คุยกันสักนิด
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
บทที่ 16
“หนูจือหลัน ไม่เห็นต้องลำบากนำเค้กนี้มาให้กับป้าเลยก็ได้”
ยิ่งได้รู้จักกับเมิ่งจือหลัน โจวฟางหนิงก็ยิ่งรักใคร่เอ็นดูอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น เพราะว่าหญิงสาวมีความอ่อนน้อมและมักจะคิดถึงเธอและสามีอยู่เสมอ นอกจากนี้การกระทำของอีกฝ่ายก็ไม่ใช่้าจะเข้าหาลูกชายของเธอเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เธอเคยพบเจอ
เมิ่งจือหลันส่งยิ้มให้กับคุณป้าฟางหนิง “ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกค่ะ อีกอย่างหนูก็อยากให้คุณป้าช่วยชิมฝีมือของหนูด้วยว่าพอจะใช้ได้หรือเปล่า”
โจวฟางหนิงรู้สึกภูมิใจแทนครอบครัวเมิ่งเสียเลยเกินที่มีลูกสาวที่น่ารักน่าเอ็นดูมากถึงขนาดนี้ คิดแล้วก็น่าเสียดายที่เธอไม่อาจมีลูกสาวน่ารักแบบนี้มาออดอ้อนได้ เพราะว่าเธอมีร่างกายที่อ่อนแอหลังจากที่คลอดเจ๋อหยวนนั่นเอง เพราะว่าใน่ที่เธอตั้งครรภ์ลูกชายนั้น เธอถูกผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่นชอบสามีของเธอลอบทำร้าย ซึ่งอีกฝ่ายก็ได้พยายามทำให้เธอแท้งลูกชายนั่นเอง แต่ยังดีที่ผู้เป็สามีพาเธอส่งโรงพยาบาลได้ทันท่วงที ดังนั้นลูกชายของเธอจึงสามารถคลอดออกมาได้อย่างปลอดภัย แต่เพราะว่าเธอเสียเืมากเกินไป ดังนั้นจึงทำให้ร่างกายของเธออ่อนแอลงเรื่อยๆ
จนแม้กระทั่งหมอยังเอ่ยปากห้ามไม่ให้เธอตั้งครรภ์อีกต่อไป เพราะถ้าหากเธอยังตั้งครรภ์และคลอดลูกออกมาอีกครั้ง ร่างกายของเธอก็จะอ่อนแอลงเรื่อยๆ และเมื่อถึงเวลานั้นก็ไม่แน่ว่าเธอและลูกในครรภ์จะรอดปลอดภัยทั้งคู่หรือเปล่า ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสามีของเธอได้ยินเช่นนั้น เขาก็ไม่เคยคิดที่จะให้เธอตั้งครรภ์เลยแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งสามีของเธอก็ดูแลทั้งเธอและลูกชายดีมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย เพื่อชดเชยเื่ราวที่เกิดขึ้นนั่นเอง
แต่ถึงอย่างนั้นโจวฟางหนิงก็ไม่เคยโทษสามีของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าเธอรู้ดีว่าสามีของเธอนั้นไม่เคยให้ความหวังหรือนำตัวไปสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนเลยสักครั้ง แต่ที่เกิดขึ้นร้ายๆ ขึ้นมากับเธอ ก็เป็เพราะว่าผู้หญิงคนนั้น้าเอาชนะเธอเสียมากกว่า
และแน่นอนว่าจุดจบของผู้หญิงคนนั้นก็เป็ไปตามที่เธอคาดการณ์เอาไว้ เพราะว่าสามีของเธอไม่คิดที่จะปล่อยอีกฝ่ายไปอย่าง่ายๆ ถึงแม้ว่าครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นจะพยายามร้องอ้อนวอนสามีของเธอและเธอมากขนาดไหนก็ตาม สุดท้ายผู้หญิงคนนั้นก็ถูกฟ้องร้องเรียกค่าทำขวัญ ซึ่งแน่นอนว่าครอบครัวของผู้หญิงคนนั้นก็ต้องเป็คนจ่ายเช่นกัน เพราะว่าทรัพย์สินของผู้หญิงคนนั้นมีไม่เพียงพอนั่นเอง
