การเกิดใหม่ของยัยเหนือโลก

    ตอนที่ 33

    ตอนที่ 33 งานวิจัยกับการทำความรู้จักคนที่เรารู้จัก

    ..

    …

    ….”พี่ลายเมฆเคยเรียนอยู่คณะเดียวกับฉันคณะศิลปะนั่นแหละ..ครั้งแรกที่ฉันได้พบกับพี่เขาบอกตามตรงฉันไม่ได้รู้สึกแตกต่างจากที่ฉันเห็นเธอในตอนแรก

    ตอนนั้นฉันเป็นน้องใหม่ในขณะที่พี่แกตอนนั้นอยู่ปี3พี่แกไม่ค่อยจะสุงสิงกะใครมีเพื่อนน้อยมากจนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีเลยก็ว่าได้

    สิ่งหนึ่งที่ฉันสามารถบอกได้ทันทีที่เห็นก็คือพี่แกเป็นพวกขวางโลกและสิ่งที่คนขวางโลกมักจะเป็นก็คือมีแนวคิดวิธีการและการกระทำต่างจากคนอื่นๆเพราะเป็นแบบนั้นมันทำให้พี่แกดูเด่นมากๆแม้ว่าแกแทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใครเลยแต่ความแตกต่างที่ชัดเจนมันสร้างความเป็นตัวของตัวเองทีโดดเด่นมากในโลกปกติเราจะเรียกคนแบบนี้ว่า‘ศิลปิน’หรือไม่ก็พวกอินดี้คนที่มีความโดดเด่นเป็นตัวของตัวเองและมีความคิดสร้างสรรค์

            แน่นอนว่าฉันเด็กใหม่ที่พึ่งจะเริ่มเข้าเรียนในมหาลัยตามหาความฝันและเส้นทางศิลปินฉันชื่นชมพี่เขามากๆจนทำให้ฉันเป็นคนไม่กี่คนที่พยายามทำความรู้จักแก

    แต่ด้วยความที่พี่แกเป็นคนแปลกๆสำหรับรุ่นพี่คนอื่นๆหากเราอยากรู้จักก็แค่แนะนำตัวเสร็จแล้วรุ่นพี่ก็จะไซโคเราให้ดื่มจนเมาเหมือนหมาเพื่อแสดงความจริงใจและความนอบน้อมแม้ว่าการดื่มเหล้ามันจะไม่ช่วยแสดงให้เห็นเรื่องที่ว่ามาเลยก็ตามแต่มันก็เป็นแบบนั้นในกรณีของรุ่นพี่คนอื่นๆแต่พี่ลายเมฆไม่ใช่ พี่แกไม่ดื่ม

    ฉันอยากมีรุ่นพี่แต่แกไม่ได้อยากได้รุ่นน้องฉันอยากได้รัศมีของศิลปินรอบกายแบบแกแต่ไม่มีอะไรที่พี่แกต้องการและฉันมีมันสุดท้าย ฉันก็ไม่ได้รู้จักพี่แกมากไปกว่าคนอื่นๆอย่างน้อยๆ ฉันก็คิดว่างั้น..”

            เติมขับรถและเล่ามาได้สักพักจนกระทั่งรถหยุดที่ไฟแดงนั่นเป็นตอนที่เติมพักช่วงการเล่าลงและหันมาหาฉัน

            “พี่ลายเมฆเรียนคณะศิลปะ??”ฉันอดไม่ได้ที่จะสงสัยเพราะเท่าที่รู้พี่ลายเมฆเป็นโปรแกรมเมอร์ที่เก่งถึงขนาดที่หาเงินแบบงานFreelanceได้จากมันการที่เป็นโปรแกรมเมอร์ไร้สังกัดแบบนี้การจะได้งานแต่ละงานก็คงไม่ง่ายเพราะแม้เรตราคาจะต่างกันแต่ยังไงมันคงจะดีกว่าที่จะให้มืออาชีพทำและเท่าที่ฉันรู้ส่วนใหญ่งานที่พี่แกทำก็ได้เงินเยอะมากในแต่ละโปรเจคมันหมายความว่าเรตราคาของพี่แกไม่ได้ถูกอาจจะแพงกว่าปกติเสียด้วยซ้ำแต่พี่แกก็ยังรับงานแบบไม่หวาดไม่ไหวนั่นพิสูจน์ความเก่งในสิ่งที่พี่แกทำแต่คนแบบนั้นเรียนอยู่ในคณะศิลปะ??นั่นแปลกมากๆ

