หลังจากลู่อวิ๋นชย่าออกจากจวนสกุลลู่ นางก็ให้ฝูเกาไปแจ้งหลุนหยุนเปียว หลุนหยุนซี และหลุนหยุนฮวาว่าให้ไปพบนางกับเซียวิเฉินที่ค่ายฝึกองครักษ์ลับ ส่วนนางกับชายหนุ่มได้นั่งรถม้าเพื่อล่วงหน้าไปยังค่ายฝึกก่อนแล้ว
“เ้าถูกคนพวกนั้นรังแกมาอีกแล้วหรือ” เซียวิเฉินจับมือที่มีาแของลู่อวิ๋นชย่าขึ้นมาดูอย่างปวดใจ จากนั้นเขาก็ก้มลงไปจุมพิตที่ปลายนิ้วนั้นอย่างอ่อนโยน “เจ็บหรือไม่”
เป็เพราะ่เวลานั้นเซียวิเฉินยังต้องแช่ตัวด้วยน้ำยาสมุนไพรอยู่ในมิติ ทำให้เขาไม่อาจออกมาปกป้องนางได้ เขาทำได้เพียงนั่งฟังคู่หมั้นถูกบิดาและอนุในเรือนของบิดาพูดจาดูิ่ แต่การรักษาในขั้นตอนนี้เป็ขั้นตอนสุดท้ายแล้ว เมื่อเขารักษาตัวจนหายดี ไม่ว่าใครที่เคยทำร้ายนาง เขาจะเอาคืนให้นางอย่างสาสม
“ก่อนหน้านี้ข้าเคยตรวจพิสูจน์ความเป็พ่อลูกกับเขาแล้วเ้าค่ะ ข้ากับเขาเป็พ่อลูกกันจริงๆ ส่วนวิธีหยดเืเช่นนี้ดูได้แค่ว่าพวกเรามีกรุ๊ปเืเดียวกันเท่านั้น ซึ่งก็โชคดีที่พวกเรามีเืกรุ๊ปเดียวกัน ท่านอย่าได้นำวิธีนี้ไปใช้พิสูจน์ความเป็พ่อลูกที่ไหนเชียวนะเ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าพิงอยู่กับอกของชายหนุ่ม พร้อมกับมองดูพระอาทิตย์ยามเย็น ตลอดเส้นทางั้แ่ขึ้นมาบนรถม้า นางก็นอนอยู่ในท่านั้นไม่ขยับ “พี่ิเฉิน ทีแรกข้าก็รู้สึกเสียใจที่ท่านพ่อไม่เคยสนใจข้า แต่มันก็เป็แค่่เวลาชั่วครู่เท่านั้น หลังจากนั้นข้าก็ไม่รู้สึกอะไรกับเขาอีกเลย ท่านคิดว่าข้าเป็คนไร้หัวใจหรือไม่เ้าคะ”
“ไม่ใช่หรอก เ้าแค่ไม่มีความรู้สึกผูกพันกับเขาเท่านั้น”
“เมื่อก่อนนี้ท่านแม่ต้องเจอกับเื่เลวร้ายมากเพียงใดหรือเ้าคะ ทั้งถูกท่านพ่อเมินเฉย ถูกอนุคนหนึ่งทำร้ายและวางยาพิษ ทั้งต้องมองดูลูกสาวแท้ๆ ถูกผู้อื่นรังแก โดยที่นางช่วยอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นท่านแม่คงรู้สึกเสียใจมากเลยใช่ไหมเ้าคะ ข้ารู้สึกสงสารท่านแม่เหลือเกิน พี่ิเฉิน...ข้าไม่ใช่สตรีใจกว้าง หากวันใดท่านหมดรักข้าและท่าน้ารับอนุคนอื่นเข้าจวน ขอให้ท่านบอกข้ามาตรงๆ นะเ้าคะ ข้ายินดีจะหลีกทางให้ท่านทันที”
เซียวิเฉินรู้ดีว่าเวลานี้นางคงรู้สึกเสียใจกับการกระทำของบิดา และคงโกรธที่บิดาแต่งอนุเข้ามาจนทำให้มารดาของนางต้องประสบเคราะห์กรรม ถึงปากนางจะบอกว่านางไม่เสียใจ แต่เขาดูออก
“แต่งภรรยาหลายคนเข้าจวนเป็เื่ชวนให้ปวดหัว และเ้าไม่ต้องเป็ห่วงเื่นี้เลย เพราะจวนเซียวของข้า ั้แ่ครั้งท่านปู่มาแล้ว พวกเรามีกฎของตระกูลชัดเจนว่าจะไม่รับอนุเข้าจวนโดยเด็ดขาด แม้แต่พระชายาที่แต่งเข้ามา หากนางไม่สามารถมีบุตรได้ กฎของจวนเซียวเราก็ไม่อนุญาตให้คู่สามีภรรยาหย่าร้างกัน ท่านปู่มองว่าเื่ให้กำเนิดบุตรไม่สามารถโทษฝ่ายหญิงได้เพียงฝ่ายเดียว เพราะผู้ที่มีปัญหาอาจจะเป็ฝ่ายชายเองก็ได้”
