ตอนที่ ๑๔
“ทูลฝ่าา...ท่าน้าให้ผู้ใดกอดหรือพะยะค่ะ”จินซิ่วเหอเอ่ยตอบฮ่องเต้ หากรู้อยู่แล้วว่า้าให้ผู้ใดนั้นกอด
“แล้วจักต้องให้ข้าบอกเล่าว่าเป็ผู้ใด....”ฮ่องเต้ยัง คงฟอร์มท่าทางเอาไว้แต่ภายในใจแล้วอยากโผลงเข้าไปกอดซิ่วเหอให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียดีกว่า
ซิ่วเหอนั้นก็มิได้ยินยอมที่จะเข้าไปตามความ้าหาไม่เคยกอดกันหรือไม่ใช่ เหตุใดย่อมกระทำการเช่นนั้นแบบ ที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ข้า....ข้าทำมิได้พะยะค่ะ”ซิ่วเหอตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
พอได้ฟังคำตอบแล้วพระภัคของฮ่องเต้กลับเปลี่ยนไป อารมณ์เหมือนฟ้ากำลังพิโรธ กงกงคนสนิทรีบส่งสัญญาณไปยังจินซิ่วเหอหากไม่แล้วทุกอย่างในวันนี้ต้องพังพินาศเป็แน่
พรึ๊บ!!
เป็จินซิ่วเหอที่รีบโผลงเข้าไปกอดฮ่องเต้ก่อนที่ไฟพิโรธจะรุกโชน ฮ่องเต้นั้นยังคงยืนนิ่งเหมือนทำอะไรไม่ถูกเขาไม่เคยคิดว่าซิ่วเหอจะยอมกระทำเช่นนี้กับเขา
เป็ครั้งแรกที่รู้สึกอบอุ่นในหัวใจของฮ่องเต้ตลอด เวลาที่ผ่านมาเขาไม่เคยมอบสิ่งๆนี้ให้กับจินซิ่วเหอเลยสักครั้ง นอกจากวันที่ซิ่วเหอนั้นลืมตาดูโลกเขาก็มิได้ไปหาอีกเลยจน กระทั่งตอนนี้...
ฮ่องเต้รีบสวมกอดตอบซิ่วเหอจนตัวซิ่วเหอนั้นรู้สึก...หายใจไม่ออก
“ฝะฝ่าา...ข้าหาย ใจมิ ออก...”
“พ่อต้องขอโทษเ้าด้วย...นานมากแล้วที่พ่อมิเคยปฏิบัติต่อเ้าเช่นนี้...”
“ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ..พะยะค่ะ”
ฮ่องเต้สะอึกไปกับคำพูดของซิ่วเหอเล็กน้อยก่อนที่ทั้งสองจะลดแขนทั้งสองข้างลงพร้อมกับมาอยู่ในสภาวะปัจจุบัน
สิ่งที่ไม่เคยลืมนั้นยากที่จักลืมได้ยากหากพระสนมฉางจ้ายยังคงสงสัยอยู่
“ซิ่วเหอ...เด็กที่นอนอยู่ในเปลนั่น...”
“เด็กคนนี้หรือพะยะค่ะ....”ไม่เอ่ยสิ่งใดจนมากความซิ่วเหอช้อนตัวบุตรชายขึ้นมาอุ้ม ก่อนจะเดินไปหาผู้เป็แม่“เด็กคนนี้เป็ลูกของลูกเองพะยะค่ะ...”
