ผมเคาะกำแพงเบาๆ ตอบกลับไปสามครั้งหลังจากที่ได้ยินเสียงครางหวานระเส่าอันแสนเสร็จสมของเด็กสาวห้อง 404 สิ้นสุดลง...
ผมยิ้มเ้าเล่ห์อยู่ใต้กรอบแว่นสายตาในความมืด ถอดแว่นตาวางลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแ่เบาพลางเอนหลังพิงหัวเตียงไม้หนาหนัก ลมหายใจของผมยังคงทุ้มต่ำและสม่ำเสมอ แตกต่างจากหัวใจของสาวน้อยข้างห้องที่ผมเดาได้ว่าเวลานี้คงกำลังเต้นระทึกด้วยความตื่นตระหนกและอับอายจนแทบไม่กล้าหายใจ เสียงเตียงนอนฝั่งโน้นเงียบกริบลงทันทีหลังจากเสียงเคาะของผม บ่งบอกว่าเธอกำลังแข็งทื่อด้วยความช็อกที่รู้ตัวว่าความลับอันวาบหวามของเธอไม่ได้เป็ความลับอีกต่อไป
เธอคงไม่รู้หรอกว่าอพาร์ตเมนต์แห่งนี้ ผมเป็คนออกแบบระบบท่อระบายอากาศและโครงสร้างทางอะคูสติกทั้งหมดด้วยตัวเองในฐานะสถาปนิกเ้าของโครงการ แนวท่อเหล็กหม่นที่พาดผ่านเหนือฝ้าเพดานห้องนอนของเธอและผมไม่ได้เป็เพียงช่องลมธรรมดา แต่มันถูกคำนวณมุมหักเหของเสียงมาเป็อย่างดีเพื่อให้ทำหน้าที่นำส่งคลื่นเสียงความถี่สูงและต่ำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ผมจงใจให้เตียงของเธอตั้งชิดกำแพงบางเฉียบตรงจุดตัดเสียงพอดี เพื่อที่ผมจะได้ยินทุกเสียงขยับกาย ทุกเสียงถอนใจ และที่สำคัญที่สุด... เสียงครางหวานฉ่ำยยามที่เธอช่วยเหลือตัวเองขณะจินตนาการถึงผม
"เด็กดื้อ..." ผมพึมพำออกมาในความมืด น้ำเสียงทุ้มต่ำหัวเราะในลำคอด้วยความพึงพอใจอย่างหาที่สุดไม่ได้
มินตรา หรือ 'หนูมีน' สาวน้อยนักแปลผู้อ่อนหวานและเรียบร้อยในตอนกลางวัน เธอช่างดูไร้เดียงสาเมื่อเจอกันในลิฟต์ แก้มใส ๆ ที่มักจะขึ้นสีระเรื่อทุกครั้งที่ผมจงใจขยับกายเข้าไปใกล้เพื่อส่งผ่านกลิ่นอายความเป็ชายและน้ำเสียงทุ้มลึกของผมไปกระตุ้นเร้าเธอ แต่ใครจะคิดว่าในตอนกลางคืนภายใต้ความมืดมิดของห้อง 404 เธอจะกลายเป็สาวน้อยแสนร่านร้อนที่นอนแอ่นกายสะกิดจุดอ่อนไหวของตัวเอง พร่ำครางเรียกชื่อผมด้วยความกระสันอยากอย่างน่ารังแก เสียงหวาน ๆ ที่ครางเรียก "อา... ลุงนนท์... อ๊า..." ผ่านท่อระบายอากาศสีหม่นกระตุ้นไฟราคะในกายหนุ่มใหญ่ของผมให้ลุกโชนจนแทบคลั่งในทุกคืนวันศุกร์
