บทที่ 1 ตอนที่ 9 เวทสุริยะ
ยามสายในวันที่อากาศอบอุ่นกว่าปกติ อันเป็สัญญาณ่ใกล้เปลี่ยนผลัดฤดูกาลที่มีเพียงสองของดินแดนโครเวลส์ หลังจากพิธีฉลองล่วงเลยผ่านมากว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ความสงบเมื่อครั้งวันวานก็เหมือนจะละลายไปกับหิมะ…
““งืม / อืม””
“พื้นฐานสำคัญที่สุด คือ ความเข้าใจ…”เซอซิลกล่าวขณะจ้องมองเด็กหญิงทั้งสองซึ่งกำลังนั่งอยู่ใจกลางวงเวทที่เขาเป็คนวางขึ้นคนล่ะวง…
“พลังเวทของพวกเราสามคนมีมากล้น…การควบคุม ก็สำคัญเช่นกัน”
วงเวทที่เฟลิเซียนั้นอยู่ใจกลางนั้นส่องแสงทอประกายสีฟ้า และเงินใสกระจ่าง ในขณะที่วงเวทของมาร์รูเซียนั้นจะเป็สีเหลืองปนสีส้มขาว---วงเวททั้งสองที่เขาขึ้นมาบนผืนดินท่ามกลางหิมะนั้น มีไว้เพื่อฝึกควบคุมการส่งกระแสมานาออกจากร่างกาย
เพื่อให้พวกเธอทั้งสองคนได้ฝึกควบคุมพลังเวทที่แผ่ออกมาภายนอกร่างกาย ก็อย่างที่กล่าวไป พื้นฐานสำคัญที่สุดคือ ‘ความเข้าใจ’ และเมื่อมีพลังมากล้นเกินกว่าคณาถึงสิ่งสำคัญอีกอย่างคือ ‘การควบคุม’ ทั้งสองอย่างเป็พื้นฐานสำคัญ…
เพื่อให้เข้าใจไปถึงแก่นของเวทมนตร์อย่างแท้ สำหรับเด็กการฝึกเวทมนตร์จะง่ายกว่าผู้ใหญ่เพราะความโอนอ่อน และมีจินตนาการสูงล้ำกว่าผู้ใหญ่ที่ส่วนใหญ่ความคิดกว้างจะแคบลงตามประสบการณ์ของชีวิต ช่างโชคดีที่เขาได้เป็คนสอนเวทมนตร์ให้กับมาเรียน่า…
เซอซิลลอบมองเมดสาวผมสีน้ำตาลแดง ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างไกลจากเขาเท่าไหร่นัก ส่วนหนึ่งที่เขาไม่ได้ให้เธอฝึกร่วมกับทั้งสองคนด้วย เพราะตัวมาเรียน่าค่อนข้างพิเศษ เธอนั้นสามารถเรียนรู้ และทำความเข้าใจต่อเวทมนตร์อย่างลึกซึ้ง และรวดเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ…
“จริงสิ มาเรีย”เขาหมุนตัวหันไปหาเมดสาวพร้อมกับสะบัดมือเรียกหนังสือเล่มหนึ่งที่ไม่หนา หรือบางเกินไปออกมาในมือข้างขวา…
“เ้าคะ นายน้อย?”
