ครูไพลิน กำลังกังวลใจเื่อาการป่วยของแม่เธอ เพราะคุณมุกดาโทรมาบอกว่าว่าแม่ของเธอมีการอาเจียนเป็เืหมอพบว่าแม่ของเธอมีภาวะเืจางฉับพลันต้องมีการให้เืโดยด่วน ซึ่งการรักษาดังกล่าวแม่ของเธอต้องอยู่รักษาตัวที่โรงพยาบาล ดังนั้นเธอจะต้องลางานเพื่อไปช่วยพี่สาวสลับกันดูแลแม่ที่ป่วย ปัญหาคือ เธอห่วงว่าเด็กๆจะอยู่กันได้หรือเปล่า เธอเองก็รู้ว่าการย้ายโรงเรียนมากลางเทอมนี้ไม่เป็ผลดีกับเด็กๆเลยโดยเฉพาะเพชรชมพู ซึ่งเป็เด็กมัธยม 1 ซึ่งเนื้อหาวิชาเรียน การเก็บคะแนน การส่งงาน ต้องเร่งและไล่ตามเพื่อน ๆ ให้ทัน เธอก็กลัวว่าลูกจะเครียดเกินไป ขณะที่ได้คุยกับคุณอาทิตย์ไปแล้วเื่ลูกชายของเขา คุณอาทิตย์ก็ฝากฝังให้เธอช่วยดูแล แต่ในสถานการณ์แบบนี้เธอต้องเลือกที่จะทำสิ่งที่สำคัญและเร่งด่วนก่อน เธอเลยอยากจะคุยกับเพชรชมพู ว่าลูกคิดอย่างไร เพราะเธอเลี้ยงลูกแบบเพื่อนมีอะไรก็เน้นการพูดคุยสื่อสาร อีกอย่างลูกสาวของเธอเป็เด็กที่มีความรับผิดชอบ และมีความคิดความอ่านที่ค่อนข้างโตเกินตัว
“แม่คะ เพชรกลับมาแล้วค่ะ แต่เพชรกินข้าวกับเฮียโมกข์มาแล้วนะคะเพชรกินอีกไม่ไหวแล้วคะ”
นิลภัทร"ะโบอกอีกแต่นิลกินอีกได้นะแม่ หมูสามชั้นผัดกะปิ ของโปรด"
แม่บอกนิลภัทร “เอาใครกินได้ลุกมา จะกินแค่ไหนมาตักข้าวเองเลยจ๊ะ”
เพชรชมพูถึงไม่กินข้าวอีกแต่ก็นั่งลงประจำที่หยิบฝรั่งเนื้อกรอบๆนุ่มๆ หวานๆ ที่แม่เตรียมใส่จานไว้เข้าปาก พลางถาม
“แม่ ยายเป็ยังไงบ้างคะ”
คุณไพลินเล่าอาการมารดาตน ให้ลูกสาวฟัง แล้วถามขึ้น “ถ้าแม่ลางานไปช่วยป้ามุกดาดูยาย เพชรจะอยู่บ้านนี้กับน้องได้ไหม เดี๋ยวแม่ฝากป้าจวงกับลุงแช่มไว้ด้วยนะ”
“ไหวสิแม่” เพชรชมพูยิ้มแฉ่ง “แม่ก็รู้ เพชรเลี้ยงน้องได้สบาย แต่เพชรอยากไปหายายนะแม่ ไปให้กำลังใจ ยายรักเพชรมากถ้าเพชรไปยายต้องยิ้มได้แน่ๆเลย แม่ เพชรขอนั่งรถประจำทางตามไปวันเสาร์ได้ไหมคะ"
“เอาสิแต่เพชรไปถูกแน่นะลูก”
“ไปถูกคะเพชรมีเพื่อนอยู่อำเภอเดียวกันกับบ้านยายค่ะ เพื่อนเพชรคนนี้อยู่หอนะแม่เสาร์อาทิตย์เขานั่งสองแถวกลับบ้าน เดี๋ยวเพชรนัดนั่งรถไปพร้อมเพื่อนเลยคะ”
“ที่โรงเรียนเป็อย่างไรบ้างละเพชร ส่งงานทันแล้วหรือยัง” “เกือบครบแล้วคะ เหลืออังกฤษกับคณิตศาสตร์ ตอนแรกเพชรเรียนไม่ค่อยจะรู้เื่ ก็กลุ้มใจมากเลย วันนี้ได้ลองเอาหนังสือไปให้เฮียโมกข์ดู เฮียโมกข์บอกว่าเขาเข้าใจเื่ที่เพชรเรียนไม่รู้เื่นะแม่ เพชรคงต้องกวนเฮียโมกข์ติวให้ละคะสองวิชานี้ ยิ่งอังกฤษเฮียโมกข์สำเนียงดีมากเลยนะแม่ ไม่เชื่อแม่ถามนิลดู"
