ความมืดมิดภายในถ้ำใต้ดินลึกล้ำราวกับห้วงอนธการที่ถูก์ทอดทิ้ง เสียงหยดน้ำจากหินงอกหินย้อยกระทบพื้นดัง ติ๋ง... ติ๋ง... ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ทว่าท่ามกลางความเงียบงันนั้น กลับปรากฏรังสีพลังงานที่ประหลาดและน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหิน
มู่เฉินหลับตาลงอย่างสงบนิ่ง ทว่าภายในร่างกายของเขากลับกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สั่นะเืเลื่อนลั่น เคล็ดวิชา 'กลืนดารา์' ที่เขาเพิ่งได้รับมานั้น มิใช่วิธีการบำเพ็ญเพียรแบบค่อยเป็ค่อยไปเหมือนวิชาทั่วไปในเมืองชิงเฟิง แต่มันคือศาสตร์ต้องห้ามที่เน้นการ ‘บดขยี้’ และ ‘กลืนกิน’
ปราณดาราสีดำประกายเงินไหลเวียนไปตามเส้นชีพจรใหม่ที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น ทุกครั้งที่มันไหลผ่าน กล้ามเนื้อและกระดูกของมู่เฉินจะส่งเสียงลั่นเกรียวกราวราวกับเหล็กกล้าที่ถูกตีขึ้นรูปใหม่ ความเ็ปจากการที่พลังงานอันหนักอึ้งพุ่งทะลวงจุดชีพจรที่ตีบตันมานานสามปีนั้นสาหัสสากรรจ์นัก ทว่ามู่เฉินกลับมิได้ปริปากร้องแม้แต่คำเดียว ริมฝีปากของเขาถูกเม้มจนห่อเื แววตาที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะหลุดพ้นจากความอัปยศ
‘กลืนกิน... จงกลืนกินปราณฟ้าดินรอบกายมาเป็ของข้าให้หมด!’
มู่เฉินคำรามในใจ พลันจุดตันเถียนของเขาก็หมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับหลุมดำ แรงดึงดูดมหาศาลสูบเอาปราณฟ้าดินที่สะสมอยู่ในถ้ำลี้ลับแห่งนี้เข้าสู่ร่างกายอย่างตะกละตะกลาม พลังงานเ่าั้ถูกศิลาดาราที่สถิตอยู่ภายในกลั่นกรองจนกลายเป็หยดปราณดาราที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำค้าง์
ปัง! เสียงกำแพงพลังภายในร่างกายแตกสลายเป็ครั้งแรก มวลปราณในร่างพุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวะโ ขั้นรวบรวมปราณระดับสอง!
ทว่ามู่เฉินยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เขารู้ดีว่าหาก้าเอาชีวิตรอดจากหุบเหวแห่งนี้และกลับไปสะสางบัญชีแค้น พลังเพียงระดับสองนั้นยังไม่เพียงพอ เขาหยิบเศษหินดาราที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อยขึ้นมาแล้วกำไว้แน่น พลังงานหยินหยางอันบ้าคลั่งจากเศษหินพุ่งเข้าสู่แขนของเขาและกระจายไปทั่วร่าง มู่เฉินใช้ความเ็ปเป็ตัวเร่งปฏิกิริยา บังคับให้พลังงานเ่าั้พุ่งเข้าชนกำแพงระดับสามทันที!
ครืนนนน! ร่างกายของเขาสั่นะเือย่างรุนแรง โลหิตสีดำคล้ำซึ่งเป็สิ่งสกปรกที่ตกค้างในไขกระดูกถูกขับออกมาทางรูขุมขนจนชุ่มโชกไปทั่วตัว กลิ่นคาวเืผสมกับกลิ่นอายโบราณฟุ้งกระจายไปทั่วถ้ำ และในที่สุด... ขั้นรวบรวมปราณระดับสาม!
