ตอนที่14เพื่อนหรือบอดี้การ์ด
คาบเรียนทุกท้ายจบลงพร้อมมื้ออาหารยามเย็นอันเรียบง่ายของวันที่สองอบิเกลใช้เวลากับการกินอาหารด้วยความรู้สึกอึดอัดหน่อย ๆเพราะมีสายตาหนึ่งที่จ้องมองเธอด้วยสายตาไม่พึงพอใจ เนื่องจากตลอดการเรียนคาบบ่ายมีแต่เื่ทำให้เธอโดนเด่นทุกครั้งนั้นยิ่งทำให้อีกฝ่ายไม่ชอบใจที่เธอเด่นตลอดโดยที่เขาไม่ได้เด่นในสายตาใครยิ่งทำให้เขาอยากจะจัดการอีกฝ่ายแต่ก็มีพวกลูน่าตามคุ้มไม่ให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับอบิเกลจนถึงหอพักระหว่างเดินนั้นลูน่าก็พูดบางอย่างออกมา
“หมอนั้นไม่เลิกราเลยนะ เอาแต่จ้องอบิเกลไม่เลิก”
“ช่างหมอนั้นเถอะ ลูน่า” เอวากล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ“หมอนั้นคงลืมว่าตัวเองก่อเื่อะไรถึงเราจะเคยเป็เพื่อนหมอนั้นแต่หมอนั้นทำนิสัยแบบนั้นก็อย่าไปยุ่งดีกว่า!!”
อบิเกลได้ยินก็มองสงสัยก่อนจะถามขึ้น “พวกเอวาเคยรู้จักกับวีสลีย์เหรอ?”
“ใช่” ฟาร่ากล่าวพร้อมกับเดินมาอยู่ข้างหลังอบิเกล
“พ่อพวกเรารู้จักกันตอนเรียนที่นี่ พวกเขาอยู่บ้านเดียวกันนะ”
“งั้นเหรอ...”
“อย่าไปใส่ใจเลย เื่ของพ่อเราไม่ได้เกี่ยวกับเราเราสามารถเป็ศัตรูกับหมอนั้นได้ ถ้าหมอนั้นมาทำอะไรกับเพื่อนเรา!!”
“ใช่ ๆ”
เหล่าสาว ๆ ต่างพยักหน้าอย่างเห็นด้วยอบิเกลมองทั้งสี่ที่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย นั้นก็ยิ่งทำให้เธอมีคำถามขึ้นมาอีก
“แล้วแบบนี้เวลาพ่อพวกเธอรวมตัวกันและพาพวกเธอไปจะไม่เกิดปัญหาเหรอ?”
“ไม่หรอก อบิเกล พวกเรากับหมอนั้นก็เป็ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่แล้วหมอนั้นเล่นในแบบของเขา พวกเราก็เล่นในแบบของเรา”
“อืม...” อบิเกลหันไปมองตามทางเดินแพนซี่ก็เข้ามาจับมือเธอ
“อบิเกลไม่ต้องคิดมากหรอกนะ...พวกเราเลือกในสิ่งที่ถูกต้องถึงจะมีข่าวลือหรือข่าวจากผู้ใหญ่ว่าเธอกับคุณเมอร์รัลทำอะไรถ้าพวกเราไม่เห็นอะไรกับตา เราก็จะไม่เชื่อสองวันมานี่อบิเกลเปลี่ยนความคิดของหลายคนว่าเธอนั้นเป็ลูกหลานของชายที่ฆ่าครอบครัวตนเองยอมเสี่ยงตายปกป้องทุกคนในฮอกวอตส์ เธอเป็คนดีเราไม่คิดว่าเธอเป็คนเลวแน่ ๆ”
อบิเกลฟังคำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้เธอตระหนักถึงสิ่งที่อาสก็อตเคยกล่าวเมื่อไหร่ที่เราทำความดี เราจะได้สิ่งตอบแทนกลับมา แต่ส่งตอบแทนมาได้หลายรูปแบบแต่เธอไม่เคยเห็นอาสก็อตได้สักครั้ง เธออยากให้ความดีของอาสก็อตแสดงผลมั้งเธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยิ้มให้อีกฝ่าย
“ขอบคุณนะ แพนซี่”
พวกเธอเดินกันจนผ่านประตูหอพักจนมาถึงห้องโถงใหญ่พวกเธอก็เตรียมตัวแยกย้ายกันกลับหอพักหญิงกัน
“เอาล่ะ เรากลับห้องพวกเรากันดีกว่า”
แพนซี่กล่าวก่อนที่ทุกคนจะเตรียมตัวเดินไปที่หอพักฝั่งหญิงสกอร์เปียสก็จับชายเสื้อของอบิเกลทันทีนั้นทำให้อบิเกลที่กำลังจะเดินนั้นต้องหยุดชะงักเธอหันไปมองอีกฝ่ายมีใบหน้าเศร้าหมอง
“เป็อะไรนะ? ทำไมทำหน้าเศร้าแบบนั้น?”