            “พี่แกไม่ได้จบศิลปะหรอกนะ...และแน่นอนว่าพี่แกก็ไม่ได้จบทางด้านการเขียนโปรแกรมเช่นกัน”เติมหันมายิ้มให้ฉันก่อนจะตอบในขณะที่ไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียวแล้วรถก็เริ่มวิ่งอีกครั้ง

            “ฉันถึงได้บอกไงว่าครั้งแรกที่ฉันเห็นพี่เขาฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันเห็นเธอเพราะพี่แกเรียนไม่จบ

            ก่อนที่จะมาเรียนในคณะศิลปะพี่แกเคยเรียนวิศวะมาก่อนน่ะฉันว่าเธอคงเดาไม่ถูกอยู่ดีว่าพี่แกเรียนสาขาอะไร”เติมหันมายิ้มให้ฉันและหยุดเล่า

            “ฉันต้องทาย??”

            “...มันจะได้สนุกไงเธอจะได้รู้สึกมีส่วนร่วมเหมือนเป็นคนที่หนึ่งในคนที่ยืนอยู่ตอนเรื่องต่างๆเกิดขึ้น”

            “วิศวะคอมฯ”

            “วิศวะสิ่งแวดล้อม”

            “หา??”

            “ในช่วงปีหนึ่งที่เรียนวิศวะทุกสาขาจะได้เรียนพื้นฐานการเขียนโปรแกรมแน่นอนว่าพื้นฐานมันนำไปสู่การต่อยอดด้วยทักษะในเชิงตรรกะที่ยอดเยี่ยมของพี่แกนั่นทำให้พี่แกมีความสามารถสูงมากๆในการเขียนโปรแกรม

            ที่ตลกก็คือพี่แกได้คะแนนในรายวิชาอื่นแย่มากๆเพราะพี่แกไม่ได้สนใจมันอย่างจริงจังสิ่งที่พี่แกพูดถึงคณะวิศวะฯก็คือ ‘ช่างกล้าเรียกตัวเองว่าผู้สรรค์สร้างสิ่งใหม่ทั้งๆที่ทุกครั้งสอนให้ไปอยู่ในโรงงานทำสิ่งที่คนรุ่นก่อนๆทำแล้วทำอีกไม่มีรายวิชาที่เสริมความคิดสร้างสรรค์หรือคิดนอกกรอบแล้วจะเอาอะไรไปสรรค์สร้างสิ่งใหม่ๆ’”

    เติมหยุดพูดพูดอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มที่มีความสุขบนใบหน้าเหมือนว่าเรื่องเกี่ยวกับพี่ลายเมฆจะเป็นความทรงจำที่ดีของเขาจริงๆ

            “นั่นฟังดูสมกับเป็นพี่ลายเมฆจริงๆนั่นแหละ”ฉันแสดงความคิดเห็น

            “นั่นยังไม่เท่าไหร่ถ้าเทียบกับตอนที่พี่แกย้ายมาเรียนศิลปะแล้วอะนะพี่แกลงเรียนในสาขาจิตรกรรมสิ่งที่สาขานี้ทำเป็นกิจวัตรก่อนที่จะถึงปีสามก็คือการลอกตามแบบการฝึกฝนซ้ำๆการเรียนทฤษฎีกับสิ่งที่มันไม่มีทฤษฎีตายตัวอย่างศิลปะและการเรียนในวิชาสามัญซึ่งก็แน่นอนว่าพี่แกมีพื้นฐานในด้านวิชาสามามัญมากพออยู่แล้วทำให้ผ่านไปได้ไม่ยากด้วยเกรดที่ค่อนข้างสูงมากๆแต่ในรายวิชาที่เป็นแกนหลักอย่างการวาดแบบพี่แกกลับทำได้ห่วยแตกมากๆและแกก็มีปัญหากับอาจารย์ที่สอนอยู่บ่อยๆแน่นอนว่าแกติดเอฟในรายวิชาที่เป็นแกนของสายศิลปะเกือบทั้งหมดหลักๆก็เพราะแกไม่ยอมลอกแบบให้เหมือนกับต้นแบบและมีแนวคิดแบบเป็นตัวของตัวเองแบบสุดๆ”


