ตอนที่5 แข่งขันประจำปี
“ข้าคงมิอาจถามได้สินะเอาละงั้นก็ไปพักเถอะหลานถาง”ฉิงเทียนนั้นกล่าวออกมาเพราะมันคิดว่าเทียนถางนั้นมิกล่าวตอบมันแน่นอน
“ขอบคุณท่านลุงเทียน”เทียนถางยิ้มและกล่าวตอบฉิงเทียนจึงได้จากไปเทียนถางกลับมาฝึกอีกครั้ง มันลองควบคุมน้ำในสวนอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ง่ายดายมากในการควบคุมน้ำจับตัวกับเป็ก้อนก่อนที่จะเปลี่ยนเป็ัขนาดใหญ่เทียนถางพยักหน้าก้อนที่จะทดสอบบางสิ่งนั้นก็คือการที่เปลี่ยนัน้ำให้เป็น้ำแข็ง
“กรอบ กรอบ”ัน้ำเปลี่ยนเป็น้ำแข็งและพลังปราณในร่างกายก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนั้นทำให้เทียนถางรับรู้ได้ว่าบรรลุทักษะัสมุทรขย้ำ เทียนถางจ้องมองไปที่ัน้ำแข็งขนาดใหญ่เทียนถางควบคุมไปมาได้ดั่งใจเทียนถางพยักหน้าอย่างพอใจ
“ฟุม”เทียนถางสะบัดมือเปลี่ยนร่างของัน้ำแข็งจนกลายเป็น้ำและลงสู่สวนเช่นเดิมเทียนถางพยักหน้าก่อนที่มันจะค้นหาความทรงจำของมันเพื่อที่จะหาทักษะที่มันจะใช้ได้การใช้งานเทียนถางครุ่นคิดมันมีทักษะโจมตีแล้วมันจึงได้เลือกที่จะฝึกทักษะป้องกันแต่ทักษะธาตุน้ำนั้นมิมีเลยเทียนถางจึงได้รับรู้ถึงทักษะ โล่สายลมคุ้มกาย ซึ่งแน่นอนว่าเทียนถางนั้นมิสามารถที่จะฝึกได้เพราะปราณในร่างกายของมันนั้นคือธาตุน้ำ
เทียนถางมิได้สนใจแม้แต่น้อยมันรวบรวมคิดที่จะเปลี่ยนทักษะโล่สายลมคุ้มกาย ให้เป็ของตนเอง ทักษะนี้มีสองบทและยังเป็ทักษะระดับที่สองเท่านั้นบทที่หนึ่ง ความคุมสายลม บทที่สอง ทำให้สายลมกลายเป็โล่ล้อมรอบร่างกายเทียนถางนั้นมิได้สนใจมันเปลี่ยนการโคจรพลังปราณในร่างกายของตนเองไปตามรูปแบบของทักษะมินานก็ปรากฏน้ำแข็งโผล่ออกมาล้อมรอบร่างกายของเทียนถาง
“ฟุม”ด้วยพลังปราณในร่างกายของเทียนถางมินานมันก็สามารถที่จะสร้างน้ำแข็งเป็ก้อนขึ้นมาได้นั้นทำให้เทียนถางรับรู้ได้ว่ามันบรรลุบทแรกได้แล้วและยังมิจะสามารถบรรลุบทที่สองได้ในมินานร่างกายของเทียนถางถูกล้อมรอบไปด้วยโล่น้ำแข็งก่อนที่จะกลายเป็โล่น้ำแข็งทรงกลมล้อมรอบร่างกายเทียนถางยิ้มก่อนที่จะสะบัดมือสลายมันไป
เทียนถางได้รับรู้ว่าพลังปราณในร่างกายได้รับการพัฒนาขึ้นเพราะมันนั้นได้บรรลุบทที่สองของทักษะโล่สายลมคุ้มกาย แล้วเทียนถางยังรับรู้ได้ว่าพลังในร่างของมันได้เข้าสู่ระดับเดรัจฉานขั้นที่หกแล้วเทียนถางยิ้มก่อนที่จะฝึกพลังปราณต่อ