“พอจะแยกกันแล้ว ฉันรู้สึก...เหงาชอบกล...” สกอร์เปียสคอตกอย่างรู้สึกเศร้า“ฉันอยากเกิดเป็ผู้หญิงเหมือนอบิเกลจะได้อยู่ข้างอบิเกล”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกตาโตเธอมองอีกฝ่ายเหมือนลูกหมาน้อยไม่ได้อยู่ข้างเ้าของทำเอาเธอยิ้มขึ้นมาก่อนจะจับมืออีกฝ่าย
“อย่าพูดแบบนั้นเลยนะ นายนะเป็ตัวนายดีที่สุดแล้ว สกอร์เปียส”
“จริงเหรอ?”
“อืม ฉันชอบที่นายเป็นายตอนนี้นะ”
สกอร์เปียสได้ยินแบบนั้นก็เกาแก้มอย่างเขิน ๆก่อนที่อบิเกลจะกล่าวลาและบอกเจอกันพรุ่งนี้สกอร์เปียสได้แต่ยิ้มเขากำลังต้องเผชิญกับสิ่งที่เขาไม่รู้ว่าจะเจออะไรเขากำลังจะเดินหันหลังกลับไปที่ห้องเขากำลังผ่านคนกลุ่มหนึ่งก็มีขาหนึ่งยื่นออกมาจากกลุ่มแล้วทำให้สกอร์เปียสล้มลงกับพื้นทันที
“อ๊าก!!”
คนกลุ่มนั้นหัวเราะออกมาอย่างขบขันที่อีกฝ่ายล้มอบิเกลที่กำลังเดินก็ได้ยินเสียงอีกฝ่ายร้องเธอก็ย้อนกลับมาดู สาว ๆเห็นอบิเกลรีบเดินกลับไปที่ห้องโถงก็เห็นสกอร์เปียสล้มอยู่กับพื้น
“สกอร์เปียส!!” อบิเกลรีบเข้ามาพยุงตัวอีกฝ่าย “ไม่เป็ไรนะ?”
สกอร์เปียสเงยหน้าหันมามองก็เห็นอีกฝ่ายเข้ามาช่วย “ไม่เป็ไร...แค่ล้มนะ...”
“หึ ๆ ผู้ชายประสาอะไรล้มต้องมีผู้หญิงเข้ามาช่วย น่าอายสุด ๆ”
เสียงของชายคนหนึ่งในกลุ่มกล่าวออกมาอบิเกลเงยหน้ามองผู้ชายผิวสีเอ่ยพูดออกมานั้นทำให้เธอไม่ชอบใจก่อนที่เธอจะคิดวิเคราะห์บางอย่างก่อนจะหันไปหาสกอร์เปียส
“มีคนสกัดขานายใช่ไหม?”
สกอร์เปียสได้ยินแบบนั้นก็ได้แต่ทำหน้านิ่งไม่ตอบอะไรอบิเกลเห็นแบบนั้นก็รับรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังเจออะไรอีกฝ่ายคงเจอเื่แบบนี้มาั้แ่เด็ก นั้นทำให้เธอไม่ชอบใจสุด ๆ ก่อนจะลุกขึ้น
“สนุกมากหรือไง!? ที่ทำร้ายคนที่เขาไม่สู้นะ!!”
“อะไร ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ เ้านั้นเดินสะดุดเองนี่น่า~ ฮ่า ๆ”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นทำให้เธอรู้สึกโกรธมาก ๆ “แค่สะดุดเองงั้นเหรอ?ฉันไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นะ!!”
“ทำไมเธอเข้าข้างเ้าเด็กนี้ที่มีพ่อเป็ผู้เสกความตายหรือไง!?”
“อดีต!! นั้นคืออดีตของพ่อเขา ตอนนี้มันตัวเขา!!พวกนายมันก็ไม่ต่างจากคนชั่วที่เล่นงานคนดี ๆ”
“เธอว่าไงนะ!?”
