จุติเทพวิญญาณศักดิ์สิทธิ์

    บทที่14 ผู้ไร้พ่าย

    ณ ลานประลอง
    ใจกลางสนามประลอง ปรากฏผู้คุมกฎขึ้นมากล่าวบางอย่าง
    “สวัสดีครับทุกคน ในที่สุดงานประลองสำหรับวันนี้ก็เริ่มต้นขึ้น” ผู้คุมกฏกล่าวเปิดงานอย่างเรียบง่าย
    “ผู้เยาว์ที่ต้องการประลองเตรียมตัวให้พร้อม การประลองรูปแบบตัวต่อตัว หากต้องการประลองกับคนที่มีอันดับที่สูงต้องมีเหรียญทองมากพอ มาจูงใจคนผู้นั้น” หมิงหลงจ้องมองไปยังเหล่าผู้เยาว์ ที่กำลังเตรียมตัวอย่างคึกคัก
    การประลองมีในทุกๆวัน ทว่าตัวตนระดับผู้ไร้พ่าย ไม่ปรากฏตัวง่ายๆ ผู้ใดต้องการประลองต้องรอต่อคิวรับการประลอง หากของจูงในไม่มากพอก็อาจถูกปฏิเสธได้
    หากของที่ถูกประเมินมีมูลค่าเพียงพอ ผู้ไร้พ่ายก็ไม่อาจปฏิเสธได้เกิน5รอบ
    สายตาหมิงหลง จ้องมองไปยังชื่อผู้ไร้พ่ายเหล่านั้น อย่างสนใจ
    คิ้วถึงกับกระตุกเมื่อเห็นสองชื่อ ดูคุ้นๆ
    อันดับ3 หยางเซิง ระดับขอบเขตปราณก่อกำเนิดปราณขั้น3
    อันดับ10 ไป๋หู่ ระดับขอบเขตปราณก่อกำเนิดปราณขั้น2
    “ที่แท้ก็หยางเซิง! ไม่แปลกใจเท่าใด เมื่อดูดซับลูกแก้วทักษะคงแข็งแกรงขึ้นมากนัก” หมิงหลงกล่าวด้วยความชื่นชม บุคคลผู้นี้สมควรแล้วที่ได้รับพรและโชคลาภจากสวรรค์
    ตัวหยางเซิงกระทั้งติดท็อบ3 อันดับแรก ในการจัดอันดับผู้เยาว์จากพรรคทั้งหมดนับสิบพรรค
    การต่อสู้ระหว่างหยางเซิงกับปีศาจทมิฬ ได้แสดงถึงศักยภาพพลังฝึกตนของเขานั้นเหนือกว่าระดับเดียวกันทั่วไป
    ไม่รู้ว่าอันดับที่ปรากฏนี้ คือก่อนหรือหลังจากได้รับการดูดซับทักษะปีศาจทมิฬ หากก่อนหน้ามีโอกาศที่เขาจะสามารถคลองบัลลังอันดับ1 ผู้ไร้พ่ายที่แท้จริง
    นอกจากอันดับท็อบ 3 ที่มอบความประทับใจให้เขา ก็มีอันดับ10 ที่ทำให้เขาเกรี้ยวกราดอย่างฉับพลัน
    “ตระกูลสารเลวไป๋ !!” หมิงหลงยิ้มเหี้ยมๆ หลังจากจับจ้องไปที่ชื่อตระกูลที่ไม่น่าให้อภัยได้เลย รัสมีฆ่าฟันได้ถูกปลดปล่อยออกมาในเสี้ยวพริบตา
    !!?
    ผู้คนในสนามพลันขนลุกซู่ ตัวกระเด้งด้วยอาการเสียวสันหลังวาบ
    “จจ..จิตสังหารผู้ใดกันมันน่าพรั้นพรึงยิ่ง”
    “จิตวิญญาณของข้าราวกับโดนกรีดด้วยมีดอันแหลมคม”
    บริเวณรอบๆหมิงหลงต่างตกอยู่ในอาการสั้นเกร็ง เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงถอนหายใจเบาๆ โชคดีที่เขาปกปิดกลิ่นอายพลังด้วย วิชาผนึกไอวิญญาณ ผู้คนจึงไม่อาจจับสัมผัสถึงพลังของเขาได้แม้แต่น้อย
    รู้สึกว่าหมิงหลงจะเกิดแรงจูงใจในการลงประลองต่อสู้บ้างแล้ว
    “ไม่รู้ว่ามันมารึไม่ มิเช่นนั้น ฮึฮึ” ความแค้นนี้ไม่ใช่ความอาฆาตเพียงแต่ต้องการหาที่ละบาย ขอเป็นเพียงคนตระกูลไป๋เป็นพอ เขาถือคติแค้นนี้ต้องชำระ เอาคืน ขอเพียงสะใจแบบมีขอบเขตไม่เกินเลย แค่เบาๆเท่านั้น เบาจริงๆ
    หมิงหลงหยิบผลท้อทิพย์ออกมาและกัดกินมันอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความหอมตลบอบอวลบรรยากาศ สร้างความโกลาหลอีกรอบ
