หลินเยี่ยนจ่ายค่าประกันจำนวนสามหมื่นศิลาิญญาชั้นสูง แล้วรับใบเสร็จที่ลูกจ้างยื่นให้ ส่วนฉู่หลินเฟิงคำนวณเงินค่าสินไหมทดแทนสามแสนศิลาิญญาชั้นสูงที่จะได้รับในอีกไม่ช้าด้วยความเบิกบานใจ เงินยังไม่ทันถึงมือเขาก็คิดแผนใช้จ่ายไว้เรียบร้อยแล้ว
เมื่อเห็นเจียงซินมีท่าทางสงสัย หลินเยี่ยนจึงยื่นใบเสร็จให้นาง พร้อมกับมองไปรอบ ๆ "ศิษย์น้องห้า ผู้ดูแลที่รับผิดชอบด้านการป้องกันเรือเหาะิญญาอยู่ที่ไหน?"
"น่าจะอยู่ชั้นบนนะ ท่านหาเขาทำไม?" ฉู่หลินเฟิงถามด้วยความไม่เข้าใจ
หลินเยี่ยนก้าวเดินขึ้นไปยังชั้นบน "ในเมื่อคำนวณได้ว่าเรือเหาะิญญาจะประสบภัยก็ควรแจ้งให้พวกเขาเพิ่มมาตรการป้องกัน"
จำนวนเงินสินไหมของ ‘ประกันการเดินทางเรือเหาะิญญา’ ไม่ได้มีผลบังคับใช้เพียงเพราะผู้โดยสารได้รับาเ็ แต่ตราบใดที่เรือเหาะิญญาได้รับแรงกระแทกที่เกินกว่าขอบเขตปกติ ก็สามารถขอรับค่าสินไหมได้ เงื่อนไขการรับเงินนี้ดูเหมือนจะกว้างแต่ในความเป็จริงนั้นเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง เพราะเส้นทางเมฆาจากเมืองอวิ๋นิไปยังเมืองหลวงชิวเย่เปิดใช้งานมาหลายปี อันตรายตามรายทางถูกกำจัดไปจนสิ้น
แม้แต่สัตว์อสูรระดับิญญาก่อกำเนิดก็ไม่มี หากเรือเหาะิญญาถูกโจมตีในระดับนี้ จึงจะถือว่าได้รับแรงกระแทกที่เกินกว่าขอบเขตปกติ และสามารถได้รับค่าสินไหมที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการขอรับเงินประกันกับการเตือนให้เรือเหาะิญญาเพิ่มการป้องกันจึงไม่ใช่เื่ที่ขัดแย้งกัน
หลินเยี่ยนพบห้องที่มีป้ายเขียนว่า ‘หอเรือเหาะิญญา’ อยู่ด้านในสุดของชั้นสาม เขาเคาะประตูแล้วเดินเข้าไป ด้านในมีผู้ดูแลหลายคนกำลังหารือเื่งานกันอยู่ เมื่อเห็นเขามา หนึ่งในนั้นขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ แต่ในไม่ช้าก็เปลี่ยนเป็รอยยิ้ม "ขออภัยที่นี่ไม่ได้เปิดให้คนนอกเข้า ไม่ทราบว่าแขกท่านนี้้าสิ่งใดหรือไม่?"
"ข้าเพียงมาเตือนพวกท่านว่า เรือเหาะิญญาที่จะออกเดินทางไปยังเมืองหลวงชิวเย่ในอีกหนึ่งชั่วยามข้างหน้า จะถูกโจมตีด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน หวังว่าหอการค้าจะเพิ่มการป้องกัน" หลินเยี่ยนกล่าว
ผู้ดูแลหลายคนมองหน้ากัน ผู้ดูแลที่สวมชุดสีเขียวซึ่งดูเหมือนจะเป็หัวหน้า กวาดสายตามองหลินเยี่ยนแล้วถามว่า "แขกท่านนี้ทราบเื่นี้มาจากที่ใด?"
