แจ็ครีบออกจากพุ่มไม้ใหญ่แล้ววิ่งตามพอร์นกับจิมไปโดยทิ้งระยะห่างในระยะที่ปลอดภัยที่สุดและแจ็คเองก็คอยระวังตัวจากคนอื่นๆ ในกลุ่มของพอร์นที่อาจสังเกตุเห็นตัวของแจ็คเองด้วยแจ็คจึงได้วิ่งเรียบไปกับต้นไม้ใหญ่โดยใช้เงาของต้นไม้ในการซ่อนตัว
“ฉันมั่นใจว่าเสียงมันมาจากตรงนี้แน่ๆ”พอร์นพูดขึ้น
“เราแยกกันหาเถอะ” จิมพูดแล้วทั้งสองก่อนแยกกันหาปีปิก โดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงที่ตัวเองกำลังไล่ตามอยู่นั้นเป็เสียงของนกแก้วตัวหนึ่งเท่านั้นเอง
แจ็คพยายามมองหาปีปิก โดยมองไปยังที่ต่างๆ ที่คิดว่าปีปิกจะอยู่แต่เพราะความมืดทำให้แจ็คมองออกไปไม่เห็นก่อนแจ็คจะรีบถอยออกจากที่นั่นเพราะแจ็คได้ยินเสียงของกลุ่มคนที่วิ่งมาจากทางข้างหลังของตัวเอง
“เกิดอะไรขึ้น” หนึ่งในกลุ่มคนะโถามพอร์นและจิมที่กำลังหาปีปิกอยู่
“มีคนอยู่ที่นี้” พอร์นตอบ
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกร้องขึ้นเมื่อเห็นว่ามีคนมารวมกันเยอะทำให้คนที่มารวมตัวกันต่างมามองหาต้นตอของเสียงแต่ก็หาไม่เจอว่าเสียงดังมาจากที่ไหนกันแน่
“ออกมานะ” จิมะโขึ้น
“เห้ย ช่วยกันหาตัวมันให้พบ”พอร์นหันไปะโสั่งกลุ่มคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ทำให้ทุกคนแยกย้ายกันตามหาที่มาของเสียง
แจ็คที่ออกมาจากตรงที่กลุ่มคนไปรวมตัวอออกมาได้รีบวิ่งลึกเข้าไปในเกาะหมอกอย่างไม่คิดชีวิต ก่อนจะหยุดพักเหนื่อยเพราะการวิ่งติดต่อกันเป็เวลานานพลางเป็ห่วงปีปิกเ้านกเพื่อนรักของเขา
“ฉันต้องทำอะไรซักอย่างไม่อย่างนั้นฉันไม่รอดไปจากที่นี้แน่ๆ”แจ็คพูดกับตัวเอง
เมื่อคิดได้ดังนั้นแจ็คจึงได้เดินสำรวจลึกเข้าไปในเกาะโดยหวังว่าจะเจอที่เหมาะๆ ที่จะให้เขาซ่อนตัวจากกลุ่มคนที่อันตรายพวกนี้ได้
แจ็คเดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ จนไปพบเข้ากับต้นไม้ต้นหนึ่งที่สูงใหญ่แจ็คจึงปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่นั้น แล้วขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้ใหญ่กิ่งหนึ่งที่มีใบปกคลุมหนาซึ่งเหมาะแก่การซ่อนตัวหลังจากนั้นจึงใช้กล้องส่องทางไกลส่องไปยังที่เขาวิ่งจากมาแล้วแจ็คก็ต้องใกับแสงไฟฉายที่ตอนนี้กำลังส่องแสงหลายจุดและกำลังเคลื่อนที่มายังจุดที่เขาอยู่
แจ็ครีบหมอบตัวกับกิ่งไม้ให้ต่ำที่สุดและภาวนาในใจให้พวกเขาเดินผ่านตรงนี้ไปเร็วๆ แม้จะมีไบไม้หนาคอยบังตัวเขาไว้แล้วแต่นั้นก็ไม่ได้ช่วยคลายความกังวลใจให้แจ็คเลยแม้แต่น้อย
“มันคงหนีไปไกลแล้วแน่ๆ” หนึ่งในคนที่กำลังค้นหาอยู่พูดขึ้น
“พวกนายหาต่อไป อย่าให้ใครมันเล็ดลอดออกจากเกาะนี้ไปได้”เสียงหนึ่งออกคำสั่งขึ้นมา ก่อนจะทิ้งให้คนที่มาด้วยกันออกตามหาแจ็คต่อไปอย่างไม่ลดละ