            “ฉันไม่ได้เรียนกับพี่แกหรอกเพราะวิชาพื้นฐานสามัญที่เรียนตอนเทอมแรกของปีหนึ่งพี่แกผ่านได้ไม่ยากเย็นแต่ฉันเคยได้ยินว่าพี่แกเถียงกับอาจารย์ในรายวิชาทฤษฎีศิลป์จนรุ่นพี่คนอื่นที่เรียนด้วยกันยังเห็นด้วยกับแกแต่แน่ล่ะคุณเรียนเพื่อได้รับเกรดที่ดีและการมีปัญหากับอาจารย์ของรายวิชาศิลป์ที่การให้คะแนนกลั่นออกมาจากฟีลลิ่ง แบบนั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีแม้จะมีคนเห็นด้วยกับคำพูดของแกมากมายแต่ก็ไม่มีใครเลือกที่จะเจริญรอบตามแกเลย”

            “ฉันไม่เข้าใจศิลปะเท่าไหร่เพราะฉะนั้นฉันเลยไม่แน่ใจเท่าไหร่หรอกเกี่ยวกับวิธีที่พี่แกใช้ตอบโต้กับอาจารย์ในรายวิชาจนคนอื่นๆเห็นด้วย”ฉันกล่าวกับเติมเพราะฉันรู้สึกว่าการวิจารณ์ทางศิลป์นั้นมันน่าจะเป็นไปได้ที่จะทำให้คนคล้อยตามและเห็นด้วยแต่ถ้าเป็นการเรียนในรายวิชาที่มีความเป็นวิทยาศาสตร์มันอาจจะยากกว่ามากที่จะทำให้คนอื่นคล้อยตามเราเพราะในเชิงทฤษฎีอาจารย์ส่วนใหญ่แม่นกว่านักศึกษามากๆบรรยากาศของการโต้เถียงระหว่างอาจารย์กับนักศึกษาจึงไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าใดนักในสายการเรียนของฉัน

            สำหรับฉันมันยากเกินไปที่จะจินตนาการถึงบรรยากาศแบบนั้นเพราะฉันไม่เคยพบกับมันเลยตั้งแต่ที่ฉันเรียนมาตลอดห้าปี

            “เพราะว่ามันไม่ใช่การเถียงกันแบบศิลปินนะสินั่นเลยทำให้คนอื่นๆในคลาสเห็นด้วยกับแกได้”เติมกล่าว

            “ในทางทฤษฎีแล้วคนที่มีความสามารถในทางตรรกะสูงมักจะเป็นคนที่ชนะในการโต้วาทีหรือโต้คารมกับคนอื่นๆนั่นเป็นเพราะพวกเขามีทักษะการใช้เหตุผลที่สูงกว่าคนอื่นๆและแนวคิดเชิงเหตุและผลมันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้สำหรับกรณีทั่วๆไป”เขาอธิบายเพิ่มเติม

            “แล้วกรณีที่ไม่ทั่วไปล่ะเป็นแบบฝั่งตรงข้ามมีปืนกับรถถังงี้เปล่าฉันรู้สึกว่าใช่นะเพราะแบบที่ว่านี่ทำให้คนคล้อยตามได้แบบไร้เหตุผลสุดๆไปเลย”ฉันกล่าวตอบ

            “เธอนี่มันจริงๆเลยนะฮ่าๆ..หลักๆแล้วอาจารย์ก็ต้องยืนในเหตุผลอยู่แล้วสำหรับเรื่องแบบนี้และเหตุผลที่อาจารย์ยกมาอ้างก็คือคุณต้องศึกษาพื้นฐานก่อนที่จะมีความสามารถในการสร้างสรรค์งานออกมาให้สวยได้”