    การกระทำขอหมิงหลงมีเหตุผลเช่นกัน ร่างกายของเขาค่อยๆถูกฟื้นฟูอย่างช้าๆ เพียง10นาทีก็หายจากอาการเหนื่อล้าราวพึ่งตื่นนอนเต็มอิ่ม
    นี้คืออีกหนึ่งสรรพคุณของผลท้อทิพย์
    “กลิ่นอายอันใดกัน นี้มันมีเพียงของทิพย์เท่านั้น มันมาจากที่ใด”
    “บัดซบ ใครกล้าเอามาหยอกล้อกัน”
    ฝูงชนเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นอีกครั้ง
    เจ้าตัวก่อปัญหากลับแอบเคี้ยวแก้มตุ่ย ไม่สนใจเสียงด่าทอแต่อย่างใด พร้อมเดินไปรับตราประลองยุทธ
    บนตราปรากฏตัวอักษรเขียนว่า ไร้อันดับ ซึ่งติดอยู่บนหน้าอกด้านซ้ายอย่างเด่นชัด เป็นการแสดงอันดับของคนผู้นั้น
    “หวังว่าการประลองจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง” รอยยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวสีขาวๆ เมื่ออยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย รู้สึกได้ถึงอารมณ์ฮึกเหิมขึ้นทันใด
    “นั้นมันอันดับ12 ซุนเย่ หลังจากหลุดจากอันดับ8 วันนี้เขามาทวงบัลลังคืน!!” เสียงของผู้คนเริ่มใส่ไฟเข้าไปให้มันเดือดขึ้นไปอีก
    อันดับระหว่าง6 ถึง 20 นั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงไม่ได้หมายความว่าพวกเขาอ่อนแอ ระดับ20ขึ้นไปมีฝีมือไม่ธรรมดา ชัยชนะตัดสินเพียงโอกาสและโชคเท่านั้น ที่เป็นตัวแปรสำคัญ
    ส่วนท็อบ 5อันดับ คือผู้ครอบครองบัลลังที่แท้จริง ไร้การสั่นคลอน ไม่มีผู้ใดกล้าท้าประลองบ่อยครั้งนัก
    ลานประลองมีทั้งสิ้น 3 ลาน มันหมายว่าจะมีคู่ประลองสามคู่พร้อมๆกัน ส่วนคู่ประลองอันดับสูงๆ จะได้จับจองสนามตรงกลางและไกล้ลานนั้งชมของผู้ชม
    “รออะไรกันครับ เลือกคู่ประลองได้!!” ผู้คุมกฎตระโกนลั้น เริ่มการประลอง
    เฮฮฮฮ!!!! ผู้ชมส่งเสียงเชียกระฮึ่มลานประลองยุทธ
    “ข้าซุนเย่ พรรคมังกรวารี ขอท้าประลองอันดับ8 หยุนจื้อ เงินเดิมพัน70ทอง!!” นัยน์ตาขอซุยเย่จ้องมองหยุนจื้อ ราวจะกินเลือดกินเนื้อ
    ซุนเย่ไม่อยากรีรอนานนัก อาจจะมีผู้อื่นท้าประลองหยุนจื้อตัดหน้าตน เขาต้องการประลองเมื่อทั้งสองมีพลังเต็มร้อยส่วน ศักดิ์ครีของซุนเย่ทถูกบดขยี้ลง มีวิธีเดียวเท่านั้นที่จะเรียกกลับคืนมา ก็คือเอาชนะเจ้าหยุนจื้อ แบบตรงไปตรงมา
    ครั้งก่อน เมื่อซุนเย่ผ่านการท้าประลองมาแล้วถึงสองคู่ เป็นอันดับท็อบ20ทั้งสองคน ซึ่งซุนเย่ก็ถูกท้าประลองโดยมัน พละกำลังนั้นลดน้อยลงและความเหนื่อยล้าถูกลดทอนลงหลายส่วน
    ด้วยความเย้ยหยันและยั่วยุของหยุนจื้อทำให้ซุนเย่ตกหลุมพรางและตอบตกลงการท้าประลองทันที ผลก็ปรากฏออกมาแพ้ยับเยิน กระทั้งโดนเยาะเย้ยและถูกป่าวประกาศไปทั่ว เขาถึงกลับสบด บัดซบลั้น!! โกรธจนแทบจะกระอักเลือดซะเดี๋ยวนั้น
    สายตาหยุนจื้อเลิกขึ้นอย่างเหยียดหยาม พร้อมทำท่าเกรียดคร้านไม่แยแส
    “70ทองเพียงเท่านั้น เจ้ามันยากจนยิ่งนัก?”
    ก้ากกก !!
    หยุนจื้อหัวเราะลั้น เติมเชื้อเพลิงเข้าไปอีก
    ปี๊ดด!!
    เส้นบางอย่างดีดลั่นในหัวของซุนเย่
    “บัดซบ!! 2เพชร ออกมาซะ ไม่เช่นนั้นเจ้ามันไอ้ขี้ขลาด!!”( 1เพชร เท่ากับ 100ทอง )