หลังจากค้นหาอยู่เป็เวลานาน จนดวงอาทิตย์เริ่มโผล่ออกมาจากขอบฟ้ากลุ่มที่ค้นหาทั้งหมดก็ได้เดินทางหายเข้าไปในตัวเกาะ ส่วนแจ็คที่คอยแอบมองกลุ่มคนเ่าั้จากต้นไม้ก็เริ่มรู้โล่งใจขึ้นแต่ก็ยังคงเป็ห่วงปีปิกเ้านกแก้วเพื่อนรักของเขาอยู่ตลอด
“หวังว่านายจะรีบกลับมาเร็วๆนี้พร้อมพาคนมาช่วยฉันด้วยนะดีนตอนนี้ฉันรู้สึกว่าตัวเองต้องเข้าไปพัวพันกับเื่อันตรายบางอย่างเข้าให้แล้ว”แจ็คคิดขึ้น
หลังจากที่แจ็ควิ่งล่อพอร์นและจิมออกไปได้แล้วดีนรีบวิ่งกลับไปยังเรือที่ซ่อนอยู่ในโขดหินก่อนจะหยุดนิ่งอย่างเงียบเชียบเมื่อได้ยินเสียงกลุ่มคนที่วิ่งมาที่ชายหาดเพราะได้ยินเสียงปืน
“นั้นมันพอร์นมันวิ่งไปไหนของมันอยู่”เสียงหนึ่งในกลุ่มคนดังขึ้น
“ตามมันไปก่อนเดี่ยวค่อยไปถามมันเอา” อีกเสียงตอบขึ้นมา แล้วเสียงฝีเท้าที่อยู่บนชายหาดก็ค่อยๆหายเงียบไป
ดีนที่ไม่แน่ใจว่ากลุ่มคนเ่าั้ไปหมดยังจึงได้ค่อยๆยืนหน้าชะเงอออกไปจากโขดหินโดยมีรากไม้บังส่วนหัวของเขาไว้อยู่ดีนดูจนเข้าแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นแล้ว จึงค่อยๆดันเรือแคนนูของเขาออกจากซอกหิน โดยพยายามประคองเรือไม่ให้ชนกับหินโสโครกในตอนกลางคืนด้วยความกลัวว่าจะมีคนมองเห็น ดีนจึงเลือกที่จะไม่เปิดไฟฉายทำให้เขาต้องคอยพยายามมองออกไปเท่าที่เขาจะมองเห็นก่อนจะผ่านหินโสโครกและออกจากเกาะมาได้ ดีนจึงรีบพายเรือกลับไปยังบ้านพักของเขาทันที
ในยามเช้าของวันใหม่แอนนี่และอลิซรีบตื่นก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องของพวกเด็กผู้ชายแต่ก็กลับไม่เห็นใครในห้องทำให้ทั้งสองคนเริ่มวิตกกังวลจึงรีบวิ่งไปที่ท่าเทียบเรือไม้ก็ปรากฎว่าแจ็คและดีนยังไม่ได้กลับมายังบ้านพัก
“เกิดอะไรขึ้นรึเปล่านะ” แอนนี่พูดขึ้นด้วยความเป็ห่วง น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง
“ไม่มีอะไรหรอก” อลิซเข้าไปปลอบแอนนี่แต่ในใจของอลิซเองเธอก็อดเป็ห่วงแจ็คและดีนไม่ได้เช่นกัน
“อ่ะ นั่นไงพวกนั้นกลับมาแล้ว”อลิซชี้ไปในทะเลสาบที่ตอนนี้เห็นเงาของใครบางคนกำลังพายเรือมาจากที่ไกลๆทำให้แอนนี่เริ่มคลายความกังวลลงแต่นั้นก็เพียงชั่วคราวเท่านั้นเพราะเมื่อเรือมาจอดเทียบท่ากลับมีแค่ดีนเพียงคนเดียวเท่านั้นที่กลับมา
“ดีน แจ็คละ” แอนนี่รีบยิงคำถามออกไปทันทีเมื่อไม่เห็นพี่ชายของเธอและปีปิกนั่งเรือมาด้วย
“ฉันมีเื่จะเล่าให้พวกเธอฟัง”ดีนพูดขึ้นในระหว่างที่ตัวเองพยายามปีนขึ้นมาจากเรือแคนนูแล้วผูกเชือกเรือแคนนูกลับไว้ยังที่เดิมก่อนดีนจะเริ่มเล่าเื่ที่เกิดขึ้นกับเขาและแจ็คให้แอนนี่และอลิซฟัง
“งั้นแจ็คก็ยังอยู่บนเกาะนั้น”แอนนี่พูดทั้งน้ำตา ตอนนี้แอนนี่เริ่มร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆก่อนอลิซจะรีบเข้ามาปลอบแอนนี่
“ฉันจะไปหาเจมส์” ดีนพูดขึ้น
