ซ่งหว่านหลิน กลับไม่ได้มีวันที่สดใสเช่นเดียวกับฉัน
เธอสอบได้คะแนนเกือบท้ายกลุ่ม แม้จะพยายามยิ้มแสร้งทำเป็ไม่สนใจ แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยไฟริษยา นักศึกษาหลายคนเริ่มเปรียบเทียบเธอกับฉัน บางคนพูดว่า “ทำไมซ่งหว่านหลินถึงต่างจากพี่สาวนักนะ” คำพูดเหล่านี้เหมือนมีดกรีดหัวใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ยิ่งเมื่อได้ยินข่าวว่าฉันถูกเลือกให้ไปฝึกงานในโรงพยาบาลใหญ่ก่อนใคร ใบหน้าของซ่งหว่านหลินก็แทบจะบิดเบี้ยว เธอกำมือแน่นในเงามืด “ทำไมต้องเป็เธอทุกครั้ง…พี่สาว”
---
การฝึกงานดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ฉันได้เรียนรู้ทั้งการวินิจฉัย การช่วยเหลือคนไข้เบื้องต้น และแม้แต่การเย็บแผลเล็ก ๆ แพทย์พี่เลี้ยงบางคนเริ่มไว้วางใจให้ฉันลองทำภายใต้การควบคุม ทุกครั้งฉันใช้ทั้งสติและความทรงจำจากชาติที่แล้วประคองมือให้นิ่ง
เสียงชื่นชมเริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ “เด็กคนนั้นน่าจับตามองจริง ๆ”
แต่เสียงชื่นชมเหล่านี้ กลับถูกบิดเบือนเมื่อกลับไปถึงรั้วมหาวิทยาลัย…
“เธอรู้หรือยัง? ซ่งหว่านอิงได้เข้าโรงพยาบาลใหญ่ เพราะมีเส้นสายกับนายพลเฮ่อจุนเว่ยต่างหาก”
“จริงเหรอ? ถึงว่าเลยได้โอกาสง่าย ๆ แบบนั้น”
ข่าวลือแพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว ราวกับมีใครตั้งใจปล่อย ฉันไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็ฝีมือของใคร — ซ่งหว่านหลิน
---
คืนนั้น ฉันนั่งอยู่ในห้องหอพัก หนังสือกางอยู่ตรงหน้า แต่ใจฉันกลับไม่สงบ เพื่อนร่วมห้องกระซิบถาม “หว่านอิง เธอไม่โกรธเหรอที่มีคนพูดแบบนั้น?”
ฉันเงยหน้าขึ้น ยิ้มบาง “คำพูดไม่สามารถเปลี่ยนความจริงได้ ตราบใดที่ฉันยังทำให้ดีที่สุด ความจริงก็จะพิสูจน์เอง”
แม้พูดเช่นนั้น แต่ลึก ๆ ฉันรู้ดีว่าศึกครั้งนี้จะไม่ง่าย ซ่งหว่านหลินจะไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่ เธอจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อทำให้ฉันเสียชื่อ…
และฉันเองก็จะไม่ยอมให้เธอทำสำเร็จอีกเป็ครั้งที่สองของชีวิตนี้เด็ดขาด