ผู้คนจำนวนมากต่างมารวมตัวกันอยู่หน้าสถาบันไม่ว่าจะเป็ผู้ที่เข้ารับการทดสอบในวันนั้น หรือแม้กระทั่งเหล่านักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันแห่งนี้แล้วก็ตามจุดที่ผู้คนมารวมตัวกันมากที่สุดคือบริเวณหน้ากระดานประกาศขนาดใหญ่
แต่ตอนนี้— มันยังว่างเปล่าไม่มีรายชื่อไม่มีข้อความไม่มีแม้แต่กระดาษแผ่นเดียวติดอยู่บนนั้นถึงอย่างนั้น ผู้คนจำนวนมากก็ยังคงยืนจับจองตำแหน่งอยู่บริเวณแถวหน้า ราวกับกลัวว่าหากมาช้าเพียงไม่กี่วินาที ตำแหน่งของตัวเองจะถูกแย่งไป
ส่วนผม—ยืนอยู่ห่างออกมาพอสมควรข้าง ๆ ผมคือลิเลียที่ดูตื่นเต้นยิ่งกว่าผู้เข้าสอบอย่างผมเสียอีก
“ท่านเรน! คนเยอะจังเลยค่ะ!”
เมื่อคืนนี้ มีนกตัวหนึ่งบินมาเกาะอยู่ที่หน้าต่างห้องพักของผมและเมื่อเปิดหน้าต่าง—มันก็คาบจดหมายฉบับหนึ่งมาด้วยเนื้อหาในจดหมายนั้นสั้นมาก
ในเช้าวันถัดไป จะมีการประกาศผลสอบ ให้ผู้เข้าสอบเดินทางไปตรวจผลสอบที่สถาบัน เท่านั้น
ผมเก็บจดหมายกลับเข้าซองก่อนจะมองออกไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืน
“...”
(นกที่มาส่งจดหมายลับนี่เท่เป็บ้าเลย)
(ต้องทำยังไงมันถึงเก่งขนาดนั้นกันนะ?)
แค่บินมาส่งจดหมายให้ถึงหน้าต่างอย่างแม่นยำ—แถมยังบินจากไปโดยไม่ส่งเสียงอะไรเลย นี่มันเหมือนองค์กรลับชัด ๆ ถ้าองค์กรลับผมเสร็จเมื่อไร ผมก็คงอยากมีนกส่งจดหมายเท่ ๆ แบบนั้นเหมือนกัน
“ท่านเรน?”
“...เปล่า ไม่มีอะไร”
ผมส่ายหน้าเล็กน้อย พร้อมท่ายืนกอดอกราวกับคนที่กำลังรอจังหวะก่อนจะหันกลับไปมองกระดานประกาศตอนนี้ผู้คนยังคงทยอยเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ
“นายก็มางั้นเหรอ...คุณจอมโจรกางเกงใน”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้างของผม ผมหันไปมอง—เอเรน่าหญิงสาวจากอาณาจักรเอเลนเทียร์ ผู้หลบหนีจากงานหมั้นของตัวเองและเดินทางมายังเมืองแห่งนี้เพื่อเข้าเรียนที่สถาบัน...
ชื่อนั้นพอโดนคนอื่นเรียกจริง ๆ แล้ว มันก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่เหมือนกันแฮะแต่ผมก็ไม่ได้คิดจะเถียงอะไร
ว่าไง คุณเ้าหญิง”
“!!!”
เอเรน่าสะดุ้งทันที
“อย่าเรียกแบบนั้นนะ!”
เธอหันหน้าไปมารอบตัวด้วยความระแวง ราวกับกลัวว่าจะมีใครได้ยิน ก่อนจะกระแอมเบา ๆ หนึ่งครั้ง
“แค่ก!”
จากนั้นก็กลับมาทำสีหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นายคิดว่าจะผ่านไหม?”
“แน่นอน”
“มั่นใจจังนะ”
“เพราะผมคำนวณไว้ทุกอย่างแล้ว”
“...?”
ผมหันไปมองเธอ
“ว่าแต่เธอนั่นน่ะ”
“มั่นใจจริงๆหรอ?”
“แน่นอนว่าฉันก็ต้องผ่า—”
“ไม่ใช่เื่นั้นหรอก”
“เอ๋?”