สามวันต่อมา
“คุณชายเทียนถางนายท่านฉิงเทียนได้ฝากข้ามากล่าวเกี่ยวกับเื่ของการแข่งขันประจำปีที่จะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนคะ”หญิงรับใช้ที่มีนามว่ายี่หลาน นางกล่าวออกมาด้วยเมื่อนางได้นำอาหารเย็นมาให้เทียนถาง
“งั้นหรือข้าต้องทำสิ่งใดบาง”เทียนทางกล่าวถามด้วยความสนใจ
“ท่านแค่เพียงนำตราประจำตระกูลไปแสดงเท่านั้น”ยี่หลานกล่าวตอบก่อนที่เทียนถางจะโบกมือให้นางออกไปเทียนถางยิ้มและทานอาหารเพราะว่ามันมิคิดว่าจะพ่ายแพ้ผู้ใดและจะต้องได้รางวัลเป็แน่มิว่ามันจะคือสิ่งใดก็ตามเทียนถางครุ่นคิดก่อนที่มันคิดจะทำบางสิ่งเทียนถางเข็นรถออกมาที่สวนในยามค่ำคืน
“ฟุม”เทียนถางควบคุมปราณในร่างด้วยทักษะปราณจิตภูต ร่างกายมันจึงได้ลอยขึ้นจากรถเข็นได้มันยกร่างขึ้นส่งพุ่งขึ้นไปยังท้องฟ้าก่อนจะจ้องมองไปทั่วทั้งนิกายแสงตะวันดวงตาของเทียนทางเต็มไปด้วยความยินดีเทียนถางหลับตาลงและปล่อยร่างกายให้ตกสู่พื้นอย่างรวดเร็วเมื่ออยู่ห่างจากพื้นเพียงสามนิ้วมันจึงหยุดก่อนที่มันจะลืมตาขึ้น
“การประลองข้าจำเป็ต้องมีศาสตราวุธปกป้องร่างกายและใช้โจมตี”เทียนถางพึมพำกับตนเองเมื่อนึกถึงเื่ของการประลองถึงมันจะมั่นจะแต่มันก็มิคิดว่าคนที่ไร้ซึ่งศาสตราวุธจะชนะผู้ที่ศาสตราวุธได้อย่างง่ายดายเป็แน่ในเช้าวันรุ่งขึ้นมันตรงไปยังบ้านพักของฉิงเทียนทันทีเมื่อเห้นเทียนถางมาหามันเองฉิงเทียนประหลาดใจเล็กน้อย
“ท่านลุงข้ายังมิรู้เื่ของตำหนักที่ขายศาสตราวุธหรือสมบัติวิเศษเลย”เทียนถางกล่าวออกมา
“จริงสิข้าลืมไปเลยว่าเ้ายังมิมีศาสตราวุธเลยมาเถอะข้าจะพาเ้าไปยังตำหนักแสงศาสตราวุธ”ฉิงเทียนกล่าวออกมามันลืมไปเลยว่าการประลองประจำปีกำลังจะมาถึงแต่เทียนถางยังมิมีศาสตราวุธประจำกายเลยเทียนถางและฉิงเทียนมุ่งหน้าไปยังคำหนักแสงศาสตราวุธอย่างรวดเร็วเมื่อมาถึงศิษย์ของนิกายแสงตะวันจ้องมองมาที่เทียนถางด้วยความหลงใหล
“ผู้าุโฉิงเทียนท่านมีสิ่งใดหรือจึงได้มาที่นี้”ผู้าุโที่ดูแลตำหนักก็กล่าวทักทายเมื่อเห็นฉิงเทียนและจ้องมองไปที่เทียนถางเล็กน้อยก็ที่จะยิ้มให้
