เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 93 เผชิญหน้า

            สิ่งนี้สอดคล้องกับการคาดเดาในใจของเยี่ยนเจาเจาเมื่อหันไปมอง ก็จับร่องรอยตกตะลึงที่แวบผ่านใบหน้าของหยวนอีย่วนได้ตามคาด

            ใบหน้านางขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว เห็นชัดว่านางไม่ได้คิดว่าเรื่องราวจะดำเนินไปเช่นนี้

            ทว่าเยี่ยนเจาเจารู้สึกตั้งแต่ตอนที่สายตาของหยวนหมินหยุดนิ่งตรงหยวนอีย่วนชั่วขณะแล้วแววตาของหยวนหมินไร้ซึ่งความสงสารต่อหยวนอีย่วน เขานิ่งไปพักหนึ่งเพียงเพราะเพิ่งนึกออกว่าตนยังมีบุตรสาวคนนี้อยู่

            นอกเหนือจากนี้ หยวนหมินดูจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย

            ไม่รู้ว่านายหญิงใหญ่มีความขัดแย้งรุนแรงอะไรกับคนในเรือนและไม่รู้ว่าบุตรอนุภรรยาของตนอยู่เรือนแสดงละครเก่ง จนสามารถบีบภรรยาเอกของเขาจนมุมอย่างไร

            เยี่ยนเจาเจายืดตัวขึ้นฉับพลัน นางเอนตัวไปข้างกายหนานหมิงเหอกระซิบกับเขาแผ่วเบา “พี่ชาย จดหมายของพวกเราไปไม่ถึงหมิ่นหนานหรือเจ้าคะ?”

            หนานหมิงเหอรู้ว่าเยี่ยนเจาเจาสามารถคาดเดาเรื่องราวได้จากการสังเกตเบาะแสร่องรอยเล็กๆน้อยๆ นี้ เขาตบหลังเจาเจาเบาๆ ตอบรับเป็นนัยว่าใช่

            เยี่ยนเจาเจาคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับเรื่องนี้

            จดหมายของพวกเขาส่งไปไม่ถึงหมิ่นหนาน นั่นหมายความว่าจดหมายของหยวนอีย่วนก็ไปไม่ถึงมือหยวนหมินเช่นกัน

            หยวนหมินอาจไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ!

            และเวลานี้เองบุคคลที่ไม่คาดคิดก็เดินวางท่าเข้ามาจากประตูลานเรือน

            เป็นหยวนหยางฮุย

            ไม่พบหน้ากันเพียงเดือนสองเดือนภาพลักษณ์ของหยวนหยางฮุยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

            รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ของเขาหายไปถูกแทนที่ด้วยเด็กหนุ่มที่ร่างสูงเพรียวขึ้น และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว

            อาจเป็นเพราะเขาสืบพันธุ์ไม่ได้แล้วใบหน้าหยวนหยางฮุยจึงดูนุ่มนวลและงดงามขึ้น

            ชั่วขณะนั้น เขาเอนกายพิงประตูลานเรือนอย่างเกียจคร้านมุมปากกระตุกอย่างชั่วช้า ผิวปากเสียงดังใส่หยวนอีย่วน ดูอันธพาล แต่แฝงไปด้วยความงามน่าอัศจรรย์เช่นกัน

            มือเขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อราวกับเล่นกลคีบโบกไปมาระหว่างนิ้ว “น้องหญิง เจ้าเคยเห็นสิ่งนี้หรือไม่”

            รูม่านตาหยวนอีย่วนหดเล็กลงทันใด แต่กลับส่ายศีรษะ“ไม่เคยเห็น”

            เด็กในท้องนายหญิงใหญ่เป็นของหยวนหมิน ยังไม่ทำให้นางตกใจเท่านี้พลันนั้นเยี่ยนเจาเจาก็เข้าใจ จดหมายนั่นน่าจะเป็นฉบับที่หยวนอีย่วนส่งไปหมิ่นหนาน

            ขณะนั้นเอง เสียงถอนหายใจพลันดังขึ้นด้านหลังหยวนหยางฮุยมือข้างหนึ่งคว้าจดหมายออกจากมือหยวนหยางฮุย ฉีกสองสามครั้งก็เปิดผนึกจดหมายออกแล้วอ่านเนื้อหาข้างในทั้งหมด