“เขาเก่งจริงๆนะแม่ เวลาพูดพูดน้อย แต่เวลาอธิบาย นิลว่าบางเื่นิลมาเข้าใจกับเฮียโมกข์นี่แหละ”
ครูไพลินกำชับอีก “แต่เวลาเขาพาเพื่อนมากินเหล้าที่บ้าน เด็กๆ อย่าเข้าไปวุ่นวายหรือไปใกล้เขานะลูก”
พิโมกข์พยายามข่มตานอน เขานอนไม่หลับอีกแล้ว วันนี้เขาเลือกล็อกอินเล่นเกมออนไลน์ฆ่าเวลา พิโมกข์ได้หลับจริงๆเกือบ 04.00 น. แต่เขาก็สามารถไปเรียนได้ตามปรกติ วันนี้คาบสุดท้ายก่อนเลิกเรียน มีนา บลู กับ ยูจิ เข้ามาคุยว่าพรุ่งนี้จะมาจัดปาร์ตี้สระน้ำที่บ้านเขากันอีกได้ไหม ซึ่งเขาก็รับปากไปตามปรกติ ดีซะอีกคืนพรุ่งนี้เขาไม่ต้องหาอะไรทำฆ่าเวลากินเหล้าเมาหลับ ถ้าไม่หลับก็ออกไปต่อที่ผับ บาร์ ข้างนอก ไม่ก็นัดกันไปแข่งรถ เขาหันไปถามอาร์ตที่นั่งข้างๆกัน
"มึงไปด้วยเปล่าว"
อาร์ตหันมาเตือนเพื่อนด้วยความหวังดี
“โมกข์มึงก็เพลาๆลงหน่อยไม่ได้เหรอวะ กูเห็นมึงดื่มจัด สูบบุหรี่จัดแล้วกูเป็ห่วงมึงนะ มึงมีอะไรมึงก็มาเล่าให้กูฟังดิ มึงเป็แบบนี้ไม่ดีเลยวะ”
“กูทำเพราะกูสนุก อะไรทำให้มึงคิดว่ากูทำเพราะกูมีปัญหา” พิโมกข์ตอบเรียบๆ
“กูเป็เพื่อนมึงมากี่ปีทำไมกูจะไม่รู้จักมึง ปรกติมึงสนใจแค่มึงจะแก้สมการยังไง เล่นกีฬา แต่งรถ เล่นเกม แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ มึงไปกับไอ้พวกนั้น มันชอบเที่ยวกลางคืน เมา แล้วก็มีเื่” มึงทำประชดพ่อมึงหรือเปล่า
พิโมกข์นิ่งคิดว่าเขาควรจะบอกเพื่อนรักดีหรือเปล่า “อาร์ตกูนอนไม่หลับนะ”
อาชวิน มองเพื่อนรักอย่างห่วงๆ เขาเองก็สังเกตเห็นความผิดปรกติของเพื่อนรัก พิโมกข์เป็คนไม่ค่อยพูดก็จริงแต่มันมักจะครุ่นคิดหมกมุ่นแต่เื่เรียน กีฬา เกม เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ตอนแรกก็คิดว่ามันเสียใจที่แม่มันตาย ปล่อยไปสักพักก็คงจะดีขึ้นแต่นี่ผ่านมาจะเกือบปีแล้วเพื่อนเขาอาการไม่ดีขึ้น ดูย่ำแย่เพราะบางครั้ง เพื่อนรักเขาเหม่อลอย และก็หงุดหงิดง่าย เ้าอารมณ์แบบเ้าตัวเองคงจะไม่รู้ตัว เขาอยากจะช่วยเพื่อนแต่ก็ยังไม่รู้จะช่วยอย่างไร อาชวินตัดสินใจ เอื้อมมือไปตบบ่าเพื่อน “พรุ่งนี้กูไปนอนบ้านมึงด้วย”
