สายลมเอื่อยๆพัดผ่านม่านสีสวยโบกสะบัดพลิ้วไหวเข้ามาทางประตูระเบียงของห้องชุดขนาดกลางบนคอนโดหรู
ปึก! เพล้ง!!!
กรอบรูปขนาดเท่ากระดาษ A4 ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งบนโต๊ะหนังสือร่วงตกสู่พื้นจนกรอบกระจกแตกกระจาย
“...อ๊ะ!”
แพท... สาวสวยผู้เป็เ้าของห้องเดินเข้าไปก้มเก็บขึ้นมาด้วยความระมัดระวังทั้งใและใจหายในคราวเดียวกัน
มือบางจับพลิกรูปขึ้นดูแล้วพิจารณาด้วยใจเหม่อลอยมันเป็ภาพกลุ่มเพื่อนสนิทของเธอในวันรับปริญญา พวกเรามีกัน 5 คนที่คบกันมาั้แ่เรียนปี 1 จนถึงวันนี้ก็ราวๆเจ็ดแปดปีได้แล้วมั้ง
ไล่ดูจากคนที่ยืนทางซ้ายคือแชมป์ชายหนุ่มร่างใหญ่ออกแนวบ้าพลัง ถัดมาเป็ภูผา หนุ่มเหนือสุดหล่อเนื้อหอมประจำกลุ่มและข้างๆ กันก็เป็เธอเอง ถัดจากนั้นก็คืออุ๋ม สาวอวบระยะสุดท้ายที่ทั้งกินเก่งและอารมณ์ดีส่วนคนสุดท้ายคือทัต หนุ่มใต้ผิวเข้มยิ้มเก่งหยอดเก่งฉายาปากแจ๋วเพราะดีแต่ปากแต่ไม่เอาจริง
แพทมองเพื่อนทีละคนแล้วอมยิ้มก่อนจะเปลี่ยนเป็หม่นเศร้าเมื่อสายตาพาดผ่านชายหนุ่มที่ชื่อ‘ภูผา’ เื่ราวความหลังที่เก็บซ่อนอยู่ในส่วนลึกภายในจิตใจหลั่งไหลเข้ามาปานสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ
......
“เย็นนี้ไปดูหนังกันนะแพท”
“อื้อไปสิ...”
วันนั้นภูผาชวนแพทไปกินข้าวดูหนังตามประสาคนเป็แฟนกัน...ใช่! ทั้งสองคนสิ้นสุดทางเพื่อนและเลื่อนขึ้นมาเป็แฟนกันได้สองปีตอนนี้พวกเราก็เรียนปีสี่ซึ่งเป็ปีสุดท้ายแล้ว
แต่เย็นวันนั้นกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อคุณแม่ของแพทซึ่งรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมานานหลายเดือนด้วยโรคหัวใจมีอาการโคม่าต้องเข้าห้องไอซียูด่วนทำให้แพทต้องเร่งไปที่นั่นทันที
18.00น.
‘แพทขอโทษนะภู’ เธอโทรบอกแฟนหนุ่มถึงการยกเลิกนัดครั้งนี้...ซึ่งแทบจะนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว
[อืม ไม่เป็ไร... ภูเข้าใจ]
คืนนั้น แพทอยู่ที่โรงพยาบาลจนกระทั่งคุณแม่พ้นขีดอันตรายและย้ายกลับเข้าห้องพักผู้ป่วยเรียบร้อยแล้วเธอถอนหายใจบางเบาอย่างเงียบงัน และทิ้งตัวลงไปบนโซฟาตัวยาวข้างๆ กับเตียงผู้ป่วย ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาดูเมื่อนึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เธอปิดเสียงเอาไว้
เธอได้รับข้อความต่างๆมากมายจากเพื่อนสนิท ทั้งห้องแชทกลุ่ม และห้องส่วนตัวนิ้วเรียวกดตอบเข้าไปในกลุ่มว่าตอนนี้คุณแม่ของเธอพ้นขีดอันตรายแล้วจากนั้นก็กดดูข้อความของภูผาที่ส่งมาในห้องส่วนตัว
23:30น.
ภูผา:เราเลิกกันเถอะ!