“ก็ตามที่พูด ถ้าพวกนายกล้ามาแกล้งเพื่อนฉันอีกฉันขอพูดเลยว่าหลังจากนี้ชีวิตนายมีแต่สะดุดนายทำให้ใครสะดุดนายก็จะสะดุดเหมือนคนคนนั้น!!”
“นี่เธอแช่งฉันเหรอ!?”
“ไม่รู้สินะ คิดไง?” อบิเกลยกยิ้มออกมา
เด็กหนุ่มที่อยู่ตรงนั้นกับรู้สึกไม่พอใจเขากำลังจะเดินตรงมาทางอบิเกลที่จ้องมองเขาด้วยสายตาไม่เกรงกลัวแต่สกอร์เปียสรีบมาขวางทางข้างหน้า เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายโดนคนตรงหน้าเล่นงานแต่ทว่าก็มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาในห้องโถงก็เห็นสถานการณ์แปลก ๆก็ะโเสียงดังทันที
“นายกำลังทำอะไรนะ!! ปีเตอร์!!”
เสียงคุ้นเคยดังขึ้นทำให้อบิเกลเงยหน้าขึ้นไปหาต้นเสียงก็เห็นรุ่นพี่คามิวกำลังเดินมาด้วยสีหน้าไม่พอใจกับสิ่งที่เห็น
“รุ่นพี่คามิว”
เด็กหนุ่มที่ชื่อปีเตอร์ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์ที่มาเจอพรีเฟ็คโผล่มาเวลานี้ด้วยคามิวมองชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอก่อนจะมองเด็กสองคนนี้่นี้มีแต่เื่นี่แค่ผ่านมาสองวันแล้วหลังจากนี้จะเป็ไงกันแน่
“พวกเธออีกแล้วเหรอ?”
อบิเกลกับสกอร์เปียสได้แต่ยิ้มแหะ ๆก่อนที่คามิวจะเท้าเอวมองกลุ่มพวกรุ่นน้องปีห้าที่เธอรู้จักดี
“พวกนายปี 5 กำลังจะทำอะไรน้องปี 1 กัน!?”
“เปล่าเลย ก็แค่...กำลังรับน้องใหม่” หญิงสาวคนหนึ่งพูด
“ใช่ ๆ แต่น้อง ๆ เขาแค่ระแวงเท่านั้น”
“รุ่นพี่คามิวจะมาใส่ร้ายเราอะไรอีกเหรอครับ?”
คามิวได้ยินคำกล่าวอ้างก็ทำให้เธอไม่ชอบใจ ก่อนที่อบิเกลจะพูดขึ้น
“ไม่ใช่เลยค่ะ!! พวกนั้นสกัดเท้าของสกอร์เปียสจนเขาล้ม หนูเลยเข้ามาช่วยหนูไม่พอใจเลยต่อว่าเขาไป เขาเลยลุกขึ้นมาจะทำอะไรก็ไม่รู้ค่ะ!!”
“หือ?”คามิวหันไปมองพวกปีห้าที่กำลังโดนเด็กฟ้องก็พยายามปฏิเสธทันที
“รุ่นพี่อย่าไปฟังเด็กนั้นนะ!!”
“จริงด้วย!! ปีเตอร์ไม่ได้ทำอะไรนะ!!”
“ใช่ ๆ”
“รุ่นพี่คามิวอย่าไปฟังเด็กนั้นนะ!!”
กลุ่มปีห้าต่างพากันปฏิเสธก่อนที่คามิวไม่พูดทำเพลงแต่อย่างใดเธอยกมือขึ้นที่มีไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาพร้อมกับร่ายคาถาหนึ่งออกมามันก็มีภาพโปร่งแสงของกลุ่มตรงหน้ากับสกอร์เปียสกำลังเดินกลับหอพักก็โดนหนึ่งในนั้นสกัดขาและหัวเราะเยาะเขาคามิวจ้องก่อนจะเงยหน้ามองพวกปีห้า
“จะอธิบายยังไง?”
พวกปีห้าได้แต่อ้ำอึ้งก่อนจะเดินออกไปกันคามิวไม่รั้งเอาไว้ เพราะจะมีแต่ปัญหาแน่ ๆจนคามิวหันมามองทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ
“รู้สึกว่าฉันไปไหนจะเจอพวกเธอสองคนมีแต่โดนคนหาเื่นะ”
“พวกเราไม่ได้อยากให้เกิดนี่ค่ะ!” อบิเกลกล่าว
“จ้า แล้วมัลฟอย ตอนนี้เธออยู่ห้องไหนนะ?”