"ข้าคำนวณได้" หลินเยี่ยนเห็นพวกเขาไม่เชื่อ จึงเสริมว่า "ข้าเป็นักพยากรณ์"
ชื่อเสียงของนักพยากรณ์ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นักพยากรณ์ที่มีชื่อเสียง ไม่ว่าใครที่พบเห็นต่างก็สุภาพนอบน้อม โดยหวังว่าอีกฝ่ายจะช่วยทำนายดวงชะตาและชี้แนะแนวทางให้ ส่วนนักพยากรณ์ที่ไร้ชื่อเสียง มักถูกมองว่าเป็พวกต้มตุ๋น ไม่มีใครเชื่อผลการทำนายของพวกเขา
ผู้บำเพ็ญเพียรจำนวนไม่น้อยที่เพิ่งก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญ ต่างก็เคยถูก ‘นักพยากรณ์’ ประเภทนี้หลอกลวงมาแล้ว คำทำนายของหลินเยี่ยนแม่นยำเสมอ แต่เขาอายุยังน้อย ปกติจะเคลื่อนไหวอยู่เพียงภายในสำนักเทียนสุ่ย โลกภายนอกจึงไม่มีใครรู้จักชื่อเสียงของเขา
ผู้ดูแลชุดเขียวกวาดสายตามองเขาไม่กี่ครั้ง เมื่อเหลือบไปเห็นตั๋วเรือและใบเสร็จประกันในมือของเจียงซิน ในใจก็เริ่มคาดเดาได้ คงไม่พ้นว่าคนทั้งสามนี้ซื้อตั๋วเรือและประกันไว้ และเพื่อให้ได้รับเงินประกัน จึงแกล้งบอกให้พวกเขาเพิ่มการป้องกัน เมื่อเดินทางถึงเมืองหลวงชิวเย่ได้อย่างราบรื่น พวกเขาก็จะใช้ข้ออ้างที่ว่า ‘เพราะเรือเหาะิญญาเพิ่มการป้องกัน ดังนั้นสัตว์อสูรหรือโจรที่วางแผนโจมตีเรือเหาะิญญาจึงไม่ได้ลงมือ’ เพื่อปลุกปั่นผู้โดยสารคนอื่น ๆ ที่ซื้อประกันให้มาร่วมกันเรียกร้องค่าสินไหม
บางคนอาจจะยกความดีความชอบที่เรือเหาะิญญาถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยมาเป็ของตน โดยอ้างว่าเพราะตนแจ้งเื่นี้ หอการค้าจึงรอดพ้นจากหายนะ เพื่อขอเงินรางวัลจากหอการค้า หอการค้าเค่อซื่ออวิ๋นไหลเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาหลายครั้งแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บางคนถึงขั้นจ้างคนมาโจมตีเรือเหาะิญญาระหว่างทาง เพื่อให้แผนการดูแเี
เมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยนและศิษย์น้องอายุยังน้อย ทั้งยังพาทารกน้อยมาด้วย ผู้ดูแลจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "พวกท่านทั้งสองอายุยังน้อย แต่สามารถบรรลุขอบเขตแก่นทองคำได้แล้ว อนาคตข้างหน้ายังอีกไกล อย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเื่นอกรีตเ่าั้เลย"
ฉู่หลินเฟิงฟังออกว่าเขากำลังเหน็บแนม จึงโต้กลับด้วยความไม่พอใจ "ศิษย์พี่ของข้าพูดความจริงทุกประการ เขาคำนวณชะตาได้แม่นยำมาก!"
ผู้ดูแลคนหนึ่งที่สวมแหวนหยกสีเขียวมรกตที่นิ้วมือซ้ายหัวเราะแล้วกล่าวว่า "ความจริงตอนที่สหายท่านนี้เดินเข้ามา ข้าก็สังเกตเห็นแล้ว สหายท่านนี้ได้คำนวณชะตาให้ตัวเองก่อนที่จะเข้าแถวซื้อตั๋วใช่หรือไม่?"
หลินเยี่ยนพยักหน้า
ผู้ดูแลที่สวมแหวนกล่าวว่า "แม้แต่แถวที่ตนเองควรเข้าเพื่อซื้อตั๋วยังคำนวณไม่ถูก แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าตนเองคำนวณแม่นยำอีกหรือ?"
หลินเยี่ยนหน้าแดงก่ำทันที ฉู่หลินเฟิงจึงรีบแก้ต่างให้ "นั่นมันอุบัติเหตุ ศิษย์พี่รองของข้าไม่ได้คำนวณผิด เพียงแต่..."