มู่เฉินลืมตาขึ้น ั์ตาของเขามีประกายแสงสีเงินวาบผ่านดุจสายฟ้าฟาดในความมืด เขาพ่นลมหายใจสีขาวขุ่นออกมา ััได้ถึงพละกำลังที่มหาศาล แม้ภายนอกจะดูผอมบางทว่าภายใต้ิักลับอัดแน่นไปด้วยความแข็งแกร่งที่สามารถฉีกกระชากหินผาได้ด้วยมือเปล่า
"ระดับสาม... ในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วยาม ข้าทะลวงผ่านสามระดับใหญ่" มู่เฉินกำหมัด ััได้ถึงความหนาแน่นของปราณดารา "วิชานี้อหังการนัก ทว่าความสิ้นเปลืองทรัพยากรก็มหาศาลเช่นกัน เศษหินดาราถูกข้าใช้จนหมดสิ้นแล้ว หาก้าก้าวต่อไป ข้าต้องหาแก่นพลังงานอื่นมาทดแทน"
มู่เฉินลุกขึ้นยืน กลิ่นเหม็นโฉ่จากร่างกายทำให้เขาต้องเดินไปที่ลำธารใต้ดินเพื่อชำระล้างคราบสกปรก เมื่อน้ำที่เย็นเยือกััผิว เขาพบว่าผิวพรรณของตนเองดูผุดผ่องราวกับหยก ทว่ามีความเหนียวแน่นดุจหนังอสูร
ในขณะที่เขากำลังจะหาทางออกจากถ้ำ ััที่เฉียบคมขึ้นอย่างทวีคูณของเขาก็จับสัญญาณอันตรายได้
กรรร...
เสียงขู่คำรามต่ำๆ ดังมาจากเงามืด้าของหน้าผาที่ถล่มลงมา ั์ตาสีแดงฉานสี่คู่จ้องมองลงมาที่มู่เฉิน มันคือ 'หมาป่าเนตรโลหิต' สัตว์อสูรระดับหนึ่ง่ปลาย พลังของพวกมันเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธ์ระดับสี่ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวคือความรวดเร็วและเขี้ยวที่อาบไปด้วยพิษร้าย สัตว์อสูรชนิดนี้มักอยู่เป็ฝูงและโเี้ยิ่งนัก
"หมาป่าเนตรโลหิตงั้นรึ? มาได้จังหวะพอดี ข้ากำลัง้าทดสอบพลังอยู่เชียว" มู่เฉินมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากลับแสยะยิ้มที่แฝงไปด้วยจิตสังหาร
หมาป่าจ่าฝูงกระโจนลงมาเป็ตัวแรก ความเร็วของมันดุจสายฟ้าแลบ กรงเล็บแหลมคมวาดผ่านอากาศหมายจะปลิดชีพเด็กหนุ่มในคราเดียว ทว่าในสายตาของมู่เฉินในยามนี้ การเคลื่อนไหวของมันกลับดูเชื่องช้าลงอย่างประหลาด
มู่เฉินขยับตัวเพียงเล็กน้อยเพื่อหลบเลี่ยงคมเขี้ยว ก่อนจะซัดฝ่ามือขวาที่ห่อหุ้มด้วยปราณดาราสีดำเข้าที่กลางลำตัวของมันอย่างจัง!
เปรี้ยงงง! เสียงกระดูกซี่โครงหักดังสนั่นหวั่นไหว ร่างของหมาป่าจ่าฝูงปลิวไปกระแทกกับผนังถ้ำอย่างแรงจนกลายเป็เศษเนื้อในทันที มัดกล้ามเนื้อและพลังป้องกันของสัตว์อสูรระดับหนึ่งมิอาจต้านทานพลังทำลายล้างของปราณดาราได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
หมาป่าที่เหลืออีกสามตัวเมื่อเห็นจ่าฝูงถูกสังหารในพริบตา พวกมันก็เกิดความหวาดกลัว ทว่าสัญชาตญาณสัตว์ร้ายบังคับให้พวกมันพุ่งเข้าใส่พร้อมกันจากสามทิศทาง
มู่เฉินไม่ได้ถอย เขากระทืบเท้าลงบนพื้นดิน แรงสั่นะเืทำให้พื้นหินแตกร้าว เขาใช้ท่าเท้าลึกลับที่ได้รับมาจากความทรงจำในศิลาดารา เคลื่อนที่ดุจเงาพรายไปโผล่ที่ด้านหลังของหมาป่าตัวหนึ่งก่อนจะใช้นิ้วมือที่แข็งแกร่งดุจคีมเหล็กจิกเข้าที่ลำคอของมันแล้วบิดจนหักสะบั้น!
