หญิงสาวยังจำเื่ทั้งหมดไม่ได้ ทั้งที่เหตุการณ์ตอนอยู่บ้านหลวนพึ่งผ่านไปไม่นาน แต่นางกลับจำไม่ค่อยได้ อาศัยอ้างอิงจากนิยาย และความทรงจำที่ยังพอเหลืออยู่เล็กน้อย แต่ความทรงจำที่เคยอยู่บ้านเดิมยังคงชัดเจน นางจำได้ว่าเคยสอนหนังสือให้หลินลี่ได้ นางจำความซื่อบื้อของหลินเจ๋อ บิดาของเด็กทั้งสามได้
แต่ทำไมนางถึงจำเื่ราวตอนที่อยู่บ้านหลวนไม่ค่อยได้ละ เื่ขายที่ดินก็เอามาจากนิยาย และพึ่งรู้ทีหลังว่านางขายเพียง 5 หมู่เท่านั้น เื่สินเดิมอีก คนอย่างหลินเว่ยเว่ย ทำไมต้องยอมขายสินเดิมที่บิดามารดาเป็คนเตรียมไว้ให้ ในความทรงจำเก่า ๆ หลินเว่ยเว่ยหวงแหนพวกมันมาก
บางชิ้นอย่างปิ่นหยก มันสำคัญกับนางมากเพราะเป็ปิ่นที่ตาเฒ่าหลินมอบให้
นางไม่เข้าใจหลินเว่ยเว่ยเลยแม้แต่น้อย
และที่สำคัญ คุณชายโม่ผู้นี้ ตามนิยายไม่ได้ระบุเหตุผลที่หลินเว่ยเว่ยถึงเป็อนุคนสำคัญ ส่วนใหญ่ก็เดาไปที่รูปร่างหน้าตาของนางสะกดบุรุษได้อยู่หมัด
แต่นางจำได้ว่าคู่หมั้นของหลินเว่ยเว่ย ก็คือ โม่เฉียนผู้นี้
เป็ฝ่ายยกเลิกสัญญาหมั้นหมายก่อน
…
เด็กสาวมองป้ารองที่เข้าไปเหลาอาหารคนเดียวอย่างกังวล บุรุษผู้นั้นดูไม่ไว้วางไว้แม้แต่น้อย แต่ป้ารองสั่งให้นางรออยู่ข้างนอกกับน้อง ๆ
ตอนแรกหลินลี่ก็กังวลตอนที่เห็นป้ารองมองป้ายประกาศกลางเมืองไม่หยุด นางอุตส่าห์ชวนคุยเพื่อเปลี่ยนประเด็น แต่ชื่อ หลวนซีห่าวก็เด่นชัดเสียขนาดนั้น
แต่หลินลี่หารู้ไม่ หลินเว่ยเว่ยจ้องชื่อที่อยู่บนสุดตั้งหาก
แม้ผู้เป็ป้าจะเปลี่ยนไปมาก แต่เด็กสาวยังจำได้ดีว่า ป้ารองคนนี้ไม่ธรรมดา
ถึงนางจะเป็เพียงอนุของขุนนางขั้นสูงผู้หนึ่ง แต่นางกลับมีอำนาจมากเพราะเป็ที่โปรดปราน ทั้งนางยังมีเส้นสายอยู่เต็มเมืองต้าหลาง
บุรุษในเหลาอาหารก็คงเป็หนึ่งในนั้น
หลายครั้งที่หลินลี่เอาตัวรอดได้จากป้ารองก็อาศัยทั้งปาฏิหาริย์ และความช่วยเหลือจากผู้อื่นที่มาโดยไม่ตั้งตัว มีไม่กี่ครั้งที่นางจะพึ่งพาตัวเอง
หลินลี่ใช่ก็จะไม่มีความสามารถ นางก็เป็เพียงเด็กสาวที่พึ่งพ้นวัยปักปิ่น ไร้บิดามารดา ญาติพี่น้องก็ไร้คุณธรรม
แต่ป้ารองคนนั้น นางทั้งรู้จักเส้นสายในเมืองต้าหลาง และเสนาบดีผู้นั้นก็ยังหลงใหลในตัวนาง
นางรู้สึกว่าตนเองโชคดีแล้ว ที่ตอนนี้นางไม่ได้เป็ศัตรูกับหลินเว่ยเว่ย
