โดยส่วนตัวนั้น ผมมักเป็คนที่ยิ่งกลัวก็ยิ่งสงสัย ยิ่งสงสัยก็ยิ่งอยากรู้ ยิ่งอยากรู้ความจริงผมก็ต้องหาคำตอบให้ได้ ไม่ใช่กลัวแล้วย้ายบ้านหนี หรือรีบไปรดน้ำมนต์เจ็ดวัดเก้าวัด
แต่ในครั้งนี้ผมเองก็หาได้เกิดความกลัวอย่างแท้จริงไม่ ผมเพียงแค่ใกับปรากฏการณ์ทางด้านิญญาที่ผมไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนซะมากกว่า และความสงสัยอันแท้จริงของผมที่เกิดขึ้นมานั้นกลับอยู่ที่ในเสี้ยวนาทีที่เขามองสบตาผมนั้น ทำไมแววตาของเขาจึงดูประหลาด... คือนั่นมันไม่ใช่แววตาแห่งความน่ากลัวใดๆเลย ประกอบกับกิริยาอันสงบนิ่งของเขานั้น มันค่อนข้างมีความหมายตรงกันข้ามกับคำว่าหลอกหลอนอย่างที่ผมคิดไว้ั้แ่ตอนแรกด้วยซ้ำ...
หลังจากกลับบ้านไปนอนกระสับกระส่ายครุ่นคิดอยู่เกือบทั้งคืนแล้ว วันต่อมาผมก็ตัดสินใจหยุดงาน แล้วเดินดิ่งมายังต้นโพธิ์ที่อยู่ริมถนนนั้น
ผมยืนมองต้นโพธิ์ขึ้นๆลงๆอยู่หลายรอบ แล้วก็เดินเข้าไปมองดูจนชิดลำต้น จากนั้นก็วิเคราะห์ไปว่า ต้นโพธิ์ต้นนี้ดูแล้วน่าจะขึ้นอยู่ที่นี่มาไม่ต่ำกว่าสามสิบสี่สิบปีได้แล้วกระมัง ? ดูแล้วก็เป็ต้นโพธิ์ที่ค่อนข้างเก่าแก่อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แล้วผมก็นึกเปรียบเทียบกับหมู่บ้านจัดสรรค์ที่ผมอยู่ว่า หมู่บ้านจัดสรรค์นี้น่าจะเพิ่งมามีขึ้นในราวไม่เกินสิบกว่าปีมานี่เอง สองสถานที่ใกล้ๆกันแค่นี้กลับมีความแตกต่างทางด้าน่เวลาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
แล้วผมก็เดินวนไปรอบๆต้นโพธิ์โดยที่ไม่รู้ว่ากำลังมองหาอะไรกันแน่
แต่ขณะที่ผมยืนอยู่หลังต้นโพธิ์นั้นผมก็ต้องใจหายวาบ เมื่อเสียงพูดของใครคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆ
"ฆ่ามึงซะะั้แ่ตอนนั้นก็ดีแล้ว กูน่าจะฆ่ามึงซะก่อน...!"
ผมใกับคำพูดประหลาดนั้น ก็เลยรีบชโงกหน้าออกไปดู
ชายแก่ผมหงอกขาวคนหนึ่งกำลังยืนโงนเงนเเอ่นหน้าแอ่นหลังอยู่ที่หน้าต้นโพธิ์ พอแกเห็นหัวผมโผล่ออกมาก็ทำท่าสะดุ้งผงะใ แล้วก้าวถอยหลังจนเสียหลักล้มลงก้นจ้ำเบ้าไปกับพื้นถนน
"ไอ้... ไอ้...อุรังอุตัง !" เสียงแกละล่ำละลัก "มึงจะหลอกกูตอนกลางวันเลยรึ...? กูไม่... กูไม่กลัวมึงหรอกโว๊ย ! ประโยคหลังแกขึ้นเสียงตวาดพร้อมทั้งชี้หน้าผมไปด้วย
"ลุง.. ลุงครับ" ผมก้าวเท้าออกมา "อุรังอุตังอะไรครับลุง...? ผมเป็คนนะครับ ไม่ใช่ลิง" ผมมองหน้าลุงอย่างกังขากับคำพูดแปลกๆของแก
"อ้าว...?" ลุงหัวหงอกยกมือขึ้นขยี้ตาแล้วทำหน้างุนงง "กูก็นึกว่า.. กูก็นึกว่ามึงเป็..."
"เป็อะไรเหรอครับลุง ?" ลุงนี่พูดอะไรแปลกๆอยู่นะครับ มา... ลุกขึ้นก่อนสิครับ" ผมพูดพลางเอื้อมมือออกไปจะช่วยพยุงแกขึ้นมา
"ว้าาา... เว้ยยย ...!" ลุงแกปัดมือผม แล้วลุกขึ้นมาอย่างโงนเงน
"ไม่ต้องยุ่งกับกูหรอกโว๊ย... ! กูแค่กินเหล้าไปนิดหน่อย กูจะพูดอะไรก็เื่ของกูเถอะว๊ะ... !"
แล้วลุงหัวหงอกก็สบัดหน้าหันหลัง พลางเดินโยกๆเยกๆจากไป
ผมมองตามหลังแกไป เห็นแกเดินไปที่รถจักรยานซาเล้งคันหนึ่งที่จอดอยู่อีกด้านของริมถนน ก่อนที่แกจะถีบซาเล้งออกไปแกก็หันมาชำเลืองมองผมด้วยหางตาหน่อยนึง ดูแล้วแกคงสงสัยอะไรบางอย่าง แกคงสงสัยว่าผมเป็ใครและทำไมจึงโผล่ออกมาจากหลังต้นโพธิ์กระมัง ?
แล้วความสงสัยกังขาของผมก็กลับมีเพิ่มขึ้นเป็ลำดับ ลุงแกเป็ใคร ? แกมายืนพูดกับต้นโพธิ์ทำไม ? คำพูดที่ว่า 'ฆ่ามึงซะั้แ่ตอนนั้นก็ดีแล้ว กูน่าจะฆ่ามึงซะก่อน...' มันฟังดูน่ากลัวไม่น้อย แกอยากจะฆ่าใครรึ ? แล้วคำว่าอุรังอุตังอะไรนั่น.. คงเป็ชื่อใครสักคนกระมัง...? แล้วตอนที่แกพูดว่า 'ไอ้อุรังอุตัง มึงจะหลอกกูตอนกลางวันเลยรึ' สีหน้าของแกตอนนั้นทำไมดูตื่นใราวกับเห็นภูติผีอย่างไงอย่างงั้น...?
ผมนึกทบทวนคำพูดของลุงหัวหงอกไปมาหลายตลบ 'อุรังอุตัง... หลอกตอนกลางวัน... อุรังอุตัง... ผู้ชายขนดกรุงรัง... เอ.. มันชักจะเข้าเค้า หรือนี่คือเื่เดียวกัน ?'
หากเื่ของผู้ชายขนดกเกี่ยวข้องกับลุงหัวหงอกแล้ว ผมก็จะต้องสืบเื่นี้ดูสักหน่อย ความกลัวภูตผีิญญาของผมตอนนี้ดูจะมีน้อยยิ่งกว่าความอยากรู้
ผมอยากจะรู้ความจริงซะเหลือเกินว่า ผู้ชายขนดกรุงรังที่ผมสรุปได้แล้วว่าเป็ผีนั้น...แท้ที่จริงเขาเป็ใคร และมีที่มายังไงกันแน่...?