“ไม่เลย ข้ายินดีนักที่เสี่ยวชิงชิงเอาใจใส่ขนาดนี้” เผยรุ่นจือยิ้มแล้วส่ายหน้า
ขณะนี้เป็นเวลาที่นางซูกับเย่จื้อเฟิงกำลังนอนกลางวันพอดีนับเป็นโอกาสอันดีที่จะได้พูดคุยกัน
เย่ชิงชิงยิ้มแย้มแล้วหยิบขวดแก้วผลึกของตนออกมาถามว่า“คุณชายเจ้าของห้างมาที่นี่ครั้งนี้ เป็นเพราะของสิ่งนี้ใช่หรือไม่?”
นางต้องการนำน้ำบำรุงผิวไปฝากขายกับเผยรุ่นจือแต่ต้องทำเป็นการลับเพราะไม่สามารถอธิบายที่มาของน้ำค้างกุหลาบให้คนในครอบครัวฟังได้ ส่วนเผยรุ่นจือนางก็ยังโกหกไปว่าทำมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้น...
เผยรุ่นจือเหลือบมองขวดในมือนางแล้วยิ้มไม่คล้ายยิ้ม มองดวงตาของนาง “น้ำค้างที่รวบรวมแก่นแท้ของฟ้าดินจากภูเขาลึก?ได้มาจาก ‘วิชาการกลั่น’ แล้วแช่ทิ้งไว้สี่สิบเก้าวันหรือ?”
เย่ชิงชิงเบนสายตาออกไปเล็กน้อยแล้วกล่าวอย่างหนักแน่น “ใช่เจ้าค่ะ!”
“ดีมาก น้ำกุหลาบของเจ้าคุณภาพดีมาก” เผยรุ่นจือพยักหน้าแล้วยิ้ม“ไม่ทราบว่าเสี่ยวชิงชิงต้องการฝากขายอย่างไร?”
เรื่องราคาเย่ชิงชิงได้วางแผนไว้แล้วจึงกล่าวว่า “สิ่งนี้มีเพียงสิบสองขวดเท่านั้นนับว่าหายากและล้ำค่า ควรตั้งราคาสูงไว้ คุณชายเจ้าของห้างตัดสินใจได้เลยเจ้าค่ะส่วนผลกำไรข้าแปดส่วน ท่านสองส่วน รับได้หรือไม่เจ้าคะ?”
อันที่จริงนางอยากจะขอเก้าส่วนกับหนึ่งส่วน แต่ก็กลัวว่าเผยรุ่นจือผู้นี้จะเจ้าเล่ห์ไม่ยอมให้นางได้เปรียบขนาดนั้นง่ายๆ
เผยรุ่นจือได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมา“ไม่มีการตั้งราคาตายตัว แต่ต้องการส่วนแบ่งแปดต่อสองหรือ? เสี่ยวชิงชิงเชื่อใจข้าถึงเพียงนี้เลยหรือ?”
เย่ชิงชิงเม้มปากแล้วกล่าวอย่างฝืนใจ“แน่นอนว่าข้าเชื่อใจคุณชายเจ้าของห้างอย่างสุดหัวใจเจ้าค่ะ”
เหตุผลหลักๆคือนางไม่ทราบว่าคุณหนูในห้องหอเหล่านั้นเต็มใจจ่ายเงินเพื่อบำรุงผิวหน้ามากน้อยเพียงใดอีกทั้งนางยังคิดว่าหากคุณชายเจ้าของห้างเป็นผู้กำหนดราคาผลลัพธ์อาจสูงกว่าที่นางคาดการณ์ไว้ด้วยซ้ำ ถึงตอนนั้นนางก็จะได้นั่งรอรับเงินฮิฮิฮิ...
“ได้เลย ในเมื่อเสี่ยวชิงชิงเชื่อใจข้าถึงเพียงนี้” เผยรุ่นจือประสานมือคารวะ“ข้ายินดีรับใช้ขอรับ”
เย่ชิงชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งคว้ามือของเขาไว้แล้วกระซิบ “เรื่องนี้อย่าให้คนในครอบครัวของข้ารู้อีกอย่างคือข้าไม่สะดวกไปพบท่าน หากมีปัญหาใดเกิดขึ้นในภายหลังท่านช่วยหาทางมาพบข้าด้วยนะเจ้าคะ”
เช่นนั้นหรือ?เผยรุ่นจือเลิกคิ้วอย่างสนใจ มองมือของนางที่จับเอาไว้เขายิ้มแล้วกล่าวว่า “ปกปิดซ่อนเร้นถึงเพียงนี้ ช่าง...”
“ช่างอะไรหรือเจ้าคะ?” เย่ชิงชิงเพิ่งรู้สึกตัวจึงปล่อยมือเขาแล้วถอยหลังครึ่งก้าว “เช่นนั้นก็รบกวนคุณชายเจ้าของห้างแล้วขอเตือนว่าอีกไม่นานหิมะอาจจะตกแล้ว คุณชายรีบกลับไปดีกว่าเจ้าค่ะ”
เมื่อพูดธุระสำคัญจบแล้วเผยรุ่นจือกลับไม่คิดที่จะกลับไป เขากุมมือในแขนเสื้อแล้วกล่าวว่า“ช่างน่าเศร้าใจยิ่งนัก เจ้าของเรือนขับไล่แขกเสียแล้ว”
เย่ชิงชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย“นี่! ข้ากำลังหวังดีต่อท่านนะ”
เผยรุ่นจือลุกขึ้นเขากวาดสายตามองบ้านหลังใหม่ของนางอย่างเชื่องช้า “งานขึ้นบ้านใหม่ก็ไม่ส่งคนมาแจ้งให้ทราบแถมห้องสุขาที่โด่งดังของบ้านเจ้า ข้าก็เพิ่งได้ยินเรื่องนี้อีก...”