“หนังสือเล่มนี้…เราให้”เขายื่นหนังสือในมือขวาออกไป เมดสาวเข้ามารับไปอย่างระมัดระวังพร้อมกับค่อยๆ เปิดอ่านสิ่งที่เขียนไว้ข้างใน…
“นะ-นายน้อย นี่มัน…”
“อืม เราคัดลอกกับสรุปให้น่ะ”
ใช่ ภายในหนังสือเล่มไม่หนาไม่บางนั่น เป็เหมือนหนังสือสรุปบทเรียน ด้วยจำนวนตำราเวททั้งหลายที่มันมีอยู่ในหอสมุด และรวมถึงเวทมนตร์ต่างๆ เขาได้ทำการสรุปรวมถึงเขียนคัดย่อลงในหนังสือเล่มที่ให้ไปหมดแล้ว…
“มาเรียไม่ค่อยมีเวลาใช่ไหมล่ะ…เราเลยเลือกเวทมนตร์ที่เหมาะกับมาเรีย แล้วก็สรุปหัวข้อทั้งหลายที่จำเป็ไว้ให้น่ะ”เพื่อความมั่นใจว่าเข้าใจตรงกัน เขาเลยอธิบายขยายความให้อีกนิดหน่อย
“ขอบพระคุณเ้าค่ะนายน้อย ไว้ดิฉันจะอ่านในภายหลัง…”มาเรียน่าเอ่ยขอบคุณด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน และใบหน้านั้นประดับด้วยรอยยิ้มงดงาม…
“ไม่ต้องรอหรอก…อ่านได้เลย”
“จะดีหรือเ้าคะ…?”ตอนนี้อยู่ในสวนนะมันจะไม่เหมาะสมเกินไปรึเปล่า เพราะหน้าที่ของเธอคือดูแลนายน้อย คุณหนู และเ้าหญิงนะ
“ไม่ต้องห่วง วงเวทที่เฟลิเซีย กับมาร์รูเซียอยู่ข้างในน่ะ…มีอาคมป้องกันอยู่ด้วยนอกจากพวกเราสี่คนที่อยู่ที่นี่ ไม่มีใครเข้าไปในวงเวทพวกนี้ได้อย่างแน่นอน”เซอซิลเอ่ยเสริม ความมั่นใจให้มาเรียน่าอีกนิดหน่อยว่าเธอไม่ได้ละทิ้งหน้าที่…
“ถ้าเช่นนั้น…ขออนุญาตเ้าค่ะ”
เขาเห็นว่าเธอยินยอมก็วาดวงเวทอีกวงหนึ่งเพื่อให้เธอเข้าไปนั่งอ่านได้อย่างสบายใจ ซึ่งมาเรียน่าตอนแรกก็ใที่นายน้อยของเธอสามารถวาดวงเวททั้งเวทได้ภายในเวลาไม่ถึงชั่วอึดใจ และเพื่อตอบรับความหวังดีของผู้เป็นาย เธอเข้าไปนั่งภายในอย่างไม่ต้องให้บอก
วงเวทของเมดสาวทำงานขึ้นทันทีที่เธอก้าวเข้าไป สีที่ส่องสว่างทอประกายนั้นเป็สีแดงเพลิงงดงาม และนิ่งเสถียรกว่าของเฟลิเซีย และมาร์รูเซีย---เด็กหญิงทั้งสองลืมตาขึ้นมาเมื่อเห็นแบบนั้น ก็รู้สึกไม่อยากยอมแพ้ ทั้งสองต่างพยายามควบคุมอย่างเต็มที่…
“ผ่อนคลายหน่อย”
““งือ!? / อือ!?””ทั้งสองหงอลงไปใหม่
เซอซิลเขาก็รู้สึกดีใจที่น้องสาว และคนรัก(?)ของเขามีไฟลุกสู้อยากเอาอย่างมาเรียน่า แต่เมื่อกี้เล่นอัดพลังเวทเข้าจนวงเวทสว่างจ้า ขืนปล่อยไปมีหวังะเิแหง ถึงจะไม่าเ็แน่นอน แต่สภาพน่าจะดูไม่จืดถ้าวงเวทเกินะเิน่ะนะ…วงเวทที่เข้าเขียนลงไปมี 5 วงซ่อนกันอยู่
ชั้นแรกด้านนอกสุดนับเป็ชั้นที่ 5 ทำหน้าที่เป็เขตแดนคุ้มภัยป้องกัน(Protection Area)อันตรายแก่ผู้ที่อยู่ในวงเวท ความแข็งแกร่งขึ้นอยู่กับพลังเวทของผู้วาด และผู้ที่อยู่ในวงเวทรวมกัน
