ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 6 บทที่ 156 แกมันก็แค่ตัวน่ารังเกียจ!

            จิ่งเยี่ยนกุยรู้ว่าการรับมือกับคนอย่างอาหญิงใหญ่จิ่งและอู๋หมิงลี่นั้นต้องไม่ใจดีด้วย พวกหล่อนมีเจตนาร้ายอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องใช้วิธีของพวกหล่อนมาจัดการ ไม่อย่างนั้นวันนี้เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่!

            อู๋หมิงลี่โกรธจนกระทืบเท้า “จิ่งเยี่ยนกุย แกใส่ร้ายฉัน! ฉันจะฆ่าแก!”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่มีทางไปทะเลาะกับเธอต่อหน้าธารกำนัลแน่นอน จึงรีบหลบหลังโต๊ะอย่างรวดเร็วแล้วพูดว่า “อู๋หมิงลี่ วิ่งช้าๆ หน่อย เดี๋ยวแท้งลูกนะ! ถ้าแท้งแล้ว เธอจะเอาอะไรไปขู่คนอื่นล่ะ?”

            อู๋หมิงลี่โกรธจัดจนคว้าตุ้มน้ำหนักบนโต๊ะมาหมายจะฟาดจิ่งเยี่ยนกุย แต่ถูกคุณหมอเฉินขวางไว้ “ที่นี่คือชิ่งอันถัง ไม่ใช่ที่ที่ให้เธอมาอาละวาด!”

            พนักงานหลายคนพูดด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม “ใช่แล้ว พวกเธออย่าคิดว่าเป็นผู้หญิงแล้วพวกเราจะไม่กล้าสู้! นี่ยุคสมัยไหนแล้ว ไม่ได้เห็นดีเห็นงามกับวิธีการของพวกเธอหรอกนะ!”

            จิ่งเยี่ยนกุยหันไปพูดกับอาหญิงใหญ่จิ่ง “อาคะ หน้าแตกขนาดนี้แล้ว ยังไม่รีบพาลูกสาวที่หน้าด้านเหมือนกันออกไปอีกเหรอคะ!”

            ทันใดนั้นพนักงานก็ตะโกนตามหลัง “ไปซะ! ถ้าไม่ไปพวกเราจะลงมือแล้วนะ!”

            พนักงานส่วนใหญ่เป็นเด็กหนุ่มอายุยี่สิบกว่า เมื่อตะโกนพร้อมกันก็ดูฮึกเหิม อาหญิงใหญ่จิ่งเป็นคนที่ปากกล้าแต่ใจปลาซิว เมื่อเห็นท่าทางแบบนี้ก็พูดว่า “เจ้าของชิ่งอันถังเป็นพวกอันธพาล ไม่ยอมรับผิดชอบ แถมพนักงานยังจะทำร้ายคน!” จากนั้นก็รีบลากอู๋หมิงลี่วิ่งหนีไป

            จิ่งเยี่ยนกุยจิ๊ปากเสียงเบาไปทางที่สองคนนั้นจากไป ครอบครัวอาหญิงใหญ่จิ่งนี่มันแปลกประหลาดจริงๆ! ไม่รู้ว่าเส้นประสาทเส้นไหนทำงานผิดปกติ ถึงได้มายุ่งกับซูไป่ชิง

            เธอพูดด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย “พี่ซู ฉันขอโทษจริงๆ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน พวกเขาก็คงไม่มาวุ่นวายที่นี่”

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ” ซูไป่ชิงพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “พวกเขาหน้าไม่อาย ต่อให้ไม่มีเธอก็ต้องหาเรื่องมาหลอกเอาเงินจากฉันอยู่ดี”

            พนักงานคนหนึ่งพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านอาจารย์ย่า เมื่อกี้คุณเรียกอาจารย์ว่าศิษย์หลาน ตอนนี้กลับมาเรียกว่าพี่ซู ลำดับญาติมันจะมั่วไปหน่อยนะ!”