“ท่านปู่ของท่านช่างเป็บุรุษที่ใจกว้าง เื่แบบนี้จะโทษว่าเป็ความผิดของสตรีฝ่ายเดียวไม่ได้จริงๆ เ้าค่ะ”
“ชย่าเอ๋อ เื่ที่เ้าได้รับความทุกข์ใจในวันนี้ ข้าจะเอาคืนให้เ้าแน่นอน คนสกุลเจินนั่นนับเป็ตัวอะไร จวนเซียวของข้าไม่เคยเห็นพวกเขาอยู่ในสายตาเลยสักนิด”
“ข้าก็ไม่เคยนึกกลัวพวกเขาอยู่แล้วเ้าค่ะ ที่ข้าตั้งใจออกจากบ้านหลังนั้นในวันนี้ นอกจากข้ายังไม่อยากพบหน้าท่านพ่อแล้ว ข้ายังนึกถึงอาชีพหลักของสกุลเจินขึ้นมาได้ ข้าจึงใช้โอกาสนี้เพื่อออกมาอยู่ที่ค่ายฝึก จากนั้นข้าจะฝึกให้ทหารในค่ายของเราใช้อาวุธชนิดหนึ่ง อานุภาพของมันร้ายแรงมาก รับรองว่าเมื่อองครักษ์ของเราฝึกฝนจนชำนาญ กองทัพของเราจะต้องแข็งแกร่งกว่ากองทัพใดในแคว้นนี้แน่นอนเ้าค่ะ”
เซียวิเฉินกระชับอ้อมกอดและจัดท่าให้หญิงสาวนอนพักได้สบายมากขึ้น ทั้งเวลาพระอาทิตย์ใกล้ตกดินเช่นนี้ช่างสวยงามนัก ทั้งสองนั่งมองออกไปด้านนอกและกอดกระชับเพื่อถ่ายทอดความรักที่พวกเขามีให้กัน ความอบอุ่นนี้ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดได้จริงๆ
ลู่อวิ๋นชย่าเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายพร้อมกับโน้มศีรษะของเขาลงมา เซียวิเฉินที่คุ้นเคยกับการแสดงความรักแบบนี้ของนางแล้วก็เข้าใจ เขาโน้มใบหน้าลงไปจุมพิตนางอย่างช้าๆ ถึงแม้ความ้าที่แท้จริงของเขาจะมีมากกว่านี้ แต่เขาก็ยังคำนึงถึงความเหมาะสมและชื่อเสียงของนางอยู่ ฉะนั้นแค่นางให้โอกาสเล็กๆ น้อยๆ กับเขาเช่นนี้ เขาก็ควรที่จะพอใจแล้ว
ปัง ปัง ปัง!
สิ้นเสียงปืน นกที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็บินออกจากต้นไม้กันเป็ฝูง รวมทั้งองครักษ์ที่มารวมตัวกันเพื่อฝึกซ้อมอาวุธชนิดใหม่ต่างก็โห่ร้องด้วยความตื่นเต้น ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นว่าที่พระชายาถืออาวุธชนิดใหม่เข้ามา อาวุธชนิดนั้นมีลักษณะยาวแต่ไม่มีคม แม้แต่เซียวิเฉินก็ไม่รู้ว่าอาวุธชนิดนั้นเรียกว่าอะไร และมันใช้งานได้อย่างไร
การเดินทางมาที่ค่ายฝึกในครั้งนี้ ลู่อวิ๋นชย่าตั้งใจจะสอนยิงปืนให้กับองครักษ์ทั้งหมด ทีแรกนางก็กังวลว่านางคนเดียวอาจจะดูแลการสอนได้ไม่ทั่วถึง แต่ไม่นึกว่าหลุนหยุนฮวาก็มีความสามารถทางด้านนี้ด้วยเหมือนกัน ทั้งยังมีดีกรีเป็ถึงนักกีฬายิงปืนของมหาวิทยาลัยพ่วงท้ายมาด้วย
ลู่อวิ๋นชย่าและหลุนหยุนฮวาช่วยกันติดตั้งเครื่องดีดเป้าบินจนเสร็จ จากนั้นพวกนางก็สาธิตการยิงปืนลูกซอง ปืนไรเฟิล และปืนสั้นให้ทุกคนได้ดู ซึ่งฝีมือของทั้งสองสาวเรียกกว่าสร้างความฮือฮาให้กับคนในค่ายได้ไม่น้อย