ภูผา:ภูอยากมีแฟน อยากได้คนที่พร้อมจะเป็แฟนกันจริงๆ ไปกินข้าว ไปดูหนังเดินเล่นจับมือกันไปไหนมาไหนด้วยกัน และมีเวลาให้กันบ้าง แบบ...ที่มากกว่าเพื่อนน่ะ
01:45น.
แพทอ่านข้อความนั้นซ้ำๆวนไปวนมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย น้ำตาไหลรินอาบสองแก้มนวลไม่ขาดสายแต่ก็ยังไม่สาแก่ใจร่างบางผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำปล่อยเสียงร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้นขณะนั้นคำถามมากมายก็ผุดขึ้นมาในหัว... เธอควรจะตอบเขากลับไปหรือไม่ควรจะตอบว่าอะไร และหลังจากนี้ล่ะควรวางตัวแบบไหน
ระหว่างที่กำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้นโทรศัพท์ที่ถือติดมือเข้ามาด้วยก็สั่นเบาๆ เป็การแจ้งเตือนสายเรียกเข้า
...ภูผา...
แพทตัดสินใจกดรับสาย พยายามกลืนก้อนสะอื้นลงไปแล้วเปล่งเสียงที่แทบจะควบคุมไม่ให้สั่นไม่ไหว
‘อื้อ... ภู ว่าไง’
[เอ่อ อือ คือ... ภูเห็นแพทอ่านข้อความแล้วน่ะ] ดูจากน้ำเสียงก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังร้องไห้แต่เขาก็้าความชัดเจน ไม่ใช่ว่าไม่สงสารกัน
‘แพทเข้าใจแล้ว’ มันแปลว่าเธอยอมตกลงที่จะเลิกกัน
พอได้ยินแบบนี้ทำให้ภูผาใจแกว่งวูบโหวงขึ้นมาอย่างน่าประหลาดเขาเงียบไปสักพัก พร้อมทั้งฟังเสียงสะอื้นเบาๆ ของแพทไปด้วย
[แพท... มึงกลับไปเป็เพื่อนกับกูได้ไหม? กูขอร้อง!] เพราะลึกๆแล้วเขาก็ไม่อยากเสียเพื่อนสนิทคนนี้ไป
สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้แพทฟื้นคืนสติแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง
‘...ได้สิ! ก่อนที่จะมาเป็แฟนมึงกับกูก็เป็เพื่อนกันมาก่อนนิ’ เธอตอบด้วยความรู้สึกจุกแน่นในอกจนแทบหายใจไม่ออกมันตื้อไปหมด โชคดีที่ภูผาไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่กล่าวขอบใจแล้ววางสายไป
หลังจากนั้นเธอกับเขาก็คุยกันแค่เฉพาะในกลุ่มเพื่อน ไม่มีคุยเป็การส่วนตัวอีกเลยทุกอย่างกลับไปเป็เหมือนเดิม แต่สำหรับเธอคือแกล้งทำให้เหมือนเดิมมากกว่าเพราะลึกๆ เธอก็ยังอยากใช้สิทธิ์ความเป็เพื่อนไปยื่นอยู่ใกล้ๆ เขาและมองดูเขาโดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร
จนกระทั่ง่สอบปลายภาคเธอได้รับข่าวร้ายพร้อมกันถึงสองเื่หนึ่งคือคุณแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจที่เรื้อรังมานาน และอีกเื่คือภูผาเปิดใจตกลงคบกับรุ่นน้องปีหนึ่งที่กำลังขึ้นปีสอง... ชื่อน้ำหวาน เป็คนเชียงใหม่เหมือนกับภูผาน้องคนนี้ปลื้มอีกฝ่ายั้แ่เข้ามาปีแรกแล้ว ตอนนั้นภูผาไม่ได้มีท่าทีสนใจอะไรเพียงแค่รับน้ำใจจากน้องเขาบ้างเล็กๆ น้อยๆ ตามประสารุ่นพี่เท่านั้น แต่ตอนนี้...ก็ตามนั้น!
แม้จะเ็ปใจ แต่ก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ แพทจัดงานศพให้คุณแม่พร้อมๆกับการสอบปลายภาค รวมถึงพยายามก้าวข้ามความรู้สึกรวดร้าวที่เหมือนหัวใจถูกกรีดด้วยมีดจนเป็แผลฉกรรจ์นั้นด้วย
......