ชั้นรองลงมานับจากด้านนอกสุดนับเป็ชั้นที่ 4 ทำหน้าที่เป็เหมือน 'โล่สะท้อน(Counter Shield)' ซึ่งมันจะดูดซับทุกการปะทะเข้ามาจนถึงระดับหนึ่ง ก่อนจะสะท้อนกลับใส่ผู้ที่กระทำด้วยความแรงสองเท่าของแรงที่กระทำมา…
ชั้นถัดมาหากนับจากด้านนอกนับเป็ชั้นที่ 3 ทำหน้าที่ 'เร่งฟื้นฟู และรักษา(Accelerate Recovery And Healing)' ซึ่งจะเร่งอัตราฟื้นฟูพลังเวท และการฟื้นกำลังกาย รวมถึงาแต่างๆ ที่ผู้อยู่ในวงเวทได้รับมาโดยฉับพลัน
ชั้นรองสุดท้ายหากนับจากด้านนอกเข้ามานับเป็ชั้นที่ 2 ทำหน้าที่สนับสนุนการหมุนเวียนพลังเวท หรือมานาของผู้ที่ใช้วงเวท เพื่อให้สามารถควบคุมวงเวทได้ง่าย และฝึกควบคุมกระแสมานาได้โดยลดอุปสรรคที่ต้องพบให้น้อยลง…
และชั้นด้านในสุดหากนับจากด้านนอกเข้ามาจะนับเป็ชั้นที่ 1 ทำหน้าที่รับพลังเวท หรือมานาโดยตรงจากผู้ใช้วงเวทก่อนจะส่งต่อไปยังวงเวทชั้นถัดไป และยังทำหน้าที่ส่งพลังเวท หรือมานากลับเข้าตัวผู้ใช้วงเวทอีกทอดหนึ่งอีกด้วย
ปกติเขาจะยุบรวมวงเวทชั้นที่ 1 และ 2 เข้าด้วยกัน แยก 3 ไว้ และก็รวมวงเวท 4 กับ 5 เข้าด้วยกันอีกทอดหนึ่ง เพื่อให้เหลือแค่ 3 วงเวทใหญ่จากทั้งหมดห้าวงเวท หรือที่เรียกว่า 'วงแหวนเวท' นั่นแหละ แต่ด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ทำให้เขารู้สึกว่าเขียนแยกห้าวงซ้อนกันดีกว่า…
แต่ที่สุดแล้วที่เขารู้สึกเสียใจที่สุดคือ มาร์รูเซีย เธออยู่กับเขาได้อีกแค่ 5 วันเท่านั้น ก่อนจะต้องเดินทางกลับเมืองหลวงราชอาณาจักรเซราเซีย ถ้าจะดื้อดึงให้อีกฝ่ายอยู่ต่อมันจะเป็การเอาแต่ใจจนเกิดไป และมันคงจะสร้างความลำบากใจแก่ฝ่าาวิลเลียมมากเป็แน่…
‘เราจะปกป้องเธอยังไงล่ะ…'
เซอซิลครุ่นคิดอย่างอับจนปัญญา หากเขาเคยไปเมืองหลวงราชอาณาจักรเซราเซียล่ะก็แค่ใช้เคลื่อนย้ายชั่วพริบตาก็ไร้ซึ่งปัญหา แต่ประเด็นหลักของปัญหาคือ เขาไม่เคยไปน่ะสิ อย่าว่าแต่เมืองหลวงประเทศอื่นเลย ในเมืองยังไม่เคยเข้าไปเดินเลยด้วยซ้ำ…
การจะขอติดตามไปด้วยย่อมเป็ไปไม่ได้ มาร์รูเซียเป็ถึงเ้าหญิงของประเทศส่วนเขาเป็เพียงบุตรชายคนที่สามของแกรนด์ดยุก ฐานะมันต่างกันเกินไปถึงแม้เธอจะเป็เ้าหญิงลำดับที่สามก็ตาม แต่ยังไงเ้าหญิงก็คือ เ้าหญิง
‘เราปล่อยเวลาให้เสียไปโดยใช่เหตุหรือเนี่ย…'
ถึงจะรู้ว่ามันแปลกๆ และก็ทะแม่งถ้าเด็กห้าขวบต้องดารกระทำการเคลื่อนไหวอะไรสักอย่างเพื่อสร้างเนื้อสร้างตัว เป็แน่ว่าผู้หวังใช้ประโยชน์จะความกระหายในผลงานต้องโผล่ออกมาให้พึ่บกันเป็แน่ แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางใช้ทางลัดเด็ดขาด…เพราะเธอคนนั้นเกลียดมันยังไงล่ะ