วันนี้เป็วันที่ไม่ดีนักของเพชรชมพู แก๊งไอติมชักจะหนักข้อ พวกผู้หญิงเอาน้ำยาลบคำผิดมาเขียนโต๊ะเธอ เขียนคำว่าโง่!! กับคำว่าเด็กเส้นเต็มไปหมด เธอต้องอยู่ต่อเพื่อเอาใบมีดขูดคำเ่าั้ออกจากโต๊ะ ตอนเดินออกจากโรงเรียนกลุ่มผู้ชายเดินมาเบียดเธอตกลงไปในคลองข้างทาง เธอทั้งใและอับอายเธอปีนกลับขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ดีที่น้ำในคลองไม่ลึกมาก อยู่ระดับเอวของเธอ แต่มีกลิ่นเหม็นมาก และเป็โคลนเหลวๆลื่นๆ ด้านล่าง เธอเดินกลับเข้าไปในโรงเรียนเพื่อเอาสายยางมาฉีดล้างน้ำคลองสกปรกออก แต่กระโปรงและรองเท้าของเธอก็ชุ่มโชกไปด้วยน้ำ เธอเดินไปขึ้นรถสองแถวเข้าไปยืนข้างในสุดไม่กล้านั่งเบาะเพราะกลัวว่าจะเลอะเบาะเขา น้ำจากกระโปรงเธอหยดเป็วงกว้าง เธอก้มหน้าไม่กล้าสบตาใคร เธออายสภาพของตัวเอง
วันนี้เธอไม่ต้องรีบร้อนแม่ไปบ้านยายเมื่อเช้า กลับอีกทีอาทิตย์หน้า เธอเดินเข้าทางประตูหน้าใจลอยวนเวียนอยู่แต่กับเื่ของตนเอง “เพชร!!” เธอได้ยินเสียงเรียกตนเองดังขึ้น เธอหันตามเสียงเรียกเห็นเฮียโมกข์ในชุดนักเรียนยืนถือแก้วน้ำดื่ม มองมาที่เธอ “เฮียโมกข์” เธอเรียกกลับเสียงเคลือทำท่าจะร้องไห้ “ไปอาบน้ำสระผม แล้วเอาการบ้านมา พานิลมาด้วย” พิโมกข์มองเห็น เพชรชมพูเดินมาแต่ไกล สภาพเธอมอมแมมเหมือนลูกหมาตกน้ำ ตาของเธอแดงก่ำแต่ก็ไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด ถ้าเขาไม่สั่งเธอไปอาบน้ำ ก็คงอดที่จะดึงตัวเธอมากอดไม่ได้ เธอไม่ได้เป็เด็กเข้มแข็ง เธอแค่พยายามเข้มแข็ง พยายามจน..น่าสงสาร
วันนี้แม่ครัวอารมณ์ไม่ดี อาหารเย็นของทั้งสามก็คือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปผัดไข่ใส่ผักกะหล่ำ นิลภัทรเห็นพี่สาวซึมๆก็นึกสงสารตักไข่ในจานตัวเองให้พี่สาว พิโมกข์ที่กำลังจะส่งสายตาชื่นชมไปให้ก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นว่าเด็กดีเมื่อตะกี้โกยเส้นบะหมี่ในจานพี่สาวมาใส่จานตนเองแทนกว่าครึ่ง ไอ้เด็กตะกละ! พิโมกข์คิดในใจ เขาเอ่ยปากขึ้น “ที่โรงเรียนเป็อย่างไรบ้าง” สิ้นสุดคำถาม สิ้นสุดความอดทน คนผอมบางตรงหน้าไหล่สั่นสะท้านสะอื้นฮัก!!! อย่างกลั้นไว้ไม่อยู่ จนเด็กชาย กับเด็กหนุ่มกินอาหารต่อไม่ลง น้องชายมองพี่สาวร้องไห้ก็ทำตาแดงๆหน้าเบ้ จะร้องไห้ตามด้วยความสงสาร คนโตสุดหันมาชี้หน้านิลภัทร ดุแบบไม่มีเสียง “หยุด” เพราะตัวเขาเองคงจะปลอบใจ เด็กงอแงร้องไห้ทีเดียวสองคนไม่ไหว