“อ๊ะซี้ด!” ร่างบางสะดุ้งตื่นจากภวังค์รู้สึกเจ็บแปลบที่ปลายนิ้วชี้เพราะมัวแต่ใจลอยระลึกถึงความหลังจนเศษกระจกบาดมือ
“เจ็บใจไม่พอยังเจ็บตัวอีก เฮ้อ” แพทกรอกตาบ่นกับตัวเองเรื่อยเปื่อย แล้ววางรูปภาพเอาไว้บนโต๊ะหันไปดึงกระดาษทิชชู่มาซับเืที่เป็แผลเล็กๆ ไม่ลึกมากจากนั้นก็เก็บกวาดทำความสะอาดห้องให้เรียบร้อยเธอเหลือบมองภาพนั้นอีกครั้งก่อนจะยื่นมือไปพลิกคว่ำด้านหน้าลงไป
หลังจากทำความสะอาดห้องและจัดเก็บผ้าที่ซักตากไว้เข้าตู้เรียบร้อยแล้วแพทล้มตัวลงนอนที่โซฟาในมุมนั่งเล่น ดวงตาสวยกวาดมองไปรอบๆพลางคิดถึงคุณแม่ที่ล่วงลับ เธอซื้อห้องชุดในคอนโดนี้ด้วยเงินมรดกของคุณแม่เรามีกันแค่สองคนแม่ลูกั้แ่เธอจำความได้ ก็ไม่มีพ่อแล้ว คุณแม่รับราชการครูดังนั้น ค่าใช้จ่ายหลายอย่างจึงสามารถเบิกได้ และยังมีเงินประกันชีวิตเงินออมทรัพย์อะไรทำนองนั้นอีก แม้จะไม่ได้ร่ำรวยฟุ่มเฟือยแต่เราสองแม่ลูกก็พอกินพอใช้ตามอัตภาพ
ระหว่างที่ปล่อยความคิดล่องลอยไปจนเกือบจะเคลิ้มหลับ จู่ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ใกล้ๆ ก็ดังขึ้น
...อุ๋ม...
'ฮัลโหล ว่าไงอุ๋ม'
[เออมึงทำอะไรอยู่ ไลน์ไปไม่อ่าน หรือมึงบล็อกกูไปแล้ว]
'เดี๋ยวๆ อะไรของมึง มาถึงก็บ่นเลย กูทำงานบ้านเพิ่งได้พักเนี่ย'
[ฮ่าๆๆกูล้อเล่นอ่ะ เผื่อมึงจะหลุดปากว่ากำลังจู๋จี๋กับผู้ชายอยู่ ไรงี้]
'ไม่ตลกอุ๋ม มึงมีอะไรก็รีบๆ พูดมา... เร็วๆ กูง่วง!'
[เออๆไม่เล่นแล้ว เย็นนี้ไปกินข้าวกันหน่อยดิ ไม่ได้เจอกันนานละ กูชวนไอ้แชมป์แล้วด้วยมันโอเค]
'...อือ'
[อือนี่คืออะไร มึงจะไปไหมเนี่ย]
'เออ! ไป!'
[โอเคร้านเดิมนะ... บาย]
แพทถอนหายใจระบายรอยยิ้มบางๆแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะตามเดิม จากนั้นก็ล้มตัวลงนอนหลับตา
เวลาหกโมงเย็นแพทมาถึงร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดีที่กลายเป็ร้านประจำของพวกเราั้แ่เรียนจบพอมีงานทำมีเงินเดือนก็เริ่มนัดสังสรรค์กันเรื่อยๆ ตามประสาเพื่อนสนิท
แพทกำลังจะกดโทรหาอุ๋มว่ามาถึงกันหรือยังก็พอดีหันไปเห็นเพื่อนทั้งสองโบกมือเรียกอยู่ที่โต๊ะริมระเบียงวิวดีในมุมหนึ่งของร้านเธอพยักหน้าแล้วเดินดิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว... เหมือนว่าเธอจะมาสายกว่าใคร
“ไง! แพท มึงนี่เก็บเนื้อเก็บตัวจังเลยนะ”แชมป์ทักเพื่อนสาวคนสวยด้วยรอยยิ้มกวนประสาท
“อือกูงานยุ่งน่ะ” แพทยิ้มแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ อุ๋ม
“มึงทำตัวให้ยุ่งเองมากกว่า เสือกไปสรรหาอบรมสัมมนาอะไรนักหนาไม่รู้วันหยุดก็ไม่เคยว่างเว้น ไหนจะเรียนโทอีก มึงบ้าหรือเปล่า”แชมป์ได้ทีไล่บ่นกระปอดกระแปดไปเรื่อย ไหนๆ ก็เจอตัวแล้วขอบ่นสักหน่อยเถอะ