“หนูจือหลันเข้ามาก่อนสิจ๊ะ พอดีสามีของป้าพึ่งซื้อผลไม้มา ถ้ายังไงหนูจือหลันก็แบ่งไปทานด้วยนะจ๊ะ”
“ขอบคุณมากเลยค่ะ”
เมิ่งจือหลันนั่งพูดคุยกับคุณป้าฟางหนิงสักพัก นอกจากนี้เธอยังได้รู้อีกด้วยว่าร่างกายของคุณป้าฟางหนิงดูจะอ่อนแอลงมากกว่าเดิม ทำให้เมิ่งจือหลันรู้สึกเป็ห่วงอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
‘เสี่ยวเปา ร้านค้าของระบบมียาที่จะรักษาอาหารของคุณป้าฟางหนิงได้ไหม’
หลังจากที่บอกลาคุณป้าฟางหนิงเรียบร้อยแล้ว เมิ่งจือหลันก็รีบเรียกหาเสี่ยวเปาของเธอในทันที เพราะว่าเธอรู้ดีว่ายิ่งปล่อยทิ้งเอาไว้นาน อาการของคุณป้าฟางหนิงจะต้องหนักขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน และยิ่งอีกฝ่ายมีอาการหนักขึ้นมากเท่าไหร่ การรักษาก็จะยากขึ้นมากเท่านั้น ดังนั้นเมิ่งจือหลันจึง้าที่จะรีบรักษาอีกฝ่ายให้เร็วที่สุด
[มีแน่นอนครับ ระบบสตรีมของผมดีมากกว่าระบบสตรีมในโลกอนาคตเสียอีก]
[หน้าจอที่คุณเมิ่งจือหลันเห็นในตอนนี้ก็คือยาที่สามารถรักษาอาหารของคุณโจวฟางหนิงได้ ซึ่งอาการของคุณโจวฟางหนิงเกิดจากความเครียดและการเสียเืมาก จากการคลอดลูกชายของเธอ ดังนั้นจึงทำให้ร่างกายของเธออ่อนแอลง ซึ่งถ้าหากปล่อยทิ้งเอาไว้ไม่รักษาแบบนี้]
[ต่อไปร่างกายของคุณโจวฟางหนิงก็จะอ่อนแอลงไปเรื่อยๆ และสุดท้ายก็อาจจะเสียชีวิตได้เลย]
เมิ่งจือหลันรู้สึกเป็ห่วงคุณป้าฟางหนิงของเธอมากขึ้นไปกว่าเดิม แต่เมื่อเธอได้เห็นหน้าจอที่ปรากฏตรงหน้าของเธอในตอนนี้ ภายในใจที่ของเธอก็กลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
‘แล้วคุณป้าต้องใช้ยาแบบไหนถึงจะดีที่สุด’
หน้าจอที่ปรากฏรายชื่อและภาพต่างๆ มากมาย ในตอนนี้ก็ถูกเปลี่ยนไป เหลือเพียงแค่ภาพขวดใสเล็กๆ ขวดหนึ่ง พร้อมกับชื่อและรายละเอียดของสินค้า
[ยาตัวนี้ถูกพัฒนาเป็ตัวล่าสุด ซึ่งได้ผลดีที่สุดสำหรับคุณโจวฟางหนิง]
[แต่ผมขอแนะนำให้คุณเมิ่งจือหลันใช้ยาตัวนี้ผสมเข้ากับอาหารหรือน้ำดื่ม แล้วนำไปมอบให้กับคุณโจวฟางหนิงครับ เพราะถ้าหากอยู่ๆ ร่างกายของคุณโจวฟางหนิงหายดีเร็วเกินไป ก็อาจจะทำให้ผิดสังเกตได้ครับ อีกทั้งคุณเมิ่งจือหลันก็อาจจะเกินอันตรายขึ้นมาด้วยเช่นกัน]
ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะมีระบบอย่างเขาอยู่ข้างกายแบบนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงแค่เตือนอีกฝ่ายเท่านั้น ไม่สามารถออกไปต่อสู้ร่วมกับอีกฝ่ายได้ ดังนั้นเขาจึงต้องป้องกันเอาไว้เสียก่อน