            “และพี่เขาไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนั้นหมายความว่าพี่แกยอมรับว่าต้องมีพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะแต่จุดที่พี่แกใช้ยืนคือ‘ผมไม่ได้ขาดพื้นฐานในการสร้างงานศิลปะเพียงแต่พื้นฐานของผมมันไม่เหมือนกับพื้นฐานของคุณคุณจึงตัดสินว่าผมไม่มีพื้นฐาน’เมื่อพูดเรื่องสีพี่แกพูดเรื่องการดูดกลืนช่วงความถี่ของคลื่นแสงและสเปกตรัมสีผสมเกิดจากการผสมของการดูดกลืนความถี่ที่บางส่วนและปล่อยความถี่บางส่วนออกมาการดูดกลืนทุกคลื่นความถี่ของแสงนั้นจะทำให้เกิดสีดำ

            เมื่อพูดถึงเรื่องแสงตกกระทบพี่แกจะพูดถึงการคำนวณองศาการตกกระทบการหักเหและการดูดกลืนแสงบางส่วนการหักเหของแสงผ่านน้ำที่แกสามารถคำนวณองศาของการหักเหออกมาได้เป็นตัวเลขที่แม่นยำกว่าการนั่งจินตนาการว่าการตกกระทบมันควรจะออกมาเป็นแบบไหนเมื่อพูดถึงเงาพี่แกพูดถึงเรื่องการสะท้อนการตกกระทบในเลนแบบต่างๆจุดโฟกัส และความโปร่งใสของวัตถุค่าดูดกลืนแสงเมื่อวัตถุมีค่าการดูดกลืนแสงสูงหรือมีอัตราการสะท้อนกลับหมดแสงจะไม่สามารถผ่านวัตถุไปได้ก่อให้เกิดเงาเข้มที่อีกด้านของวัตถุซึ่งเป็นเงาปกติแบบที่เราเห็นแต่ถ้าเป็นตัวกลางอื่นที่มีความโปร่งแสงสูงเช่นน้ำแสงจะสามารถผ่านไปได้และแทบจะมองไม่เห็นเงาดำจากการเคลื่อนที่ของแสงผ่านน้ำแต่ใน ขณะเดียวกันสำหรับการทำมุุมการมองในบางองศาน้ำหรือแก้วก็สามารถเป็นตัวกลางที่ทึบแสงได้เพราะเกิดการสะท้อนกลับหมดเข้ากระจกตาและทำให้เราไม่สามารถเห็นแสงลอดผ่านตัวกลางดังกล่าวได้เช่นเดียวกับที่เราสามารถมองเห็นเงาของแก้วที่โปร่งแสงได้เพราะบางมุมตกกระทบนั้นแสงไม่สามารถผ่านไปได้ซึงเป็นผลของการหักเหของแสงในตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน

            พี่แกสร้างสรรค์ผลงานที่แตกต่างจากต้นแบบโดยการใส่จินตนาการบางส่วนลงไปเพิ่มเติมบางทีอาจจะใส่แสงเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงลักษณะของแบบแม้ในเชิงทฤษฎีแล้วพี่แกสามารถสร้างแสงสีและเงา ได้อย่างสมบูรณ์แบบแต่การดัดแปลงแบบบางส่วนและสภาพแวดล้อมอื่นๆมันทำให้แกไม่สามารถวาดรูปที่เหมือนกับต้นแบบได้และผลที่ได้คือคะแนนที่ห่วยสุดๆ

            มีคำเจ็บๆที่พี่แกพูดไว้กับอาจารย์ที่สอนศิลปะหลังจากที่ถูกบอกว่าคุณไม่เข้าใจจุดประสงค์ของรายวิชาซึ่งพี่แกถามกลับไปว่าจุดประสงค์ของรายวิชาของอาจารย์คือการลอกให้เหมือนหรือเข้าใจพื้นฐานอาจารย์ที่เคยได้สัมผัสกับเล่ห์เหลี่ยมของลิ้นชายคนนี้มาแล้วจึงตอบแบบเซฟๆไปว่า’ทั้งคู่’