“ลูกของเ้าเช่นนั้นรึ...เหตุใดแม่จึงมิรู้ว่าเ้าตั้งครรภ์”ฉางจ้ายหันไปมองฮ่องเต้ เชิงถามไปว่าท่านรู้เื่สิ่งนี้ใช่หรือ ไม่
“ฉางจ้าย...คือข้า...บอกกับหมอหลวงโหย่วห้ามบอกเ้าเื่ซิ่วเหอตั้งครรภ์เอง”
พระสนมฉางจ้ายพอได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกไม่พอใจที่มีเพียงตนเองเท่านั้นที่ไม่รู้เื่นี้เหตุไฉนกันเล่าทำไมนางต้องมารู้เื่เป็คนสุดท้ายเช่นนี้ในเมื่อนางก็เป็ถึงมารดาของซิ่วเหอแล้ว...ทำไมกันเล่า...
“ฉางจ้าย...เ้าอย่าได้โกรธพวกข้าเลยหากกระทำเช่นนี้ไปนั้น ก็เพื่อปกป้องอันตรายให้กับซิ่วเหอแล้วก็หลานของเรา...”
“เพคะ...หม่อมฉันเข้าใจ....”ฉางจ้ายนางตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนที่จะหันไปเอ่ยกับจินซิ่วเหว่า“ซิ่วเหอ...แม่ขออุ้มหลานได้หรือไม่..”
ซิ่วเหอมิได้รอช้ารีบส่งบุตรชายในอ้อมแขนไปให้ผู้เป็มารดาทันทีพระสนมฉางจ้ายนั้นมองไปยังใบหน้าเล็กของเด็กน้อย...หน้าตาช่างน่ารักน่าชังเสียเหลือเกิน...เหมือนตอนจินซิ่วเหอสมัยก่อนหากใบหน้าก็มิได้เหมือนเพียงซิ่วเหอแต่ยังปนใบหน้าอื่นอยู่ด้วย
“ฉางจ้าย...ข้าขออุ้มบ้าง...”ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นฉางจ้ายก็ไม่ได้เอ่ยอันใดจึงค่อยๆส่งเ้าหลานชายตัวน้อยไปให้กับฮ่อง เต้
“เ้าอ๋องน้อย....เ้าจักไปอยู่ในวังกับข้าหรือไม่...หึ....ฟอด!” ทั้งหอมทั้งดมเป็กิริยาท่าทางที่ทุกคนมิเคยได้เห็น....ฮ่องเต้มีมุมเช่นนี้กับผู้อื่นด้วยรึ?
“หากว่าฝ่าา้าเช่นนั้นฝ่าาก็ต้องระวังผู้อื่นให้มากกว่านี้และหากฮองเฮารู้จักเป็เช่นไรฝ่าาจักหาข้ออ้างใดเล่า...”
“เื่นั้นข้ามิได้มีปัญหาหากเ้าจักมอบจวิ้นอ๋องให้กับข้า...ข้าจักเลี้ยงดูเขาให้เป็อย่างดี”
ซิ่วเหอหันไปมองผู้เป็ใหญ่ในใต้หล้าแค่ลำพังตัวซิ่ว เหอฮ่องเต้ยังปกป้องเขาไม่ได้ แล้วนั่นเป็แค่อ๋องตัวน้อยฮ่อง เต้จะปกป้องเขาได้อย่างนั้นรึ
“เหตุใดเ้าถึงมองข้าเช่นนั้น....”ฮ่องเต้เอ่ยถามทันที
“กระหม่อมมิไว้ใจพะยะค่ะ...”
แม้จักทำอย่างไรจินซิ่วเหอก็มิไว้ใจฮ่องเต้อยู่ดีจักเอาตัวจวิ้นเจี๋ยไปเลี้ยงดูอย่างนั้นหรือ...ไม่มีทางเป็ไปได้อย่างใจนึกแน่เพราะจินซิ่วเหอคงมิยอมปล่อยให้บุตรชายของตัวเองออกไปจากอ้อมอก...