พิโมกข์ ค่อยๆทานอาหารในจานตัวเองช้าๆ อย่างอดทน และรอคอย น่าแปลกที่เพชรชมพูเด็กขนาดนี้เธอทำกับข้าวเป็หลายอย่างโดยเฉพาะเมนูผักเธอจะทำได้หลากหลายและอร่อยเป็พิเศษ ทำเขาเองที่ไม่ถนัดกินผักกลับกินผักได้หลายอย่างขึ้นมากแบบไม่ต้องฝืนใจ และอาหารในแต่ละวันของเธอก็มักจะสะท้อนอารมณ์ของเ้าตัวคนทำลงมาในอาหารด้วย ดูอย่างวันนี้อาหารค่อนข้างจะแร้นแค้นตามอารมณ์ของเธอ แต่ก็ยังคงอร่อยอยู่ดีสำหรับเขา เขากินหมดจานยกน้ำขึ้นดื่มและมองคนข้างหน้าที่หยุดกินอาหารตั้งนานแล้ว และกำลังพยายามสงบสติอารมณ์อยู่
“ไหนมีอะไร เล่าให้เฮียโมกข์ฟังสิ” เขาทอดเสียงอ่อนโยน ทำให้เธอค่อนข้างสบายใจ เธอค่อยๆเล่าให้พิโมกข์ฟังทุกเื่ที่เธอพบเจอมา หยุดและสะอื้นบ้างตอนที่เธอรู้สึกะเืใจ พิโมกข์ฟังแล้วค่อนข้างเห็นใจการที่เธอต้องย้ายตามแม่ที่แต่งงานใหม่ไม่ง่ายเลยสำหรับเธอ เขารู้เธอพยายามมาก มากซะจนเกินกว่าเด็ก12 ปีจะต้องแบกรับ เธอไม่ได้แข็งแรง เธอไม่ได้ยังไหว อย่างที่เธอพยายามแสดงออกให้ใครๆเห็น
เธอเล่าให้ฟังจบ และลงท้ายด้วย “เพชรไม่อยากไปโรงเรียนแล้วเฮียโมกข์” เธอมองเขาด้วยตาแดงก่ำเหงื่อและน้ำตานองหน้ายังสะอึกสะอื้นไม่หยุด
“เพชร ฟังเฮียโมกข์นะ ก่อนอื่นให้เฮียโมกข์ลองจัดการพวกนั้นก่อน แต่เพชรต้องช่วยเฮียด้วย เฮียอยากได้รายละเอียดพ่อแม่ของเด็กพวกนี้กับสถานที่ทำงาน แล้วก็ั้แ่พรุ่งนี้เฮียโมกข์จะไปรับไปส่งเพชรเอง ถ้าเราจัดการแล้วเพชรยังไม่อยากไปโรงเรียน เฮียโมกข์จะไปคุยกับแม่เพชรเองว่าเพชรควรเปลี่ยนโรงเรียน หรือไม่ก็ต้องยอมเสียเวลาเริ่มเรียน ม.1 ใหม่ปีหน้า ซึ่งถ้าแม่เพชรเป็คนดีและรักเพชรจริงอย่างที่เคยเล่าให้เฮียโมกข์ฟัง เขาจะต้องเข้าใจ”
เป็ครั้งแรกที่พิโมกข์พูดอะไรยาวๆ เพชรชมพูฟังแล้วรู้สึกสบายใจ เธอเลิกร้องไห้ และยิ้มออก พยักหน้า เอาตามที่พิโมกข์ว่า
นิลภัทรพูดเสริม “นิลก็จะช่วยคุยกับแม่ด้วยพี่เพชรไม่ต้องกังวล แล้วก็พี่เพชรอ่อนแอบ้างก็ดีนะ ไม่ต้องเข้มแข็งเสมอเพราะต้องดูแลน้องแทนแม่แทนพ่อหรอก บางทีนิลอาจจะเข้มแข็งแล้วก็โตกว่าที่พี่เพชรคิด แล้วก็มีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียวคิดคนเดียวทำคนเดียว”
“เฮียโมกข์ก็เหมือนกัน คิดจะเป็ที่พึ่งคนอื่น ก็หัดพึ่งพาคนอื่นบ้างไหนๆก็ลงเรือลำเดียวกันแล้วนะ” นิลภัทรพอได้คุยกับพิโมกข์ ตอนแรกก็คิดว่าเป็คนไม่เลวร้ายอะไร ตอนหลังก็ค่อยๆคิดว่าก็เป็คนดีนิดๆ นะ แต่ที่แน่ๆนายคนนี้ก็วัยรุ่นกวนๆคนหนึ่ง เขาก็ชอบที่จะมีพี่ชายแบบนี้ ส่วนพิโมกข์ ก็ขำไอ้เด็ก 8 ขวบ พูดเกินตัว คิดเกินตัว บางที เมียใหม่พ่ออาจไม่แย่อย่างที่คิด แต่ถึงอย่างไรมันก็เร็วเกินไปที่เขาจะทำใจยอมรับได้