“ข้าพาหลานชายมาเลือกศาสตราวุธประจำนิกาย”ฉิงเทียนกล่าวตอบก่อนที่จะจ้องมองไปรอบๆเทียนถางเองก็เข็นรถไปรอบๆ เทียนถางค้นความทรงจำของมันและรับรู้ได้ว่าศาสตราวุธแบ่งออกเป็สองแบบหนึ่งคือศาสตราวุธที่สามารถใช้ได้เมื่อััด้วยและส่งพลังปราณเข้าไปสองคือศาสตราวุธที่สามารถใช้ได้เมื่อส่งพลังปราณเข้าไปได้จากระยะไกลและศาสตราวุธจะถูกแบ่งเป็หกระดับเดรัจฉาน มนุษย์ อสูร ั ผู้ยิ่งใหญ่ ราชันย์ และมีสามขั้น ต่ำ กลาง สูง
เทียนถางเข็นรถไปรอบๆและจ้องมองเพื่อหาดูศาสตราวุธที่มัน้าเทียนถางจ้องมองไปที่ป้ายที่เขียนข้อความมีศาสตราวุธที่หน้าสนใจมากมายและเทียนถางเองก็มีเงินพอที่จะซื้อมันแต่เทียนถางที่มีเงินเพียงหนึ่งแสนเท่านั้นจึงซื้อได้เพียงแค่ศาสตราวุธระดับเดรัจฉานขึ้นต่ำหรือกลาง เทียนถางจ้องมองไปรอบๆและพบกับกระบี่เล่มหนึ่ง
กระบี่หยกเยือกเย็น ระดับเดรัจฉานขั้นกลาง ราคา สองแสนเหรียญ
“ท่านลุงเทียนข้ามีเงินมิพอที่จะซื้อมัน”ฉิงเทียนนั้นคิดว่ากระบี่นี้เหมาะกับมันจึงได้กล่าวออกมา
“มิต้องห่วงข้าจะซื้อให้เ้าเอง”ฉิงเทียนนั้นขบขันมากก่อนที่จะกล่าวออกมานั้นทำให้เทียนถางประหลาดใจมากก่อนที่จะชี้ไปที่กระบี่หยกเยือกเย็น ฉิงเทียนขมวดคิ้วเข้าหากันมันมิคิดว่าเทียนถางจะเลือกอาวุธที่อ่อนแอเช่นนี้
“เลือกใหม่เถอะหลานถางศาสตราวุธนี้อ่อนแอเสียจริง”ฉิงเทียนกล่าวออกมาอย่างจริงจังนั้นทำให้เทียนถางลังเลก่อนที่จะพยักหน้าเพราะดวงตาของฉิงเทียนนั้นราวกับว่ามิยอมแน่ถ้าเทียนถางเลือกศาสตราวุธเช่นนี้แน่เทียนถางเข็นรถไปรอบๆอีกครั้งก่อนที่จะหยุดที่ กงจักรสีฟ้า อันหนึ่ง
กงจักรหยกสีรุ้งระดับครึ่งก้าวก่อนขั้นอสูร ราคา สิบสี่ล้านเหรียญ
เทียนถางหันไปจ้องมองที่ฉิงเทียนนั้นทำให้ฉิงเทียนหน้าซีดถึงมันจะมีเงินมากมายแต่เงินจำนวนสิบสี่ล้านเหรียญนี้มิใช้เงินที่น้อยเลยแต่ในเมื่อมันลั่นวาจาแล้วมันจึงได้ทำตามนั้นและนี้คือสิ่งที่ฉิงเทียนจะซื้อให้หลานรักของมันฉิงเทียนจึงได้พยักหน้าให้กับผู้ดูแลตำหนักและนั้นทำให้ผู้ดูแลตำหนักเต็มไปด้วยความสุขเป็อย่างมาก
“กลับกันเถอะ”เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นลงฉิงเทียนก็กล่าวออกมาเทียนถางพยักหน้าตอบทั้งสองกลับมาที่บ้านพักก่อนที่ฉิงเทียนจะแยกออกไปเพื่อไปทำธุระต่อเทียนถางกลับมาที่บ้านพักก่อนที่จะนำ กงจักรหยกสีรุ้ง ก่อนที่จะควบคุมให้ลอยขึ้นกลางอากาศก่อนที่จะส่งมันบินไปมาด้วยความเร็วสูงนั้นทำให้เทียนถางยิ้มออกมาเพราะมันรู้สึกว่าพลังอำนาจของมันเข้ากับกงจักรหยกสีรุ้ง นี้เป็อย่างมาก
