เหล่าผู้จัดการทั้งสามไม่คาดคิดว่าคังอิงจะเป็นผู้หญิงที่เคยหย่าร้างมาแล้ว นอกจากผู้จัดการไช่ที่แอบผิดหวังแล้ว ผู้จัดการอีกสองคนกลับดูกระตือรือร้นมากขึ้น
พวกเขาล้วนเป็นผู้ชายที่แต่งงานแล้ว ที่เขาพูดกันว่าแมวไม่มีตัวไหนไม่ขโมยปลา ไม่มีผู้ชายคนไหนที่ไม่คิดแอบลักกินขโมยกิน…
สือเจียงหย่วนที่นั่งอยู่ข้างๆ มองเห็นความคิดในใจของพวกเขาอย่างชัดเจน ทำให้อดโกรธขึ้นมาไม่ได้
พวกเขาทำแบบนี้ได้ยังไงกัน? พอได้ยินว่าคังอิงหย่าร้างแล้วก็ทำสายตาหื่นกระหายแบบนี้ รู้อย่างนี้ไม่น่าพาเธอมากินข้าวมื้อนี้เลย หากคนพวกนี้ทำเรื่องเกินเลยล่ะก็ จะหาทางปลดพวกเขาออกจากตำแหน่งผู้จัดการเสียเลย ทำไมต้องมาสังสรรค์กับเจ้าพวกนี้เนี่ย?
ส่วนคังอิงกลับดูสงบนิ่งมาก เธอกล่าวติดตลกอย่างใจเย็นสองสามประโยค ก็สามารถทำให้คนอื่นหัวเราะได้แล้ว
พอผู้จัดการไช่รู้ตัวว่าไม่มีหวัง เขาจึงเก็บซ่อนความรู้สึกที่มีต่อคังอิงลง แล้วเผยสีหน้าแบบนักธุรกิจอีกครั้ง ทว่าเขาเอาแต่ยกแก้วชวนคังอิงดื่มเหล้า
แต่ถึงอย่างนั้นสือเจียงหย่วนก็คอยเตือนให้หยุดชวนคังอิงดื่ม เขาบอกว่าหญิงสาวแพ้แอลกอฮอล์ ดังนั้นเธอจึงดื่มได้แต่น้ำผลไม้
สือเจียงหย่วนไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่าคำแก้ตัวเรื่องแพ้แอลกอฮอล์ที่เขาเพิ่งยกมาอ้าง เป็นการยกเอาคำแก้ตัวของพวกคุณหนูในเมืองหลวงมาใช้โดยตรง เหตุผลเหล่านี้เดิมทีเป็นสิ่งเขาดูถูกเหยียดหยามไม่คิดจะใช้ เพราะมันดูขอไปทีเกินไป
คังอิงกระตุกมุมปากเล็กน้อย คงมีแต่ผีเท่านั้นที่จะเชื่อคำแก้ตัวโง่เง่าแบบนี้
แต่ก่อนผู้หญิงที่สือเจียงหย่วนเคยรู้จักก็มักจะเป็นแบบนี้ พอพูดถึงเรื่องการดื่มเหล้า พวกหล่อนก็มักจะคิดว่าเขาจะมอมเหล้า ส่วนคนที่ฉลาดหน่อยก็จะบอกว่าฉันแพ้แอลกอฮอล์ สือเจียงหย่วนก็เลยชินกับเรื่องนี้ไปแล้ว เขาไม่เคยหาข้ออ้างไม่ดื่มเหล้าให้ผู้หญิงคนไหนเลย
ในความคิดของสือเจียงหย่วน ผู้หญิงที่เต็มใจจะมาร่วมวงสังสรรค์แบบนี้ เท่ากับยอมรับว่าพวกเธอจะต้องดื่มเหล้า พอถึงเวลาจริงๆ กลับปฏิเสธไม่ยอมดื่มเหล้า ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
วิธีคิดของสือเจียงหย่วนช่างเป็นผู้ชายทั่วไปจริงๆ แต่เขาไม่ได้สังเกตเลยว่าเหตุผลที่เขาไม่อยากจะหาข้ออ้างให้ผู้หญิงคนอื่น ก็เป็นเพราะว่าพวกหล่อนไม่เข้าตาเขา พอเห็นคนอื่นชวนคังอิงดื่มเหล้า เขากลับทนไม่ได้จนเผลอหาข้ออ้างให้เธอ โดยใช้คำแก้ตัวที่เขาไม่คิดจะใช้มาก่อน
ชาติที่แล้วคังอิงดื่มเหล้าจนท้องไส้ไม่ดี ชาตินี้เธอสาบานว่าจะดูแลตัวเองให้ดี มีกระเพาะอาหารที่แข็งแรง กินอะไรก็อร่อย ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคกระเพาะอาหาร แล้วต้องมาฉีดยา กินยา อยู่ตลอด
เพราะแบบนี้เธอจึงตัดสินใจไปนานแล้ว ระหว่างการสังสรรค์บนโต๊ะสุรานั้น ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ก็จะไม่ดื่ม และไม่แสดงท่าทางว่าตนเองเป็นคนดื่มเหล้าได้