“ฝ่าาเพคะ...หม่อมฉันของอยู่กับซิ่วเหอแล้วก็หลานชายของหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ”ฉางจ้ายเอ่ยถามฮ่องเต้ หากคำตอบได้หรือไม่ได้ก็ขึ้นอยู่กับคนเป็สามีแล้ว
“ได้...ข้าอนุญาตวันพรุ่งข้าจักให้ข้าหลวงนำเกี้ยวมารับเ้าที่จวน”
ฉางจ้ายนั้นขอฮ่องเต้อยู่ดูแลบุตรชายและหลายชายแค่คืนเดียวคืนเดียวเพียงเท่านี้ก็ถือว่ามากพอสำหรับพระสนมตำแหน่งเช่นนางมากกว่านี้นางจักไม่ขออีกแล้วเพียงเท่านี้ก็เป็สุขใจยิ่ง
ในส่วนของฮ่องเต้นั้นได้เสด็จกับวังหลวง...เพราะยังมีราชกิจที่ต้องทำอีกมากมายทั้งฎีกาจากเหล่าขุนนาง ทั้งคำร้องต่างๆ...ทุกวันฮ่องเต้ต้องตัดสินพระทัยและเป็ธรรมแก่ทุกฝ่าย
ภายด้านในเรือนนั้นมีจินซิ่วเหอบุตรชายและผู้เป็มารดา
“ซิ่วเหอ...ลูกอยู่ที่จวนนี้มีความสุขหรือไม่หากเ้าไม่มีความสุขที่จักอยู่ใจวนนี้แม่ก็พร้อมที่จะทูลขอฮ่องเต้ให้เ้าเข้าไปอยู่ในวังเช่นเดิม”
“ทำเช่นนั้นมิได้พะยะค่ะเสด็จแม่ลูกมีสามีแล้วยังมีจวิ้นอ๋องอยู่ด้วย การที่จะกลับเข้าไปในวังหลวงยิ่งยากเกินไป อีกอย่างหลี่เฟยเย่คงมิยอมให้ลูกเข้าวังเป็แน่...”
“ลูกจักกลัวหลี่เฟยเย่ไปทำไมกันหากเ้าไปอยู่ในวังเขาจักกล้าทำอันใดแก่เ้าได้”
“ทุกอย่างพะยะค่ะ...แม้กระทั้งลูกต้องถูกหลี่เฟยเย่รังแกจนตั้งครรภ์...”
“เช่นนี้เ้าก็มิได้หลงใหลในตัวหลี่เฟยเย่ใช่หรือไม่?”
ซิ่วเหอนั้นมิกล้าตอบกลับผู้เป็มารดาหากจักตอบไปว่ามิเคยรักชอบพอกับหลี่เฟยเย่แล้วก็ดูจะเป็ไปได้ยาก...เพราะเหตุใดนั้นเขาไม่รู้รู้เพียงแต่ขาดหลี่เฟยเย่ไปมิได้เท่านั้น
เช้าของวันรุ่งขึ้นซิ่วเหอเดินออกมาส่งผู้เป็มารดาที่หน้าจวนก่อนที่ขบวนจะนำเสด็จกลับเข้าวังซิ่วเหอมองตามขบวนจนลับสายตาก่อนจะหมุนตัวกับเข้าไปภายในจวน
“ซิ่วเหอ....”หลี่เฟยเย่เอ่ยเรียกขึ้น เขาจึงหันไปมองตามกระเสียงที่ดังมา
“มีเื่อันใดกับข้า”
หลี่เฟยเย่เดินเข้ามาใกล้ๆจินซิ่วเหอพร้อมกับรอยยิ้มที่แปลกประหลาด
“ข้าจักออกไปที่ค่ายทหาร....”ที่บอกกับซิ่วเหอนั้นหากตน้าบางสิ่งจากตัวซิ่วเหอ
“เ้าก็ไปเสียสิจักมาบอกข้าทำไมเล่า”
“ซิ่วเหอ...เ้านี้มัน....ฟอด!!”