เทียนถางค้นความทรงจำของมันที่เคนอ่านตำราจำนวนมากไปเคยมีตำราเล่มหนึ่งที่มีนามว่า จิติญญาแห่งศาสตราวุธ ด้านในนั้นเขียนว่าศาสตราวุธที่อยู่ในระดับอสูรขึ้นไปนั้นจะมีจิติญญาของตนเองซึ่งเทียนถางสามารถรับรู้ได้ว่า กงจักรหยกสีรุ้งนั้นมีจิติญญาเป็ของตนเองเป็แน่และในตำรา จิติญญาแห่งศาสตราวุธนั้นได้กล่าวกับการเชื่อมต่อโดยตรงกับจิติญญาแห่งศาสตราวุธเอาไว้อยู่
เทียนถางเรียก กงจักรหยกสีรุ้ง เข้ามาในมือก่อนที่จะส่งิญญาแห่งโอดินเข้าไปภายในมินานด้วยิญญาอันแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ของเทียนถางก็ทำให้ กงจักรหยกสีรุ้ง ยอมรับเทียนถางเพียงพริบตาต่อมาเท่านั้นปรากฏรอยยิ้มบนหน้าของเทียนถางก่อนที่มันจะหลับตาลงเพ่งสมาธิลงไปที่ตันเถียนเพราะเทียนถางรับรู้ถึงบางอย่าง
“เข้ามาอยู่ในนี้ได้ด้วยหรือ”เทียนถางกล่าวออกมาด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นว่ากงจักรหยกสีรุ้ง อยู่เหนือท้องฟ้าที่ตันเทียนของมันและดูดซับพลังอำนาจในตันเทียนไปจำนวนมากเทียนถางนั้นขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนที่จะรับรู้ได้ว่าทั้งที่ กงจักรหยกสีรุ้ง ดูดซับปราณไปจำนวนมหาศาลและต่อเนื่องก็ยังมิได้รู้สึกว่าปราณในร่างกายมันลดลงเลย
“หรือว่าจะเป็เพราะ บ่อน้ำาาภูตหรือ”เทียนถางจ้องมองไปรอบๆและพบ บ่อนำาาภูต มันจึงได้กล่าวออกมาด้วยความยินดีเทียนถางจ้องมองไปที่บ่อรู้สึกว่ามันเคลื่อนไหวเหมือนกับน้ำวนเพื่อดูดพลังของผืนฟ้าและผืนโลกเข้ามาในร่างกายของเทียนถางด้วยความเร็วสูงเพียงแค่การหายใจแต่สิบถึงยี่สิบครั้งพลังในร่างกายถูกเติบเต็มในทันที
“นี้หรือคือพลังของบ่อน้ำาาภูต แต่ข้าคิดว่ามันมีได้ทำได้เพียงแต่นี้เป็แน่”เทียนถางพึมพำออกมาแต่หน้าของมันนั้นประดับรอยยิ้มที่ยินดีอยู่เล็กน้อยก่อนที่จะลืมตาขึ้นและเรียกกงจักรออกมาอีกครั้งและปล่อยมันพุ่งออกไปในอากาศควบคุมไปมาได้ดั่งใจนึก
“คุณชายช่างมีความสามารถ”ยี่หลานนั้นได้นำอาหารเย็นเข้ามาให้และได้เห็นเทียนถางที่ควบคุมกงจักรอยู่จึงได้กล่าวออกมา
เทียนถางมิได้สนใจเมื่ออาหารว่างที่โต๊ะมันก็โบกมือให้ยี่หลานออกไปนางรีบออกไปทันทีเทียนถางนั้นเก็บ กงจักรหยกสีรุ้ง เข้าไปก่อนที่จะทานอาหารและได้นอนหลับเทียนถางฝึกอย่างเต็มที่ทั้งการบิน การควบคุม กงจักร การควบคุมัน้ำและการใช้หอกและโล่น้ำแข็งเทียนถางทำเช่นนั้นตลอดหนึ่งเดือนเต็มนั้นทำให้เทียนถางได้เลื่อนเข้าสู่ระดับเดรัจฉานขั้นที่เจ็ดเทียนถางจ้องมองไปรอบๆฉิงเทียนก็เดินเข้ามา