ผมยิ้มเล็กน้อย
“ผมหมายถึงข้อเสนอของผมไง”
“...”
เอเรน่าทำหน้าเบื่อหน่ายทันที
“ก็บอกไปแล้วไงยะ ว่าไม่เอาด้วยหรอก”
“จะให้ฉันไปเข้าองค์กรของนายเนี่ยนะ?”
“ไม่ต้องห่วง”
ผมตอบกลับอย่างมั่นใจ
“อีกไม่นานหรอก”
“ยังไงเธอก็ต้องเปลี่ยนใจ”
เอเรน่ามองหน้าผมอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา
“จ้า ๆ”
“คุณจอมโจร”
ในขณะที่ผมกำลังยืนอยู่แบบนั้น—ก็มีชายคนหนึ่งเดินออกมาจากตัวอาคารในมือของเขาถือกระดาษม้วนขนาดใหญ่เอาไว้ทุกสายตาเริ่มจับจ้องไปที่ชายคนนั้นโดยไม่ได้นัดหมายเขาเดินตรงไปยัง—
กระดานประกาศที่ยังคงว่างเปล่า
“มาแล้ว!”
ใครบางคนะโขึ้น ชายคนนั้นคลี่กระดาษม้วนใหญ่ออกอย่างช้า ๆ ก่อนจะแปะมันลงบนกระดานบนกระดาษ—มีรายชื่อมากมายถูกเขียนเอาไว้น่าจะราว ๆ ห้าร้อยชื่อ และทันทีที่ผู้คนเห็นสิ่งนั้น—
“รายชื่อออกแล้ว!”
“ขอทางหน่อย!”
“ชื่อฉันอยู่ไหน!?”
“อย่าผลักสิ!”
ผู้คนจำนวนมากพุ่งเข้าไปที่กระดานในทันที ภาพตรงหน้าทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่า— เหมือนหนังซอมบี้ชัด ๆ ทุกคนต่างยื่นมือออกไป พยายามเบียดแทรกเข้าไปดูรายชื่อ ร่างกายของพวกเขากระจุกตัวอยู่หน้ากระดานราวกับกำลังแย่งเหยื่อชิ้นสุดท้าย
ส่วนผม—ยังคงยืนอยู่ที่เดิมข้าง ๆ กันมีลิเลีย และเอเรน่า ผมไม่รู้หรอกว่าทำไมเอเรน่าถึงยังไม่เข้าไปดูรายชื่อเหมือนกันบางทีเธออาจจะมีความมั่นใจเหมือนผมก็ได้แต่สำหรับผม—ผมไม่ได้มีแค่ความมั่นใจ ผมยืนกอดอกอย่างสงบนิ่งเพราะการเข้าไปยืนอยู่ในกลุ่มซอมบี้แบบนั้น...
มันไม่เด่นเอาซะเลย
ถ้าผมอยากจะสร้างองค์กรสุดเท่ในอนาคตอย่างน้อยก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองเอาไว้หน่อยแต่ถึงจะดูไม่เื่สิ่งที่เรียกว่าภาพลักษณ์ก็เถอะ
“...”
...แล้วก็ไม่อยากโดนเบียดด้วย
“คนที่มีรายชื่ออยู่บนกระดาน!”
ชายคนเดิมะโขึ้น
“ให้ไปที่ห้องด้านในทางนั้น เพื่อวัดตัวและตัดชุด!”
ผมหันไปมองประตูที่ชายคนนั้นชี้ก่อนจะมองกลับไปยังฝูงซอมบี้หน้ากระดานดูเหมือนว่าการต่อสู้เพื่อดูรายชื่อ...จะยังไม่จบง่าย ๆ สินะ
“ว่าแล้วแกต้องมา”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านข้างคนที่พูดขึ้นนั้นคือ—อัลเบโด้เขาเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะหยุดยืนอยู่ข้างกลุ่มของพวกเรา
“ว่าไง รุ่นพี่ลูกแหง่ติดแม่”
“แกนี่มันปากเสียซะมัด”
“พูดไม่ดูตัวเองเลยนะ รุ่นพี่”
“หึ!”
อัลเบโด้แค่นหัวเราะออกมา
“ฉันไม่ได้ว่างขนาดมายืนเถียงกับแกหรอกนะ”
พูดจบ—เขาก็หันหลังเดินจากไปทันที
“...”