“เออนั่งก่อนๆ” อุ๋มหยิบเมนูมายื่นให้ตรงหน้า “อะ มึงจะกินอะไรก็สั่งพวกกูเลือกไปบ้างแล้วสามสี่อย่าง”
แพทไล่ดูเมนูครู่หนึ่งก็หันไปเรียกพนักงานมาสั่งอาหารเพิ่มอีกสองอย่างแล้วก็คืนเมนูให้เขาไปด้วยเลยจากนั้นก็หันมาฟังเพื่อนมันคุยเื่นั้นเื่นี้ไปเรื่อย เธอเป็คนไม่ค่อยพูดั้แ่ไหนแต่ไรมาแล้วอยู่กับพวกมันเธอก็เอาแต่ฟังอย่างเดียว
พวกเราห้าคนเรียนจบคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์พอเรียนจบก็แยกย้ายกันไปหางานทำ แชมป์ได้ทำงานบริษัทรับเหมาก่อสร้างชื่อดังในกรุงเทพฯเป็บริษัทของพ่อแฟนหรือจะเรียกว่าภรรยาในอนาคตก็ได้ แชมป์ชวนอุ๋มไปทำงานด้วยดังนั้นสองคนนี้จึงได้ทำงานที่เดียวกันส่วนเธอทำงานที่บริษัทรับออกแบบภายในของคุณลุงซึ่งเป็ญาติกันแม้จะมีชื่อเสียงอยู่ในระดับกลางๆ แต่ก็มีงานไม่ขาดมือตลอดทั้งปี
ทัตกลับไปทำงานที่บ้านทางภาคใต้ในจังหวัดชุมพรได้ทำงานกับคนรู้จักเหมือนกัน ส่วนใหญ่พ่อแม่ก็ปูทางหางานไว้ให้แล้วทั้งนั้นอีกคนคือภูผาฝ่ายนั้นมีความมั่นคงกว่าใครเพราะที่บ้านเป็เ้าของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่และโด่งดังที่สุดในเมืองเชียงใหม่...ทั้งหล่อ ทั้งรวย และมีอนาคต
พออาหารมาเสิร์ฟพวกเราก็กินกันไปเรื่อยๆ ผลัดกันพูดคุยตามประสาเพื่อนรักที่คบหากันมานาน
“เออพวกมึงรู้ยังว่าไอ้ภูมันจะแต่งงาน” จู่ๆ แชมป์ก็โพล่งขึ้นมา
“ห๊ะ! แค่ก ๆ” แพทสำลักน้ำที่กำลังดื่มเข้าไปอึกใหญ่จนไอออกมา
“ไอ้แชมป์!มึงนี่พูดไม่ดูจังหวะ”อุ๋มมองอีกฝ่ายตาขวางพลางช่วยตบหลังให้แพทไปด้วย
“เออขอโทษๆ กูก็เพิ่งนึกขึ้นได้นี่หว่า... มึงเป็ไรมากไหมเนี่ยไอ้แพท”
“ไม่เป็ไรกูแค่กลืนไม่ทัน ก็เลยสำลัก” แพทบอกปัดเรื่อยเปื่อย แล้วลอบสบตากับอุ๋มแม้ทุกคนในกลุ่มจะรู้เื่ระหว่างแพทกับภูผา แต่อุ๋มคือเพื่อนที่รู้ใจและรู้ไส้รู้พุงจนหมดเปลือก
“ตะกละนะมึงอ่ะค่อยๆ กินสิวะ” พอได้สายตาพิฆาตจากอุ๋ม แชมป์ก็เลยไม่กล้าพูดถึงเื่นั้นอีกเอาไว้มีการ์ดเชิญก็ให้ไอ้ภูมันมาพูดเองดีกว่า
“ฮ่าๆๆ กูอดอยากปากแห้งไงมึง นานๆ จะได้กินของดีๆ” แพทหัวเราะกลบเกลื่อนข่าวของภูผาที่แชมป์พูดออกมาทำให้เธอหัวใจกระตุกจนเจ็บแปลบ
“เห้ยพวกเรามาถ่ายเซลฟี่ลงไลน์กลุ่มให้ไอ้ทัตมันอิจฉากันดีกว่า” อุ๋มเฉไฉชวนเปลี่ยนเื่แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแสดงอาการตื่นเต้นดึงดูดความสนใจ
“เออจริงสมน้ำหน้ามันอยากหนีกลับไปทำงานที่บ้านกูชวนมาทำกับกูก่อนสักปีสองปีค่อยกลับก็ไม่เอา ฮ่าๆๆ” แชมป์พูดประชดถึงอีกฝ่ายพร้อมทั้งลุกขึ้นเดินมาหาสองสาวเพื่อร่วมเฟรมเซลฟี่ในกล้องมือถือของอุ๋ม
พออุ๋มกดส่งเข้าไปในไลน์กลุ่มเพียงไม่นานทัตก็โวยวายกลับมา
ทัต:เพื่อนเลว!