“ไปกันเถอะ ลุงอยากที่จะดูการแข่งขันของเ้ามาก”ฉิงเทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขที่มากล้นที่จะเห็นหลานชายมันได้เข้าประลองเทียนถางพยักหน้าหลังจากนั้นทั้งสองที่สวมใส่เสื้อสีดำที่มีสัญลักษณ์ดวงตะวันส่องแสงก็มุ่งตรงไปยังงานประลองผู้คนมากมายต่างเข้าร่วมงานประลองเพื่อรางวัลมากมายที่รออยู่
“กงหวินข้าพาหลานมาสมัครเข้าร่วมการประลอง”ฉิงเทียนเดินมาที่โต๊ะสมัครเข้าร่วมการประลองก่อนที่จะกล่าวออกมา
“หลานท่านหรือ หล่อเหลายิ่งนัก”กงหวินเป็ชายวัยกลางคนที่ดูดีมีเส้นผมสีดำสนิมตัวสูงมันจ้องมองมาที่เทียนถางก่อนที่จะกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม นั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ล้อมรอบจ้องมองมาที่เทียนถางนั้นทำให้ทุกคนตกตะลึงเมื่อเห็นหน้าตาที่หล่อเหลาของเทียนถางหญิงสาวมากมายต่างหลงใหลมากและบุรุษต่างอิจฉาเมื่อเห็นหญิงสาวเป็เช่นนั้น
“โปรดนำตราประจำนิกายมาให้ข้า”กงหลินกล่าวออกมาพร้อมกับที่เทียนถางยื่นตราประจำนิกายให้โดยมิลังเลนั้นทำให้กงหลินประหลาดใจเล็กน้อยที่เทียนถางมีแหวนมิติ
“เ้าสามารถเข้าร่วมได้เ้ามีหมายเลขหนึ่งพันสิบ”กงหลินกล่าวออกมาอีกครั้งและได้ยื่นตราประจำนิกายให้เทียนถางเทียนถางรับและพยักหน้าตอบก่อนที่จะเดินไปรอที่ทางเข้าประตูแห่งการทดสอบหลังจากผ่านไปสามชั่วโมงคนมากมายของนิกายแสงตะวันก็มารวมกันมากมายที่หน้าประตูแห่งการทดสอบ
“ข้าิซานรองผู้นำนิกายแสงตะวันวันนี้คือวันของการแข่งขันและข้ามีข่าวดีจะมากล่าวนั้นก็คือรางวัลปีนี้จะมีมากกว่าปีที่แล้วที่สามจะได้รับโอสถลิ้นัสามเม็ด ที่สองจะได้รับโอสถลิ้นัห้าเม็ดและศาสตราวุธระดับมนุษย์ขั้นกลางที่หนึ่งจะได้รับโอสถลิ้นัสิบเม็ดและตำราทักษะระดับห้า”ิซานลอยลงมาจากท้องฟ้าและหยุดลงที่ด้านหน้าประตูก่อนที่จะกล่าวออกมาหน้าของมันเต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อสิ้นสุดคำประกาศผู้คนต่างแตกตื่นแต่มีรอยยิ้มปรากฏที่หน้าของเทียนถาง ในความทรงจำของมันนั้นโอสถลิ้นันั้นสามารถที่จะใช้ได้เต็มประสิทธิภาพมากสำหรับผู้ที่อยู่ในระดับต่ำกว่ามนุษย์ลงมาก