แต่สำหรับผม เกมจิตวิทยาและการต้องทำอย่างเป็ระบบ ผมจะไม่เดินดุ่ม ๆ ไปเคาะประตูห้องเธอเหมือนพวกผู้ชายไร้รสนิยมทั่วไป ผมชอบความรู้สึกบีบคั้น ล่อลวง และการควบคุมสถานการณ์อย่างสมบูรณ์แบบ ให้เหยื่อเป็ฝ่ายเดินเข้ามาในกรงที่ผมสร้างไว้ด้วยความเต็มใจของเธอเอง
และแผนการขั้นต่อไปของผมได้เริ่มต้นขึ้นทันทีหลังจากคืนวันศุกร์นั้น
สิ่งแรกที่ผมทำคือการหาคีย์การ์ดของห้องเธอมา มันไม่ใช่เื่ยากเลยสำหรับสถาปนิกและผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของตึกนี้ ผมสั่งทำสำเนาคีย์การ์ดห้อง 404 ขึ้นมาอีกใบอย่างเงียบเชียบ จากนั้นในวันจันทร์ถัดมา ตอนที่เธอเดินถือตะกร้าผ้าลงมาที่ห้องซักรีดชั้นล่างและวางกระเป๋าถือใบเล็กทิ้งไว้บนเก้าอี้พักคอยอย่างเลินเล่อ ผมใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีในจังหวะที่เธอหันหลังเดินไปกดตู้หยอดเหรียญ ขโมยคีย์การ์ดจริงใบเดิมของเธอออกจากช่องซิป แล้วเสียบคีย์การ์ดเปล่าที่ล็อกระบบไว้คืนกลับไปแทนที่ ส่วนคีย์การ์ดจริงของเธอ... ตอนนี้มันนอนสงบนิ่งอยู่ในกระเป๋าเสื้อนอกของผมเรียบร้อยแล้ว เธอจะไม่มีทางเปิดประตูห้องตัวเองได้เลยหากก้าวพ้นห้องออกมา และระบบความปลอดภัยจะล็อกเธอไว้ในความมืดทันที
ผมเฝ้ารอคอยคืนวันศุกร์ถัดมาอย่างใจจดใจจ่อ รายงานพยากรณ์อากาศแจ้งว่าจะมีพายุฤดูร้อนพัดผ่านกรุงเทพฯ ใน่ดึก ลมกระโชกแรงและฝนตกหนักจะเป็ฉากหลังและเสียงรบกวนชั้นดีในการสร้างสถานการณ์บีบคั้นอารมณ์
คืนวันศุกร์ เวลา 01.15 น.
พายุฝนภายนอกสาดซัดรุนแรง เสียงฟ้าร้องครืนครั่นดังสะท้อนเข้ามาถึงในตัวตึก ลมพายุพัดหน้าต่างกระจกจนสั่นไหว ผมยืนอยู่ตรงแนวระเบียงห้องพักของผม จ้องมองท้องฟ้าสีดำสนิทที่แปรปรวน จากนั้นผมจึงเดินไปยังตู้ควบคุมไฟของชั้น 4 ที่ตั้งอยู่สุดทางเดินเงียบเชียบ ผมเปิดฝาตู้เหล็กออกอย่างเบามือ ปลดเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยที่จ่ายกระแสไฟฟ้าไปยังห้อง 404 ลงทันที
แป๊ก!
