พอผมเดินออกมา ก็ยังเห็นเต้ยยังทำงานอยู่ เท่าที่ดู + กับผมคิดไปเอง ดูท่า กองบก. เค้าคงอยากได้ภาพถ่ายในยามเช้าด้วยแน่ๆ เพราะขนาดผมที่มองนั้น ก็ยังยอมรับเลยว่า อากาศยามเช้า ตามชายหาดที่เกาะแห่งนี้นั้น มันเป็อะไรที่น่าหลงใหลและถ่ายรูปมากๆ .... และในขณะที่ผม ยืนจ้องมองอยู่นั้นก็มีคนเดินเข้ามาทักทายผม...คนๆ นั้นก็คือ..
ผู้ดูแลของเต้ยนั้นเอง...รู้สึกถ้าจำไม่ผิด ชื่อ นายต้น นะ....
“เมื่อคืนนอนหลับสบายรึเปล่าครับ..” ชายที่เป็ผู้ดูแลนั้นก็เอ่ยทักเชิงถามและเดินเข้ามาหาผม จะว่าไปั้แ่เมื่อวานผมก็ไม่ได้พูดคุยกับเค้าเลย รู้แค่ชื่อตอนที่เต้ยแนะนำตัวก่อนขึ้นรถมาที่นี้เท่านั้น แต่จากที่ดูหน้าตาแล้ว อายุน่าจะไล่ๆ หรือไม่ก็น้อยกว่าผมสักเล็กน้อยนะ...
“ครับ ก็สบายดีครับ..” ผมตอบคำถามของเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่จะหันไปมองทางเต้ยและตัดสินใจถามบางอย่างขึ้นมา...
“อืมมม...ดูแลเธอ ยากมั้ยครับ? ...” ผมร้องถาม ซึ่ง นายต้น ผู้ดูแล นั้นก็เอ่ยตอบ...
“หมายถึงเต้ยเหรอครับ? ไม่ยากครับ เธอเป็เด็กดีครับ ดีกว่าดาราหลายคนอยู่...ถึงแม้ผมจะทำงานด้านนี้ไม่นาน แต่ก็เห็นท่าทางของดาราหลายคน อย่างเต้ยเนี่ยจัดอยู่ในข่ายเด็กดีนะครับ...” ต้น ตอบ ซึ่งผม (นายกาย) ก็ฟังอย่างตั้งใจ....
“แต่่นี้เธอดูเปลี่ยนไปเล็กน้อยนะครับ..” นายต้นที่กล่าวต่อ ซึ่งถ้อยคำนั้นก็ทำให้ผมถามด้วยความสงสัย..
“เปลี่ยนไป? ยังไงเหรอครับ? ...”
“คือดูเธอ สดใส เปล่งประกายมากกว่าเดิม ราวกับหญิงสาวที่กำลังมีความรักก็ไม่เชิงนะครับ..” นายต้นเอ่ยตอบ ก่อนจะหันมาหาผม และเอ่ยถามบางอย่างที่ทำให้ผมต้องชะงัก...
“จริงๆ แล้วคุณนะ ไม่ใช่ญาติของเต้ยใช่มั้ยครับ? ..” คำกล่าวถามของ นายต้น ผู้ดูแลที่ทำให้ผมถึงกับชะงัก..ก่อนที่เค้าจะเอ่ยอธิบายต่อ...
“ผมสังเกตจากท่าทางของเต้ยเอานะครับ..และผมก็ไม่คิดจะตำหนิ หรือ ห้ามอะไรด้วย บางทีอาจจะต้องขอบคุณด้วยซ้ำ ก็อย่างที่ผมบอกไป เมื่อกี้ว่า ่นี้ เต้ยดูเปล่งประกาย มีชีวิตชีวาที่ดูเป็ธรรมชาติ มากกว่าแต่ก่อน...”
“มากกว่าแต่ก่อน? ...” ผมเอ่ยทวนด้วยความสงสัย...