ไม่นานหลินเว่ยเว่ยก็เดินออกมาพร้อมบุรุษที่แต่งตัวด้วยผ้าไหมชั้นดี มีรูปร่างอวบอ้วนกำลังดี หน้าตาเขาดูอวบอิ่มและมีความสุขกว่าตอนแรก
หลินเว่ยเว่ยผายมือไปทางกงสือและแนะนำเขาให้เด็ก ๆ รู้จัก “เด็ก ๆ นี่คือกงสือ นายหน้าที่จะมาช่วยเราจัดการเื่ที่ดิน”
“ข้าจะจัดการให้เอง ไม่ว่าจะปล่อยเช่า หรือขายเพียงไม่กี่หมู่ ข้าก็ยินดีจัดการให้ แค่ได้ช่วยเหลือแม่นางหลิน ข้าก็ยินดี” กงสือฉีกยิ้มอย่างยินดี
กงสือเป็คนที่นิสัยใช้ได้ เขาเคยเป็เด็กกำพร้า แต่ได้อดีตนายอำเภอชุบเลี้ยง เขาถูกสั่งให้มาช่วยงานตาเฒ่าหลินบ่อยครั้ง จึงรู้จักกันเป็อย่างดี แม้หลินเว่ยเว่ยจะไม่เคยนับเขาเป็สหายก็ตาม
“ไปคุยกันที่โรงน้ำชาดีกว่า มีเด็กตั้งสามคน เหลาอาหารแห่งนี้ไม่เหมาะกับการคุยธุระของเรา” พูดจบกงสือก็นำทางทุก ๆ คนไป
โรงน้ำชาแห่งนี้เป็โรงน้ำชาขนาดกลาง ชั้นแรกเป็โรงน้ำชาทั่วไป ชั้นสองเป็ห้องส่วนตัวที่ปิดกั้นอย่างมิดชิด
กงสือสั่งขนมมาสองสามอย่างให้แก่เด็ก ๆ เขารินน้ำชาบริการทุกคนโดยไม่สนฐานะ และอายุ เด็ก ๆ แทบยกมือห้ามไม่ทัน
“เสี่ยวเอ่อร์ข้าขอสุราไหแดงสักไห” เมื่อนึกขึ้นได้ว่า นานแล้วั้แ่หลินเว่ยเว่ยแต่งงานไป ทั้งเขา คุณชายโม่ และหลินเว่ยเว่ยก็ไม่ได้พบหน้าพร้อมกันสามคน คราวที่แล้วพลาดโอกาสเพราะเจอกันสองคน
กงสือที่กำลังยื่นจอกเหล้ามาให้ ท่ามกลางสายตาของเด็กทั้งสาม ที่มองหน้ากันอย่างปรึกษา หลินซานสะกิดหลินฮวา หลินฮวาสะกิดหลินลี่ ขณะที่หลินลี่จะสะกิดหลินเว่ยเว่ยบ้าง นางก็รับมาตามมารยาท
หลินเว่ยเว่ยไม่รอให้ทั้งสามกังวลใจ นางจึงรีบกล่าวออกไป “คงไม่เหมาะสม ตัวข้านั้นเป็สตรี ท่านนั้นเป็บุรุษ ไว้คราวหน้าไว้ท่านมากับภรรยาข้าจะคารวะให้ท่านสักจอก”
กงสือแม้จะรู้อยู่แล้วว่าคงไม่มีวันนั้น ที่หลินเว่ยเว่ยเคยดื่มร่วมไหกับเขาก็เพราะมีโม่เฉียนร่วมด้วย ถึงแม้ว่านางจะไม่มีท่าทีไม่ไยดีผู้อื่นอื่นต่อไป แต่นางก็ไม่อาจคบเขาเป็สหายได้เหมือนเดิม
“เื่ที่ดินนั่น คงไม่ง่ายเหมือนคราวของเ้า เพราะตอนนั้นแม่นางหลินแต่งออกไป ได้รับสินเดิมเป็ที่ดิน และมีการออกโฉนดอย่างชัดเจน แต่ของบ้านสามนั้น โฉนดที่ดินผืนใหญ่ยังคงอยู่ที่บ้านใหญ่ ข้าก็บอกตาเฒ่าหลินไปแล้วว่าให้แยกเป็เื่เป็ราว ก็บอกว่าตนไม่ตายง่าย ๆ คราวนี้ตายไปที่ดินก็ไม่เคยถึงบ้านสามอีกเลย” กงสือพูดอย่างเสียดาย เพราะเมื่อก่อนเขาสนิทสนมกับตาเฒ่าหลินพอสมควร แต่หลังจากอีกฝ่ายตายไป เขาก็ติดต่อกับหลินเว่ยเว่ยเพียงผู้เดียว