พิโมกข์บอกเด็กๆพรุ่งนี้เขานัดเพื่อนมาที่บ้านงดสอนการบ้านหนึ่งวัน เด็กๆบ่นกระปอดกระแปดว่าพรุ่งนี้วันศุกร์และถ้าการบ้านไม่เสร็จพวกเธอไปบ้านคุณยายวันเสาร์ วันอาทิตย์ก็ต้องกลับเร็วเพื่อรีบมาทำการบ้านนะสิ พิโมกข์ยักไหล่แบบช่วยไม่ได้
เช้าวันศุกร์ เพชรชมพูมายืนรอพิโมกข์ที่โรงจอดรถข้างๆเ้านินจาที่เธอเคยนั่งมาก่อนแล้ว หนึ่งครั้ง พิโมกข์เดินมาพร้อมหมวกกันน็อค ใบสีดำเทาของเขา กับมีกระเป๋าเป้สะพายด้านหน้าที่พอมาถึงเขารูดซิปและยื่นหมวกอีกใบสีดำแดงให้เธอบอกว่าหมวกเก่าเขาเอง เธอก็เลยเซอร์ไพรส์เขาโดยยกกระโปรงขึ้นเพื่อโชว์ กางเกงขาสั้นข้างใน เธอขำสีหน้าใของเขาตอนเธอยกกระโปรง เขาทำท่ามะเหงกเขกหัว เขาเปิดกระจกขึ้นแล้วบอกวันหลังใส่กางเกงวอร์มทับกระโปรงมาแทน
เพชรชมพูถาม “แล้วเฮียโมกข์ไม่อายเหรอแต่งตัวแปลกๆซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์เฮียนะ” พิโมกข์ตอบ “ฉันทำอะไรที่ตัวฉันพอใจ ไม่ใช่ทำเพื่อคนอื่นพอใจ เย็นนี้ล่อไอ้พวกชอบเบียดตกคลองออกมาด้วยละ ฉันอยากเจอหน้ามัน” เขาพูดเหี้ยมเกรียม
พอถึงโรงเรียนเธอส่งหมวกกันน็อคให้ พิโมกข์รับหมวกมาแล้วยืนขึ้นเอาหมวกใส่เป้ข้างหน้า จัดให้มันอยู่บนตัวถังน้ำมัน เธอยกมือไหว้ เขาพยักหน้าน้อยๆแล้วค่อยๆออกรถไป
เธอเดินเข้าโรงเรียนอย่างสบายใจคิดในใจ ใครรังแก จะไปฟ้องพี่กู จริงๆแล้ว เธอไม่ได้กลัวคนพวกนี้ แต่ที่เธอ้าเธอแค่อยากเล่า และระบายเื่อึดอัดใจนี้ให้ใคร สักคนฟัง เธอได้หาข้อมูลตามที่พิโมกข์บอกให้จดมาตอนเย็นไอ้ั์ 2 คนเดินมาตามคาด พอดีพิโมกข์จอดเ้านินจารออยู่แล้วเขาเห็นเด็กผู้ชายตัวโต สองคนที่เดินตามหลังเพชรชมพูมา รู้ได้ทันทีว่านี่คือคนที่เธอเคยเล่าให้ฟังจากลักษณะและท่าทาง ยิ่งเห็นว่าคนเดินนำตัวเล็กกว่า ไอ้สองคนที่ตัวโตกว่าแถมเป็ผู้ชายรุมรังแกผู้หญิงเขาก็ยิ่งโมโห เขาบิดกุญแจดับเครื่องหยิบหมวกกันน็อคในกระเป๋าออกมา การที่เขาตัวสูงใหญ่แถมใส่หมวกกันน็อคสีดำใบโต ยิ่งทำให้เขาเหมือนมนุษย์ต่างดาว ข่มขวัญเด็ก ม.1 ได้พอสมควรเลยทีเดียว เขาก้าวขายาวๆเดินเร็วๆ สวนกับเพชรชมพูแล้วใช้หมวกกันน็อค ตบปั้ง!!!เข้ากำแพงระหว่างกลางของไอ้สองคน หลังจากนั้นใช้มือซ้ายจับข้อมือขวาที่ถือหมวกกด่แขนถึงศอกดันหน้าอกไอ้โป้งไว้ ส่วนไอ้โอ๊ต วิ่งอ้าว!! ไปอีกทางอย่างไม่คิดจะช่วยเหลือเพื่อน
พิโมกข์ปัดกระจกขึ้นมองเข้าไปในตาไอ้โป้ง “น้องกูตัวนิดเดียวมึงยังกล้ารังแก กูอยากจะรู้มึงนี่มันลูกผู้ชายหรือเปล่า วะ!"