“ปืนทั้งสามชนิดใช้ในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นข้าก็อยากจะให้ทุกคนฝึกฝนอาวุธทั้งสามชนิดนี้ให้ชำนาญ เพราะเวลาที่พวกเ้าต้องออกไปปฏิบัติงานข้างนอก พวกเ้าจะไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ตรงหน้าเวลานั้นพวกเ้าต้องเจอกับอะไร ดังนั้นพวกเ้าจะเลือกฝึกอาวุธเฉพาะที่ตนเองถนัดเพียงอย่างเดียวไม่ได้” ลู่อวิ๋นชย่าบอกกับองครักษ์ทุกคน
ในขณะที่ลู่อวิ๋นชย่ายืนพูดอยู่ด้านหน้า หลุนหยุนเปียวและหลุนหยุนซีก็มายืนขนาบข้างน้องสาวและซักถามนางเสียงเครียด
“ความสามารถของชย่าเอ๋อพวกข้าไม่แปลกใจ แต่เ้าทำไมถึงใช้อาวุธทั้งสามชนิดนี้ได้อย่างชำนาญ เ้าอย่าตอบข้าว่าเ้าฝึกซ้อมมาจากในฝัน” หลุนหยุนเปียวพูดดักคอน้องสาวไว้ก่อน
“ใช่ แล้วเ้าก็อย่าบอกว่าเ้าอ่านมาจากหนังสือเหมือนเื่ที่เ้ารู้วิชาแพทย์ ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด” หลุนหยุนซีพูดสำทับอีกคน
“พวกท่านจำตอนที่ข้าถูกรถม้าชนเมื่อห้าปีก่อนได้หรือไม่เ้าคะ” หลุนหยุนฮวาแสร้งทำหน้าเศร้า “ตอนนั้นิญญาข้าออกจากร่างไปแล้ว แต่เพราะข้าอายุยังน้อย ท่านยมบาลจึงให้โอกาสข้ากลับมามีชีวิตใหม่อีกครั้ง และยังได้มอบความสามารถพิเศษมาให้ข้าด้วย ข้าไม่กล้าบอกเื่นี้กับใคร จึงจำเป็ต้องเก็บงำความลับไว้คนเดียว”
“เช่นนั้นชย่าเอ๋อก็...” หลุนหยุนเปียวมองไปที่น้องสาวคนเล็กที่ยังยืนสาธิตวิธีใช้อาวุธชนิดใหม่อยู่ด้านหน้า
หลุนหยุนฮวาไม่ได้ตอบคำถาม แต่นางหันไปมองหน้าพี่ชายทั้งสองและพูดด้วยท่าทางจริงจัง “พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าไม่รู้ว่าชย่าเอ๋อจะเป็เหมือนข้าหรือไม่ แต่ท่านยมบาลได้กำชับกับข้าไว้ว่าไม่ให้ข้าบอกเื่สำคัญนี้กับใคร แต่ข้าเห็นแก่ที่พวกเราเป็พี่น้องกัน ข้าจึงได้บอกเื่นี้กับพวกท่าน”
“แล้วเ้ามาบอกเราเช่นนี้ คำสัญญาที่เ้าให้ไว้กับท่านยมบาลเล่า” หลุนหยุนซีถามเสียงเครียด
“ขอแค่พวกท่านทั้งสองไม่ไปเอ่ยเื่นี้กับใคร ชีวิตของข้าและชย่าเอ๋อก็จะปลอดภัยไปจนแก่เฒ่า” หลุนหยุนฮวาแสร้งทำท่าทางเหมือนจะเป็ลมและแอบเอาของบางอย่างใส่เข้าไปในปากโดยที่พี่ชายทั้งสองไม่ทันมอง จากนั้นที่มุมปากของนางก็มีเืไหนออกมา
“เ้าเป็อะไรไปฮวาเอ๋อ” หลุนหยุนเปียวประคองน้องสาวไว้และถามนางด้วยความใ
“เป็เพราะข้าเปิดเผยความลับให้พวกท่านรู้ นี่คงเป็คำเตือนเ้าค่ะ”
หลุนหยุนเปียวและหลุนหยุนซีหันไปมองหน้ากันอย่างเข้าใจ และพวกเขาก็รับปากว่าจะเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับอย่างดีด้วยชีวิต พวกเขาจะไม่ยอมให้น้องสาวทั้งสองต้องผิดคำสัญญาที่ให้ไว้กับท่านยมบาลแน่นอน
ลู่อวิ๋นชย่าที่มองเห็นภาพนั้นจากด้านหน้าก็พอจะเดาออกแล้วว่าสามพี่น้องกำลังปรึกษาเื่อะไรกันอยู่ และดูจากสีหน้าของพี่ชายทั้งสอง นางก็รู้แล้วว่าพี่สาวคงแก้ไขปัญหาเื่นี้ได้เรียบร้อยแล้ว