ไฟในห้องของหนูมีนดับวูบลงในพริบตา ผมจินตนาการภาพเธอที่กำลังนอนเล่นแท็บเล็ตหรืออ่านหนังสืออยู่ในความมืดสลัวได้อย่างชัดเจน เธอต้องใจนสะดุ้งตัวลอยแน่ๆ เพราะผมแอบสืบมาว่าเธอมีอาการกลัวความมืดขั้นรุนแรงมาั้แ่เด็ก และมักจะเปิดไฟสีส้มสลัวทิ้งไว้เวลานอนเสมอ
ผมก้าวกลับเข้ามาในห้อง 405 ของผมอย่างรวดเร็ว ปิดสวิตช์ไฟในห้องตัวเองจนมืดสนิทเช่นกัน เพื่อให้แน่ใจว่าเธอจะไม่สงสัยว่ามีเพียงห้องของเธอห้องเดียวที่ถูกตัดกระแสไฟ ผมทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาหนังแท้สีดำตัวใหญ่ข้างหน้าต่าง เงี่ยหูฟังเสียงผ่านระบบระบายอากาศอย่างจดจ่อ
เสียงลมหายใจตื่นตระหนกของเธอผ่านข้อต่อโลหะดังขึ้นทันที ตามด้วยเสียงเดินเตาะแตะตะกุกตะกักในความมืด เสียงแก้วน้ำหรือสิ่งของชิ้นเล็กหล่นกระแทกพื้น บ่งบอกว่าเธอกำลังสับสนและหวาดกลัวอย่างหนัก เธอพยายามกดเปิดปิดสวิตช์ไฟซ้ำๆ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงฝีเท้าของเธอเดินตรงไปยังประตูห้องนอน ขยับคีย์การ์ดเปิดประตูเพื่อจะออกไปดูทางเดินภายนอก
ผมรู้ดีว่าเมื่อเธอเปิดประตูห้องออกมาเพื่อหาเบรกเกอร์หรือช่างนิติบุคคล ประตูห้องพักที่เป็ระบบ Auto-Lock จะปิดลงทันทีตามแรงสปริง และคีย์การ์ดที่ผมสลับเปลี่ยนไว้ในกระเป๋าของเธอก็จะใช้ไม่ได้ผล เธอจะติดอยู่ภายนอกห้องนอนในชุดนอนตัวบางท่ามกลางความมืดมิดของทางเดิน
แกรก... ปัง!
เสียงประตูห้อง 404 เปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว ผมคลี่ยิ้ม in ความมืด หยิบไฟฉายกระบอกยาวสีดำสนิทขึ้นมาถือไว้ในมือ ยืดกายลุกขึ้นยืนด้วยท่วงท่าสง่างาม ปรับแว่นตากรอกเหล็กสีดำให้เข้าที่ กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูแนว Woody and Spicy อบอวลจางๆ รอบตัวผม มันเป็กลิ่นที่สุขุมลุ่มลึกแต่แฝงเร้นไปด้วยความดุดันและร้อนแรง
ผมเปิดประตูห้อง 405 ของผมออกไปอย่างเงียบเชียบ
ทางเดินภายนอกมืดสนิทและเงียบงัน มีเพียงแสงสว่างสลัวจาง ๆ จากไฟฉุกเฉินดวงเล็กตรงทางสามแพร่ง เสียงพายุฝนด้านนอกสาดซัดเข้าใส่กระจกทางเดินดังซ่า ๆ แ่เบา และตรงหน้าลิฟต์ที่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ผมเห็นร่างบอบบางในชุดนอนผ้าซาตินสายเดี่ยวสีหวานพาสเทลยืนกอดตัวเองตัวสั่นเทา เธอพยายามใช้หน้าจอโทรศัพท์มือถือส่องไฟนำทางอันริบหรี่พลางแตะหน้าจอลิฟต์ที่บัดนี้ไร้ซึ่งสัญญาณไฟตอบรับ
"ลิฟต์ใช้ไม่ได้เหรอคะ... ทำไมไฟดับหมดเลย..." เสียงหวานกระซิบพึมพำกับตัวเองปนเสียงสะอื้นไห้เบาๆ ร่างกายเธอสั่นระริกด้วยความตระหนกและเหน็บหนาวจากแรงลมพายุที่เล็ดลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่างทางเดิน
