ตระกูลใหญ่หายไป
ด้วยระยะเวลาไม่ถึงสิบนาที ไม่ว่าจะเป็นคนของแก๊งเหยี่ยวแดงหรือว่าคนของตระกูลเทียน ต่างนอนทอดกายกลายเป็นศพที่แทบเท้าของฉู่เหรินหยวน
แม้จะฆ่าคนไปรวดเดียวถึงแปดสิบคน แต่ฉู่เหรินหยวนไม่มีความรู้สึกใดบนใบหน้าเลยสักนิด คนพวกนี้ที่คิดจะทำลายตระกูลของเขา ล้วนสมควรตายกันทั้งนั้น
“เป็นพวกแกรนหาที่ตายเอง!” ฉู่เหรินหยวนกวาดสายตามองศพทั้งหมดรอบหนึ่ง พลางพูดออกมาอย่างเย็นชา จากนั้นเขาก็หายตัวไป
ถ้าหากจะถามว่าเขาหายตัวไปไหนนั้น คำตอบไม่อาจมีคำตอบใดอื่นได้ นอกจากเขาหายตัวไป เพื่อที่จะไปฆ่าคนของตระกูลเทียน!
...................................................
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงค่ำ เซี่ยงไฮ้ต้องสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ เมื่อสำนักข่าวชื่อดังในเซี่ยงไฮ้ได้เผยแพร่ข่าวออกมาว่าคฤหาสน์และบริษัทต่างๆ ในเครือของตระกูลเทียนต่างถูกทำลาย มีคนล้มตายเป็นจำนวนมาก
ซึ่งคนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นคนของตระกูลเทียน ตระกูลเทียนตอนนี้ได้จบสิ้นแล้วอย่างแท้จริง ถึงต่อให้มีใครรอดชีวิต ก็ไม่อาจที่จะกลับมาผงาดเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของตระกูลของเซี่ยงไฮ้ได้อีก
ผู้ที่ลงมือ ชัดเจนว่าเป็นฉู่เหรินหยวนอย่างไม่ต้องสงสัย!
บ้านของหลินเฉิน เขาในตอนนี้กำลังนั่งดูข่าวอยู่กับลูกสาวของเขา รวมทั้งพ่อของเขาหลินไคด้วย ส่วนแม่ของเขานั้นกำลังทำอาหารอยู่
‘ลงมือได้เด็ดขาดดี’ หลินเฉินพักหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบ เขาย่อมรู้อยู่แล้วว่าเป็นฉู่เหรินหยวนที่ลงมือ
แต่ฉู่เหรินหยวนคงจะต้องพบกับความยุ่งยากต่อจากนี้เป็นแน่ ซึ่งความยุ่งยากที่ว่าก็คือกรมความมั่นคงแผ่นดิน
การทำลายตระกูลใหญ่ไปหนึ่งตระกูลเช่นนี้ ย่อมกระทบต่อเศรษฐกิจและขั้วอำนาจในเซี่ยงไฮ้ กรมความมั่นคงไม่มีทางอยู่เฉยแน่
อย่างไรก็ตาม หลินเฉินไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าฉู่เหรินหยวนจะพบกับความยุ่งยากหรือไม่พบ เพราะมันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาอยู่แล้ว
“พ่อคะ วันเสาร์หนูขอไปเล่นกับพี่เสี่ยวไป๋อีกได้ไหม?” หลิงหลิงขยับเข้ามาใกล้หลินเฉิน ใช้น้ำเสียงกระซิบถามเขา ดูท่าว่าเด็กหญิงน้อยคนนี้จะชอบเสี่ยวไป๋มาก
หลินเฉินมองลูกสาวที่น่ารักของเขา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ยกมือขึ้นลูบศีรษะของเธอครั้งหนึ่ง “ได้สิหลิงหลิงน้อยของพ่อ”
“พ่อใจดีที่สุด!” ได้ยินคำตอบของผู้เป็นพ่อ หลิงหลิงก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
หลินไคมองภาพของสองพ่อลูกด้วยรอยยิ้ม เขามีความสุขที่ในที่สุดพ่อลูกคู่นี้ก็สนิทกันสักที
‘เฮ้อ ถ้าอิงเสวี่ยอยู่ด้วย ทั้งหลิงหลิงและเสี่ยวเฉินคงจะมีความสุขมากกว่านี้’ หลินไคต้องถอนหายใจออกมา เมื่อนึกถึงลูกสะใภ้ของเขา
เขารู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ที่มู่อิงเสวี่ยจะกลับมา เพราะฐานะทางตระกูลของเธอนั้นยิ่งใหญ่เกินไป
...........................................
ภายในห้องห้องหนึ่งในโรงแรมที่มีชื่อเสียงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ เล่อไห่นั่งไม่ติด เขาคิดไม่ถึงว่าเรื่องก่อนหน้านี้ยังไม่คลี่คลายจะมีเรื่องใหม่เข้ามาแล้ว
แน่นอนว่าเรื่องใหม่ที่ว่านี้ ก็คือเรื่องที่ตระกูลเทียนถูกทำลาย
“ท่านรอง เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว!” ประตูห้องพลันถูกเปิดออกอย่างแรง พร้อมเสียงตะโกน ผู้ที่ตะโกนคือเล่ยขง เขาวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน
“เกิดอะไรขึ้นอีก?” เล่อไห่ถามด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
เล่ยขงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนตอบเสียงสั่น “กะ...แก๊งเหยี่ยวแดงถูกทำลายแล้ว ทุกคนตายหมด ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว!”
