สิ่งนี้สอดคล้องกับการคาดเดาในใจของเยี่ยนเจาเจาเมื่อหันไปมอง ก็จับร่องรอยตกตะลึงที่แวบผ่านใบหน้าของหยวนอีย่วนได้ตามคาด
ใบหน้านางขมวดคิ้วอย่างไม่รู้ตัว เห็นชัดว่านางไม่ได้คิดว่าเรื่องราวจะดำเนินไปเช่นนี้
ทว่าเยี่ยนเจาเจารู้สึกตั้งแต่ตอนที่สายตาของหยวนหมินหยุดนิ่งตรงหยวนอีย่วนชั่วขณะแล้วแววตาของหยวนหมินไร้ซึ่งความสงสารต่อหยวนอีย่วน เขานิ่งไปพักหนึ่งเพียงเพราะเพิ่งนึกออกว่าตนยังมีบุตรสาวคนนี้อยู่
นอกเหนือจากนี้ หยวนหมินดูจะไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ไม่รู้ว่านายหญิงใหญ่มีความขัดแย้งรุนแรงอะไรกับคนในเรือนและไม่รู้ว่าบุตรอนุภรรยาของตนอยู่เรือนแสดงละครเก่ง จนสามารถบีบภรรยาเอกของเขาจนมุมอย่างไร
เยี่ยนเจาเจายืดตัวขึ้นฉับพลัน นางเอนตัวไปข้างกายหนานหมิงเหอกระซิบกับเขาแผ่วเบา “พี่ชาย จดหมายของพวกเราไปไม่ถึงหมิ่นหนานหรือเจ้าคะ?”
หนานหมิงเหอรู้ว่าเยี่ยนเจาเจาสามารถคาดเดาเรื่องราวได้จากการสังเกตเบาะแสร่องรอยเล็กๆน้อยๆ นี้ เขาตบหลังเจาเจาเบาๆ ตอบรับเป็นนัยว่าใช่
เยี่ยนเจาเจาคิดใคร่ครวญเกี่ยวกับเรื่องนี้
จดหมายของพวกเขาส่งไปไม่ถึงหมิ่นหนาน นั่นหมายความว่าจดหมายของหยวนอีย่วนก็ไปไม่ถึงมือหยวนหมินเช่นกัน
หยวนหมินอาจไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดเลยด้วยซ้ำ!
และเวลานี้เองบุคคลที่ไม่คาดคิดก็เดินวางท่าเข้ามาจากประตูลานเรือน
เป็นหยวนหยางฮุย
ไม่พบหน้ากันเพียงเดือนสองเดือนภาพลักษณ์ของหยวนหยางฮุยเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
รูปร่างอ้วนท้วนสมบูรณ์ของเขาหายไปถูกแทนที่ด้วยเด็กหนุ่มที่ร่างสูงเพรียวขึ้น และน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว
อาจเป็นเพราะเขาสืบพันธุ์ไม่ได้แล้วใบหน้าหยวนหยางฮุยจึงดูนุ่มนวลและงดงามขึ้น
ชั่วขณะนั้น เขาเอนกายพิงประตูลานเรือนอย่างเกียจคร้านมุมปากกระตุกอย่างชั่วช้า ผิวปากเสียงดังใส่หยวนอีย่วน ดูอันธพาล แต่แฝงไปด้วยความงามน่าอัศจรรย์เช่นกัน
มือเขาหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อราวกับเล่นกลคีบโบกไปมาระหว่างนิ้ว “น้องหญิง เจ้าเคยเห็นสิ่งนี้หรือไม่”
รูม่านตาหยวนอีย่วนหดเล็กลงทันใด แต่กลับส่ายศีรษะ“ไม่เคยเห็น”
เด็กในท้องนายหญิงใหญ่เป็นของหยวนหมิน ยังไม่ทำให้นางตกใจเท่านี้พลันนั้นเยี่ยนเจาเจาก็เข้าใจ จดหมายนั่นน่าจะเป็นฉบับที่หยวนอีย่วนส่งไปหมิ่นหนาน
ขณะนั้นเอง เสียงถอนหายใจพลันดังขึ้นด้านหลังหยวนหยางฮุยมือข้างหนึ่งคว้าจดหมายออกจากมือหยวนหยางฮุย ฉีกสองสามครั้งก็เปิดผนึกจดหมายออกแล้วอ่านเนื้อหาข้างในทั้งหมด