ผมเปิดไฟฉายในมือ สาดลำแสงสีขาวนวลลงบนพื้นห่างจากเท้าของเธอเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เธอใกลัวจนเตลิด
"หนูมีนครับ? มีอะไรหรือเปล่า" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ อบอุ่น และแสนสุภาพเรียบร้อยในมาดของ 'ลุงข้างห้อง' ผู้ใจดี
เธอสะดุ้งสุดตัว รีบหันกลับมามองตามแสงไฟฉาย พอเห็นว่าเป็ผม ใบหน้าหวานที่ซีดเผือดด้วยความกลัวก็พลันเผยความรู้สึกโล่งอกอย่างเห็นได้ชัด น้ำตาเม็ดใสเอ่อคลออยู่ในดวงตากลมโตคู่สวย เธอรีบก้าวเท้าสั่นๆ ตรงเข้ามาหาผมทันทีราวกับคนเจอที่พึ่งพิงสุดท้ายในชีวิต
"ลุง... คุณชานนท์คะ! ไฟห้องมีนดับหมดเลยค่ะ แล้ว... แล้วพอมีนเดินออกมาดู คีย์การ์ดกลับแตะเปิดประตูห้องไม่ได้เลยค่ะ มีนติดอยู่ข้างนอก" เธอละล่ำละลักบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ สองมือเรียวเล็กเอื้อมมาจับแขนเสื้อเชิ้ตของผมไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ััจากปลายนิ้วอันเย็นเฉียบของเธอผ่านเนื้อผ้าเข้ามาทำให้อารมณ์ของผมปั่นป่วนวูบวาบ
"ใจเย็น ๆ ครับหนูมีน" ผมวางมือหนาอบอุ่นทับลงบนหลังมือของเธอเบาๆ ปลอบประโลมให้เธอคลายความตื่นใ "พายุเข้าหนักน่าจะทำไฟดับทั้งแถบครับ ลิฟต์และระบบสำรองของตึกคงกำลังรันระบบใหม่ ส่วนคีย์การ์ด... บางทีระบบล็อกประตูอาจจะมีปัญหาเพราะไฟกระชากกระทันหัน"
"แล้ว... แล้วมีนต้องทำยังไงดีคะ มีนกลัวความมืด... ฮึก..." เธอเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ สองแก้มใสแดงระเรื่อปนน้ำตาที่เริ่มไหลรินลงมา ภาพสาวน้อยในชุดซาตินสายเดี่ยวบางเบาที่คอเสื้อคว้านลึกเผยให้เห็นเนินอกขาวเนียนที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบกระชั้นอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด ปลุกปั่นสัญชาตญาณดิบของผมให้ทะยานสูงขึ้น
ผมใช้ไฟฉายส่องลงต่ำ จงใจกวาดสายตาคมกริบใต้กรอบแว่นมองประเมินเรือนร่างสมส่วนของเธออย่างเงียบเชียบ ชุดนอนซาตินสีหวานตัวบางลู่แนบเนื้อด้วยความชื้นจากไอฝน ยอดปทุมถันชูชันเบียดแนบอยู่ใต้ร่มผ้าบางเบาอย่างเย้ายวน ผมกลืนน้ำลายลงคอที่เริ่มแห้งผากด้วยความอยาก แต่เสียงพูดภายนอกยังคงนิ่งสนิทและอบอุ่นอ่อนโยน
"ไปหลบพายุในห้องของอาสิครับ ปลอดภัยกว่ายืนอยู่ตรงนี้ ทางเดินลมพัดแรงมาก เดี๋ยวจะป่วยเอาได้นะ" ผมเสนอตัวเลือกที่เธอไม่มีทางปฏิเสธได้
"แต่... แต่ห้องคุณชานนท์ไม่ดับเหรอคะ?" เธอถามเบาๆ ั์ตาสั่นระริก
"ดับเหมือนกันครับ แต่ในห้องอาปลอดภัยกว่า มีเทียนและไฟฉายสำรองเพียบ เข้าไปรอนิติบุคคลแก้ไขระบบข้างในเถอะครับ ยืนตรงนี้อันตราย" ผมพูดพลางกระชับมือที่กุมมือเธอไว้แน่นขึ้น ดึงตัวเธอให้เดินตามผมมายังห้อง 405 ของผมอย่างแ่เบาแต่ปฏิเสธไม่ได้