            เจ้าของมือคู่นั้นก็คือผู้อาวุโสหยวนมู่

            สีหน้าเขามิได้เปลี่ยนแปลงมากนักแต่สีหน้าหยวนอีย่วนกลับเปลี่ยนทันที ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาค่อยๆ หลั่งลงมา

            แน่นอน หยวนอีย่วนทราบดีว่าในจดหมายนั้นตนเขียนสิ่งใดไว้

            สิ่งที่นางถนัดที่สุดคือการเล่นกับจิตใจของผู้คน ดังนั้นนางจึงรู้ว่าต้องใช้อะไรถึงจะกระตุ้นสองเป้าหมายที่ต่างกันได้ผลที่สุด

            ท่านปู่และท่านพ่อไม่เหมือนกัน ดังนั้นจดหมายไม้ตายนั่นย่อมต้องเขียนต่างกัน

            หยวนอีย่วนสามารถใช้คำสองคำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและยุยงปลุกปั่นมากที่สุดเพื่อกระตุ้นท่านปู่และท่านพ่อให้เกิดโทสะ นางกลับคาดไม่ถึงว่าท่านปู่จะได้อ่านจดหมายฉบับนี้

            ทั้งที่ตัวเขาเกลียดเด็กที่เกิดจากนายหญิงผู้เฒ่าที่สุดเหตุใดตอนนี้ถึงมาอยู่กับหยวนหยางฮุย แล้วยังเห็นจดหมายฉบับนี้กัน?

            อย่างไรเสียหยวนอีย่วนก็ยังเด็กเป็นไปไม่ได้ที่เขาไท่ซานถล่มจะไม่เปลี่ยนสีหน้า [1]

            เดิมทีนางคิดว่าตนเองชนะกระดานหมากตานี้แล้ว ไม่เพียงถอนอำนาจนายหญิงใหญ่ได้แต่ยังค่อยๆ กลืนกินขอบเขตอิทธิพลของนายหญิงใหญ่ทีละนิดด้วย จึงไม่คิดมาก่อนว่านายหญิงใหญ่ที่นิ่งเงียบจะกลับมาผงาดอีกครั้งในสภาวะที่เสียเปรียบทุกทางเช่นนี้!

            จิตใจนางสับสนร้อนรนไปหมด

            หยวนอีย่วนทราบดีไม่ว่าตอนนี้หยวนหมินจะรู้สิ่งที่นายหญิงใหญ่กระทำหรือไม่นางก็สูญเสียความเชื่อใจและการสนับสนุนที่ผู้อาวุโสหยวนมู่มีต่อนางแล้ว

            นางจ้องผู้อาวุโสหยวนมู่ด้วยน้ำตาคลอเบ้าริมฝีปากขยับเอ่ยอ้ำๆ อึ้งๆ “ท่านปู่... ข้าผิดไปแล้ว...”

            แต่กลับไร้ประโยชน์เสียแล้ว

            หยวนอีย่วนพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการก้มศีรษะยอมรับผิดและเริ่มยอมรับผิดให้มีประโยชน์ไปแล้ว ตอนนี้ผู้อาวุโสหยวนมู่จับได้คาหนังคาเขาความเชื่อใจของเขาที่มีต่อนางสลายไป ยังจะให้เขามาฟังคำขอโทษจากหยวนอีย่วนอีกหรือ?

            หยวนมู่เพียงยิ้มหยัน

            เขาไม่ได้เยาะเย้ยว่าวิธีของหยวนอีย่วนล้มเหลวทั้งที่ใกล้สำเร็จแค่รู้สึกว่าตัวเองโลดแล่นในท้องพระโรงนานหลายปี สุดท้ายกลับถูกเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งใช้ความรู้สึกปั่นหัว

            ผู้อาวุโสหยวนมู่กำลังหัวเราะเยาะตัวเอง

            เขาค่อยๆ ยัดจดหมายกลับใส่มือหยวนหยางฮุยหันหลังกลับและเดินจากไป

            เยี่ยนเจาเจาขยิบตาให้เจินเจินและอ้ายอ้ายทันที

            ล้อกันเล่นหรือ ช่วงเวลาที่อึมครึมหม่นหมองเช่นนี้ย่อมเป็นจังหวะไต่เต้าของฝ่ายเรา!