“นายจะบ้าเหรอ นายพบกับเพื่อนของเจมส์แล้วนายก็รู้ว่าพวกเขาร้ายกาจขนาดไหน และพวกเขาพึ่งยิงปืนใส่พวกนายเมื่อคืนนี้นายคิดว่าเพื่อนของเจมส์จะไม่ได้บอกเื่พวกนายให้เจมส์ฟังรึไง” อลิซพูดขึ้น
“ไม่หรอกฉันกับแจ็คคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะเป็เพื่อนกัน” ดีนพูด
“อะไรทำให้นายคิดแบบนั้นกันละ”อลิซถาม
“เราอยู่กับเจมส์มาก็ตั้งหลายวันแล้วแต่เรายังไม่เคยเห็นเขาทำอะไรที่เป็อันตรายแก่พวกเราเลยนะ” ดีนพูดตามความคิดของตัวเองออกไป
“เขาอาจจะกำลังซ่อนนิสัยจริงๆจากพวกเราก็ได้นะดีน” อลิซตอบ
“ฉันว่าเราไปบอกป้าเมย์กับลุงแซมดีไหม”แอนนี่เสนอขึ้นพลางปาดน้ำตาออกจากแก้มและดวงตาทั้งสองข้าง
“ให้ฉันได้คุยกับเจมส์ก่อนได้ไหมแล้วเราค่อยบอกป้าเมย์กับลุงแซมกัน” ดีนยังคงยืนยันคำเดิม
“ฉันไม่รู้ด้วยแล้ว” อลิซตอบอย่างอารมณ์เสียแต่ก็คิดว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทะเลาะกันกับดีน แล้วทั้งสามคนก็รีบตรงไปยังบ้านพักของเจมส์ในทันที
“อรุณสวัสดิ์” เจมส์ที่เห็นพวกเด็กๆ เดินเข้ามาที่บ้านพักของเขาจึงร้องทักทายขึ้น แต่เด็กทั้งสามคนกลับนิ่งเงียบไม่มีใครพูดอะไรมีเพียงแอนนี่เท่านั้นที่ตอนนี้ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ได้ทุกเวลา
“มีอะไรรึเปล่าทำไมถึงมาหาฉันั้แ่เช้า แล้วแจ็คกับปีปิกไปไหนซะละ” เจมส์ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าวันนี้บรรยากาศของเด็กๆดูไม่ดีต่างไปจากทุกทีและไม่เห็นแจ็คกับปีปิกอีกด้วย
“เจมส์ คุณไม่ได้มีเพื่อนอยู่ที่นี้จริงๆเหรอครับ” ดีนถามขึ้น
“ใช่สิ ทำไมกันงึพวกเธอถามคำถามนี้กับฉันอีกแล้ว” เจมส์ถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เราคิดว่าคุณมีเพื่อนที่คุณรู้จักพายเรือไปเกาะหมอกทุกคืน”ดีนเริ่มพูด
“และเรารู้ด้วยที่เกาะนั้นมีเพื่อนของคุณอยู่หลายคน”ดีนพูดต่อ
“ฉันบอกแล้วยังไงว่าฉันไม่รู้จักใครที่นี้จริงๆฉันเป็แค่นักท่องเที่ยวที่้าพักผ่อนรับอากาศบริสุทธิ์ที่เลจจอร์จเท่านั้นเอง”เจมส์ตอบ
“เจมส์คุณอย่าโกหกเราอีกเลย”อลิซพูดขึ้นด้วยท่าที่จริงจัง
“ตอนนี้แจ็คอาจจะตายได้เลยนะค่ะถ้าคุณไม่ติดต่อบอกเพื่อนของคุณบนเกาะนั้นให้” แอนนี่พูดพลางน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างพรั่งพรูนั้นทำให้เจมส์หันมาสนใจเื่เล่าของพวกเด็กๆ มากยิ่งขึ้น
“ไหนเล่าให้ฉันฟังสิว่าเกิดอะไรขึ้นกับแจ็ค”เจมส์พูดด้วยท่าทีที่จริงจัง
“เมื่อคืนเราแค่อยากจะไปเซอร์ไพร์คุณที่เกาะหมอกนั้นก็เท่านั้นเองจึงได้พายเรือตามเพื่อนของคุณไป จนเข้าไปในเกาะหมอกได้ แล้วไปเจอกลุ่มเพื่อนๆของคุณเข้าแต่ผมกับแจ็ครู้สึกไม่ดีจึงคิดจะกลับออกจากเกาะก่อน แต่จู่ๆเพื่อนของคุณที่ชื่อพอร์น กับจิมก็ยิงปืนใส่เรา แล้วแจ็คก็วิ่งล่อพวกเขาออกไปให้แล้วปล่อยให้ผมหนีมาเพื่อมาตามคนไปช่วยเขาอีกครั้ง” ดีนเริ่มเล่าเื่ที่เจอให้เจมส์ฟัง