เจ้าของมือคู่นั้นก็คือผู้อาวุโสหยวนมู่
สีหน้าเขามิได้เปลี่ยนแปลงมากนักแต่สีหน้าหยวนอีย่วนกลับเปลี่ยนทันที ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาค่อยๆ หลั่งลงมา
แน่นอน หยวนอีย่วนทราบดีว่าในจดหมายนั้นตนเขียนสิ่งใดไว้
สิ่งที่นางถนัดที่สุดคือการเล่นกับจิตใจของผู้คน ดังนั้นนางจึงรู้ว่าต้องใช้อะไรถึงจะกระตุ้นสองเป้าหมายที่ต่างกันได้ผลที่สุด
ท่านปู่และท่านพ่อไม่เหมือนกัน ดังนั้นจดหมายไม้ตายนั่นย่อมต้องเขียนต่างกัน
หยวนอีย่วนสามารถใช้คำสองคำที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงและยุยงปลุกปั่นมากที่สุดเพื่อกระตุ้นท่านปู่และท่านพ่อให้เกิดโทสะ นางกลับคาดไม่ถึงว่าท่านปู่จะได้อ่านจดหมายฉบับนี้
ทั้งที่ตัวเขาเกลียดเด็กที่เกิดจากนายหญิงผู้เฒ่าที่สุดเหตุใดตอนนี้ถึงมาอยู่กับหยวนหยางฮุย แล้วยังเห็นจดหมายฉบับนี้กัน?
อย่างไรเสียหยวนอีย่วนก็ยังเด็กเป็นไปไม่ได้ที่เขาไท่ซานถล่มจะไม่เปลี่ยนสีหน้า [1]
เดิมทีนางคิดว่าตนเองชนะกระดานหมากตานี้แล้ว ไม่เพียงถอนอำนาจนายหญิงใหญ่ได้แต่ยังค่อยๆ กลืนกินขอบเขตอิทธิพลของนายหญิงใหญ่ทีละนิดด้วย จึงไม่คิดมาก่อนว่านายหญิงใหญ่ที่นิ่งเงียบจะกลับมาผงาดอีกครั้งในสภาวะที่เสียเปรียบทุกทางเช่นนี้!
จิตใจนางสับสนร้อนรนไปหมด
หยวนอีย่วนทราบดีไม่ว่าตอนนี้หยวนหมินจะรู้สิ่งที่นายหญิงใหญ่กระทำหรือไม่นางก็สูญเสียความเชื่อใจและการสนับสนุนที่ผู้อาวุโสหยวนมู่มีต่อนางแล้ว
นางจ้องผู้อาวุโสหยวนมู่ด้วยน้ำตาคลอเบ้าริมฝีปากขยับเอ่ยอ้ำๆ อึ้งๆ “ท่านปู่... ข้าผิดไปแล้ว...”
แต่กลับไร้ประโยชน์เสียแล้ว
หยวนอีย่วนพลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการก้มศีรษะยอมรับผิดและเริ่มยอมรับผิดให้มีประโยชน์ไปแล้ว ตอนนี้ผู้อาวุโสหยวนมู่จับได้คาหนังคาเขาความเชื่อใจของเขาที่มีต่อนางสลายไป ยังจะให้เขามาฟังคำขอโทษจากหยวนอีย่วนอีกหรือ?
หยวนมู่เพียงยิ้มหยัน
เขาไม่ได้เยาะเย้ยว่าวิธีของหยวนอีย่วนล้มเหลวทั้งที่ใกล้สำเร็จแค่รู้สึกว่าตัวเองโลดแล่นในท้องพระโรงนานหลายปี สุดท้ายกลับถูกเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งใช้ความรู้สึกปั่นหัว
ผู้อาวุโสหยวนมู่กำลังหัวเราะเยาะตัวเอง
เขาค่อยๆ ยัดจดหมายกลับใส่มือหยวนหยางฮุยหันหลังกลับและเดินจากไป
เยี่ยนเจาเจาขยิบตาให้เจินเจินและอ้ายอ้ายทันที
ล้อกันเล่นหรือ ช่วงเวลาที่อึมครึมหม่นหมองเช่นนี้ย่อมเป็นจังหวะไต่เต้าของฝ่ายเรา!