‘คงต้องสร้างเนื้อสร้างตัวสินะ…’
มาร์รูเซียเป็ถึงเ้าหญิงผู้ที่จะอยู่เคียงข้างเธอได้คงต้องเพียบพร้อมทั้งชาติตระกูล และก็พลังอำนาจ รวมถึงชื่อเสียง เื่ชาติตระกูลไม่น่าห่วงเท่าไหร่ แต่พลังอำนาจกับชื่อเสียงเนี่ยสิ มันต้องใช้เวลาในการเริ่มสะสม…
พลังอำนาจในความหมายที่เซอซิล้าสื่อ ไม่ได้หมายถึงอำนาจทางมนตรา หรือฝีมือดาบ แต่เป็พลังอำนาจอันสามารถจะขับเคลื่อนผู้คน และสร้างเสริมชื่อเสียงจนกลายเป็เสียงสนับสนุนตัวเขาให้ได้อยู่เคียงข้างเธอจนได้…
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด เพื่อที่จะได้ทั้งสองสิ่งมา คือ เงิน…ฟังไม่ผิดหรอกทุกท่านในยามาสิ่งที่สำคัญรองจากเสบียงอาหารไม่ใช่กำลังทหาร แต่เป็กำลังเงินสนับสนุน---ไม่ว่าจะเป็อาวุธ ชุดเกราะ ม้าศึก ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วต้องใช้เงินเพื่อเสริมสร้างบารมี และเขี้ยวเล็บ
ถ้าพูดถึงเื่เงินทองกันจริงๆ เขาก็ไม่มีปัญหาเื่เงินเื่ทองหรอก ทรัพย์สมบัติั้แ่สมัยเทพเ้าเห่ามันมีมากเหลือล้นฟ้าเกินตีมูลค่าได้ ซึ่งเขาเอามาแลกเป็สกุลเงินกลางของโลกที่เขาเกิดใหม่นี้ก็ได้…แต่มันมีปัญหาอย่างหนึ่ง
เขาจะอธิบายต่อท่านพ่อ ท่านแม่ทั้งสองคน พี่ชายทั้งสอง พี่สอง และน้องสาว เมดสาว ว่าที่คนรักที่เขากำลังจีบว่าไปว่าเงินพวกนี้มาจากไหนยังไงดี จะบอกว่าขุดเจอก็ไม่ได้เดี๋ยวโดนเก็บเข้าห้องคลังงบประมาณแผ่นดิน เพราะมันถือเป็วัตถุโบราณ…
เพราะงั้นคงต้องตัดข้ออ้างนั่นทิ้ง เดี๋ยวหมดตัวก่อนได้ลงทุนชีวิต เอาเป็ว่าขอทวนระบบสกุลเงินที่โลกใบนี้ได้ใช้ก่อนก็แล้วกัน---วาร์ริส(Valis) นั่นคือ สกุลเงินที่โลกใบนี้ใช้กันทั่วไป ตัวเหรียญนั้นหล่อสร้างขึ้นจากทองแดง
และมีเหรียญอีก 3 ชนิด อันได้แก่ เหรียญเงิน เหรียญทอง และเหรียญทองคำขาว ซึ่งมีมูลค่ามากน้อย แตกต่างกันไปดังนี้…เริ่มจาก
1 เหรียญเงิน มีค่าเท่ากับ 10,000 วาร์ริส
1 เหรียญทอง มีค่าเท่ากับ 100,000 วาร์ริส
1 เหรียญทองคำขาว มีค่าเท่ากับ 1,000,000 วาร์ริส…นอกจากประเภทของเหรียญแล้ว ยังมีแบ่งเป็ประเภทป้ายอีกอันได้แก่ ป้ายเงิน ป้ายทอง และป้ายทองคำขาว ซึ่งมูลค่าจะเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย ที่จริงก็ไม่น้อยเท่าไหร่หรอก
1 ป้ายเงิน มีค่าเท่ากับ 15,000 วาร์ริส
1 ป้ายทอง มีค่าเท่ากับ 150,000 วาร์ริส