ผู้ดูแลชุดเขียวยกมือขัดจังหวะ คำพูดสุภาพแต่แฝงไปด้วยความเด็ดขาดที่ไม่อาจปฏิเสธได้ "ข้าเห็นว่าพวกท่านทั้งสองอายุยังน้อย เื่นี้ข้าจะไม่ถือสาขอให้พวกท่านสำรวมกิริยาด้วย หากยังดื้อดึงไม่ยอมเลิก อย่าหาว่าพวกเราส่งตัวพวกท่านให้ทางการ! ยุคนี้คือยุคบำเพ็ญเพียรที่ต้องเคารพกฎระเบียบ ต่อให้พวกท่านไม่คิดถึงตัวเอง ก็ควรคิดถึงทารกน้อยคนนี้บ้าง"
ฉู่หลินเฟิงฟังแล้วรู้สึกโกรธจัด กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็ได้ยินเสียงเล็ก ๆ ที่ดูแง่งอนของเจียงซินดังขึ้นข้างหู
[ถ้าเขาไม่ฟังเราก็ช่างเถอะ เราไปซื้อประกันที่แพงที่สุดให้คนอื่น ๆ ทุกคนเลย ให้พวกเขาจ่ายค่าสินไหมจนล้มละลายไปเลย!]
ดวงตาของฉู่หลินเฟิงเป็ประกายขึ้นมาทันที
ใช่แล้ว ให้พวกเขาจ่ายจนล้มละลายไปเลย! ดูซิว่าพวกเขายังจะกล้าดูถูกคนอื่นอีกหรือไม่!
คุณชายฉู่ประกาศกร้าวอย่างใจกว้าง "ในเมื่อพวกท่านไม่เชื่อพวกเรา งั้นข้าจะซื้อประกันให้ทุกคนบนเรือเหาะิญญาลำนี้! เอาแบบที่แพงที่สุด!"
หลินเยี่ยนมองเขาด้วยความตกตะลึง แล้วสายตาก็เลื่อนไปที่เจียงซิน ส่วนเจียงซินเองก็ประหลาดใจเล็กน้อย นางดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของฉู่หลินเฟิงด้วยความตื่นเต้น
[ศิษย์พี่ห้าฉลาดขนาดนี้เลยหรือ? ถึงกับคิดแผนการร้ายได้เหมือนกับข้าเลย? พวกเราเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องที่แท้จริง!]
ศิษย์น้องเล็กชมเขาอีกแล้ว ฉู่หลินเฟิงยิ่งภูมิใจมากขึ้น เมื่อเห็นท่าทางยืดอกเชิดคางอย่างภาคภูมิใจเช่นนั้น ในใจของหลินเยี่ยนก็เกิดความคิดที่ดูไร้สาระขึ้นมา
ศิษย์น้องห้า... คงไม่ใช่ว่าเขาก็ได้ยินเสียงในใจของศิษย์น้องเล็กเหมือนกันหรอกนะ?
เนื่องจากทุกคนทราบดีว่าเส้นทางเมฆาจากเมืองอวิ๋นิไปยังเมืองหลวงชิวเย่นั้นปลอดภัย ผู้บำเพ็ญเพียรที่ซื้อประกันสำหรับการเดินทางเที่ยวนี้จึงมีไม่มาก ตอนนี้สามารถทำกำไรได้ก้อนโต ผู้ดูแลย่อมมีความสุข "การค้าขายเปิดประตูรับแขก สหายท่านนี้อยากซื้อย่อมได้ เพียงแต่... ท่านมีศิลาิญญามากพอหรือ?"
ประกันที่แพงที่สุดราคาหนึ่งหมื่นศิลาิญญาชั้นสูงต่อฉบับ เรือเหาะิญญาขนาดใหญ่สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้หกพันคน หากซื้อประกันที่แพงที่สุดให้ผู้โดยสารทุกคน รวมแล้วต้องใช้ศิลาิญญาถึงหกสิบล้านก้อนชั้นสูง เงินจำนวนนี้สำหรับฉู่หลินเฟิงในอดีตนั้นไม่ใช่เื่ใหญ่ แต่สำหรับเขาในตอนนี้ มันเป็ตัวเลขที่ทำให้เขาอยากจะรีบกลับบ้านไปขนเงินในคลังลับของท่านพ่อให้เกลี้ยงในคืนเดียว
เขามองเจียงซินด้วยความลำบากใจ ส่วนเจียงซินเอียงคอ มองเขา
[ศิษย์พี่ห้าจ่ายเงินสิ ศิลาิญญาแค่หกสิบล้านจะนับเป็อะไรได้? พวกเราจะทำเงินได้ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบล้านเลยนะ! หักต้นทุนแล้วยังเหลืออีกหนึ่งร้อยยี่สิบล้าน! กำไรมหาศาล!]
