“คุณหนูซืองดงามเช่นนี้ พี่ซัวหยางคงลืมข้าแล้วใช่หรือไม่” ส่งสายตาออดอ้อนบุรุษ
เสิ่นซัวหยางคล้ายตกตลึงไปกับปฏิกิริยาของเย่วซินที่มิเคยเปิดเผยแก่ผู้ใด แต่ด้วยความรักทั้งหัวใจที่มีต่ออักฝ่ายทำให้เขาไม่คิดที่จะผลักนางออก ในทางกลับกันตัวเขายังคงกอดร่างเล็กนั้นตอบ “หาใช่เช่นนั้น ใจพี่ยังคงมีเพียงเ้า แม้ต้องจำใจสมรสกับคุณหนูซือ แต่ขอให้เ้ารับรู้เอาไว้ ไม่ว่านานเท่าใดพี่จะต้องหาทางพาเ้ามาอยู่ข้างกายพี่ ขอแค่เ้ายังรอพี่” คำสัญญารักจากใจ แม้ยังไม่มีสถานะมอบให้ แต่เขาก็ยังอยากเห็นแก่ตัวและบอกให้นางรอ
“เ้าค่ะ ข้าจะรอพี่ซัวหยาง แม้จะมีคุณหนูซือมาขัดขวางข้าก็จะรอ” เย่วซินเม้มปากแน่น ก่อนจะกระทำสิ่งที่นางรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง!! ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นสูง และรั้ง่คอของเสิ่นซัวหยางที่ทำหน้าตื่นใ นางแนบริมฝีปากสีชมพูลงบนแก้มสาก…ต่อหน้าว่าที่ฮูหยินอย่างซือหลิวเยี่ยนและบ่าวไพร่ในจวนนับสิบ!!!
“…” เสิ่นซัวหยางรับัันุ่มนิ่มจากริมฝีปากของสตรีอันเป็ที่รัก หัวคิ้วคมขมวดมุ่น ‘เหตุใดเย่วซินจึงกล้าทำเช่นนี้’ ในขณะที่เขามองเห็นคุณหนูสกุลซือยืนมองพร้อมกับร้องไห้!!
เย่วซินละใบหน้าจากผิวแก้มสากพร้อมกับแสยะยิ้มใส่ซือหลิวเยี่ยน นางยืนกอดอกแล้วเอ่ยคำ “ขออภัยว่าที่ฮูหยินด้วยนะเ้าคะ เห็นทีการสมรสครั้งนี้ข้าคงยกพี่ซัวหยางให้แค่ร่างกาย แต่หัวใจ…ข้าขอ” นางสะบัดหน้าหนีแล้วเดินออกไปจากตรงนั้นเพราะทนไม่ไหว ไม่ใช่ว่าทนมองพวกเขาพูดปลอบกันให้อึดอัด…แต่ทนกิริยาไร้ยางอายของตนเองไม่ได้ต่างหาก ‘ครั้งแรกกับการกระทำตัวเช่นนี้ ครั้งแรกกับความไร้ยางอายที่นางต้องแลกมาด้วยความเกลียดชังของบ่าวไพร่เกือบทั้งสกุล!!’
เสี่ยวเม่ามองคุณหนูของนางอย่างเห็นใจ ‘การกระทำที่สวนทางกับนิสัยที่แท้จริงในครั้งนี้ ได้ทำร้ายคุณหนูเย่วซินอย่างหนัก’ แต่หากมันเป็สิ่งที่คุณหนูผู้แสนดีตัดสินใจไปแล้ว นางก็แค่ปลอบ “อดทนไว้นะเ้าคะ”
ก้อนสะอื้นถูกกลืนลงคอ ‘หากนางไม่ทน นางคงไม่เลือกทำ’ “ข้ายังไหวพี่เสี่ยวเม่า” ในครั้งต่อไปนางจะทำให้พี่ซัวหยางชังนางมากขึ้นไปอีก ชังจนถึงวันสมรส ชังจนลืมรักนาง เพื่อที่นางจะได้ตัดใจทิ้งจวนนี้ไปได้อย่างไม่ติดอะไรและหากวันข้างหน้าพี่ซัวหยางมีบุตร ตัวนางจะกลับมาขอขมาจงฮูหยินและท่านนายอำเภอเสิ่น ‘นั่นคือเื่ที่นางคิดเอาไว้ในใจ แต่ไม่รู้ว่าจะทำสำเร็จรึเปล่า’ ร่างบางเดินเข้าไปในโรงครัวโดยเมินเฉยต่อทุกสายตาของสาวใช้ แม้ในหูจะได้ยินท่านป้าหวงกล่าวคำคล้ายเห็นใจ และอีกหลายคนที่เอาแต่สนทนากันในเื่ของนาง ‘ข่าวความไร้ยางอายช่างลามไปเร็วเสียจริงๆ’