‘ตอนนี้ฉันมีเงินอยู่ในระบบเท่าไหร่เหรอเสี่ยวเปล่า’
ถึงแม้ว่าเมิ่งจือหลันจะรู้สึกใเมื่อได้เห็นราคาตรงหน้า แต่เพราะว่าคุณป้าฟางหนิงก็ถือได้ว่าเป็ครอบครัวคนหนึ่งของเธอเช่นเดียวกัน ดังนั้นต่อให้เธอจะเสียดายเงินในระบบแค่ไหน แต่เมิ่งจือหลันก็้าที่จะซื้อยาตัวนี้ให้กับอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนแปลง
[ตอนนี้คุณเมิ่งจือหลันมีเงินทั้งหมดสี่แสนเจ็ดหมื่นห้าพันสามสิบสองสตาร์ชิปครับ]
[คุณเมิ่งจือหลัน้าให้ผมกดสั่งซื้อเลยไหมครับ]
เมื่อได้เห็นยอดเงินของตัวเองแล้ว เมิ่งจือหลันก็ไม่มีความลังเลแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าเธอจะต้องจ่ายค่าตัวย่านี้สูงถึงหนึ่งแสนสตาร์ชิป แต่เธอก็ยังคงเหลือเงินในระบบอยู่อีกเป็จำนวนมาก
‘ถ้าหากฉันทำอาหารไปให้คุณป้า แล้วถ้าคุณลุงเยี่ยนจวิ้นทานมันเข้าไปละ มันจะมีผลอะไรกับคุณลุงหรือเปล่า’
[ไม่ต้องเป็กังวลไปครับ เนื่องจากตัวยานี้จะมีผลกับผู้หญิงที่มีปัญหาเหมือนกันกับคุณโจวฟางหนิงเท่านั้นครับ ดังนั้นถ้าหากคนอื่นทานมันเข้าไป ก็เหมือนกับการกินน้ำเปล่าเท่านั้นครับ]
เมิ่งจือหลันพยักหน้าอย่างหมดห่วง
‘ถ้าอย่างนั้นนายกดสั่งซื้อได้เลย’
[รับทราบครับ]
“ทำไมคุณมายืนอยู่หน้าบ้านแบบนี้ละ”
เสิ่นเยี่ยนจวิ้นทักทายภรรยาของตัวเองด้วยความแปลกใจ นอกจากนี้เขายังรู้สึกเป็ห่วงภรรยาของเขาเช่นเดียวกัน เพราะว่าเสิ่นเยี่ยนจวิ้นรู้ดีว่าร่างกายของภรรยาเขาไม่ได้แข็งแรงเหมือนอย่างที่แสดงออกมา
“หนูจือหลันนำเค้กพุทรามามอบให้กับพวกเรานะคะ เธอพึ่งปั่นจักรยานออกไปเมื่อครู่นี้เอง”
โจวฟางหนิงตอบสามีของตัวเองออกไปทันที ก่อนที่เธอจะขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความแปลกใจและรู้สึกเป็ห่วงอีกฝ่าย เพราะว่าในเวลานี้สามีของเธอควรที่จะเตรียมตัวสอนนักเรียนในโรงเรียนต่างหาก
“แล้วคุณกลับมาบ้านทำไมเหรอคะ หรือว่าที่โรงเรียนเกิดเื่อะไรขึ้น”
เสิ่นเยี่ยนจวิ้นหัวเราะขึ้นมาด้วยความเขินอาย “พอดีเมื่อเช้าผมลืมหยิบแบบทดสอบที่เตรียมไว้ให้นักเรียนลองทำนะสิ ก็เลยรีบกลับมาก่อนที่โรงเรียนจะเข้าเสียก่อน”
“คุณนี้นะ แก่แล้วชอบลืมนู้นลืมนี้ประจำเลย” โจวฟางหนิงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกที่ไม่ได้มีเื่ร้ายแรงเกิดขึ้นกับสามีของเธอเหมือนอย่างที่คิด
เสิ่นเยี่ยนจวิ้นเดินตามภรรยาเข้าไปภายในบ้านของพวกเขา ก่อนที่เขาจะโน้มตัวไปหาอีกฝ่าย พร้อมกับจูบที่แก้มของคนตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
“คุณอยากทดสอบดูไหมล่ะ ว่าผมแก่จริงหรือเปล่า”
“เยี่ยนจวิ้น!”