อุ๋ม:มึงพิมพ์ผิดป่าวไอ้ทัต ต้องเพื่อนรักสิ ถึงจะถูก 555+
ทัต:กูพิมพ์ถูกแล้ว กูตั้งใจพิมพ์เลยด้วย!พวกมึงนี่ว่างเนอะ สังสรรค์กันบ่อยชิบหาย
อุ๋ม:(สติ๊กเกอร์การ์ตูนชี้หน้าแล้วหัวเราะแบบสะใจ)
ทัต: เดี๋ยวๆ ไอ้แพท มึงไปทำอะไรมา ทำไมสวยขึ้นจัดๆ เลยวะ
อุ๋ม: มันก็สวยแบบนี้มาตั้งนานละ หรือมึงเพิ่งตาสว่าง
ระหว่างที่กำลังโต้ตอบกันสนุกสนานอยู่นั้นคนสุดท้ายในกลุ่มก็เด้งขึ้นมา
ภูผา: ไง!? พวกมึง
พอเห็นสมาชิกกลุ่มมากันครบแชมป์เลยเดินกลับไปนั่งที่แล้วหยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาพิมพ์บ้างหลังจากทักทายผ่านห้องแชทกันครบแล้ว ภูผารู้สึกเหมือนใครคนหนึ่งหายไปจึงเอ่ยถาม
ภูผา: ไอ้แพทไปไหนแล้ววะ ไม่เห็นตอบ
อุ๋ม: เออ มันนั่งข้างๆ กูเนี่ยแหละ มันี้เีหยิบมือถือขึ้นมา
ทัต: ปกติมึงก็ไม่ค่อยพูดอยู่แล้ว นี่แค่พิมพ์มึงก็ยังี้เีอีกนะแพท
แชมป์: ไอ้แพทมันพยักหน้าให้มึงอ่ะทัต
ทัต: เออ กวนตีน ฝากบอกมันด้วย
ภูผา: เห้ยๆ พวกมึง อย่าเพิ่งกัดกัน ไหนๆ ก็อยู่กันครบแล้วกูมีเื่สำคัญจะบอก
ภูผา: อีกสามเดือนกูจะแต่งงานกับน้ำหวาน
สิ้นประโยคนั้นเกิดเป็ความเงียบคล้ายเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะครู่หนึ่ง
ทัต:นี่มึงยังคบกับน้องเขาอยู่เหรอวะ
ภูผา:ปากแจ๋วนะมึง มาใกล้ๆ กูตบคว่ำ
แชมป์เงยหน้าจากจอโทรศัพท์เห็นแพททอดสายตามองสะพานข้ามแม่น้ำที่ประดับไฟระยิบระยับเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไรเขาจึงหันไปสบตากับอุ๋มแบบที่เข้าใจตรงกัน... เดี๋ยวมึงกับกูมีคุยหลังไมค์แน่ๆ
แชมป์ : เออ กูดีใจกับมึงด้วย
ทัต:(สติ๊กเกอร์ร้องไห้) คุณหลอกดาว!มึงทิ้งเมียหลวงอย่างกูได้ยังไง
ภูผา: น้อยๆ หน่อยไอ้ทัต อย่ามาทะลึ่ง กูขนลุกเลยไอ้สัส! จะอ้วก!