“อะไรนะ?!” เล่อไห่ตกใจจนร้องออกมา “แก๊งเหยี่ยวแดงก็ถูกทำลาย?”
“ใช่ครับ ผมเพิ่งได้รับรายงานเข้ามาจากคนของเราว่า ที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง พบศพของหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดงฟงหลันหัวและลูกชายของเขาฟงเลี่ย รวมไปถึงคนของแก๊งเหยี่ยวแดงทั้งหมดนอนตายจมกองเลือดอยู่ นอกจากนี้ยังมีศพของผู้ฝึกตนตระกูลเทียนอีกสามสิบคนด้วย!”
เล่ยขงพูดออกมาตามความเป็นจริงที่ได้รับรู้มา
“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นกับเซี่ยงไฮ้กันแน่!” ใบหน้าของเล่อไห่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก
เพียงแค่วันเดียว ตระกูลเทียน หนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของเซี่ยงไฮ้ถูกทำลายว่าน่าตกใจพอแล้ว ไม่คาดว่าแก๊งเหยี่ยวแดง หนึ่งในสี่แก๊งใหญ่ของโลกใต้ดินเซี่ยงไฮ้จะมาถูกทำลายด้วย!
เล่ยขงยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่มีคำตอบที่จะตอบหัวหน้าของตน เพราะเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยงไฮ้
“ท่านรอง ผมไปสืบมาแล้ว ผู้ที่ลงมือทำลายตระกูลเทียนคือฉู่เหรินหยวน ผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นกลางของตระกูลฉู่!” ในเวลานี้ ปู้หย่งได้เดินเข้ามาภายในห้อง พร้อมทั้งพูดออกมา
“ฉู่เหรินหยวน?” คิ้วของเล่อไห่ขมวดขึ้นในทันที “มันจะเป็นไปได้อย่างไร?”
บอกตามตรงว่าเขาไม่เชื่อ เนื่องจากฉู่เหรินหยวน ตาแก่ของตระกูลฉู่นั้น มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับท่องนภาขั้นกลาง ไม่มีทางจัดการกับเทียนหมางฮั่น ซึ่งเป็นผู้ฝึกตนในระดับเดียวกันได้แน่ อย่างมากคงได้แค่เสมอกัน
“ต้องมีคนช่วยตาแก่ฉู่เหรินหยวนอย่างแน่นอน!” นี่คือสิ่งที่เล่อไห่คิด
“แล้วพวกเราจะทำยังไงกันดีครับท่านรอง?” ทั้งเล่ยขงและปู้หย่งต่างก็ถามออกมาพร้อมกัน
บอกตามตรงว่าพวกเขาสงสัยเป็นอย่างมาก ว่าท่านรองของพวกเขาจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง?
ด้วยความที่เกิดเรื่องใหญ่อย่างการทำลายทั้งตระกูลและทำลายทั้งแก๊งขึ้นเช่นนี้ หากว่าอยู่เฉย ชื่อเสียงของกรมความมั่นคงแผ่นดินในเซี่ยงไฮ้คงจะได้ป่นปี้กันพอดี
ใบหน้าของเล่อไห่บิดเบี้ยว บอกตามตรงว่าเขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง เรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าขอบเขตอำนาจของเขา เขาที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นต้น ไม่อาจตัดสินใจได้
“คงต้องให้หัวหน้าใหญ่จัดการ!” เล่อไห่พูด เขาตัดสินใจที่จะไปขอให้พยัคฆ์แดนไกลเสี่ยอ้าวมาช่วยจัดการเรื่องนี้ให้
ไม่ว่ายังไงอีกฝ่ายก็เป็นหัวหน้าใหญ่ของกรมความมั่นคงแผ่นดินเซี่ยงไฮ้ ย่อมต้องออกหน้ามาจัดการอยู่แล้ว
เล่ยขงและปู้หย้ง เมื่อได้ยินว่าเล่อไห่จะขอให้เสี่ยอ้าวออกหน้ามาจัดการ พวกเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น หัวหน้าใหญ่เป็นคนที่พวกเขานับถือมาก ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่ง และทัศนคติ รวมไปถึงนิสัย
หลังจากที่ตัดสินใจแล้ว เล่อไห่ก็ไม่ได้รอช้าเลยสักนิด เขาออกจากโรงแรม มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เสี่ยอ้าวอาศัยอยู่ในทันที
เสี่ยอ้าวอาศัยอยู่ในภูเขาลูกหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ เป็นสถานที่ที่คนธรรมดาไม่อาจที่จะมาได้ เขาใช้เวลาอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้ว เหตุผลมีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการปิดด่านฝึกตน เพื่อทะลวงไปยังระดับเทพสวรรค์
แต่แม้จะผ่านมาหลายปี เสี่ยอ้าวก็ยังไม่สามารถที่จะทะลวงเข้าไปยังระดับเทพสวรรค์ได้
เล่อไห่ในตอนนี้ได้มาหยุดอยู่ที่หน้าถ้ำบนภูเขา เขาไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปแต่อย่างใด เขายืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่จะตะโกนออกไป “ท่านหัวหน้าใหญ่ ข้าเล่อไห่มาขอเข้าพบท่าน!”
ทุกอย่างรอบด้านเงียบหายไปสักพัก พลันมีเสียงที่แข็งแกร่งตอบกลับมา “เล่อไห่รึ?”
“ใช่ ข้าเอง” เล่อไห่รีบพูดออกไป การพูดคุยกับเสี่ยวอ้าว เขาจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาของผู้ฝึกตน เพราะเสี่ยอ้าวชอบใช้ภาษาของผู้ฝึกตนมากกว่า
จบบทที่ 50