1 ป้ายทองคำขาว มีค่าเท่ากับ 1,500,000 วาร์ริส…ที่จริงมันยังมีประเภทเป็แท่งด้วย แต่ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละดีแล้ว เพราะมันค่อนข้างใช้ยาก เหมาะเอาไว้วางเป็หลักค้ำประกันซะมากกว่า ถ้าพูดถึงรูปพรรณแบบแท่งน่ะนะ…
ที่สุดแล้วอย่างเต็มที่เขาคงใช้ถึงแค่เหรียญเงินเหรียญทองป้ายเงินป้ายทองเท่านั้นล่ะ เพราะเหรียญทองคำขาวกับป้ายทองคำขาวมันมีมูลค่ามากเกินไปจนคนเรากลัวได้---ในตอนนั้น ขณะที่เซอซิลยืนครุ่นคิดวางแผนเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น…
“ท่านพี่หนูมีเื่สงสัยนิดหน่อย~!”เฟลิเซียหยุดการถ่ายมานาลงวงเวททำให้วงเวทนั้นหยุดทำงานลงแทบจะในทันที…
“สงสัยเื่ไหนหรือ…?”เซอซิลชะงักวูบหนึ่งก่อนจะถามออกไปหลังจากกลับสู่โลกความเป็จริง
“เวทสุริยะเป็เวทมนตร์แบบไหนอ๋อ~?”พอได้ยินคำถาม เขาก็เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้อธิบายเื่เวทมนตร์คุณสมบัติพิเศษนี้เลย!
“เราก็อยากรู้เหมือนกันน๊า~!”เพราะเธอไม่เคยฝึกเป็บทเป็ร่ายสักเวทเลย…
“ดิฉันก็ด้วยเ้าค่ะ”มาเรียน่ากล่าวเสริมขึ้นมาปิดท้ายด้วยความอยากรู้ เพราะเท่าที่เธอเคยได้ยินผ่านๆ มา รู้สึกเวทสุริยะจะคล้ายเวทธาตุไฟ…
“งั้น…พอได้ยินคำว่า ‘สุริยะ’ นึกถึงอะไรเป็สิ่งแรกกัน?”เขาลองถามออกไปก่อน
“““พระอาทิตย์”””แน่นอนว่าทั้งสามคนต้องตอบอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ถูกต้อง…โดยพื้นฐาน ‘เวทสุริยะ’ ก็เหมือนเวทมนตร์ทั่วไป คือ มีเวทโจมตี ป้องกัน และสนับสนุน”แต่ต้องยกเว้นในกรณีของเวทรักษา…ที่ถึงจะจัดการอันเดดได้เหมือนธาตุแสงก็เถอะ
“ตัวอย่างเช่น เวทสายลม ‘ศรวายุ(Wind Arrow)’ ถ้าเป็พื้นฐานของเวทสุริยะก็ ‘ศรแสงสุริยะ(Sun-Light Arrow)’ ประมาณนี้”
““ฟังดูน่าเกรงขามจัง…””ทั้งเฟลิเซียกับมาเรียน่าพึมพำออกมาพร้อมกัน
“เราจะใช้ได้ใช่ไหม!?”มาร์รูเซียท้วงอย่างตื่นเต้น และนัตย์ตาเป็ประกายลุกวาว
“แน่นอน เพราะนั่นเป็เวมนตร์ระดับหนึ่ง(พื้นฐาน)”ถ้าใช้พื้นฐานไม่ได้ก็อดใช้เวทจัดหนักอย่าง ‘วัชระแสงสุริยะ(Sun-Light Javelin)’ ได้เลย…
“เดี๋ยวนะเ้าคะนายน้อย…นั่นเวทมนตร์ระดับหนึ่งเหรอเ้าคะ?”ศรเวทปกติจัดอยู่ในหมวดเวทมนตร์ระดับสองนะ…
“เวทสุริยะ…เป็เหมือนการรวมกันของเวทแสง และไฟ เพราะงั้นพื้นฐานจึงใช้ระดับของเวทมนตร์ผสานธาตุเป็บรรทัดฐาน”จะใช้มาตรฐานเดียวกับเวทมนตร์สี่ธาตุ สองธาตุถ่วงดุลไม่ได้…
““ขะ-ขี้โกง…””เฟลิเซียหันไปจ้องมาร์รูเซียด้วยสายตาที่ไม่อาจบ่งบอกความรู้สึกได้ เช่นเดียวกันกับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างมาเรียน่า…
“ระ-เราไม่ได้โกงสักหน่อยน๊า~!”