“ครับ...ถึงแม้ภาพลักษณะของเธอดูเป็สาวร่าเริง สดใส แต่ถ้าทำงานด้วยกันจะรู้ว่า เธอเหมือนแสล้งแกล้งทำ เพื่อกลบเกลื่อนความทุกข์เอาไว้ จากที่ผมรู้ รู้สึกว่าเธอเป็แบบนั้น ั้แ่คุณย่า เสียนั้นแหละครับ...” คำกล่าวตอบของนายต้น ผู้ดูแล นั้นก็ไม่ได้ทำให้ผมแปลกใจเท่าไร หากแต่พอเข้าใจด้วยซ้ำ...เนื่องจากผมยังพอจำได้ถึงปัญหาบ้านของเต้ย...
ตอนเด็กๆ ที่เต้ยมาอยู่ข้างบ้าน ถูกเลี้ยงดูโดย ย่าภา ที่ถือว่าเป็คุณย่าที่ใจดีมากในละแวกนั้น เด็กหลายคนก็รักแกมากๆ นะ เท่าที่ผมรู้และพอจำได้ คือ ทางบ้าน พ่อแม่ของเธอมีปัญหา แยกทางกัน จึงไม่แปลกที่ ผู้ดูแลของเธอจะตั้งข้อสังเกตว่า เธอเหมือนแสล้งแกล้งทำเป็ร่าเริง เพราะคนที่เธอรักที่สุด 2 คนได้จากหรือทิ้งเธอไปแล้ว (2 คนที่ว่า คือผมที่ย้ายบ้าน และ ย่าภา เสียชีวิต..)
“ผมขอพูดตรงๆ เลยนะ...คุณกาย ผมไม่อยากให้เด็กคนนี้เสียใจอีก ผมอยากเห็นเธอเป็แบบนี้นานๆ หรือ ตลอดไป ขอความกรุณาอย่าหลอก อย่าทำร้ายเธอเลยนะครับ...” คำกล่าวบอกของเขาก็ทำให้ผมพูดอะไรไม่ออก...
และดันเป็จังหวะที่เต้ยทำงานเสร็จพอดีด้วย ซึ่งเธอก็เดินตรงเข้ามาหาผม แน่นอนว่าพอเธอเดินเข้ามา ทางนายต้นก็เดินออกไปทันที...
“อืมมม....พี่ต้น เค้ามาพูดอะไรกับพี่กายเหรอค่ะ..” เต้ยที่เดินมาถึงนั้น ก็เอ่ยถามผมด้วยความสงสัย ซึ่งผมก็ตอบเธอไปอย่างโกหก..
“เค้าแค่มาทักทายนะ คนที่เป็ฝ่ายถาม คือ พี่ต่างหาก พี่อยากรู้ว่า เราเป็ไง ในเวลาทำงานนะ..” ผมตอบเธออย่างโกหกออกไปอย่างทันที จนตัวเองทึ่งเล็กน้อยเหมือนกันว่า ตัวเองหัวไวได้ที่เหมือนกันนะ ขณะที่เต้ยก็ตาโต เมื่อได้ยินถ้อยคำดั่งกล่าวของผม
“โห...ถามงี้..นี่หมายความว่าไงค่ะ!! ในเวลาทำงานนะ เต้ยเป็เด็กดี ไม่ได้ซุกซน เหมือนตอนอยู่กับพี่กายหรอกค่ะ..” เธอตอบ อย่างตาโต พร้อมกับ เดินเข้ามาคล้องแขนผม...
“เอ้า เราไปทานอาหารเช้ากันเถอะค่ะ ..” เต้ยเอ่ย ก่อนที่ผมจะถูกเธอฉุดดึงไปยังที่รับประทานอาหารของรีสอร์ท แน่นอนว่าระหว่างที่รับประทานอาหารนั้น ภายในหัวของผมก็ครุ่นคิดถึงเื่ที่คุยกับนายต้นเอาไว้เหมือนกัน ซึ่งเื่ที่เค้าเอ่ยก็เป็เื่เดิมๆ ที่ผมที่ผมรู้ และ ควรทำอะไรสักอย่าง...แต่ก็ดันปล่อยปะละเลยมาถึงตอนนี้....
ใช่ หากผมไม่ทำอะไรสักอย่าง นอกจาก จะเป็การทำร้ายเต้ยแล้ว มันก็จะทำให้ผมเป็พวกผู้ชายเลวๆ ที่ผมเกลียด ผู้ชายที่อาศัยความรักของฝ่ายหญิง มาใช้ใน เพื่อหลอกเย็xเธอไปวันๆ ...