แต่พูดอย่างนี้ก็ดูจะเห็นแก่ผลประโยชน์เกินไปเยี่ยนเจาเจารู้ว่าเป็นเรื่องยากที่นางกับผู้อาวุโสหยวนมู่จะเกิดความสัมพันธ์เชิงปู่หลานจริงๆมีเพียงเจินเจิน อ้ายอ้ายกับผู้อาวุโสหยวนมู่เท่านั้นที่เป็นปู่หลานกันอย่างแท้จริง
ดังนั้นเจินเจินและอ้ายอ้ายจึงติดตามไปโดยพลัน
เจินเจินและอ้ายอ้ายเดินไปแล้วโจวซื่อจะยอมอยู่ลำพังได้อย่างไร!
นางวางหยวนอีย่วนไว้บนม้าหินในลานเรือนเรียกสาวใช้สองคนมาดูแลนาง แล้วรีบไล่ตามเจินเจินกับอ้ายอ้ายไป
ในเรือนตอนนี้เหลือเพียงพวกเยี่ยนเจาเจาสองคนหยวนอีย่วนซึ่งทำอะไรไม่ถูก และหยวนหยางฮุยที่กระตุกมุมปากดูอย่างโหดเหี้ยมอำมหิต
หยวนอีย่วนเหลือบมองหนานหมิงเหอโดยไม่รู้ตัว
หัวใจเยี่ยนเจาเจาเต้นแรง นางมองหนานหมิงเหอเพื่ออะไร?
แววตาของหยวนอีย่วนเมื่อครู่ลึกซึ้ง แฝงไปด้วยความหมายซับซ้อน
เยี่ยนเจาเจามองเห็นความขมขื่นที่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการและความขุ่นเคืองจากจิตใต้สำนึกเจืออยู่ในแววตาของหยวนอีย่วนความระแวดระวังในใจพุ่งขึ้นสูงสุดทันที เหตุใดนางถึงได้มองหนานหมิงเหอ?
สิ่งนี้ทำให้เยี่ยนเจาเจาไม่พอใจพริบตานั้นนางนึกถึงเรื่องที่หนานหมิงเหอบ่ายเบี่ยงและไม่ยอมบอกตนก่อนหน้านี้
นางไม่มีทางไม่เชื่อหนานหมิงเหอแค่รู้สึกว่าหยวนอีย่วนกระทำผิดจริง ตอนแรกนางแสดงว่าโดนรัดเท้าเยี่ยนเจาเจายังช่วยเหลือนางห่างๆ แต่นางกลับมารุกล้ำอาณาเขตของตนเช่นนั้นหรือ?
สิ่งนี้ทำเยี่ยนเจาเจาอึดอัดไปทั้งตัวทันที
หนานหมิงเหอรู้สึกถึงความไม่พอใจที่เอ่อล้นออกมาจากเด็กสาวในอ้อมแขนของเขาจึงรีบตบหลังปลอบโยนเยี่ยนเจาเจาแผ่วเบา
หยวนอีย่วนเพียงทอดมองแวบหนึ่งก่อนนางจะจมลงสู่ความคิดของตัวเอง
ข้างนอกบรรยากาศหนักอึ้งเช่นเดียวกับในเรือน
นายหญิงผู้เฒ่าไม่ทันตั้งตัวกับการกลับมาของหยวนหมินและยังไม่คาดคิดว่าคราวนี้บุตรชายจะปกป้องภรรยาตนเองอย่างแน่วแน่ทั้งยังถลึงตามองนาง
แน่นอนว่านายหญิงผู้เฒ่าไม่ยอม นางงัดวิธีที่ตนเองถนัดที่สุดตีอกชกหัวให้อีกฝ่ายตามใจ “หมินเอ๋อร์ เจ้าทำอะไรน่ะ! นางโสเภณีอาศัยช่วงที่เจ้าไม่อยู่ลอบคบชู้แม่ทำเพื่อรักษาหน้าของเจ้า แต่เจ้ากลับมาโทษแม่หรือ!”
หยวนหมินขมวดคิ้ว ดูจับต้นชนปลายไม่ถูก “ท่านแม่ท่านพูดเรื่องอะไรน่ะ? มีชู้อะไร โสเภณีอะไร เหตุใดลูกไม่เข้าใจ?”