มาร์รูเซียรีบหันไปตอบโต้ข้อกล่าวอย่างทันท่วงที แม้ว่าจริงๆ แล้ว เธอก็รู้สึกว่าตัวเองขี้โกงอยู่หน่อยๆ เหมือนกันก็เถอะ---เซอซิลมองดูทั้งสามคนที่ดูสนิทกันมากขึ้นหลังจากคืนวันงานเลี้ยง พวกท่านแม่คิดถูกจริงๆ ที่ให้ทั้งสามคนนอนด้วยกัน…
“แล้วหนูล่ะท่านพี่!”เฟลิเซียชี้เข้าหาตัวขณะเอ่ยถามออกไปด้วยดวงตามีประกายวิวับอย่างคาดหวังสุดๆ…
“คงจะเป็ ‘ศรเหมันต์(Freeze Arrow)’…อยากลองใช้สินะ”ที่จู่ๆ ถามคงเพราะแบบนั้นแน่ๆ
“อื้อ! หนูฝึกควบคุมกับท่านพี่มาตั้งสองปีแล้ว…ให้หนูลองนะ!”คำขอนั้นมาพร้อมกับสายตาออดอ้อนเว้าวอนอยากลองอย่างสุดๆ แน่นอนว่าคำตอบคือ…
“อืม ตามสบาย”
“เย้~! ท่านพี่ใจดีที่สุด!”เฟลิเซียเธอร้องด้วยความดีใจก่อนจะเอามือยันตัวลุกขึ้น และหันไปยังทิศทางหนึ่ง ซึ่งมีต้นไม้ต้นหนึ่งโตตะหง่านอยู่…
“จะไม่เป็ไรเหรอ…?”มาร์รูเซียหันไปหามาเรียน่า พร้อมกับเอ่ยถามออกไปอย่างไม่แน่ใจ ปกติเวลาเด็กใช้เวทมนตร์ต้องมีผู้ใหญ่อยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ…
“ไม่เป็ไรแน่นอนเ้าค่ะ”เมดสาวหันไปเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มอันมั่นใจ ก่อนจะหันกลับไปมองดูนายน้อยของเธอซึ่งเดินมาหยุดอยู่ข้างคุณหนู…
“ก่อนอื่นเลย…น้องรู้บทร่ายสำหรับ ‘ศรเวท’ หรือเปล่า?”
“งืม…ไม่รู้อะ”คำตอบอันแสนตรงไปตรงมา และใสซื่อนั้นทำเอาผู้เป็พี่ยิ้มอ่อนในใจ
“งั้นน้องขานบทร่ายตามพี่นะ…”เขาเอ่ยออกไปพร้อมยกมือขวาขึ้น ซึ่งหันไปทางต้นไม้ผู้โชคร้ายซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะอยู่…
“ข้าแต่ผู้รับใช้เหมันต์นิรันดร์กาล…”
“ขะ-ข้าแต่ผู้รับใช้เหมันต์นิรันดร์กาล!”เฟลิเซียยกมือขวาขึ้นบ้าง และกล่าวบทร่ายด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย…ในเวลาวงเวทสีฟ้าสว่างซึ่งมีอัตสัญลักษณ์คล้ายกับเกล็ดหิมะปรากฎขึ้นมาอย่างไม่เสถียรดีนัก…
“พลังแห่งความหนาวเหน็บ และเหมันต์่นิรันดร์กาล เอ๋ย…”เซอซิลเอ่ยบทร่ายต่อแม้จะเห็นความไม่เสถียรเพราะความประหม่าแบบนั้น…
“พะ-พลังแห่งความหนาวเหน็บ และเหมันต์่นิรันดร์กาล เอ๋ย!”เธอร่ายตามแม้จะติดขัดเล็กน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยความมั่นใจ…วงเวทที่ไม่เสถียรกลับมาประจักษ์อย่างสมบูรณ์
“สะ-สุดยอด…”มาร์รูเซียที่เฝ้าดูอยู่พึมพำเบาๆ ซึ่งมาเรียน่าที่เห็นเด็กหญิงซึ่งเป็ถึงเ้าหญิงพึมพำแบบนั้น ก็เข้าใจในความรู้สึกนั้นดี…
“ก่อเกิดพลันแปร เป็คมศรพุ่งทะลวง…”ในเมื่อเวทมนตร์นั้นเสถียรก็ไม่มีความจำเป็ที่ต้องยับยั้งการร่ายในครั้งนี้…
“แช่แข็งอริร้ายแห่งข้า Freeze Arrow”เขาเอ่ยคำร่ายทั้งหมดออกไปพร้อมกับลดมือขวาลง และในเวลาเดียวกันนั้น…
“ก่อเกิดพลันแปร เป็คมศรพุ่งทะลวงแช่แข็งอริร้ายแห่งข้า <<Freeze Arrow>>!!!”