โจวฟางหนิงเรียกชื่อสามีของเธอออกมาด้วยความใ นอกจากนี้เธอยังรู้สึกเขินอายกับคำพูดของอีกฝ่ายเช่นกัน ถึงแม้ว่าเธอและเขาจะแต่งงานกันมานานหลายปีแล้ว และลูกชายของเธอก็โตจนสามารถแต่งงานได้แล้ว แต่สามีของเธอก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยแม้แต่นิดเดียว อีกฝ่ายมักจะหยอกล้อเธอแบบนี้อยู่เป็ประจำ แต่ถึงอย่างนั้นโจวฟางหนิงก็ไม่เคยชินเลยแม้แต่นิดเดียว
เสิ่นเยี่ยนจวิ้นอดหัวเราะให้กับท่าทางเขินอายของผู้เป็ภรรยาไม่ได้ “หนูจือหลันถือได้ว่าเป็เด็กที่ขยันคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้เธอยังสามารถเรียนจบก่อนเพื่อนๆ คนอื่นอีกด้วย ผมเชื่อว่าอนาคตของเด็กคนนี้จะต้องไปได้ไกลอย่างแน่นอน”
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าเมิ่งจือหลันเป็คนขยันขันแข็งและเรียนเก่งกว่าเด็กคนอื่นที่อยู่ในวัยเดียวกัน แต่เพราะว่าในเวลานี้สถานการณ์ต่างๆ ไม่ได้เอื้ออำนวยให้กับเมิ่งจือหลันเลยสักนิด ไม่ว่าจะเป็การสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ยังปิดแบบไม่มีกำหนด รวมไปถึงการซื้อขายสินค้าที่ไม่เปิดให้ประชาชนซื้อขายกันได้อย่างอิสระเหมือนเมื่อก่อน
นอกจากนี้ยังมีอันธพาลที่มักจะชอบหาเื่ชาวบ้านธรรมดาๆ โจวฟางหนิงก็อดรู้สึกเป็ห่วงเมิ่งจือหลันขึ้นมาไม่ได้ คงจะดีไม่น้อยถ้าหากสถานการณ์ต่างๆ จะกลับมาเป็ปกติในเร็ววัน
“ฉันก็หวังว่าจะเป็แบบนั้น แต่น่าเสียดายจริงๆ ที่ลูกชายของเราไปเป็ทหารเสียก่อน ไม่อย่างนั้นฉันอาจจะพอมีหวังว่าจะได้หนูจือหลันมาเป็ลูกสะใภ้บ้าง”
ใช่ว่าเสิ่นเยี่ยนจวิ้นจะไม่รู้ว่าภรรยาของเขาคิดสิ่งใดอยู่ เพราะถึงยังไงอีกฝ่ายก็ถือได้ว่าเป็ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากของเขามานานหลายปี ดังนั้นเพียงแค่ได้เห็นสีหน้าไม่ค่อยสดใสของอีกฝ่ายออกมาเช่นนี้ เขาก็รู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังเป็ห่วงเมิ่งจือหลันนั่นเอง นอกจากนี้เขาก็ยังรับรู้ถึงการจับคู่กันของลูกชายเขากับเมิ่งจือหลันอีกด้วย
ซึ่งแน่นอนว่าภายในใจของเสิ่นเยี่ยนจวิ้นก็้าให้เมิ่งจือหลันมาเป็ลูกสะใภ้เช่นเดียวกันกับผู้เป็ภรรยา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่้าที่จะบีบบังคับหรือว่าเข้าไปกะเกณฑ์มากจนเกินไป
“ถ้าหากลูกชายของพวกเรากับหนูจือหลันเป็คู่กันแล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็ต้องกลับมาพบเจอกันอย่างแน่นอน เพราะยิ่งถ้าหากคุณเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับพวกเขามากจนเกินไป ก็อาจจะให้พวกเขาทั้งคู่อึดอัดใจและลูกสะใภ้ที่คุณ้าก็อาจจะหลุดหายไปก็ได้”
“จริงด้วย ถ้าอย่างนั้นฉันจะเชื่อคุณอีกครั้งก็แล้ว”
“ทางที่ดีคุณนำหนังสือที่ผมเก็บเอาไว้ไปให้หนูจือหลันดีกว่า ให้เธอได้อ่านมันสักนิดเผื่อว่าในอนาคตเธอจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้”
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
พบกันใหม่ในตอนต่อไปนะคะ
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++