            แต่พูดอย่างนี้ก็ดูจะเห็นแก่ผลประโยชน์เกินไปเยี่ยนเจาเจารู้ว่าเป็นเรื่องยากที่นางกับผู้อาวุโสหยวนมู่จะเกิดความสัมพันธ์เชิงปู่หลานจริงๆมีเพียงเจินเจิน อ้ายอ้ายกับผู้อาวุโสหยวนมู่เท่านั้นที่เป็นปู่หลานกันอย่างแท้จริง

            ดังนั้นเจินเจินและอ้ายอ้ายจึงติดตามไปโดยพลัน

            เจินเจินและอ้ายอ้ายเดินไปแล้วโจวซื่อจะยอมอยู่ลำพังได้อย่างไร!

            นางวางหยวนอีย่วนไว้บนม้าหินในลานเรือนเรียกสาวใช้สองคนมาดูแลนาง แล้วรีบไล่ตามเจินเจินกับอ้ายอ้ายไป

            ในเรือนตอนนี้เหลือเพียงพวกเยี่ยนเจาเจาสองคนหยวนอีย่วนซึ่งทำอะไรไม่ถูก และหยวนหยางฮุยที่กระตุกมุมปากดูอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต

            หยวนอีย่วนเหลือบมองหนานหมิงเหอโดยไม่รู้ตัว

            หัวใจเยี่ยนเจาเจาเต้นแรง นางมองหนานหมิงเหอเพื่ออะไร?

            แววตาของหยวนอีย่วนเมื่อครู่ลึกซึ้ง แฝงไปด้วยความหมายซับซ้อน

            เยี่ยนเจาเจามองเห็นความขมขื่นที่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการและความขุ่นเคืองจากจิตใต้สำนึกเจืออยู่ในแววตาของหยวนอีย่วนความระแวดระวังในใจพุ่งขึ้นสูงสุดทันที เหตุใดนางถึงได้มองหนานหมิงเหอ?

            สิ่งนี้ทำให้เยี่ยนเจาเจาไม่พอใจพริบตานั้นนางนึกถึงเรื่องที่หนานหมิงเหอบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมบอกตนก่อนหน้านี้

            นางไม่มีทางไม่เชื่อหนานหมิงเหอแค่รู้สึกว่าหยวนอีย่วนกระทำผิดจริง ตอนแรกนางแสดงว่าโดนรัดเท้าเยี่ยนเจาเจายังช่วยเหลือนางห่างๆ แต่นางกลับมารุกล้ำอาณาเขตของตนเช่นนั้นหรือ?

            สิ่งนี้ทำเยี่ยนเจาเจาอึดอัดไปทั้งตัวทันที

            หนานหมิงเหอรู้สึกถึงความไม่พอใจที่เอ่อล้นออกมาจากเด็กสาวในอ้อมแขนของเขาจึงรีบตบหลังปลอบโยนเยี่ยนเจาเจาแผ่วเบา

            หยวนอีย่วนเพียงทอดมองแวบหนึ่งก่อนนางจะจมลงสู่ความคิดของตัวเอง

            ข้างนอกบรรยากาศหนักอึ้งเช่นเดียวกับในเรือน

            นายหญิงผู้เฒ่าไม่ทันตั้งตัวกับการกลับมาของหยวนหมินและยังไม่คาดคิดว่าคราวนี้บุตรชายจะปกป้องภรรยาตนเองอย่างแน่วแน่ทั้งยังถลึงตามองนาง

            แน่นอนว่านายหญิงผู้เฒ่าไม่ยอม นางงัดวิธีที่ตนเองถนัดที่สุดตีอกชกหัวให้อีกฝ่ายตามใจ “หมินเอ๋อร์ เจ้าทำอะไรน่ะ! นางโสเภณีอาศัยช่วงที่เจ้าไม่อยู่ลอบคบชู้แม่ทำเพื่อรักษาหน้าของเจ้า แต่เจ้ากลับมาโทษแม่หรือ!”

            หยวนหมินขมวดคิ้ว ดูจับต้นชนปลายไม่ถูก “ท่านแม่ท่านพูดเรื่องอะไรน่ะ? มีชู้อะไร โสเภณีอะไร เหตุใดลูกไม่เข้าใจ?”