เฟลิเซียกล่าวขานบทร่ายตามด้วยความมั่นใจอันท้วมล้นปราศจากซึ่งความลังเล และผลลัพธ์ของจิตใจอันแกร่งกล้านั้น---ทันทีทันใดที่วลีบทร่ายถูกขับขานออกไป วงเวทได้ปลดปล่อยลิ่มน้ำแข็งใสสีฟ้าสว่างออกไปด้วยความเร็วสูง!
เสียงพุ่งผ่าตัดอากาศ และความเย็นที่แผ่ออกมาจากลิ่มน้ำแข็งที่ซึ่งส่วนปลายมีรูปลักษณ์ละหม้ายคล้ายหัวลูกธนู และส่วนลำคล้ายกับแท่งไม้ ไอเย็นที่แผ่ออกมานั้นหนาวเหน็บพอจะแช่แข็งอากาศรอบๆ ตัวมัน และมันจะนับประสาอะไรกับ…
เสียงปะทะดังขึ้นสะนั่นหิมะซึ่งเกาะอยู่กิ่งร่วงหล่นถาถมลงมา คมศรเวทเหมันต์ปักทะลุลึกจนโผล่ที่อีกฝั่งของต้นไม้ ไม่เพียงแค่นั้นไอเย็นซึ่งปกคลุมรอบศรเวทนั้นได้แช่แข็งต้นไม้ทั้งต้นพร้อมกับก้อนหิมะใหญ่จนตอนนี้ทั้งหมดกลายสภาพเป็เหมือนผลึกน้ำแข็งั์…
““… / …””ทั้งมาร์รูเซีย และมาเรียน่าถึงกับพูดไม่ออกได้แต่มองไปยังต้นไม้ใหญ่ซึ่งกลายเป็ก้อนน้ำแข็งด้วยตาแทบถลนออกมา
“หนูเก่งไหมท่านพี่~!?”เฟลิเซียไม่ได้ห่วงเื่ผลลัพธ์อันรุนแรงของเวทมนตร์ที่ตัวเองใช้ออกไปเลยแม้แต่น้อยนิด เธอรีบหันไปหาพี่ชายของตัวเอง และยื่นหัวเข้าไปหา
“เก่งมากเฟลิเซีย น้องเก่งที่สุด…”เซอซิลกล่าวชมออกไปด้วยความรู้สึกเอ็นดู(?)
“เอเฮะเฮะ~!”
ผู้น้องสาวส่งเสียงหัวเราะอย่างสดใส และยิ้มด้วยความร่าเริงก่อนจะโผเข้าซุกกอดถูไถพี่ชายของตัวเองอย่างรักใคร่ ในขณะที่มาร์รูเซีย และมาเรียน่านั้นต่างรู้สึกว่าพวกตนจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด---แต่เด็กหญิงทั้งสอง และเมดสาวก็ไม่รู้เลยว่า…มีคนกลุ่มหนึ่งแอบเฝ้ามองพวกเขาอยู่