“ข้ามีแผนแล้ว ท่านแค่รอจัดการเื่แยกแปลงอย่างรวดเร็วก็พอ เพราะถ้าเกิดบ้านใหญ่เล่นไม่ซื่อ ข้าี้เีคิดแผนใหม่” เพราะการเป็ผู้ใหญ่ทำให้ได้เปรียบเป็อย่างมาก บางครั้งด้วยเหตุผลที่สิ้นคิดของบ้านใหญ่อาจทำให้บ้านสามเหนื่อยหลายรอบ
“ได้ ข้าจะไปนอนรอหน้าหมู่บ้านต้าหนิวั้แ่คืนนี้เป็อย่างไร” กงสือเอ่ยทีเล่นทีจริง
“ขอบคุณท่านมาก จบงานนี้ข้าจะเลี้ยงอาหารอย่างเต็มที่ คราวนี้ต้องนำภรรยาและบุตรชายท่านมาด้วย เข้าใจหรือไม่” หลินเว่ยเว่ยยังจำได้ว่าอีกฝ่ายแต่งภรรยาเข้าบ้านตอนเขาอายุ 18 ซึ่งตอนนั้นนางกำลังโดนถอนหมั้น
พอพูดถึงภรรยาที่บ้านกงสือก็ทำหน้าอย่างเบื่อหน่าย “ขอบคุณอะไรกัน ข้ากับเ้าโตมาด้วยกัน เ้าได้กินอะไร ข้าก็ได้กินเช่นนั้น ข้าต่างเรียนรู้กับตาเฒ่าหลินมา ก็ไม่ต่างจากอาจารย์ของข้า แต่ภรรยาข้านางช่างไม่รู้อะไร มิตรภาพของข้ากับเ้ามันไม่ควรมีคำว่าบุรุษ สตรีด้วยซ้ำ”
หลินเว่ยเว่ยนับถือกงสือด้วยใจจริง เขาเป็คนที่มีความคิดที่ดี และช่วยเหลือหลินเว่ยเว่ยมามากคนหนึ่ง การที่หลินเว่ยเว่ยได้ปีนไปถึงตำแหน่งอนุคนโปรดไม่ใช่แค่เื่สัมพันธ์ครั้งเก่า ยังมีเื่ของผลประโยชน์ที่กงสือคอยช่วยอีกแรง
กงสือขอให้เด็ก ๆ ออกไปข้างนอกสักครู่ เขามีเื่ที่จะกล่าวกับหญิงสาว เด็ก ๆ ก็ไม่อยากออกไปให้ทั้งคู่ได้อยู่ด้วยกันนัก แต่พอเห็นท่าทีป้ารองที่พยักหน้าให้ก็ออกไปจำใจ
เมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ ออกไปแล้วเขาจึงรีบพูดออกมา “สี่เดือนแล้วที่เ้าไม่ได้เขียนจดหมายหาคุณชายโม่ เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ”
หลินเว่ยเว่ยเม้มปากอย่างครุ่นคิด “ข้าจะไม่เขียนอีกต่อไปแล้ว ตอนนี้คุณชายโม่ก็แต่งภรรยาเอกเข้าบ้านแล้ว”
“แต่ก่อนหน้านี้…” กงสือราวกับจะพูดอะไร แต่ก็เปลี่ยนเื่ทันที “คุณชายโม่รักเ้าที่สุด เ้าเองก็รอเขามานาน เขาเองก็รอวันนี้มานานเช่นกัน”
“กงสือท่านรู้จักข้ามานานกว่าโม่เฉียน ท่านก็น่าจะรู้ว่าข้าไม่มีทางเป็อนุของใคร” ที่หลินเว่ยเว่ยคนเก่ายอมก็อาจจะเพราะนางจนมุม และไม่อาจทนอยู่ในสภาพนี้จึงยอมเป็อนุภรรยา
และก่อนหน้านี้หลินเว่ยเว่ยคงคาดหวังตำแหน่งภรรยาเอกจากเขามากกว่าอนุภรรยาแน่ ๆ