            หยวนหมินไม่รู้เรื่องเหล่านี้จริงๆ

            นายหญิงผู้เฒ่ายังอยากกล่าวต่อ แต่นายหญิงใหญ่ที่ร้องไห้แทบหมดลมในอ้อมอกของหยวนหมินก็พยายามดิ้นรนลุกขึ้นจากอ้อมแขน น้ำตานองหน้าแต่กลับยังคุกเข่าอยู่บนพื้น

            “จ้งหลาง [2] เชี่ยเซินมีความผิดที่ไม่เคยบอกจ้งหลางเพราะข้าดูแลฮุยเกอเอ๋อร์ไม่ดี และถูกอาย่วนฟ้องว่ากระทำการโหดร้ายเลยโดนท่านแม่หย่าขาดนานแล้ว

            เป็นเชี่ยเซินที่ทำดีไม่พอเป็นเชี่ยเซินที่ทำให้ท่านแม่ผิดหวังรู้สึกเสียใจต่อบรรพชนที่มิอาจเป็นสะใภ้ที่ดีของจวนสกุลหยวน

            เดิมทีเชี่ยเซินคิดว่าชีวิตนี้โชคชะตาระหว่างจ้งหลางคงจบสิ้นแล้วแต่เชี่ยเซินยังมิอาจฝืนใจตัดขาดจ้งหลาง หลายวันก่อนหน้านี้จ้งหลางเขียนมาว่าต้องเดินทางไปทำงานราชการผ่านซูโจวเชี่ยเซินมิอาจระงับความคิดถึงอย่างรวดร้าวไหว จึงหาข้ออ้างออกมาพบจ้งหลางเก็บมันไว้เป็นภาพฝันในวสันต์สารท ตื่นขึ้นก็ไม่มีทางเป็นจริง...

            แต่เชี่ยเซินมีลูกของจ้งหลาง ชีวิตเชี่ยเซินนั้นไร้ค่าไปที่ใดนั้นไม่สำคัญ แต่ลูกของจ้งหลางมิอาจทนทรมานกับเชี่ยเซินได้จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะอยู่จวนสกุลหยวนต่ออย่างดื้อดึง

            แต่นายหญิงผู้เฒ่าไม่อนุญาตให้เชี่ยเซินเลี้ยงดูลูกหลานสกุลหยวนนางด่าฮุยเกอเอ๋อร์และเฉี่ยวเจี่ยเอ๋อร์ของเชี่ยเซินว่าทั้งสองคือตัวหายนะบุตรในท้องก็เช่นกัน ต้องกำจัดทิ้ง จ้งหลาง เชี่ยเซินรู้สึกเสียใจต่อท่านแต่ขอให้ท่านช่วยบุตรในท้องของเชี่ยเซินด้วย เขาบริสุทธิ์นะเจ้าคะ!”

            ลีลาการแสดงของนายหญิงใหญ่ช่างยอดเยี่ยม อธิบายเรื่องราวชัดเจนเรียบง่ายและหยิบยกเรื่องที่ตนตั้งท้องออกมาพูดจนกระจ่างแทบจะในพริบตาทำเอานายหญิงผู้เฒ่าตะลึงงัน

            เยี่ยนเจาเจาจำได้ว่าช่วงต้นเดือนสิบนายหญิงใหญ่กล่าวว่าจะไปหอหยินหลินเพื่อเก็บสมุดบัญชีคงเป็นตอนนั้นที่นางมีช่วงเวลาดีๆ กับหยวนหมิน บางทีนางอาจใช้วิธีการบางอย่าง เพื่อให้ได้เครื่องรางช่วยชีวิตในท้องมา

            นางอดอยากปรบมือให้นายหญิงใหญ่ไม่ได้และเดาว่านายหญิงใหญ่คงรู้ว่าหยวนหมินเคารพนับถือบิดานานแล้วจึงไม่เรียกเขาว่าหมินหลางแต่เป็นจ้งหลาง

            หยวนอีย่วนวางแผนแยบยลเสียดิบดีแต่คงไม่ได้คำนวณว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายหญิงใหญ่และหยวนหมินจะเป็นของจริง เห็นการตอบสนองของหยวนหมินดูเหมือนเขาจะรักและเคารพภรรยาเอกของตนมาก