ผมมองแผ่นหลังของเขาที่ค่อย ๆ หายไป หมอนั่นมาทำอะไรกันแน่เนี่ย?
“หมอนั่นเป็นักเรียนชั้นพิเศษปีสุดท้ายนี่ ชุดแบบนั้น”
เอเรน่ามองตามแผ่นหลังของอัลเบโด้ก่อนจะพูดขึ้น
“งั้นเหรอ?”
ผมหันไปมองเธอ
“แล้วชั้นพิเศษมันคืออะไรล่ะ?”
“เห็นว่าพวกที่อยู่ชั้นพิเศษ...”
เอเรน่าคิดอยู่ครู่หนึ่งในขณะที่ลิเลียก็หายไปจากเฟรมแล้วตอนนี้เธอกำลังนั่งเล่นกับน้องแมวอยู่
“พวกนั้นเหมือนเป็คนที่เรียนจบหลักสูตรของสถาบันไปแล้วน่ะ”
“แล้วก็สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้”
“ทำวิจัยบ้าง หรือเป็อาสาสมัครช่วยอาจารย์สอนนักเรียนบ้าง”
“อ๋อ”
“นอกจากนี้ ยังมีพวกที่มักถูกเสนอชื่อให้ไปทำงานสำคัญระดับประเทศด้วย”
เอเรน่ากอดอกเล็กน้อยส่วนลิเลียจะอุ้มแมวแล้วหนุ่มตัวไปมาจนผมก็เผลอหันไปมองเลย
“ได้ยินมาว่าบางคนเก่งกว่าอาจารย์ในโรงเรียนเสียอีก”
“บางคน...อาจเก่งกว่าทหารของอาณาจักรด้วย”
...แมวนั้นน่ารักดีแหะผมหันกลับไปทางเอเรน่า
“แล้วไอ้ที่เธอเรียกว่า ชั้นปีสุดท้าย เมื่อกี้มันคืออะไร?”
“เื่นั้นฉันเองก็ไม่รู้รายละเอียดเหมือนกัน”
เอเรน่าส่ายหน้า
“รู้แค่ว่าชั้นพิเศษมันแบ่งออกเป็สองระดับ”
“หึ”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง
“ชั้นปีแรก”
...?”
“ผู้ที่อยู่ในชั้นปีแรก จะได้รับสิทธิ์ในการจบการศึกษาจากสถาบันทันที”
เสียงนั้นพูดต่ออย่างชัดเจน
“และสามารถเลือกได้ว่าจะออกจากสถาบัน หรืออยู่ต่อเพื่อทำการวิจัยนอกจากนี้ ยังสามารถเลือกเข้าเรียนในชั้นเรียนอื่นได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็ชั้นเรียนของนักเรียนปีไหนก็ตาม”
“...”
ผมหันไปมองด้านข้างคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นคือ—อัลเบโด้หมอนั่นเดินกลับมาอีกครั้งสีหน้าของเขายังคงนิ่งสงบเหมือนเดิม แต่ท่าทางกลับดูเหมือนกำลังภูมิใจกับความรู้ที่ตัวเองกำลังอธิบายอยู่ไม่น้อย
...เดี๋ยวนะ หมอนั่นกลับมาทำไมเนี่ย? เมื่อกี้ไหนบอกว่าไม่มีเวลาว่างไง?หรือว่า— หมอนั่นเป็พวกนั้นสินะ “ซึนเดเระ”
“ส่วนชั้นปีสุดท้าย...”
อัลเบโด้พูดต่อ
“จะได้รับสิทธิ์มากกว่าสามารถเข้าท้าสู้กับหนึ่งในตำแหน่งผู้บริหารทั้งเจ็ดผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า...เทพสัปประยุทธ์ทั้งเจ็ด”
“...”
“แล้วก็ตามที่่แม่สาวนั้นพูดมา นอกจากนี้ ยังมีสิทธิ์เข้าร่วมกับคริสตจักรศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย”
น้ำเสียงของอัลเบโด้เย็นลงเล็กน้อย
“แต่ฉันไม่สนใจไอ้พวกนั้นหรอก”
“...?”