เขาหันกลับมามองนางอย่างตั้งใจ“เสี่ยวชิงชิง เจ้าจะตีตัวออกห่างจากข้าหรือ?”
อะไรนะ?เย่ชิงชิงตกใจเล็กน้อย แม้นางตั้งใจจะตีตัวออกห่างแต่ความสัมพันธ์ในฐานะคู่ค้าก็ยังคงอยู่ หากเอ่ยออกไปก็เท่ากับโง่เขลา
นางถอนหายใจแล้วกล่าวว่า“คุณชายเจ้าของห้างเข้าใจผิดแล้ว สกุลเผยเป็นตระกูลใหญ่มีฐานะคุณชายน้อยก็สง่างามโดดเด่น พวกเราอยากจะพึ่งพาท่านจะแย่ ไฉนต้องตีตัวออกห่างช่างน่าขันนัก”
“บ้านข้าเป็นตระกูลใหญ่หรือ? เจ้าต้องการพึ่งพาหรือ?”
เมื่อได้ยินเขาย้อนคำถามเย่ชิงชิงก็ตกใจอีกครั้ง เขารู้อะไรมาหรือไม่? ไม่เช่นนั้นจะจับจุดสำคัญได้แม่นยำเช่นนี้หรือ?
นางรีบกระแอมไอแล้วกล่าวว่า“พวกเราหมายความว่า คุณชายเจ้าของห้างมักจะใช้จ่ายฟุ่มเฟือยหากงานขึ้นบ้านใหม่เชิญท่านมา ก็เหมือนแอบเรียกของขวัญจากท่านน่ะสิ...”
“เจ้ากำลังโกหก”
เผยรุ่นจือถอนหายใจเบาๆแล้วกล่าวว่า “หากข้าทำให้เจ้ารู้สึกอึดอัดข้าต้องขออภัยด้วย”
เย่ชิงชิงตะลึงเหตุใดจู่ๆ ถึงขอโทษนางเช่นนี้?
นางตั้งใจตีตัวออกห่างจากเผยรุ่นจือด้วยเหตุผลหลายประการประการแรกคือ กฎโบราณที่กำหนดระยะห่างระหว่างชายหญิงเผยรุ่นจือก็ถึงวัยที่สมควรจะหมั้นหมายแล้วหากนางใกล้ชิดกับเขามากเกินไปก็อาจจะนำมาซึ่งความเข้าใจผิดได้เช่นเดียวกับเคออิ๋งอิ๋ง ไม่ได้หมายความว่านางใส่ใจชื่อเสียงที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นเพียงแต่รำคาญความยุ่งยากเท่านั้น
ประการที่สองคือคำพูดของฮูหยินรองเผยตัวนางเองใช้ชีวิตได้อย่างตรงไปตรงมาและมีเพื่อนได้อย่างเปิดเผยแต่ครอบครัวของอีกฝ่ายเล่า? ก่อนหน้านี้ฮูหยินรองเผยออกมาพบนางเพื่อฉางสี่อีกไม่นานหลังจากนี้ฮูหยินใหญ่ก็จะออกมาพบเพื่อคุณชายเจ้าของห้างหรือไม่?
ประการที่สามคือเพื่อความสัมพันธ์ในการร่วมงานที่ยืนยาว การเจรจาเพื่อการค้าไม่ควรใกล้ชิดกันเกินไปการรักษาระยะห่างที่เหมาะสมและความมีมารยาทเท่านั้นที่จะรับประกันว่าการค้าขายของพวกเขาจะดำเนินต่อไปได้ยืนยาวเย่ชิงชิงเพิ่งจะอยู่ในจุดที่ความเป็นอยู่ดีขึ้น และไม่ต้องการให้ความสัมพันธ์ทางการค้าแตกหักเพราะเหตุผลส่วนตัวของตน
เรื่องราวทั้งหมดนี้ไม่จำเป็นต้องเล่าละเอียดเพราะสถานการณ์ยังไม่รุนแรงถึงขั้นนั้น เย่ชิงชิงเพียงแค่เตรียมพร้อมรับมือไว้ก่อน
หัวข้อสนทนานี้จบลงไปอย่างไม่รู้สาเหตุเผยรุ่นจือก็ขอตัวกลับไปก่อนที่หิมะจะตก
ปัจจุบันนี้อากาศในฤดูหนาวแห้งแล้งผิวพรรณจึงต้องการการบำรุงจากภายนอกน้ำกุหลาบเหล่านั้นจึงขายออกไปหมดภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือนเผยรุ่นจือได้ส่งเด็กรับใช้มาแอบมอบเงินให้เย่ชิงชิงได้มากถึงสองร้อยสี่สิบตำลึงเงินเชียว!
เย่ชิงชิงถือกล่องไม้เล็กๆตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ตามข้อตกลงที่ส่วนแบ่งแปดต่อสองส่วนแต่ละขวดจะต้องขายได้ในราคาสูงถึงยี่สิบห้าตำลึง รวมทั้งหมดสามร้อยตำลึงนางจึงได้สองร้อยสี่สิบตำลึง ซึ่งนับว่าเป็นราคามหาศาลสำหรับชาวบ้านทั่วไป
จู่ๆก็ค้าขายได้กำไรมหาศาล เย่ชิงชิงเหม่ออยู่นานกว่าจะตั้งสติได้ จากนั้นก็กะพริบตานี่เป็นพลังของอิทธิพลจากเผยรุ่นจือใช่หรือไม่?
เพราะว่าเมื่อคุณชายเจ้าของห้างลงมือเองแม้จะเป็นแค่น้ำเปล่า คุณหนูในห้องหอเหล่านั้นก็ยังคงแห่กันเข้ามาจับจอง...