เื่เล่าของดีนทำให้เจมส์สนใจเป็อย่างมากแล้วเขาก็รู้สึกคุ้นเคยกับชื่อของสองคนที่ยิงปืนใส่ดีนและแจ็ค ทำให้เขารีบกลับเข้าไปในบ้านปล่อยให้พวกเด็กๆ ยืนรออยู่ข้างนอกอยู่ซักพักนึง แล้วกลับมาพร้อมกับรูปถ่ายสองรูป
“ใช่สองคนนี้รึเปล่าที่นายเจอ”เจมส์ยื่นรูปถ่ายให้ดีนดู ปรากฏเป็ชายร่างสูงหนวดเคราขึ้นเต็มใบหน้ารูปหนึ่ง และอีกรูปก็เป็ชายร่างเล็กอีกรูปหนึ่ง
“ใช่ครับผมเห็นพวกเขาตอนกำลังนั่งรวมกลุ่มกินอาหารกันอยู่” ดีนตอบ
“งั้นคุณก็รู้จักพวกเขาสินะค่ะเจมส์”แอนนี่ถามขึ้น
“ใช่ ฉันรู้จักสองคนนี้และคิดว่าน่าจะรู้จักเพื่อนในกลุ่มเขาด้วยบางคน”เจมส์ตอบ
“งั้นคุณก็ติดต่อหาเพื่อนคุณแล้วอธิบายให้พวกเขาเข้าใจสิ”อลิซพูดขึ้น
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ได้มีเพื่อนหรือคนรู้จักอยู่ที่เกาะนี้”เจมส์ตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“แต่เมื่อกี้คุณบอกว่ารู้จักคนพวกนี้นี่ครับ”ดีนแย้งขึ้น
“ฉันพูดบอกแบบนั้นก็จริงแต่ที่ฉันรู้จักพวกนี้ก็เพราะพวกเขาอยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยที่ฉันกำลังตามหาตัวอยู่และมีรายงานว่าพบเห็นพวกเขาอยู่ที่เลคจอร์จนี้” เจมส์ตอบออกไป
“งั้นคุณก็ไม่ใช่นักท่องเที่ยวหรือเพื่อนของพวกนั้น”ดีนที่ได้ฟังมือเริ่มเย็นเฉียบขึ้นเรื่อยๆเมื่อคิดได้ว่าตอนนี้แจ็คกำลังเผชิญหน้ากับกลุ่มอาชญากรตามลำพัง และไม่เพียงแค่ดีนเท่านั้นอลิซและแอนนี่เองตอนนี้หน้าก็เริ่มซีดเผือกจนรู้สึกได้ว่าเืหล่อเลี้ยงไปที่หน้าไม่พอ มือเริ่มเย็นเฉียบขึ้นมาในอึดใจแอนนี่เริ่มร้องไห้คร่ำครวญหนักขึ้นเรื่อยๆเมื่อคิดว่าพี่ชายที่เธอรักต้องอยู่บนเกาะนั้นเพียงลำพังกับกลุ่มอาชญากร
“ถ้างั้นคุณเป็ใครกันแน่” ดีนถามขึ้นมาในที่สุด
“งานที่ฉันทำก็คล้ายๆกับตำรวจแต่อันตรายกว่ามาก แต่พวกเธอจะคิดว่าฉันเป็ตำรวจคนหนึ่งก็ได้” เจมส์ตอบ
“คุณช่วยแจ็คไม่ได้เลยเหรอค่ะ”อลิซถามขึ้น
“ได้สิต้องช่วยให้ได้แน่นอน”เจมส์ตอบ
“แต่ตอนนี้พวกเธอกำลังทำฉันเสียเื่พวกมันคงไม่คิดที่จะอยู่บนเกาะนั้นนานแล้วแน่ๆ เมื่อมีคนเห็นพวกมันแล้ว” เจมส์พูดต่อ ก่อนเขาจะรีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้านพัก ตรงไปยังวิทยุรับส่งของเขาก่อนจะหมุนปุ่มบนวิทยุหาสัญญาณแล้วพูดบางอย่างที่เร็วมากจนเด็กทั้งสามคนฟังไม่ทันว่าเจมส์พูดอะไรบ้าง
“ดีน นายรู้ไหมว่าเกาะนั้นอยู่ตรงไหน”เมื่อวางสายเสร็จเจมส์จึงหันกลับไปถามดีนที่เดินตามเขาเข้ามาในบ้านพร้อมด้วยแอนนี่และอลิซทีเดินมาพร้อมกัน
“รู้ครับ” ดีนรีบตอบขึ้นมา
“ดีถ้ายังงั้นถ้าฉันไปที่เกาะหมอกนั้นได้ไหม”เจมส์ถามต่อ นั้นทำให้ดีนหยุดคิดไปแปปนึงก่อนจะตอบออกไป
“ได้ครับ”