อุ๋ม: กูยินดีกับมึงด้วยนะไอ้ภู
ภูผา: เออ ขอบใจไอ้แชมป์ ไอ้อุ๋ม ไอ้ทัตด้วย แล้วไอ้แพทล่ะ
อุ๋มเงยหน้าประสานสายตากับแชมป์แวบหนึ่งก่อนจะพิมพ์กลับไป
อุ๋ม: มันก็พยักหน้ายิ้มๆ
แต่จริงๆแล้ว แพทไม่ได้สนใจบทสนทนาพวกนั้นอีกเลยั้แ่ที่ภูผาบอกข่าวว่าจะแต่งงาน
ภูผา: เดี๋ยวเดือนหน้ากูจะไปกรุงเทพฯ ไว้นัดเจอกันอีกทีมึงรีบเคลียร์งานเลยนะไอ้ทัต มาเจอกันหน่อย ไอ้แพทด้วยนะกูอยากเจอมึง
อุ๋ม:เออ มันรู้แล้ว
ทั้งหมดพูดคุยกันอีกสักพักก็แยกย้ายกันไปแชมป์ขับรถกลับคนเดียว ส่วนอุ๋มมาแท็กซี่ แพทก็เลยขับรถไปส่งที่บ้าน
“...แพท?”อุ๋มเรียกคนข้างๆ ที่พอขึ้นรถมาก็เอาแต่เงียบ
“หือ?”แพทส่งเสียงในลำคอ คล้ายกำลังตั้งใจจดจ่ออยู่กับการขับรถ
“มึงไม่เป็ไรใช่ไหมวะ”
“ถ้าบอกว่ากูกำลังมีความสุขมาก” แพทมองอุ๋มแวบหนึ่งแล้วหันกลับไป“มึงจะเชื่อไหม”
“ไม่เชื่อ!” อุ๋มตอบโดยไม่ต้องคิด ก็เห็นอยู่ว่าตาสวยๆ ของมัน มีน้ำตาคลอเบ้าขนาดนี้
“ใช่! กูเจ็บ... มึงเข้าใจใช่ไหม” สิ้นคำพูดนั้น หยาดน้ำใสได้ไหลรินจากหางตาผ่านแก้มสวยลงมาช้าๆอย่างเงียบงัน
“กูเข้าใจมึงนะแพทกูยังอยู่ข้างๆ มึงเสมอนะ”
“ขอบใจนะอุ๋ม”
“แล้วเดือนหน้าที่ไอ้ภูมันนัดมึงจะเอาไง”
จริงๆแล้วภูผามาติดต่องานที่กรุงเทพฯบ่อย ส่วนใหญ่ก็พักโรงแรมและนัดกินข้าวกับพวกเราเป็ประจำแต่แพทมักจะหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยจนไม่ได้พบหน้ากันมาหลายปีแล้วั้แ่วันรับปริญญา... ‘หากกลับไปเป็เพื่อนกันอีกไม่ได้ ทำไมไม่ปฏิเสธมันไปั้แ่แรกล่ะ’
อันที่จริงก็เหมือนกับที่แชมป์พูดนั่นแหละ แพททำตัวให้ยุ่งเอง ทั้งเข้าคลาสเสริมความรู้ต่างๆมากมายในวันหยุด และเรียนต่อปริญญาโทหลักสูตรเสาร์อาทิตย์อาจใช้เวลามากกว่าหลักสูตรปกติแต่ก็ไม่เป็ไรมันไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลยขอแค่เธอไม่มีเวลาว่างให้คิดฟุ้งซ่านก็พอ
“อือ กูจะไปเจอมัน... สักครั้ง” แพทสูดลมหายใจลึกเฮือกหนึ่ง “ไหนๆก็เป็เพื่อนกันแล้วนิ”
อุ๋มจับมือเพื่อนรักไว้แล้วบีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจ เธอรู้เื่ของแพทกับภูผาทั้งหมด แม้ว่าทั้งคู่จะเลิกกันแล้วและกลับมาเป็เพื่อนกัน แต่เธอรู้ว่าสำหรับแพทนั้น มันไม่ใช่! แพทรักภูผามากเกินกว่าคำว่าเพื่อนไปแล้วจริงๆ
....................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย
***แนะนำให้ซื้อ E-book ที่หน้าเว็บ จะได้ราคาถูกกว่าในแอปมือถือค่ะ***
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)