    พี่ลายเมฆย้อนถามกลับไปอีกว่า‘ดังนั้นต้องผ่านเกณฑ์ทั้งคู่??’ซึ่งอาจารย์ตอบกลับไปว่า‘ใช่’เพราะเขาเชื่อว่าพี่ลายเมฆทำพื้นฐานเกี่ยวกับแสงและเงาได้ถูกต้องแต่ภาพที่ออกมามันไม่เหมือน

            การตอบแบบเซฟๆว่า‘ใช่’ ของอาจารย์ถูกกดด้วยอีกคำถามที่แกแทบจะตอบไม่ได้และทำได้แค่ใช้ความรู้สึกเพราะคำถามถัดไปคือมีคนมากมายที่สามารถวาดให้เหมือนโดยไม่เข้าใจพื้นฐานอาจารย์สามารถตัดสินได้ยังไงคำตอบของอาจารย์คือ‘นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้มันถูกเรียกว่าการลอกแบบเราตัดสินจากความเหมือนมากกว่า’

            พี่ลายเมฆแสยะยิ้มก่อนที่จะพูดไปว่า‘ดังนั้น วิชาของคุณไม่ได้วัดพื้นฐานหากต้องการแค่ความเหมือนสมัยนี้เราสามารถใช้กล้องถ่ายได้ เพราะอย่างที่บอกว่าเราสามารถทำให้เหมือนได้โดยที่ไม่เข้าใจพื้นฐานแม้แต่น้อย อาจารย์บอกตอนแรกว่าผมไม่เข้าใจจุดประสงค์ของรายวิชาในตอนนี้หากจุดประสงค์ของรายวิชายังคงเหมือนเดิมมันก็ชัดเจนว่าอาจารย์เองก็ไม่ได้เข้าใจมันเหมือนกันอย่างน้อยคุณก็ไม่เข้าใจพื้นฐาน’การใช้คำพูดของอีกฝ่ายมารัดคออีกฝ่ายนี่เป็นสิ่งที่น่าทึ่งที่สุดเท่าที่ฉันสามารถคิดได้นั่นทำให้ฉันพยายามเก็บรวบรวมข้อมูลเรื่องของพี่ลายเมฆอย่างคลั่งไคล้ในตอนที่ฉันยังเรียนอยู่ในเทอมแรกของการใช้ชีวิตน้องใหม่ และในช่วงเริ่มเทอมสองเรื่องก็เกิดเหมือนที่ฉันเล่าไปก่อนหน้า...”

    เติมหยุดสักพักเหมือนว่าอารมณ์ของเขาจะเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อยจนในที่สุดเขาก็เริ่มเล่าต่ออีกครั้ง

            “พอจบเทอมแรกเรื่องก็อย่างที่ฉันเคยเล่าไปฉันเจอปัญหาที่ใหญ่มากๆก่อนหน้าที่จะเจอปัญหานี้ฉันมีเพื่อนมากมายอย่างน้อยฉันก็เต็มใจที่จะเรียกคนพวกนั้นว่าเพื่อนฉันใช้เงินไปเยอะก่อนหน้าและตอนนี้ที่บ้านถังแตกพ่อแม่ฆ่าตัวตายน้องสาวต้องเข้ารักษาพยาบาลในโรงพยาบาลจิตเวชฉันไม่มีเงินเหมือนเมื่อก่อนไม่มีปัญญาจะทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่างความรู้สึกผิดยังคงถาโถมในตอนนั้นแม้ว่าฉันจะทำอะไรเป็นฉันก็ยังคงทำอะไรไม่ได้”

            “ในตอนแรกก็ยังคงมีเหล่าผู้คนที่ฉันเคยเรียกว่าเพื่อนบางคนยังคงพยายามที่จะช่วยเหลือฉันอยู่แต่จากสภาพของฉันตอนนั้นบวกกับนิสัยของฉันเมื่อก่อนสุดท้ายผู้คนเหล่านั้นก็หมดความอดทนที่มีในตัวฉันตอนนั้นฉันไม่มีอะไรเหลือเลยเงินที่ยังคงเหลือของครอบครัวฉันก็คิดว่าจะใช้เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับน้องสาวทั้งหมดมันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันคิดว่าต้องทำงานอะไรสักอย่างเพื่อหาเงิน”

            “มีอะไรงั้นเหรอ??”