            หากเป็นเมื่อก่อน นายหญิงผู้เฒ่าคงคิดปกป้องนายหญิงใหญ่ทว่าตอนนี้ผู้อาวุโสหยวนมู่ลั่นวาจาลงมาแล้ว จวนสกุลหยวนจะมีนายหญิงสกุลหลินได้เพียงคนเดียวนางจึงอยากทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อกำจัดนายหญิงใหญ่ออกไปเสีย

            นายหญิงผู้เฒ่าไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้ หยวนหมินกลับอธิบาย“เมื่อครึ่งปีก่อน ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ลูกย้ายไปเมืองจิ้นเฉิง [3] เพื่อทำงานแทนเขาชั่วคราว เพราะเป็นราชการลับมิอาจบอกกล่าวต่อครอบครัวจึงไม่ได้ทำเอิกเกริกใหญ่โต เขียนบอกแค่เหวินฮุ่ย

            สิ้นเดือนสิบเรื่องราวจบลงถึงกลับเมืองหมิ่นหนานผ่านทางซูโจวเหวินฮุ่ยมิกล้าพูดอะไร เลยออกมาต้อนรับลูก บุตรในท้องนางต้องเป็นบุตรของลูกแน่เหวินฮุ่ยระมัดระวังตัวเสมอ นางจะมีชู้ได้อย่างไร?”

            เหวินฮุ่ยมิใช่ชื่อของนายหญิงใหญ่อาจเป็นชื่อเล่นที่หยวนหมินตั้งให้นาง แสดงให้เห็นว่าสองสามีภรรยามีความสัมพันธ์ที่ไม่เลว

            หยวนหมินเชื่อใจนายหญิงใหญ่มากดังนั้นเมื่อนายหญิงผู้เฒ่าเล่าเรื่องหยวนอีย่วนราวกับเอะอะให้ฟังอีกครั้งหยวนหมินเพียงถอนหายใจแล้วกล่าวว่าภรรยาเลอะเลือนไปจริงๆ

            แต่คนเราหาใช่นักปราชญ์ ไหนเลยจะไม่เคยทำผิดช่วงนี้ก็รู้ความผิดตนแล้ว ยิ่งกว่านั้นขาของย่วนเจี่ยเอ๋อร์ยังโชคดีไม่เป็นอันใดมากและกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวปรองดองกันไว้จะดีกว่า

            เขาไม่สนใจบุตรอนุภรรยาของตนเองสักนิดซึ่งหยวนอีย่วนคงไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้เช่นกัน

            หยวนหมินไม่ได้เห็นจดหมายฉบับนั้นน้ำหนักของคำพูดก็ยิ่งลดลงเมื่อนายหญิงใหญ่เป็นคนเอ่ยกอปรกับหยวนหมินและหยวนอีย่วนไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในฐานะบิดาและบุตรสาวมากนัก

            วันนี้หยวนอีย่วนพ่ายแพ้ยับเยินแล้ว

            นายหญิงผู้เฒ่าตกตะลึงอ้าปากค้างไม่รู้มาก่อนว่าบุตรชายตนจะโดนสตรีคนหนึ่งมัดใจได้เพียงนี้นางจึงยกพฤติกรรมทั้งหมดของหยวนหยางฮุยช่วงนี้ออกมาพูด

            เอ่ยยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงหยวนหยางฮุยเอ่ยอย่างเกียจคร้านดังขึ้นจากด้านนอก “ท่านย่าหลานรู้แล้วว่าทำผิดขอรับ”

            หรือเรื่องนี้ หยวนหยางฮุยจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย?

            -------------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] เขาไท่ซานถล่มจะไม่เปลี่ยนสีหน้า หมายถึงเรื่องกะทันหันเกิดขึ้นก็สงบนิ่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะภายนอก

            [2] หลาง เป็นคำที่ภรรยามักใช้เรียกสามีของตน วางต่อท้ายชื่อของสามี

            [3] เมืองจิ้นเฉิง หมายถึงเมืองที่ตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลซานซีทางภาคกลางของจีนในปัจจุบัน

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808