“ตอนนี้ผมอยู่ห้องเดียวกับรุ่นพี่ที่เป็พรีเฟ็คนะครับพอดีแต่ละห้องของปีหนึ่งเต็มไปหมดแล้ว”
“เต็มเหรอ?”
คามิวฟังอย่างงุนงงว่าห้องพักมีเต็มได้ไงโดยที่พวกเธอกะไว้ว่าพวกปีหนึ่งที่จะเข้ามาเรียนนั้นจะมีสมาชิกเข้ามาเยอะเพียงใดแต่อีกฝ่ายบอกว่าห้องเต็มโคตรน่าแปลกใจแต่เื่นี้เธอก็รู้อยู่แล้วหลังจากพวกหนุ่ม ๆพรีเฟ็คบอกเธอว่าเกิดอะไรขึ้นฝั่งหอชาย แต่ไม่นึกว่าเกี่ยวกับเด็กปีหนึ่งที่ว่าจะเป็เด็กชายตรงหน้าเธอ
“เอ่อ...มัลฟอย...ขอโทษด้วยนะ ที่ต้องให้เธออยู่กับพี่ ๆ เขาไปก่อนนะ”
“ไม่เป็ไรหรอกครับ...พวกพี่ ๆ เขาดีกับผมมากเลยครับ...”
คามิวได้ยินแบบนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกละอายใจกับคนของบ้านเธอจริงๆ ก่อนที่จะมองทั้งสองคน “เอาล่ะ พวกเธอก็ไปพักผ่อนได้แล้วล่ะพรุ่งนี้มีเรียนอีกนะ”
“ครับ/ค่ะ!”
อบิเกลมองสกอร์เปียสที่ยังไม่ได้ไปไหนแต่เธอต้องให้อีกฝ่ายกลับไปพักผ่อนเพื่อพรุ่งนี้จะได้เจอกันสกอร์เปียสพยักหน้าก่อนจะเดินจากไปฝั่งหอพักชาย เธอจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเป็ห่วงถ้าไม่มีกฎของหอพักเธอคงข้ามไปดูอีกฝ่ายกลับห้องอย่างปลอดภัยอบิเกลจ้องมองจนอีกฝ่ายหายไปยังไม่ไปไหนจนคามิวที่อยู่ข้าง ๆ เห็นก็แอบยิ้มหน่อย ๆก่อนจะแซวเด็กน้อยเสียหน่อย
“เลิกทำหน้ากังวลเหมือนแม่กำลังส่งลูกเข้าโรงเรียนวันแรกสิ อบิเกล”
“เอ๋!? หนูไม่ใช่แม่เขานะคะ!!” อบิเกลโดยพูดแบบนั้นก็แอบอายๆ ที่ตัวเองแสดงสีหน้าอะไรออกมา
“ไม่ต้องห่วงเดียวฉันให้พวกคนอื่น ๆ ช่วยดูแลสกอร์เปียสให้ฉันว่าปีแรกเขาคงยังไม่มีเพื่อนเท่าไหร่แต่สักปีสองปีเดียวเขาก็ได้เพื่อนเยอะแล้วล่ะนะ”
“เหรอคะ...?”
อบิเกลมองอีกฝ่าย แต่เธอก็ห่วงกลัวอีกฝ่ายจะมีเพื่อนยากเพราะสิ่งที่ผู้ปกครองเคยทำ มันส่งผลถึงลูก ๆของเขาจะเจอกับความโหดร้ายของโลกแค่ไหน
“เอา ๆ พวกคุณลองบัตท่อมรอเธอแล้วนะ อบิเกล”
“เอ๋?”อบิเกลหันไปมองข้างหลังก็เห็นสาว ๆ รอเธอ “กำลังรอเหรอ?”
“ใช่สิ! เราไม่ยอมให้อบิเกลโดนเล่นแน่ ๆ”
“เมื่อกี้กำลังจะหยิบไม้ขึ้นมาร่ายคาถาที่อาจารย์ฟลิตวิกสอนมาใช้กับพวกรุ่นพี่พวกนั้นเลยนี่!!”
“ไฟแรงกันจังนะ แต่อย่าไปยุ่งกับพวกปีเตอร์ดีกว่าพวกนั้นมันพวกเดียวกับแม็กนัสนะ”
“ผู้ชายคนนั้นนะเหรอ?” อบิเกลนึกถึงชายหนุ่มผมสีน้ำตาลที่มาวุ่นวายตอนเข้าหอครั้งแรกของเธอขึ้นมาทันที
“ใช่ เ้าบ้านั้นล่ะ หมอนั้นคุมพวกเด็กเกเรทั้งในบ้านเราและบ้านข้าง ๆได้เลยล่ะนะ”
“บ้านอื่นมีพวกเกเรด้วยเหรอ?”