            เติมหยุดเล่าและหันกลับมามองฉันด้วยสีหน้าประหลาดใจดูเหมือนว่าสีหน้าของฉันในตอนนั้นจะเต็มไปด้วยความสงสัย

            “ฉันนึกว่านายจะมีความคิดประมาณอยากจะตายหรืออะไรเทือกนั้นในตอนนั้น”ฉันตอบ

            “นั่นแหละคือจุดเด่นมากๆของคนอย่างฉันฉันเห็นแก่ตัวเกินกว่าที่จะฆ่าตัวตาย”เติมยิ้มแห้งๆก่อนจะตอบ

            “เห็นแก่ตัว?ส่วนใหญ่ไม่ใช่ว่าคนเห็นแก่ตัวเหรอที่จะเลือกฆ่าตัวตาย?”คำตอบของเติมเพิ่มยิ่งทำให้ความสงสัยของฉันเพิ่มมากขึ้นเพราะสำหรับฉันหรือคนทั่วๆไปการฆ่าตัวตายคือการตัดช่องน้อยแต่พอตัวซึ่งมันเป็นการกระทำที่ไม่สนใจชีวิตที่อยู่ข้างหลังผู้คนที่ที่เห็นแก่ตัวเลือกเส้นทางที่เอาแค่ตัวเองรอด

            “ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนเธอจนฉันได้ศึกษาในด้านจิตวิทยาอย่างจริงจังสำหรับมุมมองของฉันคนที่ฆ่าตัวตายควรเรียกว่าคนที่’คิดสั้น’ นั่นจะเหมาะที่สุดโดยส่วนใหญ่ภาวะที่นำไปสู่การฆ่าตัวตายมักจะเกิดจากปัญหามากมายที่พวกเขาได้พบเจออาจเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำๆและไม่ได้รับการแก้ไขจนตัวเขามองว่ามันไม่สามารถแก้ได้หรือปัญหาหลายๆอย่างที่ถาโถมเข้ามาพร้อมๆกันคนกลุ่มนี้จะมีมุมมองต่างๆ’แคบลง’ จดจ่อกับปัญหาที่เผชิญอยู่ตรงหน้าจนไม่ได้มองสิ่งต่างให้กว้างพอการมองที่ไม่กว้างพอนั่นแหละทำให้คนส่วนใหญ่ที่ฆ่าตัวตายดูเหมือน’คนเห็นแก่ตัว’:ซึ่งถ้าศึกษาเข้าไปในแต่ละเคสจริงๆเหล่าผู้คนที่ต้องการฆ่าตัวตายจะเป็นคนที่ใส่ใจผู้คนรอบข้างอย่างมากพวกเขาแคร์คนรอบข้างมากและมักจะส่งความผิดของทุกอย่างของปัญหากลับมาที่ตัวเองพวกเขามักจะมองว่าตัวเองคือที่มาของปัญหาทั้งหมดนั่นทำให้ในที่สุดความรู้สึกผิดกลับมารัดคอพวกเขาคิดดูหากโยนความผิดของปัญหาไปที่คนอื่นพวกเขาอาจจะไม่มีความคิดที่จะฆ่าตัวตายเลยก็ได้”

            ฉันมองเติมขณะที่ตอบคำถามของฉันในตอนที่เขาพูดถึงเรื่องการฆ่าตัวตายเขาดูไม่เหมือนพูดถึงตัวเองแม้ฉันถามเรื่องเกี่ยวกับเขาฉันเห็นมือที่กำแน่น ฉันเห็นแววตาแห่งความโกรธและความเศร้าและฉันเห็นคนที่….รู้สึกผิด...


    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่ของยัยเหนือโลก ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185