ภายในเวลาไม่ถึงสิบอึดใจ หมาป่าเนตรโลหิตทั้งฝูงก็นอนจมกองเื มู่เฉินยืนอยู่กลางซากศพเ่าั้ ลมหายใจของเขาไม่มีความปั่นป่วนแม้แต่น้อย
"วิชากลืนดารา... ขั้นแรกคือการสะสม" มู่เฉินยื่นมือออกไปเหนือซากหมาป่า พลันปรากฏแรงดูดสีดำจางๆ ออกมาจากฝ่ามือ ละอองปราณสีแดงเข้มจากซากหมาป่าถูกสูบเข้าสู่ร่างกายของเขาทันที นี่คือหนึ่งในความสามารถอันน่าสะพรึงกลัวของวิชากลืนดารา—การกลืนกินแก่นพลังของศัตรูเพื่อเสริมสร้างตนเอง
หลังจากจัดการร่องรอยเสร็จสิ้น มู่เฉินก็เริ่มปีนกลับขึ้นสู่ยอดเขาเมฆาซ่อน เขาใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนคืนจนในที่สุดก็มายืนอยู่ที่ขอบหน้าผาเดิมที่เขาถูกมู่หานผลักลงไป
เขามองกลับไปยังทิศทางของจวนตระกูลมู่ที่อยู่ไกลออกไป แสงไฟจางๆ ยังคงกะพริบอยู่ มู่เฉินหลับตาลงเพื่อสงบอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาตระหนักได้ดีว่า หากเขากลับไปในสภาพที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้ ย่อมต้องดึงดูดความสงสัยจากผู้าุโรองและอาจนำมาซึ่งอันตรายที่เขาในยามนี้ยังไม่อาจรับมือได้
‘ผู้าุโรองมีระดับพลังถึงขั้นรวบรวมปราณระดับเก้า อีกทั้งยังมีองครักษ์มากมาย ข้าต้องระวังตัว’
มู่เฉินเริ่มเดินลมปราณอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็การสะกดข่มพลัง เขาบังคับให้ปราณดาราสีดำขดตัวลึกเข้าไปในจุดตันเถียนและใช้เศษเสี้ยวพลังสร้าง ‘ม่านพลังลวงตา’ ปกคลุมเส้นชีพจรไว้ ภายนอกเขาจะดูเหมือนคนที่มีเส้นชีพจรขาดสะบั้นและไร้ซึ่งพลังปราณเช่นเดิม ใบหน้าที่ผุดผ่องถูกเขาเอาดินโคลนและเืหมาป่ามาละเลงจนดูซีดเซียวและาเ็สาหัส เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นถูกทำให้รุ่งริ่งยิ่งกว่าเก่า
บัดนี้ เขาได้สวม 'หน้ากากแห่งสวะ' กลับคืนมาอีกครั้ง ทว่าภายใต้หน้ากากนั้นกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยคมดาบที่พร้อมจะปลิดชีพศัตรูได้ทุกเมื่อ
มู่เฉินเดินกะโผลกกะเผลกกลับเข้าสู่จวนตระกูลมู่ในยามเช้าตรู่ เหล่ายามหน้าประตูเมื่อเห็นสภาพของเขาก็พากันหัวเราะเยาะอย่างสะใจ
"เฮ้ย! ดูนั่นสิ สวะมู่เฉินยังไม่ตายอีกเรอะ! นึกว่ากลายเป็อาหารหมาป่าไปแล้วเสียอีก" "สภาพเยี่ยงนี้ ปีนขึ้นมาจากหน้าผาได้นับว่าดวงแข็งนัก แต่น่าเสียดาย... รอดมาได้ก็เป็ได้แค่ขยะรกโลกอยู่ดี ฮ่าๆๆ!"
มู่เฉินแสร้งทำเป็ไม่ได้ยิน เขาไอออกมาอย่างรุนแรงและเดินผ่านยามเ่าั้ไปด้วยท่าทางอ่อนแรง ั์ตาที่ก้มต่ำซ่อนประกายเย็นเยียบไว้อย่างมิดชิด
‘หัวเราะไปเถอะ... เพราะอีกไม่นาน พวกเ้าจะไม่มีโอกาสได้หัวเราะอีกต่อไป’
เป้าหมายแรกของเขาคือเรือนพักท้ายจวน สถานที่ที่บิดาของเขา—มู่เฟิง พักรักษาตัวอยู่ มู่เฉินรู้ดีว่าาครั้งนี้เพิ่งจะเริ่มต้น และเขาจะเป็ผู้ที่เขียนบทสรุปด้วยเืของพวกคนทรยศเอง!