หยวนหมินไม่รู้เรื่องเหล่านี้จริงๆ
นายหญิงผู้เฒ่ายังอยากกล่าวต่อ แต่นายหญิงใหญ่ที่ร้องไห้แทบหมดลมในอ้อมอกของหยวนหมินก็พยายามดิ้นรนลุกขึ้นจากอ้อมแขน น้ำตานองหน้าแต่กลับยังคุกเข่าอยู่บนพื้น
“จ้งหลาง [2] เชี่ยเซินมีความผิดที่ไม่เคยบอกจ้งหลางเพราะข้าดูแลฮุยเกอเอ๋อร์ไม่ดี และถูกอาย่วนฟ้องว่ากระทำการโหดร้ายเลยโดนท่านแม่หย่าขาดนานแล้ว
เป็นเชี่ยเซินที่ทำดีไม่พอเป็นเชี่ยเซินที่ทำให้ท่านแม่ผิดหวังรู้สึกเสียใจต่อบรรพชนที่มิอาจเป็นสะใภ้ที่ดีของจวนสกุลหยวน
เดิมทีเชี่ยเซินคิดว่าชีวิตนี้โชคชะตาระหว่างจ้งหลางคงจบสิ้นแล้วแต่เชี่ยเซินยังมิอาจฝืนใจตัดขาดจ้งหลาง หลายวันก่อนหน้านี้จ้งหลางเขียนมาว่าต้องเดินทางไปทำงานราชการผ่านซูโจวเชี่ยเซินมิอาจระงับความคิดถึงอย่างรวดร้าวไหว จึงหาข้ออ้างออกมาพบจ้งหลางเก็บมันไว้เป็นภาพฝันในวสันต์สารท ตื่นขึ้นก็ไม่มีทางเป็นจริง...
แต่เชี่ยเซินมีลูกของจ้งหลาง ชีวิตเชี่ยเซินนั้นไร้ค่าไปที่ใดนั้นไม่สำคัญ แต่ลูกของจ้งหลางมิอาจทนทรมานกับเชี่ยเซินได้จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะอยู่จวนสกุลหยวนต่ออย่างดื้อดึง
แต่นายหญิงผู้เฒ่าไม่อนุญาตให้เชี่ยเซินเลี้ยงดูลูกหลานสกุลหยวนนางด่าฮุยเกอเอ๋อร์และเฉี่ยวเจี่ยเอ๋อร์ของเชี่ยเซินว่าทั้งสองคือตัวหายนะบุตรในท้องก็เช่นกัน ต้องกำจัดทิ้ง จ้งหลาง เชี่ยเซินรู้สึกเสียใจต่อท่านแต่ขอให้ท่านช่วยบุตรในท้องของเชี่ยเซินด้วย เขาบริสุทธิ์นะเจ้าคะ!”
ลีลาการแสดงของนายหญิงใหญ่ช่างยอดเยี่ยม อธิบายเรื่องราวชัดเจนเรียบง่ายและหยิบยกเรื่องที่ตนตั้งท้องออกมาพูดจนกระจ่างแทบจะในพริบตาทำเอานายหญิงผู้เฒ่าตะลึงงัน
เยี่ยนเจาเจาจำได้ว่าช่วงต้นเดือนสิบนายหญิงใหญ่กล่าวว่าจะไปหอหยินหลินเพื่อเก็บสมุดบัญชีคงเป็นตอนนั้นที่นางมีช่วงเวลาดีๆ กับหยวนหมิน บางทีนางอาจใช้วิธีการบางอย่าง เพื่อให้ได้เครื่องรางช่วยชีวิตในท้องมา
นางอดอยากปรบมือให้นายหญิงใหญ่ไม่ได้และเดาว่านายหญิงใหญ่คงรู้ว่าหยวนหมินเคารพนับถือบิดานานแล้วจึงไม่เรียกเขาว่าหมินหลางแต่เป็นจ้งหลาง
หยวนอีย่วนวางแผนแยบยลเสียดิบดีแต่คงไม่ได้คำนวณว่าความสัมพันธ์ระหว่างนายหญิงใหญ่และหยวนหมินจะเป็นของจริง เห็นการตอบสนองของหยวนหมินดูเหมือนเขาจะรักและเคารพภรรยาเอกของตนมาก
หากเป็นเมื่อก่อน นายหญิงผู้เฒ่าคงคิดปกป้องนายหญิงใหญ่ทว่าตอนนี้ผู้อาวุโสหยวนมู่ลั่นวาจาลงมาแล้ว จวนสกุลหยวนจะมีนายหญิงสกุลหลินได้เพียงคนเดียวนางจึงอยากทุ่มกำลังทั้งหมดเพื่อกำจัดนายหญิงใหญ่ออกไปเสีย