เธอยอมเดินตามแรงดึงของผมมาแต่โดยดี ร่างกายบอบบางสั่นเทาเบียดชิดกับสีข้างของผมตลอดทางเดินสั้นๆ ความตื่นกลัวทำให้เธอลืมเลือนความเหมาะสมทางศีลธรรมไปชั่วขณะ รู้เพียงว่าร่างกายสูงใหญ่กำยำและแกร่งกล้าของชายรุ่นพ่อคนนี้คือเกราะกำบังเดียวในค่ำคืนพายุร้าย
ผมเปิดประตูห้อง 405 ผลักบานประตูไม้เนื้อแข็งบานใหญ่ให้เปิดออกกว้าง ภายในห้องพักของผมมืดสนิทและเงียบงัน มีเพียงเสียงสายฝนซัดสาดกระทบกระจกหน้าระเบียงกว้างดังระงม ผมจูงมือพาเธอเดินก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาด้านใน กลิ่นหอมสะอาดลุ่มลึกของน้ำหอมและกลิ่นไม้ธรรมชาติประจำห้องลอยมาแตะจมูกเธอ
เมื่อเธอก้าวเข้ามาข้างในเรียบร้อยแล้ว ผมจึงปล่อยมือจากเธอ หันกลับไปปิดประตูห้องพักหนาหนักบานนั้นทันที
แกรก... ล็อก
เสียงลูกบิดประตูโลหะและระบบกลอนดับเบิลล็อกสลักตัวลงเสียงดังชัดเจนท่ามกลางความมืดและเสียงฟ้าร้องคำรามจากภายนอก เป็เสียงที่บ่งบอกว่าทางหนีของเธอถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว และเวลานี้เธอตกอยู่ในพื้นที่ควบคุมของผมโดยสมบูรณ์
"คุณ... คุณชานนท์คะ ทำไมล็อกห้องแ่าจัง..." เธอถามด้วยเสียงสั่นเครือ เริ่มััได้ถึงความกดดันและบรรยากาศแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นรอบกายในความมืดมิด
ผมไม่ได้ตอบคำถามเธอในทันที ผมปิดไฟฉายในมือลง ปล่อยให้ความมืดมิดสนิทครอบงำห้องนอนกว้างจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือของตัวเอง มีเพียงแสงแปลบปลาบจากสายฟ้าแลบภายนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่วาบขึ้นมาเผยให้เห็นโครงร่างของผมและเธอเป็ระยะ
"คุณชานนท์... เปิดไฟฉายเถอะค่ะ มีนมองไม่เห็นอะไรเลย..." เธอร้องเรียกหาผมด้วยความตระหนก พยายามก้าวถอยหลังหนีความมืด แต่เท้าของเธอกลับสะดุดเข้ากับขาโต๊ะเตี้ยข้างโซฟาจนร่างบอบบางเสียหลักซวนเซทำท่าจะล้มลง
"อุ๊ย!"
ผมก้าวเข้าไปหาเธอในความมืดอย่างรวดเร็วและแม่นยำด้วยความคุ้นเคยกับแปลนห้องดีเยี่ยม วงแขนแกร่งของผมโอบรัดเอวคอดกิ่วของเธอไว้ได้ทันก่อนที่ร่างของเธอจะกระแทกพื้น ดึงตัวเธอเข้ามากระชับแนบอกหนาแกร่งของผมอย่างจงใจ ร่างบอบบางนุ่มนิ่มในชุดนอนซาตินลื่นมือบดเบียดเข้ากับแผงอกและซิกแพกแน่นตึงใต้เสื้อเชิ้ตของผมอย่างเนื้อแนบเนื้อ ััได้ถึงความอุ่นร้อนจากร่างกายของกันและกัน
เธอกอดคอผมไว้แน่นด้วยความใ เสียงหอบหายใจกระชั้นถี่ของเธอเป่ารดอยู่ตรงซอกคอของผม กลิ่นแป้งเด็กหอมละมุนผสมผสานกลิ่นสาวแรกรุ่นโชยเข้าจมูกของผมจนสติสัมปชัญญะฝั่งดีกระเจิดกระเจิง ความเป็ชายในกายผมตื่นตัวและขยายใหญ่แข็งตึงบดเบียดอยู่กับหน้าท้องของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา
"คุณชานนท์... ปล่อยมีนก่อนค่ะ..." เธอกระซิบพึมพำหน้าร้อนผ่าว พยายามขยับตัวประท้วงเบาๆ เมื่อรู้สึกถึงความแข็งแกร่งของร่างกายชายชาตรีที่เบียดแนบอยู่ แต่อารมณ์ดิบในกายเธอกลับกำลังทรยศ ความเปียกชื้นร้อนรุ่มตรงเป้ากางเกงที่เพิ่งแห้งไปจากคราวก่อนเริ่มก่อตัวขึ้นใหม่อย่างรวดเร็ว
ผมไม่ปล่อยเธอ แต่กลับหมุนตัวพาร่างบอบบางของเธอขยับถอยหลังไปจนกระทั่งแผ่นหลังนวลเนียนเบียดแนบเข้ากับผนังห้องปูนขัดมันสีทึบ ผมดันกายสูงใหญ่เข้าไปประชิดต้อนเธอจนมุม กักขังเธอไว้ในวงแขนแกร่งที่ค้ำยันอยู่กับผนังทั้งสองข้าง ลมหายใจอุ่นร้อนของผมเป่ารดอยู่เหนือหน้าผากของเธอ
ครืน... เปรี้ยง!
เสียงฟ้าร้องกึกก้องกัมปนาทพร้อมแสงสายฟ้าแลบแปลบปลาบสว่างวาบขึ้นทั่วห้อง เผยให้เห็นดวงหน้าหวานของหนูมีนที่แหงนเงยจ้องมองผมด้วยแววตาไหวระริก เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ละอายใจ และความกระสันซ่านที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ั์ตาของเธอเบิกกว้างเมื่อจ้องสบเข้ากับดวงตาคมกริบหลังกรอบแว่นของผมที่บัดนี้เต็มไปด้วยความหิวกระหายเด่นชัดไร้การเสแสร้งใด ๆ
ผมก้มหน้าลงไปใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบชิดกัน กลิ่นอายความเป็ชายและแรงกดดันจากผู้ใหญ่คราวพ่อแผ่ซ่านล้อมกรอบตัวเธอไว้จนเธอรู้สึกอึดอัดแต่ขณะเดียวกันก็เสียวซ่านทั่วช่องท้องจนแข้งขาเริ่มอ่อนแรง
"คืนนี้ไม่มีไฟและประตูเปิดไม่ได้... อยู่ให้อาดูแลเธอในความมืดนี้นะคะ... หนูมีน"
ผมกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดุดัน และทรงพลังข้างหูของเธออย่างจงใจเน้นคำว่า 'อา' น้ำเสียงและสรรพนามเดียวกับที่เธอเคยครางเรียกผมในห้องนอนอันโดดเดี่ยวของเธอผ่านท่อระบายอากาศสีหม่น
เธอสะดุ้งเฮือก ร่างกายเกร็งสั่นระริกทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น ใบหน้าหวานร้อนผ่าวราวกับจะะเิเป็จุณ สมองของเธอตระหนักในวินาทีนั้นเองว่า ลุงข้างห้องคนนี้รู้ความลับและได้ยินเสียงครางร่านร้อนของเธอทั้งหมดแล้ว และสถานการณ์ทั้งหมดในคืนนี้... อาจจะเป็กับดักที่เขาจงใจวางไว้เพื่อล่อลวงเธอเข้ามาติดกับ

ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากประท้วงหรือพูดอะไรออกมา ฝ่ามือหนาอุ่นร้อนของผมก็ลากไล้ผ่านสะโพกกลมกลึงขึ้นมา บีบเค้นเค้นเอวคอดอย่างดุดันหนักมือจนเกิดรอยแดง ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่หยาบกร้านจะเริ่มรุกล้ำลึกเข้าไปใต้ร่มผ้าซาตินเนื้อบาง ขยับลากผ่านหน้าท้องเนียนแบนราบตรงขึ้นไปยังทรวงอกอวบอิ่มชูชันของเธอในความมืดมิดที่ไร้ทางหนี...