            ทุกคนได้ยินก็หัวเราะออกมา

            จิ่งเยี่ยนกุยจิ๊ปากเบาๆ แล้วพูดว่า “ก็ฉันอยากจะลดลำดับตัวเอง พวกคุณมีปัญหาอะไรไหม?”

            เธอมาที่ชิ่งอันถังบ่อยจนสนิทกับพนักงานเหล่านี้ ปกติก็คุยเล่นกันแบบสบายๆ พวกเขาเองก็ชอบหยอกล้อเธอเหมือนกัน

            พนักงานคนนั้นหัวเราะอีกครั้งแล้วพูดว่า “ผมไม่กล้ามีปัญหาอะไรหรอกครับ ต่อไปถ้ามีพวกนักเลงหญิงมา ก็ต้องพึ่งคุณมาปราบแล้ว พวกเราต้องการการปกป้องจากคุณ!”

            ซูไป่ชิงรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกอาหญิงใหญ่จิ่งก่อกวน แต่พอได้ยินพวกเขาพูดเล่นกันก็อดหัวเราะไม่ได้ “พอได้แล้ว ตั้งใจทำงานกันได้แล้ว!”

            พูดจบก็หันไปพูดกับลูกค้า “วันนี้ขอบคุณทุกท่านที่ออกมาปกป้องผม ยาทุกอย่างที่ท่านจะซื้อลดให้ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ถ้าพวกนั้นยังมาวุ่นวายอีก รบกวนทุกท่านช่วยเป็นพยานให้ผมด้วยนะครับ”

            ยาของชิ่งอันถังมีคุณภาพดี ราคาไม่เคยถูก วันนี้แม้จะลดแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าหายาก ลูกค้าเหล่านั้นก็รีบตกลง ตอนแรกพวกเขากะว่าจะมาซื้อยาเล็กน้อย แต่พอได้โอกาสก็รีบซื้อไปเต็มที่

            จิ่งเยี่ยนกุยเห็นดังนั้นก็พูดเบาๆ ว่า “พี่ซูคะ ฉันมีความคิดอย่างหนึ่ง ถึงแม้ว่าชิ่งอันถังจะเป็นร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหยางเฉิง แต่ก็ยังมีร้านขายยาอื่นๆ อีก ฉันคิดว่าเราควรจะทำบัตรสมาชิก เพื่อให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำอีกนะคะ”

            ในยุคนี้การทำธุรกิจยังไม่มีลูกเล่นมากเหมือนอีกยี่สิบปีข้างหน้า บัตรสมาชิก โปรโมชันต่างๆ แทบไม่มีใครทำกันเลย

            ซูไป่ชิงถามด้วยความสนใจ “ทำบัตรสมาชิกยังไง?”

            จิ่งเยี่ยนกุยอธิบายความคิดของเธอ “ในฐานะลูกค้า ฉันรู้ว่ายาของชิ่งอันถังมีคุณภาพดี แต่เพราะคุณภาพดี ราคาเลยแพงกว่าร้านอื่นเล็กน้อย ถ้าเกิดป่วยหนัก แล้วเพื่อความมั่นใจในคุณภาพก็จะมาซื้อที่ชิ่งอันถัง แต่ถ้าแค่เป็นไข้หวัดก็จะไปซื้อร้านที่ถูกกว่า”

            “เราสามารถทำบัตรสมาชิก ถ้าพวกเขามีบัตรก็จะได้ส่วนลด ราคาที่ลดแล้วก็จะไม่ต่างจากร้านขายยาร้านอื่นมากนัก แต่ยาของเรามีคุณภาพดีกว่าและมั่นใจได้มากกว่า พวกเขาต้องมาซื้อร้านเราแน่นอนค่ะ”

            “แน่นอนว่าการทำบัตรสมาชิกก็ต้องมีเงื่อนไข ไม่ใช่ว่าใครจะทำก็ให้ ต้องซื้อของให้ถึงยอดที่กำหนด สำหรับพวกเราแล้ว เป็นการยึดครองตำแหน่งในใจของลูกค้า ขณะเดียวกันยังทำให้รู้สึกพิเศษ เหมือนกับว่าตัวเองต่างจากคนอื่นค่ะ”