หลี่เฟยเย่รีบจู่โจมฝ่ายตรงข้ามที่ยังไม่ระวังตัวการกระทำเช่นนี้คือผลพลอยได้ หากความจริงแล้วอยากได้คำ เอ่ยดีๆจากปากซิ่วเหอแต่เพราะไม่เป็ไปตามคาดจึงใช้วิธี นี้
“หลี่เฟยเย่!!เ้ากล้าดียังไงถึงทำเช่นนี้กับข้า!! วันนี้ข้าจักให้เ้านอนนอกจวน!!หลี่เฟยเย่!”
เฟยเย่รีบวิ่งออกมาจากจวนขึ้นควบม้าแล้วออกตัวทันทีระหว่างควบม้าอยู่นั้นเขายังได้ยินเสียงแว่วๆของจินซิ่ว เหอก่นด่าเขา แค่นี้เขาก็มีความสุขแล้ว
วันเวลาพ้นผ่านไปอย่างน่าเสียดายดวงอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้ากลุ่มดวงดาวเริ่มแปล่งแสงระยิบระยับคืนนี้ไม่มีดวงจันทร์และเป็คืนเดือนมืด
สายลมเริ่มพัดมาอ่อนๆซิ่วเหอนั้นกำลังนั่งรอหลี่เฟยเย่ที่หน้าประตูจวนสายตาคอยสอดส่องทั้งซ้ายและขวาก็มิมีท่าทีว่าหลี่เฟยเย่จะกลับมาที่จวนเลย
พรึ๊บ!!!
จู่ๆกลุ่มคนสวมชุดสีดำก็กระโจนมาจากทิศทางไหนมิรู้ได้มายืนต่อหน้าซิ่วเหอเขาลุกขึ้นทั้งทีก่อนที่จะเอ่ยถามกลุ่มคนตรงหน้าว่าเป็ผู้ใดมาทำอะไรที่นี่
“พะพวกเ้าเป็ใคร!”
อีกฝ่ายไม่ทันได้ตอบเพียงพุ่งดาบอันแหลมคมมาทางซิ่วเหอทันทีซิ่วเหอรู้ตัวก่อนที่ดาบนั่นจะมาแทงที่ตนจึงรีบวิ่งเข้าไปด้านในจวนอย่างรวดเร็ว
ซิ่วเหอรีบวิ่งตรงมายังเรือนเพื่อมาดูบุตรชายแล้วต้องพาบุตรชายหนีออกจากจวนตอนนี้อย่างโดยเร็ว
ทางด้านของหลี่เฟยเย่นั้นก็ถูกศัตรูจู่โจมเพื่อป้องกันการกรุกเข้าไปยังวังหลวง
ปั๊ง!!
เสียงของประตูที่ถูกแรงบางสิ่งทำให้กระเด็นหลุดลงไปกระทบกับพื้นห้องจินซิ่วเหอนั้นกำลังโอบกอดบุตรชายอย่างปกป้อง
“ไปจับตัวมันมา!!”ชายชุดดำผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนที่ชายชุดดำคนอื่นๆจะรีบเข้ามาจับกุมตัวซิ่วเหอเอาไว้
“หยุดนะ.....”
ปลั๊ก!!ชูเฉียงวิ่งเข้ามาเพื่อที่จะช่วยผู้เป็นายแต่แล้วยังไม่ได้กระทำการสิ่งใดก็ถูกอีกฝ่ายทำให้สลบไปเสีย ก่อน
ซิ่วเหอและบุตรชายถูกกลุ่มคนชุดดำจับตัวพร้อมกับพาพวกเขาไปที่ไหนนั้นไม่มีใครรู้ถูกจับนั่งบนเกี้ยวแถมยังเป็เวลามืดค่ำเส้นทางก็มองไม่เห็น
“พวกเ้าจักจับข้าไปที่ใดกัน!”
“หุบปากของเ้าเสีย!!ถ้ายังมิอยากตาย...!!”