“ใช่ เธอต้องระวังนะ อบิเกล เธอนี่ศัตรูเยอะกว่าที่ฉันคิดอีกนะ”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นไม่อยากคิดเลยว่าตัวเองจะมีศัตรูอีกกี่คนภายในโรงเรียนนี้แค่ข้างนอกก็มีแต่พวกผู้ใหญ่ตอนนี้เธอกำลังมีรุ่นเดียวกันกับรุ่นพี่กำลังเป็ศัตรูกับเธอพวกอบิเกลเดินกลับมาที่ห้องพัก ทุกคนต่างล้มลงนอนบนเตียงของใครของมันพวกแพนซี่เตรียมที่จะไปอาบน้ำกันลูน่าก็จะไปด้วยจนเอวาหันมาถามอบิเกลที่ยังนอนอยู่
“อบิเกลไปอาบน้ำกัน”
“พวกเธอไปก่อนเลย...เดียวฉันไปเองได้”
“ไม่ได้นะ...พวกเราต้องไปด้วยกันสิ...”
“ไม่เป็ไร...เวลาพักแบบนี้คงไม่มีใครมาวุ่นวายกับฉันตอนอยู่ในห้องตัวเองหรอกพวกเธอไปอาบน้ำก่อนเถอะ”
“แต่ว่า...”
“เอวา...” ลูน่าเอ่ยเรียกอีกฝ่าย
เอวาหันไปหาอีกฝ่ายที่เรียกเธอ ลูน่าส่ายหน้าแล้วเรียกเธอให้ไปด้วยเหมือนเธอรู้ว่าปล่อยอบิเกลพักไปสักเดี๋ยว แล้วพวกเธอค่อยกลับมาพาเธอไปอีกรอบก็ได้ถ้ายังไม่ดื้อดึงอาจจะทำให้อบิเกลรำคาญเอวามองลูน่าที่เหมือนกำลังสื่ออะไรกับเธอนั้นทำให้เธอถอนหายใจเบา ๆ
“งั้นอยู่นี่น่า เดียวพวกเราจะรีบกลับมา”
“จ้า...ไม่ต้องรีบกันนะ”
พวกสาว ๆต่างมองกันก่อนจะเตรียมชุดของตนเองแล้วเตรียมเดินออกไปห้องอาบน้ำกันโดยปล่อยให้อบิเกลอยู่ภายในห้องคนเดียวพอไม่มีคนอยู่ในห้องอบิเกลก็ลุกขึ้นมานั่งถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจกับวันนี้ที่เป็วันที่เธอรู้สึกหนักใจที่สุดเธอหยิบของต่าง ๆ ของตัวเองออกมาจนกระทั่งเธอหยิบหนังสือออกมาเธอจำได้ว่ามันคืออะไรก่อนจะเปิดไปหน้าหนึ่งก็เห็นหญิงสาวผมสีแดงอยู่ภายในเธอหันหลังเมื่อหนังสือปิดแต่พอหนังสือเปิดออกเธอก็หันมามองเด็กน้อยที่เธอเจอกี่ครั้งก็ยิ้มให้
“อบิเกล เป็ไงมั้งจ้า~ ทุกอย่างเรียบร้อยไหม?พวกสก็อตจัดการทุกอย่างจบไหม?”
“ไม่แน่ใจนะคะ...หนูแยกกับคุณอามาแล้วนะ...” อบิเกลตอบด้วยสีหน้านิ่งๆ
จิเนฟราเห็นสีหน้าของเด็กน้อยก็เกิดความกังวลขึ้นมา “เป็อะไรนะอบิเกล หนูเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ...หนูแค่...รู้สึกเหนื่อยนะคะ...”
“เหนื่อย? หนูอบิเกลไม่เคยเหนื่อย...ใครทำหรือ?ให้ฉันไปจัดการให้ไหม?”
“คุณจะทำอะไรได้?”
“งั้นลองเล่ามาสิว่าเกิดอะไรขึ้น...”