“กินเยอะๆ นะพี่กาย เดี๋ยวไม่มีแรงไปดำน้ำนะ..” เต้ยที่เอ่ยบอกผม ขณะทานอาหารเช้า ด้วยท่าทีที่ร่าเริง...
“ไม่ละ ขืนทานเยอะๆ เดี๋ยวอ้วกกันพอดี อีกอย่าง มีใครก็ไม่รู้ได้สูบเรี่ยวแรงของพี่ไปั้แ่เช้าแล้ว..” ผมตอบ ซึ่งเต้ยที่นั่งตรงข้ามผมนั้น ก็ได้ยิ้มหัวเราะ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรมาก หลังจาก ทานอาหารเช้าเสร็จก็ มีเวลาพักผ่อนอีกนิดหน่อย ก่อนที่จะถึงเวลานัดที่เรือเขามารับให้ไปดำน้ำ...
เรือเขามารับที่ชายหาดของรีสอร์ทนั้นเลยครับ เป็เรือแบบสปรีดโบ๊ท..โดยที่ในเรือนั้นก็มีแต่พวกของเต้ย คือ ทีมงาน เธอและผม...ซึ่งเต้ยก็มีท่าทีคึกคักเต็มอย่างออกนอกหน้ามากๆ แต่ความร่าเริงของเธอนั้นแหละที่ทำให้ก๊วนที่ไปด้วยถึงสนุกสนานให้กับความร่าเริงบ๊องๆ ที่เอาหน้ากากดำน้ำไปใส่หลอกชาวบ้าน ราวกับนึกว่ามันเป็หน้ากากผีรึไงก็ไม่ทราบ...
โดยที่การดำน้ำดูปะการัง ดูปลานั้น ก็กินเวลาเกือบจะทั้งวันเลย เท่าที่ได้ยินมา รู้สึกว่า แวะด้วยกัน 4 จุด...ทันทีที่เรือออกจากชายหาดหน้ารีสอร์ทนั้น ก็ใช้เวลาเกือบๆ 20 -30 นาทีได้ กว่าจะถึงจุดดำน้ำ จุดแรก...แน่นอนว่า พอถึงทุกคนก็ต่างทยอยๆ ลงดำน้ำอย่างทันที รวมถึงผมด้วย ส่วน เต้ย ด้วยความที่ดันเอาหน้ากากดำน้ำไปเล่นมาก ในตอนระหว่างที่มานั้น ก็ทำให้หน้ากากดันกล่าวพัง คือ ตัวยางยืดที่รัดถึงกับขาดเลย ไม่รู้ว่าเธอไปทำอีท่าไหน..เลยเสียเวลา และ ลงเป็คนสุดท้ายก็ว่าได้....แถมตอนเธอลงนั้นเธอก็ไม่ได้ลงอย่างธรรมดาด้วยสิ...
“พี่กายยยยยยยย..” เธอเอ่ยร้องเรียกผม ซึ่งผมก็ลอยคออยู่ข้างๆ เรือ เพื่อรอเธอ ทันทีที่เธอเรียกผมก็หันหน้าขึ้นมองยังที่เรือ ก่อนจะชะงักเล็กๆ เมื่อเต้ยได้ะโออกมาจากเรือพุ่งมาหาผม หลังจากที่เอ่ยเรียกผมเสร็จ...
ใช่..เธอลงน้ำข้างๆ ผม ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็การแกล้งอย่างหนึ่งของเธอ ทะเลสีสวยที่แตะกระจายดัง ตูมมมม!! ทันทีที่ ร่างอรชรของสาวน้อยอย่างเต้ยได้โดดลงมากระทบนั้น..และถ้าผมเห็นไม่ผิด รู้สึกว่าคุณเธอจะโดดลงมา โดยไม่ได้สวมใส่เสื้อชูชีพด้วย....
“แฮ่....” เต้ยที่เอ่ยร้องพร้อมกับโผล่พรวดขึ้นมาจากทะเล ราวกับจะแกล้งทำให้ผมใ ซึ่งผมก็ใจริงๆ ใที่ชุดว่ายน้ำ่บนของเธอได้หายไป (เต้ยสวมใส่ชุดว่ายน้ำแบบทูพืช ชนิดผูกเชือกครับ..)