ฉู่หลินเฟิงใจเต้นแรง เขาล้วงถุงศิลาิญญาออกมาตามสัญชาตญาณ แต่พบว่าข้างในไม่มีศิลาิญญาเหลืออยู่เลยแม้แต่ก้อนเดียว ความหวังที่พองโตพลันดับวูบลง เขามองหลินเยี่ยนด้วยสายตาเวทนาสงสาร
หลินเยี่ยนลำบากใจมาก "ข้าเองก็ไม่มีศิลาิญญามากขนาดนั้น"
ผู้ดูแลหัวเราะเสียงดัง "ทั้งสองท่าน เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรต้องก้าวเดินอย่างมั่นคง เชิญกลับไปเถิด"
เจียงซินเพิ่งตระหนักได้ว่าศิษย์พี่ทั้งสองคนค่อนข้างจน นางจึงถอนหายใจ
[ศิษย์พี่ทั้งสองน่าสงสารเหลือเกิน ศิลาิญญาแค่นี้ยังไม่มี ถ้าคลังลับของข้ายังอยู่ก็คงดี]
ความจริงเจียงซินจำเื่ราวในชาติที่แล้วได้ไม่มากนัก แต่ศิลาิญญาเป็สิ่งพิเศษ ต่อให้นางลืมชื่อตัวเอง แต่นางไม่มีวันลืมที่ซ่อนศิลาิญญาเด็ดขาด
ฉู่หลินเฟิงและหลินเยี่ยนมองหน้ากัน ในดวงตาของทั้งคู่มีความเสียดายอย่างลึกซึ้ง ในขณะเดียวกัน ทั้งสองคนต่างก็ประหลาดใจที่ตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายก็ได้ยินเสียงในใจของเจียงซินเช่นกัน จากนั้นจึงยิ่งรู้สึกเสียดายมากขึ้น เพราะตอนนี้ศิษย์น้องเล็กยังพูดไม่ได้ ต่อให้ได้ยินเสียงในใจ พวกเขาทั้งสองก็ไม่สามารถนำศิลาิญญาของนางมาใช้ได้โดยตรง
ขณะที่หลินเยี่ยนกำลังจะส่งกระแสจิตเตือนฉู่หลินเฟิงว่าอย่าเพิ่งให้ศิษย์น้องเล็กเอะใจเื่นี้ ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงถอนหายใจที่ดูเสียดายยิ่งกว่าพวกเขาจากเจียงซิน
[ศิษย์พี่สามารถไปขอยืมท่านแม่ของข้าได้นะ ท่านแม่เพิ่งยึดคลังลับของท่านพ่อมา มีเงินเยอะมากเลย! น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงของข้า คงต้องพลาดเงินก้อนนี้ไปอย่างแน่นอน]
เงินมาจ่ออยู่ตรงหน้าแท้ ๆ แต่กลับคว้ากำไรไว้ไม่ได้ เจียงซินรู้สึกทรมานยิ่งกว่าการเสียเงินเสียอีก
"ศิษย์พี่รอง ท่านช่วยดูแลศิษย์น้องเล็กที ข้าจะรีบไปรีบกลับ!" ฉู่หลินเฟิงยัดเจียงซินใส่อ้อมกอดของหลินเยี่ยน แล้วชักดาบออกมาทันที
เหล่าผู้ดูแลใจนหน้าถอดสี คิดว่าเขาจะลงมือ จึงรีบตั้งท่าเตรียมต่อสู้ ทว่าฉู่หลินเฟิงไม่ได้ชายตามองพวกเขาเลยแม้แต่น้อย เขาเหาะกระบี่พุ่งออกทางหน้าต่าง มุ่งหน้าไปยังสำนักเทียนสุ่ยทันที
เขาจะไปขอยืมศิลาิญญาจากท่านอาจารย์หญิง เพื่อทำเงินก้อนโต!