เพราะเรื่องแบบนี้พอเริ่มต้นแล้ว มันก็จะไม่มีวันจบสิ้น
ถ้าคุณดื่มกับคนนี้ แล้วไม่ดื่มกับคนนั้น คนที่คุณไม่ดื่มด้วยก็จะคับข้องใจ คิดว่าคุณไม่ให้เกียรติเขา
ถึงแม้ว่าวงการธุรกิจจะดูใหญ่โต แต่จริงๆ แล้วกลับเล็กนิดเดียว คนที่วนเวียนอยู่ก็มีแค่นั้น สักวันชื่อเสียงที่ว่าคุณดื่มกับคนนี้ แต่ไม่ดื่มกับคนนั้น ก็จะถูกแพร่สะพัดออกไป
ถึงตอนนั้นพอมีคนผูกใจเจ็บ แค่พวกเขาแกล้งขัดขาเบาๆ ก็ไม่รู้ว่าคุณจะตายยังไง
ด้วยเหตุนี้คังอิงจึงมีท่าทีที่แน่วแน่ เธอตัดสินใจว่าจะไม่ดื่มเด็ดขาด ใครมาชวนก็ไม่ดื่ม เธอเป็นคนดื่มไม่ได้จริงๆ ตอนแรกเธอต้องแสดงท่าทีที่แน่วแน่ให้ทุกคนเห็นว่าเธอไม่ดื่ม
การทำเช่นนี้เป็นเรื่องยากมาก เธอต้องต้านทานการโจมตีของกระสุนเคลือบน้ำตาล [1] รอบแรกให้ได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะทำหน้าบูดบึ้ง หรือทำตัวสุภาพอ้อนวอน ใช้ความอ่อนโยน รวมไปถึงอ้างเรื่องมิตรภาพเพื่อโน้มน้าวเธอก็ตาม
เพราะว่าคนที่ต่อต้านยากที่สุด หากสามารถโน้มน้าวสำเร็จแล้วล่ะก็ สำหรับคนชวนดื่มเหล้าแล้ว ย่อมเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกประสบความสำเร็จขึ้นไปอีก
หากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถควบคุมขอบเขตได้ อาจจะต้องถึงขั้นทะเลาะกัน จนกลายเป็นศัตรูกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ
แต่ก่อนที่คังอิงจะต้องพยายามทำเช่นนั้น สือเจียงหย่วนก็ได้หาข้ออ้างไม่ดื่มแทนเธอไปเสียก่อน
เมื่อผู้จัดการทั้งสามเห็นสือเจียงหย่วนออกหน้า พวกเขาก็เงียบลง ไม่กล้าชวนคังอิงดื่มเหล้าอีก
คังอิงถอนหายใจอย่างโล่งอก เป็นการดีที่สุดที่จะไม่ทะเลาะกับคนอื่น ถึงแม้ว่าเธอจะเพิ่งจะเข้าร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์แบบนี้ในยุคสมัยนี้ แต่เธอเคยอ่านนิยายมาบ้าง จึงรู้ว่าคนยุค 90 นั้น เวลามาสังสรรค์กันก็จะเน้นการดื่มเหล้าเป็นหลัก ถือว่าการแข่งดื่มเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ
ยกตัวอย่างเช่น บริษัทบางแห่งติดหนี้ลูกโซ่ ฝ่ายที่ต้องการทวงหนี้ก็จะต้องส่งพนักงานขายที่ดื่มเหล้าเก่งไปดื่มเหล้ากับลูกหนี้ พอดื่มจนอีกฝ่ายพึงพอใจแล้ว ก็จะสามารถทวงหนี้ได้ง่าย เรื่องแบบนี้ในสายตาของคนยุคหลังๆ เป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจ แต่ว่ามันเคยเกิดขึ้นมาแล้วจริงๆ
หนึ่งในเรื่องที่ทำให้คังอิงประทับใจมากที่สุดก็คือ ลูกหนี้คนหนึ่งพอดื่มเหล้าอย่างเมามาย เขาก็กล่าวกับพนักงานขายของฝ่ายเจ้าหนี้ว่า ‘คุณดื่มเหล้าไปแก้วหนึ่ง ผมจะคืนเงินให้คุณหมื่นหยวน’ ผลก็คือพนักงานคนนั้นดื่มเหล้าขาวแรงๆ ไปถึงยี่สิบแก้ว จนเลือดออกในกระเพาะอาหาร แน่นอนว่าเขาได้รับเงินคืนมาสองแสนหยวน
คังอิงเห็นผู้เชี่ยวชาญในยุคหลังๆ วิเคราะห์ว่าทำไมเรื่องราวนี้ถึงได้เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น?