“ในการทดสอบนี้มีทั้งหมดสามการทดสอบหนึ่งคือคือความเร็วสองคือพละกำลัง สามคือการประลองการต่อสู้ เอาละเปิดประตูแห่งการทดสอบได้”ิซานกล่าวออกมาอีกครั้งมันอธิบายเล็กน้อยก่อนที่จะจ้องมองไปรอบๆและะโออกมาประตูแห่งการทดสอบจึงได้เปิดออก
“เริ่มได้”ิซานกล่าวออกมาอีกครั้งนั้นทำให้ทุกคนขยับร่างกายแต่กับมีพลังกดร่างของพวกมันทั้งหมดเอาไว้มีร่างเงาพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูงซึ่งนั้นคือเทียนถางทุกคนต่างตกตะลึงเพราะเทียนถางนั้นได้นั่งรถเข็นแต่ตอนนี้กับรวดเร็วเป็อย่างมากและยังใช้พลังเพื่อหยุดพวกมันทั้งหมดได้อีกด้วยหลังจากที่เทียนถางห่างไปราวสามร้อยเมตรพลังอำนาจของเทียนถางก็หายไปทันที ผู้คนต่างเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและพุ่งตามเทียนถางทันที
“เ้านั้นมันกล้าทำเช่นนี้ได้อย่างใดสกปรกยิ่ง”หนึ่งในคนของตระกูลที่ยิ่งใหญ่ในเมืองหางัต่างเต็มไปด้วยความโกรธมันคำรามออกมาอย่างดุร้ายปรากฏกระบี่สีแดงในมือของมันและฟันกระแสลบพุ่งเข้าใส่เทียนถางปรากฏโล่น้ำแข็งเข้ามาปกป้องร่างกายของเทียนถางก่อนที่เทียนถางจะหันกลับและซัดฝ่ามือออกไปปรากฏัน้ำแข็งขนาดใหญ่พุ่งออกไป
“โฮกกกกก”ัน้ำแข็งขนาดใหญ่คำรามออกมาก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่เหล่าคนที่กำลังพุ่งเข้ามาและชนทุกคนปลิวออกไปก่อนที่จะขย้ำชายที่โจมตีเข้าใส่มันเมื่อครู่นี้มันกรีดร้องออกมาอย่างเ็ปและร่วงหล่นลงไปที่พื้นนั้นทำให้ทุกผู้คนตกตะลึงในความสามารถของเทียนถาง
“น่าหวาดกลัวยิ่ง”หนึ่งใดเด็กหนุ่มที่หลบจากการโจมตีเทียนถางกล่าวออกมาอย่างหวาดหวั่นและจ้องมองไปที่ยังแผ่นหลังของเทียนถางที่กำลังพุ่งออกไปด้านหน้า
เทียนถางมิได้สนใจมันพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วปรากฏร่างของคนสามคนพุ่งมาด้านข้างของมันเทียนถางจ้องมองไปที่พวกมันเล็กน้อยทั้งสามมิได้คิดที่จะทำลายเทียนถางแต่พวกมันกับเต็มไปด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าและพุ่งตามเทียนถางด้วยความเร็วที่เท่ากันเทียนถางมิได้สนใจอีกและเร่งความเร็วขึ้นอีกหลายสิบเท่านั้นทำให้พวกมันตกตะลึง
“มิใช้แค่พลังความเร็วก็สูงมากชายผู้นี้แข็งแกร่งมากทั้งที่อยู่ในระดับเดรัจฉานขั้นที่หกเท่านั้น”ชายที่มีดวงตาสีฟ้ากล่าวออกมาอย่างชื่นชม