“พวกที่สวมหนังมนุษย์ในคราบนักบุญแบบนั้น”
พูดจบ—เขาก็หันหลังกลับ
“...”
ผมมองตามเขาไปดูเหมือนหมอนี่จะรู้อะไรเจ๋ง ๆ เกี่ยวกับคริสตจักรอยู่ไม่น้อยส่วนใหญ่แล้ว ถ้าเป็ไปตามพล็อตทั่วไป—สถานที่ที่เต็มไปด้วยคนแต่งตัวเหมือนนักบุญ และถูกเรียกว่า คริสตจักรศักดิ์สิทธิ์ ก็คงหนีไม่พ้นการเป็สถานที่รวมตัวของพวกตาแก่เผด็จการสินะ
...ฟังดูเข้าท่าดีแฮะผมยิ้มออกมาเล็กน้อย ขอบคุณสำหรับข้อมูลเจ๋ง ๆ นะ (คุณชายซึนเดเระ)
จะว่าไปแล้ว...ผู้คนก็เริ่มน้อยลงแล้วแฮะ
บางคนคอตกและเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ ราวกับหมดเรี่ยวแรงจะพูดอะไรออกมาส่วนบางคน—
“ผ่านแล้ว!”
“ผมผ่านแล้วโว้ยยยย!”
ก็ะโดีใจราวกับโลกทั้งใบเป็ของตัวเอง บรรยากาศรอบ ๆ กระดานประกาศเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายอายุทั้งเด็ก วัยรุ่นและคนที่ดูโตเป็ผู้ใหญ่แล้วเพราะการเข้าเรียนในสถาบันแห่งนี้ ไม่ได้แบ่งกันตามอายุเหมือนโรงเรียนทั่วไปแต่แต่ละตระกูลจะสามารถส่งลูกหลานเข้ามาสอบได้เพียง หนึ่งคนในทุก ๆ สองปี แต่ก็อาจจะไม่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมการทดสอบก็ได้และถึงจะได้สิทธิ์สอบ—
ก็ไม่ได้หมายความว่าจะสอบผ่านหากคนที่ถูกส่งมาสอบไม่ผ่าน พวกเขาก็ทำได้เพียงรออีกสองปีเพื่อส่งคนต่อไปด้วยเหตุนี้ บางตระกูลจึงเลือกใช้วิธี กระจายความเสี่ยง ส่งลูกหลานของตัวเองไปสมัครและสอบตามสถาบันต่าง ๆ หลายแห่งเผื่อว่าหากสอบไม่ผ่านที่หนึ่ง— อย่างน้อยก็อาจผ่านอีกที่หนึ่งแน่นอนว่า...
นั่นเป็วิธีของคนรวย เพราะค่าเดินทาง ค่าสมัคร และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการส่งเด็กไปยังหลายสถาบันพร้อมกันนั้น—ไม่ใช่สิ่งที่ทุกตระกูลจะสามารถจ่ายได้ดังนั้น ที่นี่จึงมีนักเรียนหลากหลาย่อายุอย่างไม่น่าเชื่อบางคนอาจเพิ่งอายุสิบปีบางคนอาจอายุสิบหกบางคนอาจอายุยี่สิบกว่าแล้ว
เพราะฉะนั้น—หากวันหนึ่งผมเห็นเด็กอายุสิบขวบเดินอยู่ในสถาบันแห่งนี้...เขาอาจเป็รุ่นพี่ของผมก็ได้
“...”
ผมค่อย ๆ เดินเข้าไปที่กระดานประกาศฝูงชนเริ่มบางตาลงเล็กน้อยแล้ว ทำให้สามารถมองเห็นรายชื่อได้ง่ายขึ้นผมไล่สายตาั้แ่้าลงมาเรื่อย ๆล่างลงมาอีก—จนเกือบถึงท้ายกระดานและในที่สุด—
“เจอแล้ว!”
“เจอแล้ว!”
เสียงของผมกับเอเรน่าดังขึ้นพร้อมกันผมหันไปมองเธอส่วนเอเรน่าก็หันกลับมามองผม
“...”
“...”