นั่นเป็นเพราะว่าในยุคสมัยนั้น การปฏิรูปและการเปิดประเทศเริ่มเห็นผล ประชาชนส่วนใหญ่มีข้าวกินอิ่มท้อง มีคนกลุ่มหนึ่งที่ร่ำรวยขึ้นก่อน มาตรฐานการครองชีพของพวกเขาก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
และคนกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ล้วนเคยผ่านช่วงเวลาอดอยากในวัยเด็ก ดังนั้นเมื่อพวกเขามีเงินแล้ว ก็เริ่มจะไขว่คว้าหาเหล้าดีๆ อาหารอร่อยๆ มากิน
พอมีของกิน ก็กินอย่างตะกละตะกลาม พอมีเหล้าก็ดื่มอย่างเมามาย พวกเขาใช้การกินการดื่มอย่างบ้าคลั่งนี้เพื่อชดเชยช่วงเวลาในวัยเด็กที่พวกเขาต้องทนอดอยาก
คังอิงสามารถเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เพราะในวัยเด็กเธอเคยอยากได้ชุดกระโปรงเจ้าหญิงมาก แต่แน่นอนว่าตอนนั้นเธอไม่มีเงินซื้อ
ต่อมาพอเธอเรียนมหาวิทยาลัย ทำงานหาเงิน จนกระทั่งได้เงินก้อนแรกมา คังอิงก็ไปซื้อชุดกระโปรงเจ้าหญิงราคาถูกที่เธออยากได้มานานเก็บเอาไว้ในตู้เสื้อผ้า
ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่าคงไม่มีวันได้ใส่ แต่ว่ามันเป็นชุดสวยๆ ที่เธอใฝ่ฝันอยากจะได้มานานแล้วในวัยเด็ก
ขณะที่คังอิงกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น สือเจียงหย่วนก็ถูกผู้จัดการทั้งสามคนรุมล้อมเอาไว้ เห็นได้ชัดว่าวันนี้เขาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ผู้จัดการทั้งสามคนต่างก็ร่วมมือกันโดยไม่ได้นัดหมาย
พออยู่บนโต๊ะสุราก็ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นอีกต่อไป พวกเขาต่างก็พากันโน้มน้าวต่างๆ นานาให้อีกฝ่ายดื่มเหล้า
คำพูดชักชวนให้คนดื่มเหล้ามากมายหลั่งไหลออกมาจากปากพวกเขา ทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมการดื่มเหล้านั้น เป็นที่นิยมมากขนาดไหน
คังอิงแทบจะทนไม่ไหวแล้ว แต่ในฐานะที่เธอได้รับการปกป้องจากสือเจียงหย่วน เธอจึงไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้
ไม่เช่นนั้นการปกป้องของสือเจียงหย่วนก็คงสูญเปล่า คนพวกนั้นก็จะเปลี่ยนเป้าหมายมาที่เธอแทน
ผู้จัดการไช่ดื่มไปรอบหนึ่งแล้วในช่วงบ่าย ดูเหมือนยังไม่จุใจ พอมาตอนเย็นก็ดื่มต่อ เหมือนเขาไปกระตุ้นหนอนสุราขึ้นมา
ผู้จัดการไช่รินเหล้าเหมาไถใส่แก้วจนเต็มประมาณสามตำลึง แล้ววางไว้ตรงหน้าสือเจียงหย่วนพลางกล่าวว่า “พี่สือ พวกเราเป็นพี่น้องกัน คำพูดไม่ต้องมาก หากพี่ดื่มแก้วนี้แล้วล่ะก็ ต่อไปนี้ตู้เย็นในอำเภอหลี่ว์ ผมรับรองว่าจะมีสินค้าส่งให้พี่อย่างเพียงพอแน่นอน”
ตู้เย็นยี่ห้อไห่โซงตี้ขายดีมาก ทั้งถูก ทั้งคุณภาพดี บวกกับเรื่องราวการทดสอบความทนทานของตู้เย็นที่เป็นที่กล่าวขานกันไปทั่ว ทำให้ชาวบ้านต่างก็คิดว่ายี่ห้อนี้เป็นยี่ห้อที่ดีที่สุดในบรรดาแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศ
เพราะงั้นตู้เย็นของเขาก็เลยขายดีจนสินค้าขาดตลาด ผู้จัดการไช่กล่าวประโยคนี้ แสดงว่าธุรกิจของพวกเขาจะต้องเป็นไปอย่างราบรื่น เห็นไหมล่ะว่าทำไมถึงมีคนพูดว่าการเจรจาธุรกิจมักจะเกิดขึ้นบนโต๊ะอาหาร?
เชิงอรรถ
[1] กระสุนเคลือบน้ำตาล อุปมาถึงการหว่านล้อม เกลี้ยกล่อม