ไอ้โป้ง ความใก็ใ แต่มันเป็นักเลงเพราะมั่นใจว่าพ่อมันเป็ตำรวจ มันเอาข้อได้เปรียบตรงนี้ข่มขู่ชาวบ้านไปทั่ว และได้ผลมานักต่อนักแล้ว มันก็กัดฟันขู่ “พ่อกูเป็ตำรวจกูจะฟ้องพ่อกู"
พิโมกข์ยิ้มเครียดตอบมัน “ดี! วันนี้พ่อมึงทำงานหรือเปล่า กูจะพาน้องกูไปแจ้งความ กูจะพาไปให้พ่อมึงดูว่าน้องกูตัวแค่นี้โดนลูกตำรวจข่มขู่ รังแก ดูสิว่าพ่อมึงจะว่าอย่างไร”
ไอ้โป้ง เริ่มตัวสั่น ไม่แน่ว่ามันกลัวพ่อมัน หรือมันกลัวคนตัวโตที่ค้ำคอมันอยู่กันแน่ “พี่ครับผมขอโทษครับ ผมไม่ทำแล้วพี่อย่าไปบอกพ่อเลยครับ ถ้าพ่อรู้ผมโดนตีแน่เลย” ไอ้โป้งคนตัวโตที่เก่งแต่รังแกผู้หญิงตอนนี้ตัวสั่นเหมือนคนทรงเ้า
“กูฝากไปบอกเพื่อนๆมึงด้วยนะใครยังกล้ารังแกน้องกูอยู่…กูจะเอาเื่ให้ถึงที่สุด”
“ป่ะ เพชร ไปสถานีตำรวจ ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนการกลั่นแกล้งถือเป็เื่ผิดกฎหมายนะ พรุ่งนี้ ก็แจ้งครูที่ปรึกษาไว้ด้วยถ้าไม่กล้าก็บอก เดี๋ยวเฮียมาจัดการเอง”
เพชรชมพู อยากมอบตุ๊กตาทองให้เฮียโมกข์มาก เฮียโมกข์ มาดสุขุมดูฉลาดและเป็ผู้ดีที่รู้จักหายไปไหน เมื่อกี้มันไอ้กุ๊ยเด็กแว้นชัดๆ เฮียโมกข์ก็มีมุมเลวๆ ด้วยเหมือนกันนะนี่ ไม่อยากจะเชื่อ
“อ้าว ! เพชร ยืนอ้าปากหวออยู่นั่นรีบมาขึ้นรถเร็วๆ เข้า”
“จ้าๆ ไปแล้วจ้า” รีบไปเดี๋ยวนี้แหละแว้นจ๋าาาา รอ สก๊อย ก่อน
ตอนพิเศษ
…..ที่โรงรถ หลังเกิดเหตุ "เฮียโมกข์ เฮียขว้างหมวกซะแตกขนาดนี้ไม่เสียดายบ้างเลยเหรอ"
เฮียโมกข์คนเก่ากลับมาแล้วจ้าา “ไม่เสียดายหรอก หมวกใบนี้ราคา 9,500 + ค่าเช็ดอ้วก2,000 + ค่ารองเท้าแตะงานลอยกระทง 500 + ค่าผ้าอนามัย กับ กกน.อีก500 รวมเป็ 12,500 บาทที่เธอติดหนี้ฉันนะ”
“โถ้!!เฮีย โลกนี้ใครเขาซื้อผ้าอนามัยครั้งละตั้ง 500 บาทกันละค๊ะ”
“อ๋อฉันคิดเซอร์วิสชาร์จ ด้วยนะ” คนตัวโตตอบกลับมาหน้าตาเฉย
“เง้อ!!!เฮียโมกข์ เอาเปรียบได้กระทั่งลูกเล็กเด็กแดงนะเฮีย ไม่อ่อนโยนสักนิดเล้ย! ไอ้เพชร หัวจะปวด"