นายหญิงผู้เฒ่าไม่อยากจะเชื่อเรื่องนี้ หยวนหมินกลับอธิบาย“เมื่อครึ่งปีก่อน ผู้บังคับบัญชามีคำสั่งให้ลูกย้ายไปเมืองจิ้นเฉิง [3] เพื่อทำงานแทนเขาชั่วคราว เพราะเป็นราชการลับมิอาจบอกกล่าวต่อครอบครัวจึงไม่ได้ทำเอิกเกริกใหญ่โต เขียนบอกแค่เหวินฮุ่ย
สิ้นเดือนสิบเรื่องราวจบลงถึงกลับเมืองหมิ่นหนานผ่านทางซูโจวเหวินฮุ่ยมิกล้าพูดอะไร เลยออกมาต้อนรับลูก บุตรในท้องนางต้องเป็นบุตรของลูกแน่เหวินฮุ่ยระมัดระวังตัวเสมอ นางจะมีชู้ได้อย่างไร?”
เหวินฮุ่ยมิใช่ชื่อของนายหญิงใหญ่อาจเป็นชื่อเล่นที่หยวนหมินตั้งให้นาง แสดงให้เห็นว่าสองสามีภรรยามีความสัมพันธ์ที่ไม่เลว
หยวนหมินเชื่อใจนายหญิงใหญ่มากดังนั้นเมื่อนายหญิงผู้เฒ่าเล่าเรื่องหยวนอีย่วนราวกับเอะอะให้ฟังอีกครั้งหยวนหมินเพียงถอนหายใจแล้วกล่าวว่าภรรยาเลอะเลือนไปจริงๆ
แต่คนเราหาใช่นักปราชญ์ ไหนเลยจะไม่เคยทำผิดช่วงนี้ก็รู้ความผิดตนแล้ว ยิ่งกว่านั้นขาของย่วนเจี่ยเอ๋อร์ยังโชคดีไม่เป็นอันใดมากและกำลังดีขึ้นเรื่อยๆ ครอบครัวปรองดองกันไว้จะดีกว่า
เขาไม่สนใจบุตรอนุภรรยาของตนเองสักนิดซึ่งหยวนอีย่วนคงไม่คาดคิดว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้เช่นกัน
หยวนหมินไม่ได้เห็นจดหมายฉบับนั้นน้ำหนักของคำพูดก็ยิ่งลดลงเมื่อนายหญิงใหญ่เป็นคนเอ่ยกอปรกับหยวนหมินและหยวนอีย่วนไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งในฐานะบิดาและบุตรสาวมากนัก
วันนี้หยวนอีย่วนพ่ายแพ้ยับเยินแล้ว
นายหญิงผู้เฒ่าตกตะลึงอ้าปากค้างไม่รู้มาก่อนว่าบุตรชายตนจะโดนสตรีคนหนึ่งมัดใจได้เพียงนี้นางจึงยกพฤติกรรมทั้งหมดของหยวนหยางฮุยช่วงนี้ออกมาพูด
เอ่ยยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงหยวนหยางฮุยเอ่ยอย่างเกียจคร้านดังขึ้นจากด้านนอก “ท่านย่าหลานรู้แล้วว่าทำผิดขอรับ”
หรือเรื่องนี้ หยวนหยางฮุยจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย?
-------------------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] เขาไท่ซานถล่มจะไม่เปลี่ยนสีหน้า หมายถึงเรื่องกะทันหันเกิดขึ้นก็สงบนิ่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากสภาวะภายนอก
[2] หลาง เป็นคำที่ภรรยามักใช้เรียกสามีของตน วางต่อท้ายชื่อของสามี
[3] เมืองจิ้นเฉิง หมายถึงเมืองที่ตั้งอยู่ภาคตะวันออกเฉียงใต้ของมณฑลซานซีทางภาคกลางของจีนในปัจจุบัน