“คุณหนูจะทำสิ่งใดเ้าคะ” เสี่ยวเม่าดึงสติของเย่วซินที่กำลังยืนนิ่งจับชามใบโต ในความห่วงใยนั้น นางยังคงคาดเดาไม่ได้ว่าคุณหนูของนางจะทำอาหารชนิดใดหลังจากนี้
“ข้าจะทำตงพอโหล่” (หมูสามชั้นตุ๋น) มือบางละจากชามแล้วเริ่มหยิบหมูสามชั้นใส่ลงไป หากนางมิได้ขึ้นชื่อว่าเป็บุตรบุญธรรมของจงฮูหยิน ตัวนางก็คงไม่ต่างจากแม่ครัวประจำจวน ดวงตากลมหม่นหมองลงเรื่อยๆ ขณะที่สองมือยังคงล้างเนื้อหมู ความเคยชินจากการทำอาหารทำให้นางจัดการหมูทุกชิ้นได้อย่างคล่องแคล่วโดยมีสาวใช้อย่างพี่เสี่ยวเม่ายืนหยิบจับเครื่องปรุงส่งให้จนถึงมือ เริ่มด้วยการหั่นหมูเป็ชิ้นๆ แล้วเอาไปต้มให้เนื้อและหนังพอสุก ในระหว่างรอหมูต้มจากหม้อ เย่วซินจึงเริ่มก่อไฟอีกเตาเพื่อนำหมูต้มในหม้อนั้นมาเผาด้านหนังให้ไหม้ ก่อนจะขูดเอาคราบไหม้ออก จากนั้นเตรียมน้ำซุปที่ได้จากการต้มเนื้อหมูเมื่อครู่มาปรุงด้วยเครื่องปรุงรส ใส่น้ำตาล และผงพะโล้ลงไป จากนั้น จึงนำกระทะมาวางบนเตาอีกอัน รอนำเนื้อหมูลงไปจัดวางบนผักกาดขาวที่เตรียมเอาไว้ วางขิงและต้นหอมลงด้านข้างแล้วค่อยๆ เทน้ำซุปปรุงรสลงบนกระทะ ก่อนจะนำฝาปิดไว้เพื่อรอเวลาประมาณสองเค่อจึงนำเนื้อหมูไปนึ่งต่ออีกหนึ่งชั่วยาม ในระหว่างรอสำรับกลางวัน ตัวนางทำเพียงแค่นั่งเหม่อออกไปด้านนอก ไม่รู้ว่าหลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่จบลงแล้ว ‘พี่ซัวหยางจะกอดปลอบคุณหนูซือหรือไม่?’ นางไม่อยากจะนึก
“ฮึ สุดท้ายก็เปิดเผยธาตุแท้ออกมาแล้วสินะ” เสิ่นฮุ่ยเหมยในวัยสิบสามหนาวเดินเข้าไปต่อว่า “ข้าเห็นพี่ใหญ่กอดปลอบคุณหนูซือ ก็รู้แล้วว่าพวกเขาคงจะรักกัน เ้าจะกลายเป็หมาหัวเน่า”
‘พี่ซัวหยางกอดคุณหนูซือจริงๆ สินะ’ เย่วซินมิได้โต้เถียงอันใด เหมือนเช่นทุกวันที่เสิ่นฮุ่ยเหมยเดินเข้ามาต่อว่า ในขณะที่พี่เสี่ยวเม่ายังคงเดินเข้ามายืนบังตัวนางเช่นเคย “ขอบคุณคุณหนูที่เข้ามาบอกให้ข้าได้ตาสว่าง” นางลุกขึ้นคล้ายไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยคำ “สำรับกลางวันหม้อนี้ เ้าทานให้อร่อยเล่า ข้าปรุงและชิมมันจนอิ่มแล้ว ขอตัวก่อน” เดินออกจากโรงครัวลัดเลาะกลับไปยังเรือนเล็กของตนเอง สำรับกลางวันไม่สำคัญเทียบเท่ากับการอยากกลับไปทำใจที่เรือน ‘การกระทำของนางในวันนี้ เป็ไปได้ว่าพี่ซัวหยางอาจจะมาสอบถามนางจนถึงห้อง!!’ “พี่เสี่ยวเม่า ข้ามีเื่ให้พี่ทำเ้าค่ะ”
“…” เสี่ยวเม่ารับฟังคำขอนั้นด้วยใบหน้าหนักใจ
&&&&
รถม้าสกุลซือเดินทางออกจากจวนสกุลเสิ่นไปเมื่อยามเซิน (15.00) โดยสองครอบครัวได้ตกลงกันเกี่ยวกับเื่งานมงคลและมันจบลงด้วยดี