จินซิ่วเหอรีบหุบปากเงียบทันทีแต่เพราะเสียงตะหวาดใส่เขาเมื่อครู่ทำให้บุตรชายของเขาเกิดร้องขึ้น แว๊.....แว๊.....!!
กว่าทุกอย่างจะสิ้นสุดลงนั้นหลี่เฟยเย่ลืมไปเสียเลยว่าทิ้งซิ่วเหอกับบุตรเอาไว้ที่จวน...เขาจึงรีบกลับมาพร้อมกับม้าเร็ว
พอกลับมาถึงจวนของตัวเองเขาก็ต้องพบกับเหล่าบ่าวไพร่ที่นอนแน่นิ่งเป็ศพเต็มไปหมดเฟยเย่รีบวิ่งไปดูที่เรือนของตน
“มันเกิดเื่บ้ากระไรกัน!!!”มาที่เรือนก็ไม่เห็นใครแล้ว เฟยเย่โกรธจัดมือกำดาบแน่น
ภายในจวนนั้นเหลือผู้มีชีวิตไม่กี่สิบคนเท่านั้นไม่เว้นแม้แต่หลี่ซูผู้เป็มารดาของท่านแท่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ยังถูกรอบสังหารอย่างเืเย็น
“ท่านพี่เฟยเย่....เสี่ยวฉีกลัวเหลือเกิน...”นางผู้รอดชีวิตรีบวิ่งเข้ามากอดเฟยเย่ทันที เฟยเย่นั้นมิได้เอ่ยอันใดกับนางและพลันมองไปเห็นชูเฉียงที่กำลังเดินโซซัดโซเซมาทางเขา
“ทะ....ท่านแม่ทัพขอรับ” พรึ๊บ....พอเดินมาถึงชูเฉียงก็ล้มลงไปนอนกับพื้นหากมิได้ยอมแพ้เพียงแค่นี้เขายังพยายามจะลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่คราวนี้หลี่เฟยเย่ช่วยพยุงชูเฉียงขึ้นมาอีกแรง
“ท่านแม่ทัพ...ท่านซิ่วเหอ..ถะถูกพวกมันจับตัวไปขอรับ...”
“เ้าว่ากระไรนะ”
ไม่ทันจะได้เอ่ยออกไปรอบที่สองชูเฉียงก็หมดสติไปอีกละรอบสำหรับชูเฉียงมันเ็ปแทบทนไม่ไหว หากเป็นักรบคงทนได้กว่านี้
เฟยเย่กำดาบในมือแน่นขึ้นกว่าเดิมเป็เพราะเขาที่ไม่เอะใจว่ากลุ่มฏเหล่านี้จักมาจู่โจมที่จวนของเขา
เฟยเย่ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้นใจตัวเองยิ่งนักที่ไม่สามารถปกป้องเมียและลูกของตัวเองได้ เขาสัญญากับฟ้าดินว่า หากแต่นี้ต่อไปเขาจะออกตามหาลูกเมียจนกว่าจะพบถ้าหากตามไม่เจอก็ไม่ขอกลับมายังจวนนี้แม้แต่วังหลวง
ส่วนซิ่วเหอนั้นถูกจับตัวมายังเรือนกลางป่า...เขาลงจากรถม้าด้วยมึนงงหากจะนำตัวเขามาฆ่าทิ้งเหตุใดจึงไม่ทำั้แ่ตอนแรก
“เ้าปลอดภัยดีหรือไม่...จินซิ่วเหอ....”
ผู้คนผู้หนึ่งซึ่งเดินออกมาจากทางด้านหลังของรถม้าซิ่วเหอนั้นคุ้นเสียงนี้อยู่พอสมควร...แต่หากคนผู้นี้เขาไม่ได้ไปมาหาสู่เสียนานแล้ว
“.....!!”ซิ่วเหอหันกลับไปมองด้วยความใ เหตุใดเขาผู้นี้ถึงได้มาอยู่ตรงนี้ได้