            “ตอนนี้ผู้คนเริ่มมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ก็เลยใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เราก็จัดกิจกรรมวันสมาชิกอะไรทำนองนี้ สอนเคล็ดลับดูแลสุขภาพ และสูตรยาต่างๆ ก็จะทำให้พวกเขามีความรู้เรื่องสุขภาพมากขึ้น และยังช่วยให้ร้านขายยาขายดีขึ้นอีกด้วยค่ะ”

            หลังจากเธอพูดจบ ซูไป่ชิงก็มองเธอด้วยความประหลาดใจ “ปู่บอกว่าฉันเอาใจใส่เรื่องร้านยามาก แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะโลภยิ่งกว่าฉันเสียอีก เรื่องนี้ห้ามให้ปู่รู้เด็ดขาด ไม่งั้นปู่คงจะเทศนาเธอจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว!”

            จิ่งเยี่ยนกุยเอามือลูบจมูก รู้สึกว่าจากนิสัยของคุณปู่ซู มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดเรื่องนี้จริงๆ

            แต่ซูไป่ชิงกลับพูดด้วยรอยยิ้ม “แต่ฉันว่าวิธีของเธอดีนะ จะทำให้สถานะของชิ่งอันถังแข็งแกร่งขึ้น”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะเบาๆ เขายังถอนหายใจแล้วพูดว่า “ไม่รู้ว่าเธอเอาสมองมาจากไหน ตอนเรียนแพทย์ก็เรียนได้เร็ว ทำธุรกิจก็เก่ง แถมจัดการกับคนเลวๆ ก็ยังเก่งอีกด้วยแต่เพราะกลัวปู่จะตีฉันนั่นแหละ ไม่งั้นคงจะลากเธอมาทำธุรกิจด้วยกันแล้ว”

            สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา เหมือนกับว่าไม่ว่าเธอจะทำอะไร ก็สามารถทำได้ดี

            จิ่งเยี่ยนกุยก็อยากจะทำธุรกิจอย่างจริงจัง แต่ตอนนี้กำลังของเธอไม่พอจริงๆ ไหนจะต้องเรียนแพทย์ ต้องเรียนหนังสือ ทั้งยังต้องปรุงยาอีก เธอยุ่งจนแทบไม่มีเวลาพัก

            ซูไป่ชิงเก็บคำพูดของเธอไปคิด เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก็พบว่ามันเป็นวิธีที่ดี ทั้งทำเงินได้และยังช่วยส่งเสริมการแพทย์แผนจีนได้ด้วย เป็นวิธีที่ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

            ดังนั้นหลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยไปเรียนกับคุณปู่ซู เขาก็จะคอยดึงเธอมาคุยรายละเอียดเพิ่มเติม เธอให้คำแนะนำหลายอย่าง แต่สุดท้ายวิธีการจัดการต่างๆ ก็ยังต้องให้เขาไปวางแผนด้วยตัวเอง

            หลังจากที่ทั้งสองตกลงกันได้แล้ว ซูไป่ชิงก็มองเธอแล้วพูดว่า “เยี่ยนกุย เธอสนใจที่จะร่วมลงทุนในร้านยาของเราไหม?”

            จิ่งเยี่ยนกุยชะงักไป ซูไป่ชิงก็อธิบายว่า “บอกตามตรง ร้านยานี้เป็นกิจการที่สืบทอดกันมาในตระกูล เมื่อหลายปีก่อนเคยปิดกิจการไปเพราะสถานการณ์บางอย่าง ฉันคิดว่าธุรกิจของบรรพบุรุษจะมาพังทลายไปเพราะฉันไม่ได้ เลยเปิดร้านขึ้นมาอีกครั้ง”

            “ระหว่างนี้ฉันคิดว่าจะให้ปู่มานั่งให้คำปรึกษา แต่ท่านไม่ยอมมาเพราะเรื่องของพ่อแม่ฉัน ส่วนหมอที่นั่งประจำอยู่ในร้าน จะให้พูดตามตรงก็ไม่เก่งกาจเท่าไหร่”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508