ส่วนลิเลีย?ก็กำลังมองอยู่เหมือนกันเธอกำลังยืนมองลูกแมวที่เดินผ่านไปมาอย่างสนใจสุด ๆสนใจจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเราประกาศผลสอบผ่านแล้ว
“ท่านเรน! ดูแมวตัวนั้นสิคะ! เอ๋หายไปไหนแล้วค่ะ?!”
ผมหันกลับไปมองกระดาน
“ผมอยู่ลำดับที่สี่ร้อยเก้าสิบเก้า”
“...”
ผมพยักหน้าช้า ๆ
“เท่ใช้ได้”
“ฉันอยู่ที่สามสิบเจ็ดย่ะ”
เอเรน่าพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจเล็กน้อย
“นั่นคือลำดับของคนที่จะพาฉันเข้าองค์กรงั้นเหรอ?”
“เธอไม่สังเกตเห็นสิ่งแปลก ๆ เกี่ยวกับคะแนนของผมเลยเหรอ?”
“...?”
เอเรน่าหันมามองก่อนจะเดินเข้ามาดันตัวผมออกเล็กน้อย
“ขอฉันดูหน่อย”
เธอกวาดสายตาอ่านข้อมูลใต้ชื่อของผม
“แปลกยังไง?”
“คะแนนทฤษฎีของนายก็...”
“60/100”
“แต่ภาคการต่อสู้กลับเป็...”
“-/10”
“...”
เอเรน่ากะพริบตาปริบ ๆ
“เดี๋ยวนะ”
“ทฤษฎีมันผ่านที่หกสิบคะแนนพอดีเลยนี่”
“ใช่”
“แล้วภาคการต่อสู้ก็ไม่ได้ใส่คะแนนเอาไว้ด้วย”
“ใช่”
“แล้วทำไมคะแนนแบบนี้ถึงผ่านได้ล่ะเนี่ย!?”
“ไม่รู้สิ”
“คงเป็เพราะความเท่ของผมล่ะมั้ง”
“ไม่เกี่ยวเลย!”
“แต่ทฤษฎีนายนี่โชคดีจังนะ...”
เอเรน่าพูดขึ้น ก่อนจะเหมือนนึกอะไรบางอย่างออก เธอเงียบไป ริมฝีปากขยับเล็กน้อย ราวกับกำลังจะพูดอะไรแต่สุดท้าย—เธอก็เลือกที่จะไม่พูดมันออกมา
“...?”
อะไรของเธอ? ช่างเถอะผมหันกลับไปมองคะแนนของตัวเอง 60/100 คะแนนทฤษฎีที่พอดีกับเกณฑ์ผ่านเป๊ะ
นี่แหละคือผลลัพธ์ของความพยายามอันสุดยอดของผม
ผมมองตัวเลขนั้นด้วยความภาคภูมิใจเพราะความจริงแล้ว—ผมตั้งใจให้มันออกมาแบบนี้ั้แ่แรก...ก็เล่นตอบถูกไปแค่หกสิบข้อพอดี
*เอาล่ะผมไปตัดชุดก่อนแล้วกันไว้เจอกันนะเอเรน่า ลิเลียไปกันได้แล้ว*
“ค๊าาาาาาารอด้วยสิ ท่านเรน”
สถาบันแห่งนี้— ไม่มีทางโกงได้แน่นอน ข้อสอบทุกอย่างถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การทุจริตแทบเป็ไปไม่ได้และยิ่งเป็การสอบระดับนี้ด้วยแล้ว—คนธรรมดาไม่มีทางใช้แค่โชคจนผ่านมันมาได้แน่ ๆดังนั้น—คะแนนของหมอนั่นจึงแปลกเกินไป 60/100 ผ่านเกณฑ์พอดี ส่วนภาคการต่อสู้กลับถูกเขียนเอาไว้เพียง— -/10 ชั้นก็ไม่ได้ไปดูหมอนั้นสู้หรอกนะมันเกินอะไรขึ้นกันนะการที่ไม่มีคะแนน ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติม ...หมอนั่นตั้งใจจะทำอะไรกันแน่?
“...”
แต่จะเป็ยังไงก็ช่างตอนนี้—เป้าหมายของฉันสำเร็จไปแล้วหนึ่งอย่างและต่อไปก็คือ—
“...”
เอเรน่าหันกลับไปมองอาคารของสถาบันจากนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ยังไงตอนนี้...ไปตัดชุดก่อนแล้วกัน