“เต้ย..ชุด...” ผมที่เอ่ยบอกกับเธอ และ นั้นก็ทำให้เต้ยเป็ฝ่ายใแทน..
“ไหงงี้ละ มันหลุดเหรอ? ...” เธอเอ่ยร้อง พร้อมกับเอามือปิดเต้านมอย่างทันทีด้วยสีหน้าที่แดงระเรือ พร้อมกับหันซ้ายหันขวา มองหา ชุดว่ายน้ำที่หลุดออกไป ซึ่งผมเองก็ช่วยมองหาเช่นกัน..แต่ไม่ทันที่ผมจะมองหาเจอ ก็มีคนเห็นซะก่อน..
“อยู่ตรงนั้นครับพี่..” เสียงของเด็กหนุ่มวัย ราวๆ 12-14 ปีที่เอ่ยบอกพร้อมกับชี้นิ้ว ซึ่งเป็เด็กดั่งกล่าวเป็ เด็กประจำเรือที่เรานั่งมานั้นเอง และในมือของเด็กคนนั้น ก็ถือเสื้อชูชีพ ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมพอเข้าใจ ว่าทำไมน้องเค้าโผล่มาพอเหมาะ ก็เค้าจะโยนเสื้อชูชีพมาให้กับเต้ย เนื่องจากคุณเธอโดดลงมา โดยไม่สวมชูชีพนั้นเอง...
“ขอบคุณมากนะน้อง...” ผมเอ่ย และว่ายไปเก็บชุดว่ายน้ำ่บนของเต้ยที่ได้ลอยอยู่ทางด้านหลัง ห่างจากตัวของเต้ยไปเล็กน้อยนั้น และไม่เพียงแค่ผมเท่านั้นที่ ขอบคุณน้องเค้า เต้ยเองก็เช่นกัน แถม ยังขอบคุณ แบบพิเศษด้วย...
“ขอบคุณมากนะค่ะน้อง..” เต้ยเอ่ยกล่าวขอบคุณน้องคนนั้น พร้อมกับเปิดเต้านม1 ข้าง ให้น้องคนนั้นได้เห็นแบบแวบๆ ..เล่นทำเอาน้องคนนั้นเขินจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนที่จะโยนเสื้อชูชีพที่เต้ยต้องสวมใส่นั้นลงมา...
“เล่นซนเกินไปแล้วนะ ยัยบ๊อง..” ผมเอ็ดดุเธอ พร้อมกับตีหัวของเธออย่างเบาๆ เป็การลงโทษกับการกระทำเมื่อกี้ของเธอ
“เจ็บนะ พี่กาย...แค่เต้ยโชว์นมนิดหน่อย ก็หึงแล้วเหรอค่ะ..” เธอเอ่ยโอดเชิงถามผม ซึ่งผมก็ส่ายหัวและร้องตอบ..
“ใช่ที่ไหนละยัยบ๊อง...ดีนะที่เราไม่ได้มาคนเดียว ถ้ามาคนเดียวละก็ เล่นซวนแบบนี้ระวังจะถูกข่มขืนได้นะ..” ผมเอ่ยพร้อมกับช่วยสวมชุดว่ายน้ำที่หลุดนั้นให้กับเธอ ซึ่งเต้ยก็เอ่ยโต้ตอบ...
“ก็เพราะรู้ว่า ไม่ได้มาคนเดียวไงค่ะ ถึงได้กล้า และอีกอย่าง คืนนี้เต้ยไม่ถูกข่มขืนหรอกค่ะ มีแต่จะข่มขืนคนอื่น..” เธอตอบพร้อมกับเหล่มองมาทางผม ซึ่งนั้นก็ทำให้ผมถอนหายใจ อย่างเหนื่อยใจพอควรกับความเริงร่า แสนซนของเธอ...และพอหลังจากที่ผมได้สวมใส่ชุดว่ายน้ำให้เธอเสร็จ...ผมกับเต้ยก็เริ่มทำการดำน้ำ...พาไปดูนั้นดูนี่ จนทั่วจุดแรกเลยก็ว่าได้...