อบิเกลจ้องมองอีกฝ่ายพอได้มองอีกฝ่ายเธอรู้สึกอบอุ่นเหมือนอีกฝ่ายเป็คนน่าไว้ใจที่สุดเท่าที่เธอเคยรู้จักใครมาเธอเล่าเื่ทั้งหมดให้อีกฝ่ายฟังั้แ่ไปซื้อของจนมาถึงวันที่สองที่อยู่ที่นี่นั้นทำให้จิเนฟราได้ยินก็รู้สึกไม่พอใจจนเธอต้องเก็บสีหน้าไว้แต่ก็ทำสีหน้าอ่อนโยนออกมาอีกครั้งอบิเกลเห็นสีหน้าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปก่อนจะเป็ปกติทำให้สงสัยเลยว่าทำไมอีกฝ่ายโกรธงั้นเหรอ
“เมื่อกี้...สีหน้าคุณ...ดูโกรธหน่อย ๆ คุณโกรธที่พวกเขารังแกหนูเหรอคะ?”
“ใครจะโกรธล่ะ!!...หนูเป็...สิ่งสำคัญของฉัน...ถ้าฉันยังมีชีวิตอยู่...ฉันก็อยากอยู่ข้างๆ หนูแล้วบอกว่าไม่เป็ไร...แต่เื่แบบนี้คงไม่เกิดขึ้นถ้าฉันยังอยู่ข้าง ๆ หนู”
จิเนฟราอย่างออกมาอย่างรู้สึกผิดที่ตนเองนั้นไม่สามารถอยู่ข้างๆ ได้ เพราะเธอเป็เพียงความทรงจำในภาพวาดเท่านั้นนั้นยิ่งทำให้เธอรู้สึกเ็ปภายในใจของเธอมาก ๆ
“คิก ๆ จะช่วยจัดการพวกเขาให้เหรอคะ?” อบิเกลเอ่ยถามพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหมือนฝืนยิ้มออกมา
“จ๊ะ…ฉันจะทำ!!”
น้ำเสียงอีกฝ่ายที่ดูมีความมุ่งมั่นทำให้อบิเกลรู้สึกแปลกๆ ข้างในหน้าอก เธอไม่ใช่ครอบครัวเธอแต่ทุกคำพูดนั้นช่างอบอุ่นจนเธอมีน้ำตาไหลออกมาเธอรีบเช็ดมันเหมือนอีกฝ่ายเห็นว่าเธอนั้นร้องไห้ออกมา
“แอ็บบี้!!”
“ขอบคุณนะคะ...คุณจิเนฟรา...ที่เราไม่ได้รู้จักกันแท้ ๆแต่คุณกลับทำเหมือนเราเป็ครอบครัวเดียวกันแบบนี้”
จิเนฟราได้ยินแต่ยิ้มเธอจ้องมองใบหน้าอันน่ารักของเด็กน้อยทำให้อยากวาดฝันให้ตัวเองเข้าไปกอดอีกฝ่ายและปลอบโยนเธออยากเป็กำลังใจให้เด็กน้อยมาก ๆแต่คำพูดของอีกฝ่ายก็ทำให้อบิเกลร่างเริงขึ้นใบหน้าอันเหนื่อยล้าหายไปทันทีเวลาผ่านไปได้ไม่นานนักพวกลูน่าก็กลับมาจากไปห้องน้ำอบิเกลก็เตรียมตัวเก็บของทุกอย่างเพื่อจะอาบน้ำต่อ เจนน่าเห็นก็จะอาสาพาอีกฝ่ายไปแต่ว่าพวกฟาร่าพูดเสียงก่อน
“อบิเกลเราพาไปห้องน้ำนะ!”
“อ๊ะ...แต่ว่า...” อบิเกลจะปฏิเสธก็โดนสองสาวมาเกี๊ยวแขนทันที
“ไม่!! ตอนนี้ที่ห้องน้ำมีนักเรียนเยอะมาก!! พวกเราจะพาเธอไปเอง!!”
“ใช่ ๆ”
แพนซี่กับฟาร่ารีบพาอบิเกลออกไปทันทีทำเอาเ้าตัวไปไม่เป็เลยที่มีเพื่อนที่บริการตัวเธอดีเกินไปสุด ๆจนเธอต้องหาทางทำให้คนรอบข้างไม่ทำร้ายเธอจนเพื่อน ๆ อุ้มชูเธอขนาดนี้
‘เจอแบบนี้อยากกลับบ้านไปใช้ชีวิตปกติจริง ๆ อาสก็อตช่วยหลานด้วย~’ อบิเกลแอบร้องไห้ในใจ
จบตอนที่ 14 โปรดติดตามตอนที่15 ต่อไป