“ข้ามิอาจััได้ถึงพลังของสมบัติวิเศษเลยเขาได้ใช้พลังขอตนเองในการโจมตีเมื่อครู่”ชายอีกคนที่มีผมสีแดงดวงตาสีแดงกล่าวออกมาอีกครั้งชายทั้งสามเต็มไปด้วยความสนใจในตัวของเทียนถางเป็อย่างมากพวกมันเร่งความเร็วตามเทียนถางไปในทันทีมินานเทียนถางก็ผ่านการทดสอบที่หนึ่งเป็คนแรกและตามด้วยชายทั้งสามที่ตามมันมา
“พวกเ้า้าสิ่งใดจากข้า”เทียนถางเรียกรถเข็นหยกเย็นออกมาจากแวนมิติก่อนที่จะนั่งลงและกล่าวถามด้วยคนสนใจชายทั้งสามประหลาดใจมากเมื่อเห็นเทียนถางนั่งรถเข็นแต่พวกมันก็ยังเต็มไปด้วยรอยยิ้มหนึ่งในชายทั้งสามสามที่มีเส้นผมสีดำดวงตาสีทองเดินเข้ามาหาเทียนถางและจ้องมองเทียนถางเพื่อตรวจสอบเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าให้อีกสองคน
“นามของข้าคือิจูข้าอย่างจะเชิญเ้าเข้าร่วมกับกลุ่ม จักรพรรดิฟ้าของเรา”ิจูกล่าวแนะนำตัวก่อนที่จะกล่าวเข้าเื่เลยนั้นทำให้เทียนถางประหลาดใจก่อนที่จะครุ่นคิดฉิงเทียนเคยกล่าวกับมันเกี่ยวกับเื่การเข้าร่วมกลุ่มต่างๆของนิกายเพื่อทำภารกิจต่างๆของนิกายและกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือกลุ่มที่มีนามว่าสุริยะผลาญฟ้า อันดับที่สองคือ จักรพรรดิฟ้า นั้นเอง
“ท่านลุงเคยกล่าวถึงพวกเ้า ข้าตกลงเข้าร่วมแต่มีเพียงสิ่งเดียวที่ข้าจะขอ”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างจริงจังแววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“ขอหรือว่ามาเถอะถ้าพวกเราทำได้พวกเราจะทำให้เ้า”ิจูและอีกสองคนประหลาดใจมากที่เทียนถางตกลงเข้าร่วมกับพวกมันอย่างง่ายได้และยังมีสิ่งที่จะขออีกด้วยิจูจึงกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีนั้นทำให้เทียนถางพยักหน้าก่อนที่จะจ้องมองไปรอบๆ
“เมื่อข้าแข็งแกร่งพอข้าอย่างให้พวกเ้าช่วยข้าทำลายนิกายกระจ่างฟ้า”เทียนถางกล่าวออกมาอย่างดุร้ายจิตสังหารมากมายถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรุนแรงนั้นทำให้ทั้งสามคนตกตะลึงเป็อย่างมากแต่สิ่งที่เทียนถางกล่าวมันมิใช้เื่โกหกแต่อย่างใดเขาคิดจะทำมันจริงๆิจูกลืนน้ำลายก่อนที่จะครุ่นคิดและมันก็คิดว่ามิน่ามีปัญญาเพราะในความคิดของมันเทียนถางมีพร์ที่สูงมากและมีโอกาสที่ผู้นำนิกายแสงตะวันจะสนใจ